วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 101 – Devouring Demon Spirits

Tale of the demon and god novel Chapter 101 – Devouring Demon Spirits

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 101 - กลืนกินอสูร



บทที่ 101 - กลืนกินอสูร

          เนี้ยหลี่ พร้อมกับ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ทั้งสองลุกขึ้นยืนขึ้นภายใต้การดูแล ของบรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่หยาน เนี้ยหลี่ และ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ตรงเข้าไปยังส่วนลึกของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์
       

         ในขณะที่ทั้งสองเดินไปยังส่วนลึกของ พรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์อยู่นั้น จู่ๆในหัวของพวกเขาก็ปรากฏเป็นภาพลวงตามากมายหลายประเภท ทำให้เห็นเป็นภาพลวงตาราวกับว่ามีสัตว์อสูรปีศาจนับพันตัวเข้ามาโจมตีเข้ามาจากทุกทิศทาง
       


         อย่างไรก็ตาม ภาพลวงตาระดับต่ำพวกนี้ ไม่สามารถทำให้เนี้ยหลี่ได้รับผลกระทบใดๆเลย เพราะจิตใจของเนี่ยหลี่แข็งแกร่งมากกว่า
       


         ใบหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อซีดลงเล็กน้อยหลังจากต่อสู้กับภาพลวงตาพวกนั้น เสื้อผ้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ซึมออกมา เหล้าอัจฉริยะที่เข้ามายังพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ก่อนหน้านี้ไม่กล้าที่จะเข้ามายังส่วนลึกของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์แห่งนี้แม้แต่น้อย สาเหตุเพราะว่ายิ่งลึกเข้าไปในพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์มากเท่าไหร่ยิ่งทวีความอันตรายมากขึ้นนั่นเอง
       




เนี้ยหลี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่รุนแรงแผ่ออกมาจากที่ ที่อยู่ไกลออกไป
       

มันเป็นกลิ่นอายของ ดาบเทพอัสนีดาวตก !
       


      ช่างเป็นกลิ่นอายที่รุนแรงจริงเพียงแค่สิ่งที่มันปล่อยออกมา ก็สร้างความกดดันแก่ผู้ที่พบเจอมัน!
       


          เมื่อเห็นว่ากลิ่นอายสังหารกำลังเหนือกว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อและเกือบจะกลืนกินเธอ สีหน้าของเนี้ยหลี่ดูจริงจังขึ้น เนี้ยหลี่ใส่พลังวิญญาณจิตไปยังเขตแดนวิญญาณของเสี่ยวหนิงเอ๋ออย่าง รวดเร็วราวกับฟ้าผ่า ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว พร้อมทั้งจิตใจของเธอเองก็ถูกชำระล้างไปด้วย
       



   “หนิงเอ๋อ เจ้าไม่เป็นไรนะ?” เนี้ยหลี่ มองไปยัง เสี่ยวหนิงเอ๋อ เสี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า
       



       “อืมม..ขอบใจเจ้ามากนะ เนี้ยหลี่”เสี่ยวหนิงเอ๋อ ขอบคุณเนี้ยหลี่ด้วยใจจริงเธอมองกลับไปยังเนี้ยหลี่ ถ้าเนี้ยหลี่ไม่ช่วยเธอแล้ว เธอจักต้องถูกกลิ่นอายสังหารกลืนกินจิตใจเธอไปแล้วอย่างแน่นอน
       


         เนื่องจากเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวของเธอ เสื้อผ้าที่แสนบางที่เสี่ยวหนิงเอ๋อได้สวมใส่อยู่ได้แนบชิดกับตัวเธอเผยให้เห็นเรือนร่างที่งดงามชวนหลงใหลมากยิ่งขึ้น ยอดดอกที่ชันขึ้นของเธอช่างดูสง่างามยิ่งนัก
       
 

          เสี่ยวหนิ๋งเอ๋อเธอกำลังจะกลายเป็นสาวงามและเริ่มมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นเมื่อเธอได้โตเป็นสาวแล้วนั้นยิ่งจะชวนให้น่าหลงใหลอย่างมากมันช่วยไม่ได้เลยที่เนี่ยหลี่จะแสดงสีหน้าตกตะลึงเมื่อได้เห็นเรือนร่างของเสี่ยวหนิงเอ๋อ


     ซึ่งสร้างความว้าวุ่นในใจให้เนี้ยหลี่ไม่น้อย ใบหน้าของเนี้ยหลี่เริ่มแดงระเรื่อขึ้นด้วยความเขินอาย เขาทำได้เพียงเกาจมูกพร้อมเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแก้ความเขินอายเท่านั้น
       


       ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง เย่หยาน หากข้าต้องการจัดการ ดาบเทพอัสนีดาวตก แล้วให้ท่านมาติดตามข้า ท่านจะว่าเยี่ยงไร?”เนี้ยหลี่เปลี่ยนเรื่องหันหน้าไปคุยกับ เย่หยานทันที
       


         ได้สิ!”เย่หยาน กล่าว”ข้ารับปาก! ถ้าหากเจ้าสามารถที่จะปราบ ดาบเทพอัสนีดาวตกได้จริงอย่างที่เจ้าว่าแล้วละก็นะ ข้าก็ไม่ประสงค์ที่จะอยู่ในพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์แห่งนี้อีกต่อไป



        จิตวิญญาณของข้าติดอยู่กับ ดาบเทพอัสนีดาวตกมันจึงเป็นสาเหตุที่ข้ายังไม่กระจายออกไปไหน แต่อย่างไรก็ตามนะ เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าขอแนะนำเจ้าไว้อย่างหนึ่ง การที่จะนำดาบเทพอัสนีดาวตกออกมาใช้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นึกอยากจะทำก็ทำได้!”
       

“ถ้ามันเป็นเรื่องง่าย มันก็คงจะไม่มีค่าพอให้สนใจ!”เนี่ยหลี่ กล่าวตอบพร้อมยิ้ม อย่างไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมันสักเท่าไร
       

เย่หยานอึ้งปนเปกับความงง งวย ทำไมเนี้ยหลี่ถึงได้มั่นใจนัก ?
       

    หากเนี้ยหลี่ดึง ดาบเทพอัสนีดาวตกออกมาได้ มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้ายอะไรนี่ แถมข้ายังจะได้ออกไปจากพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ และได้มองดูโลกภายนอกด้วย!
       

        เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาก็ได้เข้าใกล้กับ แกนกลางของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ แท่นบูชาโบราณที่อยู่ไกลออกไปปรากฏท่ามกลางสายตาของ เนี้ยหลี่ ดาบนี้ถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงเสียงลมเสียงฟ้าผ่าที่ส่งมาจากมันด้วย
       

ช่างเป็นกลิ่นอายสังหารที่น่ากลัวมาก
       


          ดาบศักดิ์สิทธิ์นี้มีจิตวิญญาณสิงอยู่ แม้ว่าพวกเนี้ยหลี่จะอยู่ไกลออกไป กว่าร้อยเมตรพวกเขายังรู้สึกได้ถึงความเย็นที่ทะลุทะลวงเข้ามาถึงกระดูกเลยทีเดียว
       

         นั่นนะหรือ ดาบเทพอัสนีดาวตก ?” เสี่ยวหนิงเอ๋อ อุทานออกมา แม้ว่าจะอยู่ไกลจากมันมากเธอก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันวิญญาณที่แข็งแกร่ง แม้แต่การก้าวเท้าไปข้างหน้ายังเป็นเรื่องที่ยากจะทำได้ยิ่ง
       

         ในขณะที่เธอรับแรงกดดันวิญญาณที่แผ่ออกมานั้น ภายในจิตวิญญาณของเสี่ยวหนิงเอ๋อ ก็เพิ่มความแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว เคล็ดวิชา[มังกรเหินวายุอัสนี]เทคนิคการบ่มเพาะพลังของเธอเกิดการหมุนเวียนอย่างรวดเร็วภายในเขตแดนวิญญาณ  จิตวิญญาณภายในของเธอราวกับมีมังกรทะยานอยู่ภายใน
       
        หลังจากนั้นไม่นานนัก จิตวิญญาณของเสี่ยวหนิงเอ๋อระเบิดออก แรงจิตวิญญาณของเธอวิ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย
       

บูมม!!!!
       

ประสบความสำเร็จ!!!
       

ระดับ  5 ดาว เงิน !!
       


             เคล็ดวิชา[มังกรเหินวายุอัสนี] เป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีอานุภาพรุนแรง ความเร็วและความคืบหน้ามีประสิทธิภาพมากกว่า [พลังเทพวิถีฟ้า] ของเนี้ยหลี่อยู่มาก ภายใต้แรงกดดันของ ดาบเทพอัสนีดาวตก ความสามารถในการบ่มเพาะพลังของเสี่ยวหนิงเอ๋อก็ยิ่งน่ากลัวมากขึ้น
       


อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นก็จะถึง ระดับทอง!
       


       แม้ว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อ จะยังไปไม่ถึงระดับ ทอง เทคนิคของเธอก็แข็งแกร่งมาก ผู้เชี่ยวชาญระดับ 1-2 ดาวทอง ย่อมมิใช่คู่มือเธอ
       


          เมื่อได้เห็นระดับการบ่มเพาะพลังของเสี่ยวหนิงเอ๋อ พุ่งทะยานและดีขึ้นมาก ช่วยไม่ได้ที่เนี้ยหลี่จะยิ้มออกมาด้วยความชื่นชม ความแข็งแกร่งของเสี่ยวหนิงเอ๋อในปัจจุบันเพียงพอแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของเธอไม่ให้เหมือนในอดีต
       


    “การผสานรวมกับจิตวิญญาณปีศาจ”เนี้ยหลี่มองผ่านเสี่ยวหนิงเอ๋อ ไปพร้อมหยิบผลึกบางอย่าง
       


        “นั่นมันคืออะไรกัน?”เสี่ยวหนิงเอ๋อมองไปยังผลึกวิญญาณอูสรที่เนี่ยหลี่หยิบมาด้วยความสงสัย
       

        “คุณสมบัติ พายุสายฟ้า นกกระจอกสายฟ้าแห่งสวรรค์ จิตวิญญาณอสูรที่มีอัตราการเติบโตระดับพระเจ้า!”เนี้ยหลี่กล่าว แล้วนำมันวางบนมือของเสี่ยวหนิงเอ๋อ
       


          “เนี้ยหลี่ ข้า....”เสี่ยวหนิงเอ๋อเงยหน้าเธอขึ้น น้ำในตาของเธอปริ่มล้นออกมา เนี้ยหลี่ช่างปฏิบัติดีต่อเธอยิ่งนัก เธอไม่รู้เลยว่าจะตอบแทนเยี่ยงไรจึงจะสามารถตอบแทนเนี้ยหลี่ได้
       



         เนี้ยหลี่ตบไหล่เสี่ยวหนิงเอ๋อเบาๆแล้วยิ้มพร้อมกล่าว”เจ้ารีบรวมร่างกับจิตอสูรตนนี้โดยเร็วเถอะ ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าหากเจ้ามี นกกระจอกสายฟ้าแห่งสวรรค์เป็นจิตอสูรแล้วละก็ แม้จะเป็นข้าก็มิอาจเป็นคู่มือเจ้า!”
       


    เพื่อที่จะได้ไล่ตามเนี้ยหลี่ และได้ยืนเคียงข้างเนี้ยหลี่ในซักวันหนึ่ง! เสี่ยวหนิงเอ๋อ จึงรีบรวมร่างกับนกกระจอกสายฟ้าแห่งสวรรค์
       



    “เจ้าเด็กน้อย มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าจิตอสูรนั้นคือ นกกระจอกสายฟ้าแห่งสวรรค์ แต่ที่เจ้าบอกว่าการเติบโตระดับพระเจ้านี่มันหมายความว่าเยี่ยงไรกัน ?”บรรพชนผู้ก่อตั้งขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
       


   “ทำไม่ข้าต้องบอกให้ท่านรู้ด้วยรึ?”เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมกับปัดมือไปมา
       


       “นี่เจ้า.....เฮอะ ลืมมันไปซะเถอะ ถ้าเจ้าไม่ต้องการจะบอกข้า!”บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง เย่หยาน ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
       


          เนี้ยหลี่เหลือบมองมายังเสี่ยวหนิงเอ๋อที่กำลังรวมร่างกับจิตอสูรอยู่เพียงครู่เดียวเท่านั้น จากนั้นก็เงยหน้าและก้าวเดินต่อไปยัง ดาบเทพอัสนีดาวตก
       


     เมื่อเห็นเนี้ยหลี่เดินเข้าไปใกล้ ดาบเทพอัสนีดาวตก เย่หยานเงียบลง และกลับเข้ามาอยู่ภายในร่างของเนี้ยหลี่
       


เนี้ยหลี่จะสามารถดึงดาบ เทพอัสนีดาวตกได้จริงหรือนี่ ?
       


         ในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเนี้ยหลี่เป็นเพียงร่างทรงอสูรระดับเงินเท่านั้นยังไม่ถึงระดับทองเสียด้วยซ้ำ ทำอย่างไรเนี้ยหลี่จึงจะดึง ดาบเทพอัสนีดาวตกขึ้นมาได้กัน? อย่างน้อยต้องมีความแข็งแกร่งเทียบเท่าร่างทรงอสูรระดับตำนานเสียก่อนเพื่อจะ ควบคุม ดาบเทพอัสนีดาวตกได้!
       


เพราะเหตุนั้น แม้แต่เย่หยานก็ไม่มั่นใจเลยว่าเนี่ยหลี่จะสามารถทำมันได้สำเร็จ
       

ความสามารถของเนี้ยหลี่นั้นเก่งกาจเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มี ทักษะต่างๆหรือความรอบรู้ที่มากมายเกินจะหยั่งถึงเกินกว่าที่ผู้อื่นจะจินตนาการได้ แม้แต่เย่ หยาน ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า เนี้ยหลี่อาจจะเป็นปีศาจที่อยู่มาแล้วหลายร้อยปี
       

เมื่อระยะห่างจากตัว ดาบเทพอัสนีดาวตก ร่นมาถึงระยะ ห้าสิบเมตร แรงกดดันยิ่งทวีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา
       


         ดาบเทพอัสนีดาวตกได้ปล่อยจิตสังหารจากการสังหารเหล่าอสูรปีศาจนับไม่ถ้วน หลังจากดาบได้ดื่มเลือดของเหล่าปีศาจอานุภาพของมันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น หากใช่แต่เลือดเท่านั้นที่มันดื่มกินมันยังกลืนกินเหล่าวิญญาณที่มันสังหารไปด้วย เป็นเหตุให้ดาบเล่มนี้มีกลิ่นอายสังหารแผ่ออกมาอย่างรุนแรงนั่นเอง
       


          กลิ่นอายสังหารนั้นเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ราวกับเป็นคลื่นแห่งการสังหารที่จะกวาดล้างทุกอย่างด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้าเป็นดาบโบราณที่มีค่ามากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
       


       หากแม้ว่าร่างทรงอสูรธรรมดา ต่อให้พวกเขามียศถึงทองคำดำ ก็ยังน่าสะพรึงอยู่ดีหากต้องเผชิญหน้ากับกลิ่นอายสังหารของดาบเล่มนี้
       


          ในขณะที่กลิ่นอายสังหารส่งผลมายัง เนี้ยหลี่ เนี่ยหลี่ไม่รอช้ารีบรวมร่างผสานกับอสูรเงาปีศาจทันที แล้วรีบใช้ความสามารถลบกลิ่นอายทำให้เข้าสู่สถานะล่องหนอย่างรวดเร็ว
       

      ร่างกายของเนี้ยหลี่ค่อยๆเลือนรางและจางหายไป  จึงทำให้กลิ่นอายสังหารนั้นทะลุผ่านเนี้ยหลี่ไปกลิ่นอายสังหารนั้นไม่ได้ก่ออันตรายใดๆให้เนี้ยหลี่เลยแม้แต่น้อย
       

       เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า สายตาของเย่หยานหรี่ลงเล็กน้อย เย่หยานสามารถรับรู้ได้ว่าภายในร่างของเนี้ยหลี่นั้นมีจิตอสูรอยู่ถึงสองตนด้วยกัน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเย่หยานไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียวจนกระทั่งได้เห็นเนี้ยหลี่ใช้ความสามารถให้เห็นเมื่อครู่นี้ เย่หยานถึงกับต้องสูดอากาศเข้าปอดไป
       


          “เจ้าหนูนี่มีจิตอสูรปีศาจอยู่ถึงสองตน!”เมื่อคิดถึงชื่อของจิตอสูรเงาปีศาจ เย่หยานถึงกับมีความรู้สึกเสียวสันหลังไม่
       


        ในอดีตกาลที่ผ่านมานั้น จิตอสูรเงาปีศาจนับว่าเป็นจิตอสูรที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก ผู้ใดก็ตามที่ผสานรวมร่างกับจิตอสูรเงาปีศาจจักเป็นมือสังหารที่แข็งแกร่งมาก แม้นว่าร่างทรงอสูรระดับตำนานจะมีความแข็งแกร่งในการป้องกันมาก จิตอสูรเงาปีศาจก็สามารถจบชีวิตของเขาได้เช่นกัน..
       


      หลังจากนั้นอสูรเงาปีศาจก็เริ่มสูญพันธ์ไป ร่างทรงอสูรที่รวมร่างกับมันก็มีจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ
       

      เย่หยาน ไม่คาดคิดเลยว่า จะได้เห็นใครรวมร่างกับจิตอสูรเงาปีศาจในวันนี้
       


    ‘ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าเด็กเหลือขอนี่มั่นใจนักหนาว่าจะสามารถดึง ดาบเทพอัสนีดาวตกออกมาใช้ได้’


เย่หยานแอบถอนหายใจ
       


        หลังจากที่เดินเข้าไปในสถานะล่องหน เนี้ยหลี่ได้เข้าใกล้กับดาบเทพอัสนีดาวตกอย่างช้าๆ ค่อยๆก้าวไปทีละก้าวขึ้นไปยังแท่นบูชา เมื่อระยะห่างจากดาบถึงตัวเนี่ยหลี่เหลือเพียงสองเมตร เนี่ยหลี่ได้โผล่ออกมาด้านบนของแท่นบูชากลิ่นอายสังหารไม่อาจทันรู้สึกได้
       


            เนี้ยหลี่ไม่ได้เข้าไปใกล้ดาบเทพอัสนีดาวตกในทันที เขาหยุดแล้วนั่งขัดสมาธิ เนี้ยหลี่ปล่อยแรงดันวิญญาณทางจิตออกมาจากร่างเข้าสู่ดาบเทพอัสนีดาวตก
       

ซึ้มๆ        

     เสียงระเบิดที่ดาบเทพอัสนีดาวตกปล่อยออกมาดังสนั่นลั่นไปทั่วทุกพื้นที่ ช่างเป็นเสียงที่น่าหวั่นกลัวเสียยิ่งนัก
       


          วิญญาณอสูรปีศาจนับสิบล้านตัวแปรสภาพกลายเป็นสายฟ้า กระหน่ำมาใส่เนี่ยหลี่แบบไม่ยั้งมือ
       


            “มา! “พลังวิญญาณของเนี่ยหลี่ค่อยๆเพิ่มขึ้น เป็นจิตอสูรแพนด้าเขี้ยวปีศาจนั้นเองที่ทำการปกป้องเนี่ยหลี่จากการกระหน่ำยิงจากอสูรเหล่านั้น
       

  หนึ่งในอสูรปีศาจเหล่านั้นได้พุ่งเข้าไปในจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่
       

     จิตวิญญาณของเนี้ยหลี่ก็กลายเป็นดังวาฬที่อ้าปากรอรับเหยื่อที่เข้ามายังภายในเขตแดนวิญญาณเหมือนจุดหมายของเหล่าปีศาจจู่โจมจะเป็นของปลอมที่เนี้ยหลี่ทำการหลอกล่อเข้ามา วิญญาณอสูรที่เข้ามายังภายในเนี่ยหลี่ถูกบดแตกละเอียดกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย จิตวิญญาณที่แตกละเอียดนั้นถูกเนี่ยหลี่ดูดซับเข้าไปเป็น พลังจิตวิญญาณของตัวเนี่ยหลี่เองโดยปริยาย
       


หลังจากนั้นไม่นานนัก วิญญาณอสูรตัวอื่นก็พุ่งตามตัวแรกไปตามๆกัน
       



       แพนด้าเขี้ยวปีศาจเปรียบได้ดั่งยามที่คอยเฝ้าประตูนรกภายใน จิตวิญญาณของเนี่ยหลี่ ที่จะลิขิตชะตาวิญญาณอสูรปีศาจตนอื่นเข้าไปได้หรือไม่ได้
       


           เนี้ยหลี่นั้นกลืนกินเหล่าจิตอสูรปีศาจอย่างไม่หยุดพัก ทำให้การบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 4ดาวเงิน – 5ดาวเงิน ขยับเข้ามาใกล้ระดับยศทองขึ้นเรื่อยๆแล้ว
       


           กองกำลังปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนถูกบดขยี้ให้กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเรียงตัวกันเป็นเชือกโดยเนี่ยหลี่เดินเข้าไปหาดาบเทพอัสนีดาวตก
          บูมม   บูมมมมม



         แรงวิญญาณของเนี้ยหลี่โจมตีต่อต้านดาบเทพอัสนีดาวตกทำให้เกิดเสียงระเบิดของฟ้าที่ผ่าลงมาตามมามากมาย
       


        ทันทีที่ได้เห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เย่หยานก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเนี้ยหลี่สามารถที่จะใช้ดาบเทพอัสนีดาวตกได้จริงๆ !


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น