วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 104 – Captured for trial

Tale of the demon and god novel Chapter 104 – Captured for trial

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 104 - จับไปสอบสวน


บทที่ 104 - จับไปสอบสวน


     “เจ้าทำให้ข้าไม่มีทางเลือก !” เสิ่นหมิงคำรามด้วยความโกรธ และรวมร่างกับวิญญาณอสูรหมีหิมะในขณะที่ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

บูมม !! หมัดของหลู่เพียวก็กระแทกเข้าที่ท้องของเสิ่นหมิงเต็ม ๆ ทำให้เสิ่นหมิงรู้สึกเจ็บไปถึงลำไส้


         ถึงแม้ว่าเสิ่นหมิงจะเป็นคนที่มีตำแหน่งฐานะสูงในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้อาวุโส ที่คอยดูแลเรื่องการเงินของตระกูลเท่านั้น เขาไมได้มีความสามารถด้านการต่อสู้มากนัก เขาจึงเป็นเพียงแค่ระดับเงินเท่านั้น ซึ่งเมื่อเขาโดนหลู่เพียวต่อยเข้าที่ท้อง ทำให้เขากระเด็นไปกองอยู่บนพื้น

ในเวลาไม่นานนัก ฝ่ายเสิ่นหมิงทุกคนก็ลงไปนอนกองกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้

      หุ่นเชิดวิญญาณบินมาเกาะที่ไหล่ของเนี้ยหลี่ เหตุผลที่เนี้ยหลี่และพรรคพวกสามารถชนะได้อย่างง่ายดาย ก็เพราะเจ้าหุ่นเชิดวิญญาณที่ทำหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจจากพวกระดับโกลด์ หากไม่แล้ว การต่อสู้คงจะกินเวลายืดเยื้อกว่านี้เป็นแน่

หลู่เพียวเหยียบเสิ่นหมิงเอาไว้ แล้วก็ถามเนี่ยหลี่ว่า
“เนี้ยหลี่ พวกเราจะจัดการกับคนพวกนี้อย่างไร?”




     “ปล่อยข้าซะ ! ถ้าเจ้ากล้าฆ่าข้า ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ !” เสิ่นหมิงยังคงดิ้นรนที่จะเอาตัวรอด เพราะตั้งแต่ที่เขามาเป็นผู้อาวุโสที่ดูแลคลังของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่เคยมีผู้ใดเคยดูถูกเขามาก่อน  แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากจบการแข่งขันครั้งนั้น ตำแหน่งของเขาในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ดูจะไม่เหมือนเดิมแล้ว

        “ไอ้ตาแก่ตดเหม็นเอ้ย ข้าได้ยินเรื่องราวสกปรกของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มามากแล้ว ครั้งนี้เจ้ายังจะกล้าขู่พวกเราอีกหรือ ? พวกเราไม่กลัวเจ้าหรอก แล้วถ้าเจ้ายังไม่หุบปากของเจ้าเอาไว้ล่ะก็ ข้าจะขุดหลุมสำหรับฝังศพเจ้าเลยแล้วกัน” หลู่เพียวตอบกลับด้วยความโกรธ  เดิมทีตัวเขาเองก็ไม่ชอบตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว ดังนั้นการได้เหยียบคนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ด้วยเท้าจึงทำให้เขารู้สึกสะใจมาก

เมื่อได้ยินสิ่งที่ลู่เพียวพูด เสิ่นหมิงก็เงียบในทันที และไม่พูดอะไรออกมาอีก “ที่แท้ตาแก่นี่ก็กลัวตาย !” หลู่เพียวพูด พร้อมกับหัวเราะออกมา

       ตูเซอมองมาที่เนี้ยหลี่แล้วถามด้วยความกังวลว่า “เนี้ยหลี่ พวกเราควรจะทำอย่างไรกับพวกมันดี เราต้องรีบแล้วนะ เพราะถ้าหากกำลังเสริมของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มาถึงล่ะก็ ...”

“นำตัวเสิ่นหมิงและเจ้านั่นไป พวกที่เหลือก็ปล่อยไว้ตรงนี้แหละ !” เนี้ยหลี่พูด แล้วชี้ไปที่หยุนหัวคิดอน ที่อยู่ไกลออกไป

“ทำไมเจ้าถึงปล่อยเจ้าพวกนี้ไปล่ะ ?” หลู่เพียวถาม เขารู้สึกไม่ดีนักที่จะปล่อยให้พวกนี้ไปง่าย ๆ เพราะเขาอุตส่าห์ตั้งใจทำให้พวกมันสลบ ถ้าปล่อยไปง่าย ๆ เขาก็เหนื่อยฟรี น่ะสิ

    “ข้าวางแผนเอาไว้แล้ว” เนี้ยหลี่ตอบ พร้อมกับรอยยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ “เพราะพวกเจ้าระดับโกลด์สามคนนั่น บาดเจ็บจากการต่อสู่กับหุ่นเชิดวิญญาณ พวกมันคงไม่สามารถรักษาตัวให้หายดีได้อีกหลายปี หรืออาจจะถึงสิบปี กว่าจะหายเป็นปกติ ส่วนพวกระดับเงิน พวกมันไม่สามารถทำอะไรเราได้อยู่แล้ว ดังนั้นการปล่อยพวกมันไปจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล”

“การจับตัวระดับผู้นำได้ถึงสองคนก็ถือว่าดีมากแล้ว ! แล้วเราจะไปไหนกันต่อล่ะ ? ตำหนักท่านเจ้าเมืองงั้นรึ ?” ตูเซอถาม หลังจากที่เนี้ยหลี่บอกให้จับสองคนนั้นมาแล้ว แล้วจะจับไปไว้ที่ไหนล่ะ ?

       เนี้ยหลี่คิดสักครู่ แล้วจึงตอบว่า “ต่อให้เราส่งตัวพวกมันให้ท่านเจ้าเมือง ก็ไม่มีประโยชน์ หนำซ้ำจะเป็นการง่ายต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ในการนำตัวพวกมันกลับไป ดังนั้นเราจะเอาพวกมันไปไว้ที่สมาคมนักปรุงยาก่อนก็แล้วกัน”

เขาจะส่งพวกมันทั้งคู่ให้หยางซิน เพื่อให้อยู่ในการดูแลของสมาคมนักปรุงยา

      ทั้งเสิ่นหมิงและหยุนหัวคิดอนนั้น คนหนึ่ง เป็นคนที่ได้รับความไว้วางใจจาก ผู้นำตระกูล เสิ่นฮอง ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ส่วนอีกคนก็เป็นคนสำคัญในสมาคมทมิฬ พวกเขาทั้งคู่น่าจะรู้ความลับอะไรบางอย่าง และพวกเขาอาจจะช่วยทำให้เราสามารถเปิดเผยว่าแท้จริงแล้วตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นคนเช่นไร !

“เดินไป !”

เพื่อนทั้งสี่คนของเขาได้ช่วยกันนำเสิ่นหมิงและหยุนหัวคิดอนที่ถูกมัดอย่างแน่นหนา มุ่งหน้าตรงไปที่สมาคมนักปรุงยา

    เมื่อไปถึงสมาคมนักปรุงยาแล้ว เนี้ยหลี่และเพื่อน ๆ ได้ส่งตัวของเสิ่นหมิงและหยุน หัว ดิคอน ให้กับหยางซิน เพื่อควบคุมตัวเอาไว้ และสอบปากคำ



ณ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์

  “เจ้าพวกขยะ ไร้น้ำยา !! แค่เด็กไม่กี่คน พวกเจ้ายังจับมันมาไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พวกเจ้ามีคนตั้งมากมาย” เสิ่นฮองพูดด้วยความไม่พอใจมาก บูมม !! ที่วางแขนของเก้าอี้ที่เขานั่งถูกป่นเป็นชิ้น ๆ แสดงให้เห็นถึงความโกรธที่เขามี

     “ให้อภัยพวกเราด้วยเถอะท่านผู้นำตระกูล พวกข้าไม่คิดว่าเจ้าเด็กพวกนั้นจะพัฒนาตนเองไปจนถึงระดับเงินแล้ว ในกลุ่มพวกเรา ผู้ที่ระดับสูงที่สุดก็เพียงระดับโกลด์เท่านั้น แม้แต่ หยุนหัวคิดอน ยังพ่ายแพ้แก่พวกมัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีนกประหลาด ที่แม้แต่ระดับโกลด์ก็ไม่สามารถต่อกรได้อยู่ด้วย !” ทหารผู้น้อยคุกเข่าต่อเสิ่นฮอง


        เสินฮองทำหน้าเครียดกว่าเดิม เขาไม่เคยคิดว่าสถานการณ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ ใครจะคิดล่ะว่าระดับโกลด์ 4 คน กับระดับเงินอีก 23 คน จะไม่สามารถจับเด็กอายุ 14 เพียง 4 คนได้ ? ขนาดส่งคนไปมากถึงเพียงนี้ก็ยังล้มเหลว เห็นได้ชัดว่าคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

และสิ่งที่ทำให้เสิ่นฮอง ยิ่งโกรธก็คือเสิ่นหมิงและหยุนหัวคิดอนนั้นถูกเนี้ยหลี่จับตัวไปด้วย

การที่จับสองคนนั้นได้ เปรียบเหมือนกับว่าพวกนั้นจับจุดตายของเสิ่นฮองได้เลยทีเดียว !

    เสิ่นหมิง นั้นอยู่ในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มาหลายปี เขารู้อะไรหลาย ๆ อย่างในสิ่งที่ไม่ควรรู้ และสำหรับ หยุนหัวดิคอน ก็เป็นผู้ติดต่อระหว่างสมาคมทมิฬกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นฮองคิดว่าพวกมันน่าจะโดนเนี้ยหลี่ฆ่าเสียยังดีกว่าถูกจับไปแบบนี้ การพ่ายแพ้ต่อระดับเงิน ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเสิ่นหมิง แต่พวกเนี้ยหลี่สามารถจับเป็นเสิ่นหมิงและหยุนหัวได้ !

       มันแสดงให้เห็นว่า เจ้าเด็กนั่นจะต้องรู้อะไรบางอย่าง เนี้ยหลี่จะต้องเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ต่อเขาอย่างแน่นอน เขาจะต้องรีบกำจัดเนี้ยหลี่ซะ

     “เจ้ากำลังบังคับให้ข้า ฆ่าเจ้าเองนะ! เจ้าคิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในตำหนักของท่านเจ้าเมืองจะทำให้เจ้าปลอดภัยจากข้างั้นหรือ ? เจ้าประเมินความสามารถของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต่ำเกินไปเสียแล้ว” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏอยู่ที่มุมปากของเสิ่นฮอง แสดงให้เห็นถึงความเกลียดชังมาจากหัวใจ !


       “จงไปสืบมา ว่าเสิ่นหมิงและหยุนหัว ดิคอน ถูกเก็บตัวไว้ที่ใด แล้วก็อย่าลืมสืบไปถึงว่าใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับเนี้ยหลี่ ตระกูลบันทึกสวรรค์จะต้องชดใช้ ต่อให้มีสมาคมนักปรุงยาคุ้มครองอยู่ก็เถอะ ส่งข้อความไปถึงสมาคมทมิฬบอกให้สมาคมทมิฬฆ่าทุกคนที่มาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ เมื่อพวกมันออกนอกอาณาเขต !” ดวงตาของเสิ่นฮอง แสดงออกถึงความอาฆาตมาดร้าย

พวกทหารทุกคนคุกเข่าลงด้วยความกลัว พร้อมกับตอบรับคำสั่ง

เสิ่นฮองหยุดคิดบางอย่าง แล้วสั่งว่า “ไปพาตัวผู้อาวุโสเสิ่นซู่ และผู้อาวุโสเสิ่นหยวน มาหาข้า !”

“ครับท่าน”

     เสิ่นซู่และเสิ่นหยวน นั่นเป็นนักสู้ระดับแบล็คโกลด์ เสิ่นฮองคิดถึงแผนการฆ่าเนี้ยหลี่อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักสู้ระดับโกลด์ต้องพ่ายแพ้ให้แก่เนี้ยหลี่ ครั้งนี้เขาจะไม่ประมาทเนี้ยหลี่อีกแล้ว

ณ ขณะนั้น ที่สมาคมนักปรุงยา

“น้องชายเนี้ยหลี่ ที่เจ้าพูดว่าหยุนหัวคิดอน นั้นเป็นผู้ติดต่อระหว่างสมาคมทมิฬและตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้น จริงหรือไม่”

“ถูกต้องแล้ว” เนี้ยหลี่พยักหน้ารับ

   “ถ้าอย่างนั้นข้าจะเปิดปากมันให้ได้ พวกเราจะได้รู้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์กำลังคิดวางแผนอะไรอยู่ !” หยางซินกล่าว , เมืองกลอรี่เป็นที่ เดียวที่มีผู้รอดชีวิต หากเมืองกลอรี่ถูกทำลายลงไป เธอก็ไม่รู้จะไปอยู่ทีไหน และหากใครกล้าที่จะทำลายเมืองกลอรี่ หรือทำลายความสงบสุขของเมืองกลอรี่ล่ะก็

สมาคมปรุงยาจะทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่ามันพวก !

 หยางซิน จ้องไปที่ดาบเทพอัสนีดาวตกที่อยู่ด้านหลังเนี่ยหลี่ ยิ้มแล้วพูดว่า
“น้องชายเนี่ยหลี่ ทำไมเจ้าถึงแบกดาบสนิมเขรอะเอาไว้แบบนั้นล่ะ แถมเจ้ายังมีนกแปลก ๆ เกาะอยู่บนไหล่เจ้าด้วย ถ้าเจ้าต้องการเงินเพื่อไปซื้อดาบดี ๆ ล่ะก็ บอกพี่สาวคนนี้ได้เลย ส่วนเจ้านกนั่น เจ้าเพียงโยนทิ้งไป แล้วข้าจะหาสัตว์เลี้ยงระดับโกลด์มาให้ !”


ใช้เงินซื้อดาบเทพอัสนีดาวตก ? ต้องใช้เงินมากมายขนาดไหนกัน หากต้องการจะซื้อดาบเล่มนี้ ?
พลังที่แท้จริงของดาบเทพอัสนีดาวตกนั้น หากถูกใช้โดยร่างทรงอสูรระดับตำนานนั้น จะสามารถใช้วิชาลับต้องห้ามได้ !

ส่วนนกแปลก ๆ ที่หยางซินพูดถึงนั้น หากเธอได้รู้ว่าวิญญาณที่อยู่ในนกแปลก ๆ นั่นคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งเมืองกลอรี่ เธอจะพูดอย่างไรกันนะ ?

       เจ้าเด็กบ้า ! นี่มันคือการแนะนำให้ฆ่าข้าทิ้งชัด ๆ” เย่หยาน กล่าวด้วยความโกรธ แต่สิ่งที่เย่หยานพูดนั้น คนที่พลังจิตที่แข็งแกร็งมาก ๆเท่านั้น  จึงจะสามารถได้ยินได้ คนทั่วไปจะได้ยินเพียงเสียงจิ๊บ ๆ ของนกเท่านั้น

  “เนี้ยหลี่ ดูเหมือนสัตว์เลี้ยงของเจ้าจะพูดได้ด้วยนะ มันพูดว่าอะไรบ้างล่ะ ?” หยางซินมองหุ่นเชิดวิญญาณด้วยความสนใจ พลางลูบไล้ไปด้วย เย่หยาน รู้สึกทนไม่ได้ จึงบินออกไป หยางซิน รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง เธอไม่คิดว่าเจ้านกแปลก ๆ นั่นจะทำมาจากเหล็ก และดูเหมือนกับว่าจะมีจิตวิญญาณเสียด้วย  อะไร ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเนี่ยหลี่ มักจะทำให้เธอรู้สึกทึ่งได้เสมอ

       เนี้ยหลี่มองไปที่หยางซิน และพูดว่า “พี่สาวหยางซิน ครับ หนิงเอ๋อและเพื่อน ๆ รอข้าอยู่ด้านนอก ข้าคงต้องไปแล้ว หากมีความคืบหน้าจากการสืบสวนสองคนนั้น โปรดแจ้งให้ข้าทราบด้วย”

  “ได้เลยน้องชาย” หยางซินรับคำ เธอไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่นอน เพราะมันเกี่ยวข้องถึงความเป็นอยู่ของเมืองกลอรี่

        ในตอนแรกเธอตั้งใจว่าแกล้งเนี้ยหลี่สักเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทีเร่งรีบของเนี้ยหลี่แล้ว เธอจึงล้มเลิกความตั้งใจนั้นเสีย แล้วพูดว่า “พวกเจ้าอยู่ข้างนอกมานานแล้ว เจ้าอาจจะกำลังถูกจับตามองอยู่ ข้าจะส่งนักสู้ระดับแบล็คโกลด์ไปคุ้มครองเจ้า เพื่อเดินทางกลับก็แล้วกัน”


     “ขอบคุณ” เนี้ยหลี่พยักหน้า หากมีนักสู้ระดับแบล็คโกลด์จากสมาคมนักปรุงยาตามไปด้วยล่ะก็ ต่อให้เป็นเสิ่นฮอง ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้อย่างแน่นอน เพราะหากมีการต่อสู้ของระดับแบล็คโกลด์เกิดขึ้น ทั้งเมืองกลอรี่จะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน

        “ลาก่อน น้องชาย” หยางซินก้มลง และมองไปที่เนี้ยหลี่ เสื้อผ้าซาติน ที่เธอใส่อยู่นั้นรัดรูปร่าง รัดส่วนของเธอให้เห็นอย่างชัดเจน เนี้ยหลี่สามารถมองเห็นถึงร่องลึกอยู่ระหว่างภูเขา   เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับความขาวนวล  จนเกือบจะเห็นอะไรสีชมพูพร้อมกับ กลิ่นของหญิงสาวนั้นช่างยั่วยวนเขายิ่งนัก
ผู้หญิงคนนี้ช่างมี เสน่ห์ และเย้ายวนยิ่งนัก นี่เธอไม่ใส่แม้กระทั่งเสื้อชั้นในด้วยซ้ำ !!


    เนี้ยหลี่รู้สึกถึงความรุ่มร้อนที่อยู่ในใจเมื่อเห็นฉากแบบนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเห็นฉากที่เร้าอารมณ์แบบนี้   หยางซินไม่สนใจสายตาที่กำลังจ้องมองของเนี่ยหลี่ เธอจุ๊บหน้าผากเนี้ยหลี่แล้วพูดว่า “พี่สาวจะไปเยี่ยมเจ้าในเร็ว ๆ นี้”

   เนี้ยหลี่ยิ้มอย่างอาย ๆ เจ้าปิศาจแห่งความยั่วยวนคนนี้ จะต้องทำเพื่อหวังผลอะไรแน่นอน นี่เขาเป็นเพียงเด็กอายุ 14 ปีนะ เธอต้องการอะไรจากเขากันแน่ ?

       “ข้าต้องไปแล้ว” เนี้ยหลี่ หันหน้า แล้วเร่งรีบออกไป เพราะถ้าหากเขายังอยู่ที่นี่ต่อไป เขาอาจจะลำบากใจก็เป็นได้
เมื่อเห็นท่าทีที่แปลกไปของเนี้ยหลี่ ทำให้หยางซิน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา


       เมื่อเนี้ยหลี่ออกมาจากสมาคมนักปรุงยาได้ เขาจึงได้หายใจด้วยความโล่งใจ และเมื่อเขาเจอกับเสี่ยว หนิงเอ๋อและพรรคพวก เขาจึงกล่าวว่า

“หนิงเอ๋อ ไปกันเถอะ กลับไปที่ตำหนักของท่านเจ้าเมืองกัน !”

“ได้  ไปกันเถอะ” เสี่ยว หนิงเอ๋อพยักหน้ารับ


         เนี้ยหลี่รู้สึกได้ถึงรังสีทั้งสองที่อยู่ด้านหลังพวกเขา พวกเขาจะต้องเป็นนักสู้ระดับแบล็คโกลด์จากสมาคมนักปรุงยา ที่หยางซินส่งมาคุ้มครองพวกเขาแน่ ๆ เพียงเท่านี้เขาก็เดินทางกลับตำหนักท่านเจ้าเมืองได้อย่างปลอดภัยแล้ว

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น