วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 108 – Exchanging with your daughter

Tale of the demon and god novel Chapter 108 – Exchanging with your daughter

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 108 - แลกเปลี่ยนกับลูกสาวของท่าน


บทที่ 108 - แลกเปลี่ยนกับลูกสาวของท่าน

ยาเม็ดบำรุงวิญญาณ, ยาเม็ดรวมวิญญาณ หรือแม้แต่ยาเม็ดในตำนานอย่าง ยาเม็ดสงบวิญญาณ ยาเม็ดเสริมกำลังกายสีชาด และยาเปลี่ยนรูปทั้งเก้า  เราสามารถมอบยาเหล่านี้ให้เจ้าได้เท่าที่ต้องการ ไม่ว่าวิชาฝึกพลังวิญญาณแขนงใด ตราบเท่าที่เจ้าต้องการ พวกเราก็สามารถมอบให้ได้....."


   เย่ ซิ่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ ในนครเรืองโรจน์ ด้วยขุมกำลังของจวนเจ้าเมือง มีสิ่งใดบ้างที่กระทำไมได้  พอได้ฟังที่เย่ ซิ่วพูด หุ่นเชิดวิญญาณกลับมองเย่ ซิ่วราวกับเป็นตัวตลก


   

      ในฐานะบรรพชนผู้ก่อตั้งนครเรืองโรจน์ เขาครอบครองวิชาฝึกพลังวิญญาณหลายแขนงที่คนทั่วไปไม่กล้าฝันถึง เขายังโดนเนี้ยหลี่ล้อเลียนจนเสียผู้เสียคน วิชาขยะที่หลงอยู่ในจวนเจ้าเมืองพรรณนั้นจะสามารถเทียบชั้นกับวิชาที่เนี้ยหลี่ใช้ได้อย่างไร? เย่ ซิ่วคิดจริงๆ หรือว่าสามารถมอบวิชาฝึกพลังวิญญาณที่เนี้ยหลี่ต้องการได้?



      ผู้อาวุโสเย่ ซิ่ว ตอนที่ท่านกลับมาถึง ท่านเจ้านครไม่ได้บอกท่านเหรอ ว่าข้าเป็นผู้ส่งมอบสูตรยาทั้งหมดที่ท่านว่ามานั้นออกไป หากท่านต้องการยาเม็ดสงบวิญญาณหรือยาใดก็ตามเพียงแค่ท่านบอกข้า ข้าสามารถจัดหาให้ได้ สามพันถึงห้าพันเม็ดได้ในทันที ถือเป็นของขวัญให้ผู้อาวุโสเย่ ซิ่ว"    เนี้ยหลี่พูดพลางสะบัดมือไปมา


    สูตรยาทิพย์ในนครเรืองโรจน์เหล่านั้น เนี้ยหลี่เป็นผู้ส่งมอบออกไป?





      เนื่องด้วยเรื่องนี้ มีเพียงประธานสมาคมปรุงยา เจ้านครเย่ ซ่ง และบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่กี่คนเท่านั้นที่รับทราบ เย่ ซิ่วรีบเร่งกลับมาด้วยเรื่องของหนังสือลึกลับ ย่อมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน


      "นี่...." เย่ ซิ่วได้แต่อึกอักด้วยความอับอาย



     "โปรดแจ้งต่อท่านเจ้าเย่ ซ่งว่า ข้าจะช่วยจัดตั้งค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายก็ได้ อย่างไรก็ตาม ข้ามีเงื่อนไข"


   เนี้ยหลี่พูดพร้อมกับยิ้มบาง


  "เงื่อนไขอันใด?" เย่ ซิ่วได้ยินก็เงยหน้าขึ้นรับฟัง



      ข้าต้องการให้ข้าและน้องสาวย้ายไปอยู่ในส่วนที่พักของเย่ จื้อหวิ๋น และพักอาศัยด้วยกันกับนาง เงื่อนไขอื่นนอกจากนั้น ข้าไม่มีความสนใจ"



เนี้ยหลี่พูดพร้อมด้วยมุมปากยกขึ้นสูง


    "ว่ากระไร?"



 เย่ ซิ่วเบิกตาจนกลมกว้าง เขาคาดไม่ถึงว่าเนี้ยหลี่มีความต้องการเช่นนี้ ได้แต่เหม่อมองเนี้ยหลี่อย่างยาวนาน สรุปว่าเนี้ยหลี่หมายตาธิดาเจ้านครเอาไว้สินะ ไม่แปลกใจเลยเหตุใดเจ้านครเย่ ซ่งถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  มื่อได้ยินชื่อเนี้ยหลี่ เย่ ซิ่วใบหน้าหม่นหมองลง


       เนี้ยหลี่อายุเท่าใดแล้ว? อาจบางทีเขาเติบโตเร็วกว่ากว่าผู้อื่น? เขาเข้าใจเรื่องราวระหว่างบุรุษสตรีหรือ? แล้วยิ่งคำขอของเขาไม่ใช่เรื่องแปลกเกินไปหรือ?


      เย่ ซิ่วกลืนน้ำลายลงคอ หากมีคนอื่นได้ยินเงื่อนไขนี้ เย่ ซ่งต้องฆ่าเขาทิ้งแน่ เย่ ซิ่วเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า


    ข้าไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องนี้ได้ ข้าคงต้องไปขออนุญาตจากท่านเจ้าเย่ ซ่งก่อน"


     เย่ ซิ่วเกิดอาการยากที่จะกลืนน้ำลายลงคอเลยทีเดียว  เขาจะกล้าพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเย่ ซ่งได้อย่างไร? เขาจะบอกเย่ ซ่งอย่างไรว่า ให้เขาแลกธิดารักกับค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกาย? เย่ ซิวสามารถบอกได้เลยว่าเย่ ซ่งจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหากได้ยินเรื่องนี้


หากไม่ยินยอม.....แต่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายมีความสำคัญมากเกินไป


หากยินยอมก็ไม่ต่างกับส่ง จื้อหวิ๋นถึงหน้าห้องหอ?



     ไอ้หนุ่มนี่ โผล่มาจากไหน


   ด้วยอารมณ์หัวเราะมิออกหรือร้องไห้มิได้ เย่ ซิวได้แต่เดินจากที่พักของเนี้ยหลี่ด้วยอารมณ์ดังกล่าว


ณ ห้องโถงหลัก จวนเจ้าเมือง


   ว่ากระไร? เลวมาก!! ข้าจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ!! อย่าหวังว่ามันจะมีชีวิตผ่านพ้นคืนนี้ไปได้เลย"


       เมื่อได้ฟังคำพูดของเย่ ซิ่ว    เย่ ซ่งพลันเกิดโทสะขึ้น มือบีบเท้าแขนเก้าอี้จนแหลกสลาย   เส้นเลือดปูดโปนออกจากแขนของเย่ ซ่ง  หากเขารู้ว่าเนี้ยหลี่จะเป็นคนได้คืบจะเอาศอกเช่นนี้ เขาคงจะฟาดเนี้ยหลี่ให้ตายตั้งแต่ตอนอยู่ที่พักของ จื้อ หวิ๋นแล้ว


     ท่านเจ้านครโปรดระงับโทสะ เรื่องราวมีความสำคัญ เกี่ยวพันกับความปลอดภัยของประชาชนของนครเรืองโรจน์นับล้าน โปรดทบทวนด้วย"


    เย่ ซิ่วรีบกล่าวปลอบ เพราะคาดไว้แล้วว่าเย่ ซ่งต้องมีปฏิกิริยาเช่นนี้



      ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายนี่อะไร? มันก็แค่เรื่องที่ไอ้เด็กนั่นแต่งขึ้น! ไอ้หนูนั่นหยอดคำหวานเพื่อหลอกลวงลูกสาวข้า แล้วคราวนี้ยังหลอกข้าด้วยสิ่งที่ไม่มีจริง คิดง่ายไปหรือเปล่า!"


      เย่ ซ่งพลุ่งพล่านด้วยโทสะ จนถึงจุดสูงสุด


เย่ ซิ่วส่ายศีรษะก่อนจะพูดว่า



     ท่านเจ้านคร ข้าคิดว่าเด็กเนี้ยหลี่นั่นมิได้โกหก หากเขาต้องการโกหก เขาควรจะบอกเวลาที่ใช้ในการตั้งค่ายกลนานกว่านี้ ไม่ใช่เพียงสองเดือน นั่นมันเร็วไปเกินไปมาก หากเขาไม่สามารถตั้งค่ายกลได้ เขาสมควรยืดเวลาออกไป จากสองเดือนเป็นสามปี ห้าปี หรือนานกว่านั้น"


   ในหัวของเย่ ซ่ง กความโกรธบดบังสติสัมปชัญญะ ในทางตรงข้าม เย่ ซิ่ว กลับเยือกเย็นจนน่ากลัว


      ต่อให้เขาสามารถตั้งค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายได้ ก็ไม่มีทางที่ข้าจะยกลูกสาวให้!! รู้วิธีจัดตั้งค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายแต่กลับมีเงื่อนไขกับข้างั้นหรือ ฝันไปเถอะ!! ข้าจะไปหาเขาที่ที่พัก หากเขาไม่ยอมจัดวางค่ายกล อย่าได้โทษว่าข้าไม่เกรงใจ"


เย่ ซ่ง ตบโต๊ะคราหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องโถงหลักไป เมื่อเห็นการกระทำของเย่ ซ่ง เย่ ซิวได้แต่ตื่นตระหนก รีบไล่ตามไปกล่าวว่า



       ท่านเจ้านครโปรดทบทวนด้วย! ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรกายต้องใช้วิญญาณอสูรระดับทองคำดำกว่าหมื่นตัว ค่ายกลนี้ต้องอาศัยฝีมือสร้างอย่างปรานีตอย่างยิ่ง หากผู้ตั้งค่ายกลเล่นตุกติกวางค่ายกลไม่สมบูรณ์จนส่งผลขึ้นระหว่างต่อสู้ ผลสุดท้ายคงเลวร้ายสุดคาดคิด"


   "เย่ ซิ่ว เจ้าหมายความว่าข้าควรส่งลูกสาวให้เขาอย่างนั้นหรือ?"


    เย่ ซ่งยามนี้ราวกับราชสีห์คลั่งเย่ ซิ่วพลันกล่าวว่า


       "ย่อมมิใช่เช่นนั้น ข้าได้ยินว่าเนี้ยหลี่หมายตา หวินเอ๋อ ด้วยอายุของหวินเอ๋อขณะนี้ หากเป็นตระกูลอื่นคงแต่งออกไปแล้ว ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะไร้เส้นสายใด แต่ด้วยพรสวรรค์ของเขาสามารถคาดหวังความสำเร็จได้ นับว่าเหมาะสมกับหวินเอ๋อ ผู้ใดจะทราบ อาจจะบางทีหลายปีให้หลัง เขาอาจกลายเป็นร่างทรงอสูรชั้นตำนานอีกคน เด็กนี้นับว่าเหมาะสมจะเคียงคู่หวินเอ๋อแล้ว"


        เหมาะสม? น่าขำ! ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับรู้จักหลอกลวงผู้คน ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับหวินเอ๋อหากแต่งกับเขาไป? ยิ่งไปกว่านั้น ข้ารู้นะว่าไอ้หนูนี่มันเสือผู้หญิง ข้างนอกนั่นยังมีมังกรเหินเซียวหนิงเอ๋อ กับ ฮู่หยานหลานเร่อ จากตระกูลฮู่หยานอีก ฮึ่ม.."



   เย่ ซ่งมองเย่ ซิวอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะพูดด้วยความจริงจังว่า "หากเจ้าพูดเรื่องนี้อีก อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ"


 
     เย่ ซิ่วอ้าปากค้าง กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เขาได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วปิดปากลง ดูเหมือนเย่ ซ่งจะมีอคติกับเนี้ยหลี่ไปแล้ว ในสายตาของเย่ ซิ่ว เนี้ยหลี่นับว่าไม่เลว ต่อถ้าเขาเป็นเสือผู้หญิง แล้วอย่างไรเล่า? ชายใดบ้างไม่เจ้าชู้ ในหมู่ชนชั้นสูงของนครเรืองโรจน์ ผู้ใดบ้างไม่มีสามภรรยาสี่นางบำเรอ? นี่เป็นเรื่องธรรมดามาก แม้แต่เย่ ซ่งเองยังมีภรรยาถึงสองคน


  อย่างไรก็ตาม เย่ ซ่งมีเย่ จื้อ หวิ๋นเป็นบุตรสาวคนเดียว จะเกลี้ยกล่อมเขาย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย


  ณ ที่พักของเนี้ยหลี่


  ทันที่เย่ ซ่งก้าวเข้าไปในสวน ก็ได้ยินเสียงทักทายจากด้านในสวนว่า


    "โอ้ ท่านพ่อตา ลมอะไรพัดท่านมาถึงที่นี่ได้?"


ได้ยินประโยคนี้ เย่ ซ่งถึงกับเสียศูนย์ แทบสะดุดธรณีประตู ตัวสั่นเทิ้มไปทั่วทั้งกายปิ่มด้วยความขุ่นเคือง


     ปกติแล้ว ยอดฝีมือระดับทองคำดำ อย่างเช่นเย่ ซ่ง มีขีดความสามารถในการป่นหินยักษ์เป็นผุยผงด้วยการเตะครั้งเดียว ไม่ต้องพูดถึงเพียงธรณีประตูเล็กๆ นี้ เพียงแต่ยามนี้เย่ ซ่งถูกเนี่ยหลี่ยั่วโทสะจิตจนบดบังสติไปหมด กลับลืมเลือนใช้พลังออกมา


      ได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่และสีหน้าของเย่ ซ่ง     เย่ ซิ่วได้แต่กลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างยากเย็น นอกจากเนี้ยหลี่แล้ว ไม่ว่าผู้ใดได้พบเจ้านครเรืองโรจน์ ต้องไม่กล้าแม้แต่ส่งเสียงสักคำ ด้วยฝีปากของเนี้ยหลี่ยังสามารถมีชีวิตมาจนบัดนี้ได้นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว


    บูมม!!


    เย่ ซ่ง พลันระเบิดพลังวิญญาณออกมา ใบหน้ามืดมนจนน่าตระหนก ทุกๆ ก้าวย่างของเขาสร้างรอยเท้าลึกไว้บนพื้น ราวกับรอยเท้าปิศาจจากขุมนรก


     แม้แต่เย่ ซิ่วยังรู้สึกตื่นตระหนกต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเย่ ซ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงสุดในหมู่ลูกหลานรุ่นที่ห้าของตระกุลวายุเหมันต์ เพียงไม่กี่ปีก็ฝึกฝนตัวไปจนถึงจุดสูงสุดของระดับทองคำดำได้   แม้แต่เย่ ซิ่ว เองยังทำได้แค่มอง


     "ท่านเจ้านคร...." เย่ ซิ่วร้องขึ้นอย่างรีบเร่ง เขาเป็นห่วงว่าเย่ ซ่งจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์พลั้งมือฆ่าเนี้ยหลี่ไป นั่นนับว่าสร้างความเสียหายให้กับนครเรืองโรจน์อย่างใหญ่หลวง


    เย่ ซ่งเพียงก้าวเท้าออกไปสองก้าว เนี่ยหลี่ก็รู้สึกนราวกับอยู่ท่ามกลางคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามาแล้ว


    พริบตาก่อนที่พลังกดดันของเย่ ซ่งจะถึงตัวเนี่ยหลี่ พลันได้ยินคนผู้หนึ่งแค่นเสียงอย่างเย็นชา หุ่นเชิดวิญญาณที่เกาะอยู่บนไหล่ของเนี้ยหลี่ ส่งเสียเป็นภาษามนุษย์ว่า


      ไอ้หนูเย่ ซ่ง ข้าคือบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน จงหยุดการกระทำของเจ้าเดี๋ยวนี้!!"


   ได้ยินคำเหล่านี้ พลังวิญญาณของเย่ ซ่งก็หยุดชะงัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสนเมื่อได้ยินเสียงคุ้นๆ


     ไอ้หนูเย่ ซ่ง เจ้าลืมข้าแล้วหรือ? จะให้ข้าตัดสินว่าเจ้าล่วงเกินบรรพชนตัวเองก่อนหรือ?"


เสียงแค่นอันเย็นชาดังมาจากหุ่นเชิดวิญญาณ


       หากข้าไม่สอนวิชาเจ็ดหฤทัยให้ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ เจ้าจะมาถึงจุดนี้ได้เหรอ?"

"ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่ หยานหรือ?"

สายตาเย่ ซ่งตกอยู่ที่หุ่นเชิดวิญญาณบนไหล่เนี้ยหลี่ ยามนี้ใบหน้าของเนี้ยหลี่ปรากฏรอยยิ้มเหลวไหลขึ้น สร้างความขุ่นเคืองให้กับเย่ ซ่ง

ได้ยินเสียงบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยานพูด "ถูกแล้ว ข้าเอง"

ใบหน้าเย่ ซ่งมืดมนกว่าเดิม มืดมนจนน่ากลัว



    เนี้ยหลี่ เจ้าขวัญกล้ามากเกินไปแล้ว!! บังอาจผนึกวิญญาณท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยานไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณ!!! เรื่องนี้อภัยไม่ได้!! หากวันนี้ไม่ฆ่าเจ้าทิ้งข้าไม่ขอใช้แซ่เย่ !!"


  "เหลวไหล!! หากเจ้าไม่แซ่เย่ แล้วจะใช้แซ่อะไร!!"


เย่ หยานแค่นเสียด้วยความขุ่นเคือง



   "ข้ายอมให้เขาผนึกข้าไว้ในหุ่นเชิดวิญญาณเอง"


   ท่านพ่อตาช่างจริงจังเหลือเกิน ข้าไม่รู้ว่าข้าทำอะไรให้ท่านพ่อตามีโทสะ หากข้าทำอะไรเช่นนั้นข้าก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย"

เห็นเหตุการณ์กลับกลาย  เย่ ซิ่ว ถึงกับสับสนมึนงงไปหลายวินาที ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน?


    เย่ ซิ่วย่อมมิใช่ไม่รู้จักบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน นี่เป็นความลับอันยิ่งใหญ่ของนครเรืองโรจน์ มีเพียงเขาและผู้ที่ผ่านการทดสอบในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ทราบ ว่ามีวิญญาณนิรันด์ อยู่ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือท่านบรรพชนผู้ก่อตั้งนคร เย่ หยาน เรียกได้ว่าในบรรดายอดฝีมือระดับทองคำดำนั้น ส่วนใหญ่ได้รับการชี้แนะจากท่าน



      แต่ยามนี้บรรพชนผู้ก่อตั้งนครเย่ หยานกลับออกมาจากแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์และถูกผนึกอยู่ในหุ่นเชิดวิญญาณ นี่มันเรื่องอะไรกัน?


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: