วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 102 – Soul Puppet

Tale of the demon and god novel Chapter 102 – Soul Puppet

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 102 - วิหกวิญญาณหุ่นกระบอก


บทที่ 102 - วิหกวิญญาณหุ่นกระบอก

    หลังจากที่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน เซิง มู  ได้ฝึกฝนวิทยายุทธ์อัสนีบาต แล้วเขาก็ได้เปลี่ยนร่างกายของเขารวมร่างเข้ากับอัสนี ดังนั้นเขาจึงสามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกได้ โดยไม่ต้องพึ่งวิธีการอันทรงพลังมาก หลังจากนั้นมิมีผู้ใดสามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกลงได้



          อย่างไรก็ตามในขณะเดียวกันมันยังมีข้อบกพร่องอย่างมาก มันก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงกลับไปยังขอบเขตพลังวิญญาณของเซิง มู  ซึ่งเป็นเหตุผลให้ เซิง มู  ล่วงลับไปในวัยเพียง 39 ปี


จริง ๆ แล้ว วัยเพียง 39 ปี อยู่บนจุดสูงสุดของร่างทรงอสูร ดังนั้นเซิง มู ที่จากไปก่อนวัยอันควรก่อน คนอื่นๆ จึงรู้สึกสงสารเขา


      หลังจากนั้นไม่มีใครที่สามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกได้ เพื่อหลีกเลี่ยงจากออร่าแห่งความตายที่รั่วไหลออกมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก พวกร่างทรงอสูรระดับตำนานทั้งหมดจึงสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาที่เขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์และปิดผนึกดาบเทพอัสนีดาวตกที่นี่


        สำหรับเนี่ยหลี่นั้นใช้วิธีแตกต่างจากเซิง มู  เนี้ยหลี่ไม่ได้ใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงร่างกายเพื่อปราบดาบเทพอัสนีดาวตก แต่เขาเปลี่ยนพลังจิตวิญญาณในดาบเทพอัสนีดาวตกเป็นของเขาเองและควบคุมพลังของเหล่าจิตวิญญาณอสูรเพื่อที่จะปราบดาบเทพอัสนีดาวตก






       เนี้ยหลี่ทำให้เรื่องที่ใหญ่กลายเป็นเรื่องที่เล็ก แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่เพียงแค่ในระดับเงินแต่ เขาใช้วิธีการที่ แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนานก็ไม่สามารถที่จะกระทำได้



         "ถ้าข้ารู้ว่าวิธีการนี้จะสามารถปราบดาบเทพอัสนีดาวตกได้ ข้าคงได้รับความสามารถที่จะควบคุมดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ตั้งแต่เมื่อตอนนั้นแล้ว" เย่ หยาน รู้สึกเศร้าใจ ถ้าเขารู้วิธีการที่จะควบคุมดาบเทพอัสนีดาวตก บรรดาร่างทรงอสูรระดับตำนานก็จะไม่ต้องมีใครตายในสนามรบอย่างมากมาย  เมืองกลอรี่จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองมากกว่า ณ ตอนนี้แน่นอน



บูมม! บูมม! บูมม!




ประกายสายฟ้าระเบิดออกมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนั้น สายฟ้าก็ค่อยๆจางหายลงไป


          เนี้ยหลี่ค่อยๆลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ซึ่งบริเวณโดยรอบนั้นต่างถูกกวาดล้างด้วยแรงพลังวิญญาณ  เขาได้ก้าวเข้าไปยังดาบเทพอัสนีดาวตกที่ละก้าว ที่ละก้าว

      ด้านหน้าของสายฟ้าแรงพลังวิญญาณเป็นเหมือนงูที่ล้อมรอบดาบเทพอัสนีดาวตก มันยังคงต่อต้านอยู่ แต่มันก็ค่อยๆ  สงบลง



เนี่ยหลี่มั่นใจแล้วจึงคว้าไปที่ด้ามจับ



วูปป..


เกิดเสียงที่ดังสนั่น "วูป..." เสียงมันมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก

เสียง "วูป..." ที่ดังสนั่นหวั่นไหวได้แพร่กระจายไปทั่วบริเวณโดยรอบ

มันยังคงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณาบริเวณและดังจนผ่านเมืองกลอรี่ออกไป


      คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นนั่น คนธรรมดาไม่สามารถที่จะได้ยินมัน เพียงแค่ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์  และสูงกว่าเท่านั้นที่จะรู้สึกถึงอานุภาพของคลื่นเสียงมันราวกับว่ามันสามารถแทงเข้าไปยังขอบเขตพลังวิญญาณ



ตระกูลศักดิ์สิทธิ์


       เกิดอะไรขึ้น?" ผู้นำตระกูลศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าของเสิ่นฮองนั้นถึงกับบูดเบี้ยว เขาโดนถล่มโดยคลื่นเสียงทำให้ขอบเขตพลังวิญญาณของเขาเกิดสั่นไหว เขาเกือบจะอาเจียนเป็นเลือดเพราะมัน การบ่มเพาะพลังของเขาหลายชั่วยามนั้นถูกลบล้างไปในทันทีเป็นพลังที่มีอำนาจที่น่ากลัวมาก!

เสิ่นฮองไม่สามารถคิดได้ว่าคลื่นเสียงนี้มาจากที่ใด



ตำหนักของท่านเจ้าเมือง

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนในตอนนี้กำลังพูดคุยกัน เรื่องการเคลื่อนที่ของเสียงจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

"คลื่นเสียงมันมาจากที่ใดกัน?" เย่ ซ่งถามโดยขมวดคิ้วของเขา

 

  "ด้วยความเคารพท่านเจ้าเมือง คลื่นเสียงนี้มองไม่เห็นและติดตามได้ยาก เราจึงไม่สามารถที่จะติดตามไปถึงตำแหน่งของมันได้" ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ ตอบ


         คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นเคลื่อนที่โดยไร้รูปแบบไปมา เย่ ซ่งคิดกังวลว่าอาจจะมีสัตว์อสูรระดับตำนานอยู่รอบเมืองกลอรี่จึงได้เรียกร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์และสูงกว่าเพื่อหารือเกี่ยวกับการตอบโต้


       ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอีกหลายคน ตระกูลใหญ่อื่นๆอีกมากมายนอกจากนี้ ยังพบสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่นักสู้และร่างทรงอสูรวิญญาณระดับปกติไม่ได้รับผลกระทบจากมัน


เป็นพลังที่น่ากลัวมาก!


ณ ใจกลาง เขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์



    เนี้ยหลี่ กุมดาบเทพอัสนีดาวตกไว้อย่างแน่นหนา พร้อมขยับไปมา ดาบอัสนีเล่มนี้เป็นของที่มีค่าคู่ควรยิ่งนัก   เป็นถึงระดับพระเจ้าในตำนาน  พละกำลังของมันช่างอยู่เหนือจินตนาการ  ความแข็งแกร่งของมันเหนือกว่าดาบหมอกม่วงที่เขาใช้ในชาติที่แล้วเสียอีก



        เมื่อเขาดึงดาบเทพอัสนีดาวตกออกมากะทันหัน ประกายแสงจากดาบพวยพุ่งผ่านไปมาทั่วท้องฟ้า สายฟ้านับไม่ถ้วนพุ่งตรงมารวมกันยังดาบเทพอัสนีดาวตกในมือของเนี้ยหลี่แล้วประกายแสงก็ค่อยๆจางลงไป



         ดาบเทพอัสนีดาวตกนั้นล้อมรอบไปด้วยประกายแสงพุ่งไปมาอย่างรวดเร็วและเริ่มจางลงกลายเป็นดาบโบราณขนาดใหญ่มีคราบสนิมบางส่วนเกาะติดอยู่กับมัน ใครจักรู้ว่าดาบใหญ่เล่มนี้  คือดาบเทพอัสนีดาวตก ที่มีอำนาจผสานลำแสงสายฟ้าได้อย่างยอดเยี่ยม



ในตอนนี้ ดาบเทพอัสนีดาวตกได้รับรู้แล้วว่ามันต้องกลายเป็นทาสรับใช้ของเนี่ยหลี่



ลักษณะปกติของดาบเทพอัสนีดาวตกจะมองไม่แตกต่างจากดาบเหล็กทั่วไป แต่เมื่อเนี้ยหลี่ใส่พลังวิญญาณของเขาเข้าไปภายใน ดาบเทพอัสนีดาวตก มันจะปล่อยพลังอันน่ากลัวออกมา



      เนี้ยหลี่วางดาบเทพอัสนีดาวตกไว้ที่ด้านหลังของเขา แล้วมองไปที่บรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่ หยานซึ่งตอนนี้ลอยอยู่ในอากาศพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า“ถ้าอย่างงั้น? ท่านบรรพชน เย่ หยานดาบเทพอัสนีสายฟ้าเล่มนี้ถูกสยบโดยข้า”


        หลังจากตกตะลึงไปสักครู่บรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่ หยาน ก็กล่าวว่า “ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะสามารถสยบดาบเทพอัสนีดาวตกได้จริง ข้าจะทำตามสัญญา  อย่างไรก็ตามดาบเทพอัสนีดาวตกถึงทำให้อ่อนกำลังลงโดยเจ้า  และกลายเป็นดาบที่มีเจ้าของ พลังวิญญาณของข้าไม่สามารถเชื่อมต่อกับมันได้  ข้าจะหายไปในไม่กี่วัน  ดังนั้นข้าคงจะปฏิบัติตามสัญญาได้เพียงไม่กี่วัน.................



 “ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่ หยาน ไม่ได้คิดโกหกใช่ไหม?” เนี้ยหลี่มองไปยังเย่ หยาน ด้วยสายตาดูถูก



 “เจ้า......ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ก่อตั้งเมืองกลอลี่ ทำไมข้าต้องโกหก!” เย่ หยาน ปล่อยลมหายใจอันหนาวเหน็บออกมา



 “มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากในการที่จะให้วิญญาณให้สถิตอยู่ในสิ่งของ” เนี้ยหลี่     รีดดวงตาลงพร้อมยักไหล่  “ตามข้ามา”



      หาสิ่งของสำหรับให้วิญญาณเข้าไปสถิตอยู่ได้ง่ายเลยเหรอ? ภายใต้ผืนฟ้ายังมีสิ่งของที่มีพลังวิญญาณที่ไม่มีเจ้าของเหมือนกับดาบเทพอัสนีดาวตก  สิ่งของธรรมดาไม่สามารถที่จะให้วิญญาณสถิตอยู่ได้



แต่เมื่อมองมาที่เนี้ยหลี่  นั้นดูมีความมั่นใจมาก  เย่ หยาน ลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินตามเขาไป



ก่อนที่ดวงวิญญาณของเขาจะหายไป  เขาจะยึดถือคำสัญญาอย่างแน่นอน



เมื่อปราศจากดาบเทพอัสนีดาวตกแล้ว   ก็ไม่สามารถที่จะคงอยู่อีกต่อไป



เนี้ยหลี่มองไปที่ เสี่ยวหนิงเอ๋อ  ที่กำลังมุ่งมั่นในการฝึกอยู่ และกล่าวว่า  “หนิงเอ๋อ  ไปกันเถอะ!?”



 “อือ”  เสี่ยวหนิงเอ๋อพยัคหน้า






บริเวณ นอกพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์



หลังจากก้าวออกจากพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ เนี้ยหลี่และเสี่ยว หนิงเอ๋อพบกับตู เซอและหลู่เพียวที่อยู่ด้านนอก



        “พวกเจ้าผ่านการทดสอบจากพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ได้จริงด้วย!” เย่ เซิงมองมาที่เนี่ยหลี่และเสี่ยว หนิงเอ๋อด้วยความรู้สึกตะลึง  เขาค่อนข้างมั่นใจอยู่แล้วว่าไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่ง ต้องผ่านการทดสอบได้



เนี้ยหลี่ป้องมือคำนับพร้อมกล่าวว่า “ ท่านรองอาจารย์ใหญ่ โปรดเก็บเรื่องที่ข้าผ่านพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ นี้ไว้เป็นความลับด้วย”



    เมื่อได้ยินเนี้ยหลี่กล่าว  เย่ เซิง ขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากคิดสักครู่ เขาก็พยักหน้า เนี้ยหลี่ ตัดสินใจถูกต้องแล้ว ความสามารถพิเศษของเนี้ยหลี่ ตอนนี้นั้นได้แสดงออกมาจนทำให้น่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก  ถ้ามีเรื่องน่าประหลาดใจอื่นเข้าไปอีก จะไม่ใช่ผลดีแน่ และอาจจะถูกสมาคมทมิฬลงมือบางอย่างเป็นแน่



         เสี่ยวหนิงเอ๋อ ยังตื่นเต้นมากกับการผ่านการทดสอบจากพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์  ในตอนนี้นางได้เพิ่มความสามารถจนถึง ระดับเงิน  ขั้นห้าดาว  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด้วยความสามารถเป็นพิเศษของนาง  จะต้องได้รับการปกป้องจากเจ้าเมืองในระดับสูง ในอนาคตจะไม่มีใครบังคับเธอให้แต่งงานกับ เสิ่นเฟย ได้อีกครั้ง



       เย่ เซิง รีบรายงานข่าวของเนี้ยหลี่และเสี่ยว หนิงเอ๋อ  ได้ผ่านการทดสอบพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์  ให้แก่เจ้าเมือง  หลังจากที่ได้รับรายงานเขาก็สั่งการให้เสี่ยวหนิงเอ๋อ ย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักเจ้าเมืองในทันที



        เนี้ยหลี่ในตอนนี้ยังไม่กลับไปยังตำหนักเจ้าเมืองในตอนนี้แต่กลับซื้ออุปกรณ์ต่างๆ บริเวณรอบเมืองกลอลี่ หลังจากซื้ออุปกรณ์จำนวนมาก  เนี้ยหลี่ก็เริ่มประดิษฐ์  หุ่นวิหกวิญญาณ ตามพิมพ์เขียวหุ่นเชิดวิญญาณที่ได้มา



เขาผ่านการฝึกประสบการณ์ช่างตีเล็กจากผู้เชี่ยวชาญของเมืองกลอลี่ เพื่อสร้างงานฝีมือนี้ด้วยตนเอง  เขาได้แกะสลักตามรูปแบบในจารึก



เมื่อเห็นสิ่งที่เนี้ยหลี่กำลังสร้าง เย่ หยานก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก  พร้อมกล่าว “ นี่คือที่สถิตวิญญาณใช่รึไหม?”



 “ถูกต้อง” เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าของเขา



 “เจ้ากำลังทำสิ่งที่ชั่วร้ายหรือ?”  บรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่ หยาน เข้าใจว่าเนี้ยหลี่เตรียมที่จะผนึกวิญญาณลงในหุ่นกระบอกนี้



 “มิใช่สิ่งชั่วร้ายหรอก  ในโลกนี้มีเพียงคนชั่วเท่านั้น” เนี้ยหลี่ส่ายหน้าของเขา



เย่ หยาน เริ่มลังเล  เขานั้นได้ตกลงสัญญากับเนี้ยหลี่เรียบร้อย เขาต้องรักษาสัญญาอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามเขาไม่มีความสุขนักที่วิญญาณของเขาจะต้องเข้าไปสถิตอยู่ภายในหุ่นกระบอกวิญญาณ  แต่ก็ยังดีกว่าดวงวิญญาณของเขาต้องสลายไป อะไรที่ทำให้บรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน ต้องตกต่ำ ถึงกับต้องเป็นวิญญาณภายใต้การควบคุมของเนี้ยหลี่



แม้วาเขาจะรันทด  แต่เขายังสามารถรักษาสิ่งที่เขาพูดได้



   วัสดุที่เขาใช้ทำหุ่นกระบอกวิญญาณนั้น เนี้ยหลี่ คัดมาเป็นพิเศษ มีความแข็งแกร่งในตัวเองโดยธรรมชาติ  มันเป็นสิ่งที่จะพูดได้เลยว่า แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน ยังไม่สามารถทำลายมันลงได้ ยิ่งเพิ่มบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน ซึ่งเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานเข้าไป จึงไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับ   พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขา



แม้ว่าพลังโจมตีของหุ่นกระบอกวิญาณ จะไม่มากนัก  แต่มันก็แข็งแกร่งไม่แพ้ร่างทรงอสูรระดับโกลด์ หลังจากบรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน ค่อยผสานดข้ากับหุ่นกระบอกวิญญาณ  ความแข็งแกร่งของเขาจะค่อยๆคืนกลับมาเหมือนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่



มันจะกลายเป็นหุ่นกระบอกวิญญาณระดับตำนาน!



แม้จะมีผู้คนจำนวนมากสร้างหุ่นกระบอกวิญญาณมาก่อนยุดของอาณาจักรมืด  แต่หุ่นกระบอกวิญญาณระดับตำนานนั้นยังมิค่อยได้ถูกพบเห็นนัก



หลังจากผนึก เย่ หยาน ลงภายในหุ่นวิหกวิญญาณ  เย่ หยานขยับปีกใหม่เล็กน้อย  เขาบินวนไปรอบๆบนท้องฟ้าสักครู่



 “บรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่ หยาน เป็นอย่างไรบ้าง?” เนี้ยหลี่เอ่ยถาม พร้อมยิ้มเล็กน้อย



 “ ยังใช้ได้”  เย่ หยาน รันทดเล็กน้อย  เมื่อตอนที่เขายังมีชีวิต เขาเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับตำนาน  และตอนนี้เขากลายเป็นหุ่นกระบอกวิญญาณ เขาก็มีความรู้สึกซึมเศร้าอยู่ในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้  อย่างไรก็ตาม การทีเขาต้องอยู่แต่ภายในพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์มาเป็นระยะเวลายาวนาน  ตอนนี้นั้นเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่อโลกภายนอก  แม้ว่าเขาจะกลายมาเป็นหุ่นกระบอกวิญญาณในตอนนี้  เขายังสามารถบินและมองดูโลกปัจจุบันได้



แน่นอนมีกำไรและขาดทุนในชีวิต  เย่ หยาน ยังเป็นผู้ที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะเศร้ามากมายเท่าใดนัก



 “นับจากนี้ข้าจะเรียกท่านว่า เสี่ยว เฟย เฟย” เนี้ยหลี่กล่าว



    เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เดิมทีเย่ หยาน เดิมก็รันทดอยู่แล้ว ก็รู้สึกเหมือนถูกซ้ำขึ้นมาในทันที  เหมือนมีปืนมายิงตรงหัวให้ตายเสียให้ได้  เขานั้นเป็นถึงผู้ก่อตั้งของเมืองกลอรี่และ  นามปัจจุบันถูกเรียกขานว่า เสี่ยว เฟย เฟย สิ่งนี้มันช่างเหมือนลักษณะการดูถูกกันยิ่งนัก





เมื่อเย่ หยานแสดงความโกรธที่เขามีอยู่ภายใน เขาเห็น  เสี่ยวหนิงเอ๋อ พยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างจริงจัง “ เสี่ยว เฟย เฟย  เป็นชื่อที่ดี”



เย่ หยาน คำรามออกมาอย่างเรียบๆ  “ ชื่อนี้มันดีอย่างไร?”



เขาได้ยินเนี้ยหลี่พูดว่า  “ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ชอบมัน  นับจากนี้ต่อไปเจ้าจะถูกเรียกว่า เสี่ยว เฟย เฟย !”



มิยอมให้เย่ หยาน ได้มีโอกาสพูดคุยใดๆ  หุ่นกระบอกวิญญาณที่เกิดใหม่ตัวนี้ก็ได้ชื่อเสี่ยว  เฟย  เฟย  เรียบร้อยแล้ว



หลังเสร็จสิ้นทุกอย่าง เนี้ยหลี่  เสี่ยวหนิง ตูเซอ  และหลู่เพียวได้เดินทางตรงไปยังตำหนักเจ้าเมือง



ผ่านป่าอันเงียบสงบ  สายลมเย็นพัดผ่านมาบ้างเป็นครั้งคราว  กลิ่นอายอันตรายสามารถรู้สึกได้  เนี้ยหลี่ก็ดำเนินการตามขั้นตอนของเขา



 “เนี้ยหลี่  เกิดสิ่งใดผิดปกติหรือ?” หลู่เพียวและ ตูเซอ  เอ่ยถาม



เสี่ยวหนิงเอ๋อ  กวาดสายตาของนางมายังเนี้ยหลี่อย่างสงสัย



 “ เนี้ยหลี่ เพ่งมองไปที่ตรงหน้า แล้วปล่อยลมหายใจอันเย็นเยือกพร้อมทั่งเปล่งวาจา “ไหนๆพวกเจ้าก็มาแล้ว ทำไมจึงหลบซ่อนตัวอยู่อีก ช่างน่ารำคาญ?”


     เมื่อเสียงของเนี้ยหลี่เงียบลง  ผู้คนนับสิบก็ออกมาจากป่า มาล้อมรอบเนี้ยหลี่และพวกของเขาเอาไว้  ผู้คนเหล่านี้ปกปิดใบหน้า ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นใบหน้าของพวกเขา


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น