วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 58_Genius Class’s Student?

Tale of the demon and god novel Chapter 58_Genius Class’s Student?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 58 - นักเรียนชั้นเรียนอัจฉริยะ?



บทที่ 58 - นักเรียนชั้นเรียนอัจฉริยะ?


               สองพี่น้องนั้นปฏิเสธที่จะเชื่อว่ากำลังของเนี้ยหลี่ได้เพิ่มขึ้นไปถึงระดับที่น่าตกใจเช่นนั้นได้จริง



               “ท่านอาวุโส เนี้ยอิ้ง จะตกอยู่ในอันตรายหรือเปล่า?” เนี้ยเสี่ยวหลี่ถามด้วยหน้าตากังวล ท่านอาวุโส เนี้ยอิ้ง ได้ไล่ตามอีกคนจากสมาคมทมิฬไปเป็นเวลานานแล้วแต่ก็ยังมิได้กลับมา



               “ใจเย็นไว้ก่อน เขาไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหรอก” เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งส่ายศรีษะของเขาแล้วกล่าวว่า “ที่นี่เป็นดินแดนของตระกูลบันทึกสวรรค์ และพวกคนเหล่านั้นจากสมาคมทมิฬมีระดับสูงสุดเพียงแค่ระดับเงิน 5 ดาว แต่ว่า

ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้งเป็นนักต่อสู้ระดับทอง 3 ดาว นั่นน่าจะไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด”



               แบง ! แบง ! แบง !



  เสียงของการต่อสู้มาจากส่วนลึกเข้าไปในป่า อย่างไรก็ตามเสียงนั้นก็หายไปอย่างรวดเร็ว
 ผ่านไปหลายเพลา ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดใดจากฝ่ายศัตรู
ร่างหนึ่งมองเห็นได้ว่ากำลังเดินเข้ามา



“ร่างนั้นคือท่านอาวุโสเนี้ยอิ้ง ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้งกลับมาแล้ว!”
 เนี้ยอิ้งหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของพวกเขา หน้าของเขาปรากฏความดุดัน
 “ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้ง มันเป็นอย่างไร? ท่านสามารถจับมันได้หรือไม่?” เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งถาม



               ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้งส่ายศรีษะของเขาแล้วพูดว่า “อีกฝ่ายเป็นร่างทรงอสูรระดับเงินห้าดาว หลังจากมันได้รวมร่างกับจิตอสูรเสือประกายดาว ” พลังของมันมีมากล้น ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีวิธีการบางอย่างที่สามารถหลบหนีข้าไปได้ ข้านั้นไม่สามารถจับมันได้ มันได้หนีไปเสียแล้ว!”



               เมื่อได้ยินคำของเนี้ยอิ้ง เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งและเนี้ยเสี่ยวหลี่ทั้งสองต่างมองหน้ากัน 'ร่างทรงอสูรนั้นมันสามารถหลบหนีจากมือของท่านอาวุโสเนี้ยอิ้งได้ มันผู้นั้นไม่ธรรมดาแน่นอน!'



               เมื่อได้เห็นศพสองร่างบนพื้นดิน เนี้ยอิ้งขมวดคิ้ว เรื่องเหล่านี้ค่อนข้างจะแปลกซักหน่อย ทำไมคนจากสมาคมทมิฬถึงได้มาปรากฏตัวบริเวณนี้ ? และอีกเรื่อง ใครเป็นผู้จัดการพวกมันกัน ? เป็นไปได้หรือว่ามีความขัดแย้งภายในระหว่างสมาคมทมิฬและพวกเขาได้ฆ่ากันเองภายในดินแดนของพวกมัน ? แต่นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือมีผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งได้ซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ บริเวณนี้ ได้ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์



               โดยการจัดการคนทั้งสองของสมาคมทมิฬ ?



               ผู้เชี่ยวชาญนั้นได้ฆ่านักต่อสู้ระดับเงินไปสองคนในเวลาเดียวกัน และทำให้ร่างทรงอสูรระดับเงิน 5 ดาวได้รับบาดเจ็บ ผู้เชี่ยวชาญคนนั้นอย่างน้อยที่สุดก็น่าจะอยู่ระดับทอง ! ใครกันที่ได้ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์เอาไว้เช่นนี้ ? ทำไมท่านผู้นั้นถึงไม่ปรากฏตัวกันเล่าหลังจากที่ได้ช่วยเหลือตระกูลบันทึกสวรรค์แล้ว ?



               แม้ว่าเขายังคงสงสัยเนี้ยหลี่อยู่บ้าง ท่านอาวุโส เนี้ยอิ้ง ก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นเนี้ยหลี่ที่เป็นผู้กำจัดคนทั้งสองจากสมาคมทมิฬและทำให้ หยุนหัว ดิคอน ได้รับบาดเจ็บ ตอนที่เนี้ยหลี่ได้ออกจากหมู่บ้านเพื่อไปยังสถาบันกล้วยไม้ศักด์สิทธิ์ เขายังไม่ถึงระดับทองแดง 1 ดาวด้วยซ้ำ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะสามารถถึงระดับเงินได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้



               เนี้ยอิ้ง ย่อตัวลงและตรวจสอบซากศพทั้งสอง ลิ่วค่วง และ ลิ่วหยาน ไม่ปรากฏร่องรอยการต่อสู้ที่ดุเดือด แต่พวกเขาถูกฆ่าโดยของมีคมที่ทิ่มบนจุดตายของพวกเขา แผลก็ยังปรากฏรอยของมีดคมที่แปลกประหลาดมาก



               “การฆ่าได้ด้วยพลังเช่นนี้!” เนี้ยอิ้งเก็บความรู้สึกตกใจมาก ๆ เอาไว้ แม้ว่าจะเป็นตัวเขา เขาก็ไม่สามารถฆ่าพวกมันทั้งสองที่เป็นนักต่อสู้ระดับเงิน 3 ดาวได้อย่างง่ายเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธที่ผู้เชี่ยวชาญลึกลับได้ใช้เป็นอะไรที่แปลกประหลาด เขาไม่เคยพบรอยแผลเช่นนี้มาก่อน



               “เนี้ยหลี่ตามข้ามา จงรายงานทุกสิ่งที่เจ้าได้พบเกี่ยวกับบุคคลทั้งสามจากสมาคมทมิฬและทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นแก่หัวหน้าตระกูล!” เนี้ยอิ้งคิดชั่วครู่และได้พูดไปเช่นนั้น หลังจากนั้นเขาได้จ้องมองไปยังเนี้ยเสี่ยวเฟิ่งและเนี้ยเสี่ยวหลี่“พวกเจ้าทั้งสองจงแบกซากศพกลับไป และให้หัวหน้าตระกูลตรวจสอบพวกมัน”

               “ครับ ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้ง” เนี้ยหลี่ก้มหัวของเขา



"ครับ!! ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้ง"เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งและเนี้ยเสี่ยวหลี่ทั้งสองได้หามซากศพคนละร่างและตามเนี้ยอิ้งไป



               พวกเขาได้เดินผ่านมาเพียงแค่ไม่กี่ก้าวและเห็นร่างของเนี้ย หยู่รีบเร่งเข้ามา ความเร็วของเธอนั้นช้ามากถ้าเทียบกับท่านอาวุโสเนี้ยอิ้งและพวกที่เหลือ ดังนั้นเธอจึงเพิ่งมาถึง



               “พี่ใหญ่เนี้ยหลี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง? ท่านโอเคมั้ย? ” น่าอันอ่อนนุ่มของเนี้ย หยู่ได้เปื้อนไปด้วยน้ำตา ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความกังวล



               “ปลอดภัยอยู่แล้ว พี่ใหญ่เนี้ยหลี่สบายดี” เนี้ยหลี่ยิ้มพร้อมกับลูบหัวของเนี้ยยู๋



             


ณ ห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลบันทึกสวรรค์



               ภายในห้องโถงเต็มไปด้วยสมาชิกของกองกำลังตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเขาได้ถือคบเพลิง พวกเขารู้ว่าคนจากสมาคมทมิฬได้เข้ามาสู่ดินแดนของพวกเขา พวกเขากำลังตื่นตัวและเตรียมพร้อมเข้าสู่การต่อสู้



               หลังจากได้เห็นเนี้ยอิ้งและผู้ติดตามเข้ามา ฝูงชนทั้งหลายก็ได้หลีกทางให้แก่พวกเขา



               เนี้ยไฮ้ ผู้นำสูงสุดของตระกูลบันทึกสวรรค์ กำลังนั่งอยู่ที่บนบัลลังก์ เขาได้สวมชุดคลุมสีเทา หนวดสีขาวแสนยาวอันหนึ่งได้งอกงามบนใบหน้าที่แสนดุดันของเขา โดยเขานั้นมีรังสีที่แผ่พลังงานดังเช่นผู้ที่สูงศักดิ์ทั้งหลายได้แผ่ออกมา



               “เนี้ยอิ้ง” เป็นอย่างไรบ้าง?” เนี้ยไฮ้ ถามขึ้น



               “ท่านผู้นำ ได้มีสามโจรย่องเบามาจากสมาคมทมิฬ พวกมันน่าจะพยายามมาขโมยบางสิ่งบางอย่างจากตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรา สองคนของพวกมันถูกฆ่า หนึ่งคนนั้นหนีไปได้!” เนี้ยอิ้ง ตอบกลับโดยป้องมือทั้งสองเข้าไว้



               เนี้ยไฮ้ ได้มองไปที่ศพสองร่างที่อยู่บนพื้น รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยและกล่าวว่า “เป็นเรื่องดีแล้วที่พวกมันมากันเพียงแค่สามคน แม้ว่าข้าไม่แน่ใจนักว่ามันมาด้วยเหตุใด แต่ต้องไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเราไม่มีสิ่งใดให้สมาคมทมิฬมาฉกฉวยไปได้ เป็นไปได้ว่าพวกมันมาที่แห่งนี้เพื่อเก็บข้อมูลของตระกูลบันทึกสวรรค์ ณ ขณะนี้ จงเพิ่มกำลังลาดตระเวนเป็นสองเท่าสำหรับหลายวันข้างหน้านี้”



               “ครับ !” เหล่ายามของตระกูลบันทึกสวรรค์ที่อยู่ด้านข้างตอบกลับ



               “เจ้าเป็นผู้ที่จัดการคนทั้งสองนั้นรึ ?” ด้วยการดู เนี้ยไฮ้สามารถบอกได้ว่าศพทั้งสองนั้นอย่างน้อยที่สุดก็มีความแข็งแกร่งอยู่ที่ระดับเงิน



               “ไม่ ไม่ใช้ข้า” เนี้ยอิ้งกล่าวพร้อมส่ายศรีษะของเขา



               “ถ้าเช่นนั้นเป็นซึ่งเสี่ยวเฟิ่งหรือเสี่ยวหลี่ใช่ไหม?” เนี้ยไฮ้ได้กล่าวชื่มชม “ เสี่ยวเฟิ่ง เสี่ยวหลี่ การบ่มเพาะพลังของพวกเจ้าทั้งสองได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว”



               “ท่านหัวหน้าตระกูล พวกเราทั้งสองไม่ได้ทำซึ่งเรื่องดังกล่าว” เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งและเนี่ยเสี่ยวหลี่ต่างรู้สึกหน้าร้อนผ่าว



               เนี้ยไฮ้หน้านิ่วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของพวกเขาทั้งสอง และถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า “เช่นนั้นแล้วใครเป็นผู้ที่ทำเรื่องนี้กันเล่า?”



               มีเพียงแค่สามคนนี้เท่านั้นที่ได้ส่งไปเพื่อตามจับคนเหล่านั้นจากสมาคมทมิฬ ถ้าไม่ใช่ซึ่งพวกเขาแล้วเมื่อนั้นจะเป็นใครไปได้?



               “เมื่อเวลาที่ข้าไปถึง พวกมันก็ได้ตายลงไปเรียบร้อยแล้วท่าน มีเพียงเนี้ยหลี่ที่อยู่ตรงนั้นเมื่อเรื่องทั้งหมดกำลังเกิดขึ้น” เนี้ยอิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นเรื่องจริงยิ่ง



               ณ ขณะนี้ทุก ๆ สายตาจับจ้องไปที่เนี้ยหลี่ ต่างรู้สึกขบขัน เป็นไปอย่างไรที่เนี้ยหลี่จะสามารถจัดการกับเหล่านักต่อสู้ที่อยู่ระดับเงินถึงสองด้วยพลังของเขา?



               “ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน ข้าเพียงเห็นแต่เงาดำ ๆ อันหนึ่งพุ่งผ่านและพวกมันทั้งสองต่างก็ล่วงลงสู่พื้นเพียงแค่นั้น” เนี้ยหลี่ ยักไหล่ แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขายังคงไม่ต้องการเปิดเผยพลังที่แท้จริงของเขา



               “เงาดำปรากฏขึ้น?” ทุก ๆ คนต่างตกใจเล็กน้อย



               ท่านอาวุโสเนี้ยอิ้งได้เงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะนั่งลง และชี้ไปยังศพของนักต่อสู้ระดับเงินทั้งสองและกล่าวว่า “ท่านหัวหน้า โปรดดูที่แผลอันนี้ มันถูกทำโดยอาวุธบางสิ่งและอาวุธนี้นั้นก็ประหลาดอย่างมาก ข้าคิดไม่ออกเลยว่าผู้ใดในเมืองกลอรี่ที่ใช้อาวุธชนิดนี้กัน”



               ทุก ๆ คน ต่างจ้องไปที่รอยแผลของศพทั้งสอง



               “พวกมันทั้งสองได้ถูกจัดการโดยการโดนบางสิ่งเข้าที่จุดตาย ถูกฆ่าโดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว” อาวุโสเนี้ยอิ้งหายใจยาวเข้าไป และได้กล่าวเช่นนั้น



               ทุก ๆคนต่างมองหน้ากันไปมา ภายในตระกูลของพวกเขาแล้ว ไม่มีผู้ใดใช้ซึ่งใช้อาวุธชนิดนี้ ดังนั้นใครเป็นผู้ฆ่าพวกมันทั้งสองกัน ? เป็นไปได้ว่าภูเขาทมิฬนั่นได้ซ่อนผู้เชี่ยวชาญเอาไว้กันหรือ? พวกเขาต่างก็สงสัยว่าผู้เชี่ยวชาญผู้นั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด การมีบุคคลที่ได้ซ่อนตัวอยู่ภายในภูเขาทมิฬก็ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ



               “เมื่อมีผู้หนึ่งได้ช่วยพวกเราจัดการคนของสมาคมทมิฬ เขาเหล่านั้นน่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเมืองกลอรี่ ดังนั้นไม่น่าจะเป็นซึ่งปัญหา” เนี้ยไฮ้กล่าวเช่นนั้น “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือ ทำไมคนของสมาคมทมิฬถึงได้มายังที่แห่งนี้ เพื่อความปลอดภัย ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเราต้องเข้าสู่สภาวะสงครามและการป้องกันภายในตระกูลต้องเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย”



               ในตอนนี้ อาวุโส เนี้ยเว่ย ที่อยู่ใกล้ ๆ เนี้ยไฮ้ได้มองมาที่เนี้ยหลี่และถามว่า “เนี้ยหลี่ เจ้ากลับมาเมื่อไหร่?”



               เมื่อได้ยินคำถามของอาวุโส เนี้ยเว่ย เนี้ยหลี่ช่วยไม่ได้เลยที่จะขนที่ศรีษะลุกซู่ ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ ผู้ที่เข้ากันได้ยากที่สุดกับเขาก็คือเนี้ยเว่ย เนี้ยเว่ยเป็นอาวุโสผู้ควบคุมกฎของตระกูลบันทึกสวรรค์ ความผิดที่ได้ทำโดยสมาชิกของตระกูลจะถูกลงโทษโดยอาวุโสเนี้ยเว่ย ดังนั้นตำแหน่งของเนี้ยเว่ยภายใยตระกูลจึงเป็นรองเพียงแค่ เนี้ยไฮ้



               ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ ผู้หนึ่งที่เนี้ยหลี่เกลียดมากที่สุด นอกจากเนี้ยเสี่ยวเฟิ่งและเนี้ยเสี่ยวหลี่ ก็คงจะเป็น เนี้ยเว่ย ในชีวิตที่แล้วของเขาได้ถูกลงโทษหลายต่อหลายครั้งโดย เนี้ยเว่ย เนี้ยเว่ยนั้นยังคงมีสถานะอย่างอื่นอีกก็คือเขานั้นเป็นปู่ของ เนียเสี่ยวเฟ่ง และเนี้ยเสี่ย่วหลี่



               เนี่ยหลี่ได้คิดเรื่องเหล่านี้แล้วอยู่หลายครั้ง เป็นเพราะบ้านของเขานั้นไม่ถูกกับบ้านของพวกนั้น นั้นจึงเป็นสาเหตุที่เนี้ยเว่ยได้ลงโทษเนี้ยหลี่ด้วยอารมณ์ส่วนตัว



               “ท่านอาวุโส ข้าพึ่งได้กลับมาเพียงวันเดียว!” เนี่ยหลี่ป้องมือดังถือถ้วยและกล่าวไป



               เนี้ยเว่ยแค่นเสียงอย่างตำหนิเสียจริง “เนี่ยหลี่ เจ้าจะยอมรับความผิดของเจ้าหรือไม่?”



               เนี้ยหลี่สับสนเล็กน้อย ถามกลับด้วยความสงสัย “เนี้ยหลี่ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่ท่านพูด ท่านอาวุโสเนี้ยเว่ยโปรดอธิบายด้วยเถิด!”



               “เนี่ยหลี่ เจ้าไม่ทำการศึกษาเล่าเรียนอย่างเหมาะสมเช่นที่เจ้าควรทำที่โรงเรียนและไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นปัญหา ข้าได้ยินมาว่าเจ้าไปรบกวนกับผู้สืบสายเลือดของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหตุให้พวกเขามากดดันตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรา เจ้าแน่ใจว่าเรื่องเช่นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกันรึ?” เนี้ยเว่ย ถามด้วยความเข้มงวด



               เมื่อได้ยินคำของอาวุโสเนี้ยเว่ย ทุก ๆ คนต่างมองไปที่เนี้ยหลี่ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเขาได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก การถูกกดดันโดยตระกูลศักดิ์สิทธิ์และหลายชนิดของธุรกิจที่ได้สูญเสียอย่างหนัก ทั้งหมดเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเนี้ยหลี่เช่นนั้นรึ ?



               เนี้ยไฮ้ เมื่อได้ยินคำของเนี้ยเว่ย เขาหน้าถมึงทึง มองไปที่เนี้ยหลี่และถามอย่างดุดันว่า “เนี่ยหลี่ มันเป็นเรื่องจริงรึ ?”



               เนี้ยหลี่ไม่มีทางเลือก เขาก้มศรีษะของเขาและกล่าวว่า “ถูกแล้ว ข้าทำเรื่องเหล่านั้น”



               “เจ้าไม่ได้ทำตามกฎของตระกูลภายในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ไปรบกวนจนพวกเขาทำให้ธุรกิจของตระกูลต้องเสียหาย เจ้าต้องถูกลงโทษโดยการ ถูกเฆี่ยนหนึ่งร้อยครั้ง เจ้าเห็นด้วยหรือไม่? ” สายตาของอาวุโสเนี้ยเว่ยจับจ้องมาที่เนี้ยหลี่อย่างภูมิฐาน



               เมื่อได้ยินคำของเนี้ยเว่ย เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งและเนี้ยเสี่ยวฟลี่ต่างมองหน้ากันและยิ้ม กำลังมีความสุขกับเคราะห์ร้ายที่เนี้ยหลี่ต้องเผชิญ ตอนนี้ เนี้ยหลี่ถึงคราวซวยและกำลังตกอยู่ในกำมือของปู่พวกเขา



               มีกิ่งตระกูลย่อยอยู่ทั้งหมดด้วยกัน 8 กิ่งตระกูลภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ โดยแต่ละตระกูลต่างมีความขัดแย้งซึ่งกันและกันอยู่ แต่ว่าเมื่อศัตรูมาเยือน ทุก ๆ คนจะรวมตัวกันต่อสู้ แต่โดยทั่วไปนั้น พวกเขานั้นจะต่อสู้กันไม่หยุดเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตนและตำแหน่งภายในตระกูล



               ผู้อาวุโสบางท่านจากสาขาที่เนี้ยหลี่สังกัดต้องการที่จะช่วยเนี้ยหลี่ แต่พวกเขาก็นิ่งเงียบ ต้องไม่ลืมว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ เนี้ยหลี่ได้กระทำผิดอย่างแท้จริง สิ่งที่เนี้ยเว่ยได้ทำนั้นถูกต้องแล้ว เมื่อนั้นพวกเขาก็ไม่มีสิ่งได้ต้องโต้แย้ง



               เนิ้ยอิ้ง ทำหน้าบึ้งตึง เขามาจากสาขาเดียวกันกับเนี้ยหลี่ เขาคิดอยู่ชั่วครู่ ป้องมือของเขาและพูดว่า



               “ท่านผู้นำ เนี้ยหลี่ยังเป็นเพียงแค่เด็ก ยิ่งไปกว่านั้น การบ่มเพาะพลังของเขานั้นอ่อนแอนัก การลงโทษเขาด้วยการเฆี่ยนตีหนึ่งร้อยครั้งนั้นมันเป็นการทำเกินกว่าเหตุไปมาก เขาคงจะไม่สามารถลุกจากเตียงได้เป็นเวลาถึงสองเดือนเลยทีเดียว”



               อาวุโสเนี้ยเว่ยเถียงกลับ “ท่านอาวุโส เนี้ยอิ้ง การใจดีต่อเหล่าคนรุ่นใหม่เช่นนี้เป็นเรื่องที่ผิด ความผิดที่เนี้ยหลี่ได้ทำขึ้นไม่สามารถให้อภัยได้ ถ้าสมาคมนักปรุงยาไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเราออกจากสถานการณ์ลำบากนี้แล้วล่ะก็ ข้าไม่สามารถคิดได้เลยว่าสถานการณ์แบบไหนที่ตระกูลของพวกเราจะต้องล่วงหล่นไปเจอ ข้านั้นกลัวว่าพวกเรานั้นจะสูญเสียซึ่งที่ยืนในฐานะตระกูลขุนนาง! มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมหันต์ การลงโทษเขาด้วยการเฆี่ยนตีเช่นนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว!” ตาของเนี้ยเว่ยทั้งสองเบิกกว้าง จ้องอย่างเย็นชาไปที่เนี้ยหลี่ “เนี่ยหลี่มีสิ่งใดที่เจ้าจะกล่าวเพื่อตัวเจ้าเองหรือไม่?”



               เนี้ยหลี่ไม่ได้ปรากฏอารมณ์ใดบนใบหน้าของเขา ในชีวิตที่แล้วของเขา เนี้ยหลี่กลัวเขามากที่สุด เพียงแค่การเห็นเขาก็ทำให้เขากลัว จนกระทั่งผมของเขาตั้งขึ้นแล้ว และพูดอะไรไม่ออก อย่างไรก็ตามในชีวิตนี้ เขาไม่ได้อยู่ในสายตาของเนี้ยหลี่แม้แต่น้อย

เนี่ยไฮ้ขมวดคิ้วครู่นึงและกล่าวว่า "ข้าเพิ่งได้รับข่าวว่าเนี่ยหลี่ เพิ่งได้รับการยอมรับ ให้เข้าเรียนในชั้นเรียนอัจฉริยะ ในสถาบันกล้วยไม้ศักดิสิทธิ์ ,สำหรับการรักษาหลังจากเขาโดนลงโทษแล้ว,ข้ากล้วว่าเขาจะไม่สามารถเข้าเรียนได้ทัน

เนี่ยให้ได้ช่วยพูดให้เนี่ยหลี่,ในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าตระกูล เมื่อเขาได้ยินมาว่าเนี่ยหลี่ได้ไปถึง 1 ดาวทองแดงและเป็นที่ยอมรับให้เข้าชั้นเรียนระดับอัจฉริยะ เข้าก็มีข้อสงสัย,สิ่งแรกนั้นทำใมการบ่มเพาะพลังของเขาถึงได้รวดเร็วยิ่งนักจนข้ามไปถึงระดับทองแดง 1 ดาว และอีกข้อทำใมเขาถึงถูกยอมรับให้เข้าชั้นเรียนระดับอัจฉริยะ

หลังจากทุกคนได้ยินคำพูดของเนี่ยไฮ้ ทุกคนก็มองไปยังเนี่ยหลี่ด้วยความตกใจ พวกเขาเพิ่งรู้เกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่และสามารถเข้าเรียนยังห้องเรียนอัจฉริยะได้,เป็นข่าวที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก

เนี่ย เสี่ยวเฟิง และเนี่ย เสี่ยวหลี่ สองพี่น้องยังมีการแสดงออกถึงว่าไม่เชื่อถือในใบหน้าของพวกเขา พวกเขาเข้าใจเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังของเนี่ยหลี่,หากแต่การเข้าเรียนในห้องเรียนอัจฉริยะ เป็นข่าวปลอมหรือไม่? แม้พวกเขาจะไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าเรียนในห้องเรียนอัจฉริยะ แต่ข่าวนี้ถูกกล่าวโดยหัวหน้าตระกูล พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะถามมัน


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น