วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 95_City Lord is very helpless

Tale of the demon and god novel Chapter 95_City Lord is very helpless

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 95 - เจ้าเมืองผู้น่าเห็นใจ


บทที่ 95 - เจ้าเมืองผู้น่าเห็นใจ

        เย่ จื้อหวิ๋นนิ่งเงียบแล้วเดินไปส่งเนี้ยลี่ที่ประตูทางที่เชื่อมต่อไปยังลานกว้าง
หลังจากนั้น เย่ จื้อหวิ๋น ได้ก้มหน้าแล้วพูดขึ้นมาว่า

 “เนี้ยหลี่ , จากนี้ไป อย่าได้สนใจข้าอีกเลย”

“ทำไมหล่ะ” เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่ถามเย่ จื้อหวิ๋น


          เย่ จื้อหวิ๋นเงยหน้าขึ้นมามองเนี้ยลี่ ด้วยดวงตาอันสดใสที่ถูกแต่งแต้มด้วยความโศกเศร้า   และได้ถามขึ้นมาว่า

“หรือเจ้าไม่ได้กลัวตาย ? เจ้าไม่ได้กลัวว่าพ่อของข้าจะฆ่าเจ้าหรือไง?

“ฆ่าข้างั้นเหรอ? ถ้าพ่อของเจ้าต้องการจะฆ่าข้า , เค้าคงทำไปแล้วหล่ะ”


ดวงตาของเนี้ยลี่มองลึกเข้าไปในตาของเธอ


          “หรือเพียงแค่ไล่ข้าออกไปจากคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมือง ถ้าหากไล่ข้าออกไป ข้าเองก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกสมาคมทมิฬ จะไม่มีทางให้ข้ารอดออกไป แต่ว่า พ่อของเจ้าก็ไม่ได้ทำเช่นนั้น”


      “แล้วทำไมพ่อข้าไม่ทำเช่นนั้น”




          ภายในดวงตาของ เย่ จื้อหวิ๋น เหมือนมีประกายแห่งความสงสัยเนี้ยลี่ มองไปตามทางที่เย่ ซ่งเดินจากไป ข้างหลังของเค้าเหมือนกับหอคอยเหล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยความเหงา และอ้างว้าง ราวกับตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า


ตอนนั้นเอง  เนี่ยลี่ก็ได้เข้าใจว่า สิ่งที่ เย่ ซ่งพูดไว้ หมายความว่าอย่างไร


    “มันเป็นเรื่องของลูกผู้ชายสินะ  แต่ช่างเถอะ , ตอนนี้เจ้าต้องฟังข้าก่อน”


           ตอนนี้เนี้ยหลี่เข้าใจทุกสิ่งแล้ว ไม่ใช่ว่าเย่ ซ่งจะไม่ได้ห่วงเย่ จื้อหวิ๋นแต่สิ่งที่ เย่ ซ่งแบกรับไว้บนไหล่มันหนักหนามากเกินกว่าที่จะจินตนาการได้


        “ทำไมข้าต้องฟังเจ้า?” เย่ จื้อหวิ๋นบุ้ยปากด้วยความไม่พอใจ เธอคิดว่าวันนี้มันมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องมากเกินไปแล้วแม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพ่ออาจจะไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก ถึงจะไม่ค่อยได้พูดคุยสนิทสนมกันแบบเหมือนพ่อลูกทั่ว ๆ ไป แต่นี่เป็นครั้งที่ที่เธอถูกพ่อตำหนิ.


เย่ จื้อหวิ๋นจึงรู้สึกเจ็บปวดในใจ  แต่ในเวลานี้เธอกลับดูงดงามเป็นพิเศษ


“ค๊อก ค๊อก!” เนี้ยหลี่ ไอออกมาเป็นเลือด เค้ายิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วพูดว่า

“เจ้าส่งข้าแค่นี้ก็พอแล้ว”

“อาการเจ้าแย่ลงใช่ไหม” เธอมองเนี้ยหลี่เพื่อสังเกตอาการ,เย่ จื้อหวิ๋น รีบสอบถามด้วยความเป็นห่วง ,และรีบประคองเนี่ยเลี่ยไว้



        “ข้าได้รับบาดเจ็บมากกว่าที่คิด ข้าคงต้องใช้เวลาพักรักษาตัวสักสองวัน” เนี่ยลี่ พูด  แล้วแกล้งเอามือไปจับที่หน้าอกตัวเอง

เธอมองหน้าที่ของเนี้ยหลี่. เธอจ้องตาเขม็งแล้วคิดว่า จะมีใครหยาบช้าไร้ยางอาย ได้มากกว่าเนี้ยหลี่อีก?


ในหัวของเค้าคิดอะไรอยู่บ้าง?


        หลังจากที่เค้าได้รับบาดเจ็บจากพ่อของเธอ, ทำไมเค้ายังต้องการที่จะพักอยู่ที่นี่อีกสองวัน?หรือว่าในหัวของเนี่ยลี่จะมีแต่ของเหลวยังงั้นรึ?


ทำไมเค้าไม่กลัวว่าพ่อเธอจะโกรธแล้วมาฆ่าเค้าเลย?


             ในตอนนี้ ณ มุมหนึ่งของคฤหาสน์ของเจ้าเมือง เย่ ซ่ง กับกู้ เหยียน ยืนอย่างองอาจ หนึ่งในนั้นคือเย่ ซ่ง ที่เดินออกมาจากสวนของเย่ จื้อหวิ๋นส่วนอีกคนก็คือประธานกู้เหยียนของสมาคมปรุงยา.


         “ท่านเจ้าเมือง , ดูเหมือนท่านจะทำให้เขาบาดเจ็บหนักเกินไปแล้ว  หากอาจารย์ของเค้าเกิดความไม่พอใจขึ้นมา  อาจจะเป็นปัญหาต่อเมืองกลอรี่ของเราขึ้นมาก็เป็นได้” กู้เหยียน ยิ้มอย่างขมขื่นขณะที่กำลังพูดคุยกับเย่ ซ่ง


   “ข้าทำเกินไปอย่างนั้นเหรอ?” ความรู้สึกที่อยากฆ่า ยังคงออกมาจากสายตาของเย่ ซ่ง

   “มันดีแค่ไหนแล้วที่ข้ายังไว้ชีวิตมัน ไอ้เด็กเหลือขอนั้น  บังอาจมาหาลูกสาวข้าในคฤหาสน์ของข้า แม้กระทั่งทำลายความบริสุทธิ์ของลูกสาวข้าไป”


          กู้เหยียนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน. เพราะเนี้ยหลี่ก็ทำเกินไปจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้.  มีอะไรกับลูกสาวของท่านเจ้าเมืองในคฤหาสน์ของเค้า เรื่องแบบนี้ คงมีเนี้ยหลี่คนเดียวที่กล้าทำ ท่านเจ้าเมืองไม่ฆ่าเค้าก็นับว่าโชคดีแล้ว.


“แล้วทำไมท่านเจ้าเมืองถึงไม่โยนเค้าออกไปข้างนอกคฤหาสน์ล่ะ?”

"จะให้ข้าโดยเขาออกไปยังไง? เจ้าเด็กนั่นรวมร่างกับจิตวิญญาณอสูรระดับพระเจ้า .มีความสามารถในการต่อสู้ที่ลึกล้ำ.แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับทอง ยังไม่รู้ตัวตนของเขา สามารถไปใหนมาใหนในคฤหาส์ของข้าได้ นอกจากนี้ ข้าไม่รู้ว่าเค้าไปที่ห้องลูกสาวข้าได้อย่างไร,
เจ้าเด็กเหลือขอ นั่นทำได้ง่ายเหมือนกับเป็นเรื่องเด็ก ๆ! นั่นมันทำให้ข้าแทบบ้า หรือข้าจะต้องเอาลูกสาวข้าไปขังในในห้องลับสักห้อง? “เย่ ซ่ง ถอนหายใจอย่างแรง


       “เด็กคนนี้สามารถเป็นร่างทรงอสูรระดับโกล ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยนอกจากนี้  เค้ายังมีสูตรยาวิเศษ ที่คอยสนับสนุนเมืองกลอรี่  เมืองนี้ ยังต้องการพึ่งเค้าอีกในการปกป้องในอนาคต เพื่อความรุ่งเรืองของเมืองกลอรี่ ข้าถึงต้องอดทนอดกลั้นขนาดนี้!”

      หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเย่ ซ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอะไร กู้เหยียนรู้สึกเหมือนฟังเรื่องตลก ที่ท่านเจ้าเมืองผู้น่าเกรงขาม ทำอะไรไม่ถูกกับเด็กอายุ 13 ปี

 “อายุแค่สิบสามปี แล้วยังกล้าที่จะท้าทายทำตัวเจ้าชู้ในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง อะไรที่ทำให้เจ้าเด็กนี่บ้าบิ่นขนาดนี้?”

“ในมุมมองของข้า หาก จื้ออวิ้น จะเจริญรอยตามท่าน  นางคงจะต้องเผชิญความยากลำบาก”


   “จากที่ข้าได้รู้มาจนถึงตอนนี้ เจ้าเด็กเหลือขอไม่ได้มีแค่ลูกสาวข้าคนเดียว ยังมีลูกสาวของตระกูล ปีกมังกร (เสี่ยว หนิงเอ๋อ) และ ลูกสาวตระกูลฮูหยาน (ฮูหยาน หลานเร่อ) เจ้าเหลือขอนี่จะต้องไม่มีเมีย เพียงคนเดียวแน่นอนในอนาคต!” เย่ ซ่งรู้สึกไม่พอใจอย่างที่สุด.


“แล้วท่านเจ้าเมืองจะทำเช่นใด” กู้เหยียนมองไปที่เย่ ซ่ง ถามพร้อมกับหัวเราะไปพร้อมกัน

“ข้าจะทำอะไรได้ ข้าทำได้เพียงอดทนเท่านั้น!”
เย่ ซ่ง  กัดฟันจนแน่น ตั้งแต่ที่เขาขึ้นเป็นเจ้าเมือง ไม่มีครั้งไหนที่จะทำให้เค้าเสียหน้าเท่านี้มาก่อน,



    “ก่อนหน้านี้ ถ้าเจ้าเด็กบ้านี่  แสดงความใจเสาะหลบอยู่หลัง จื้ออวิ้น  แม้ว่าข้าจะต้องละเมิดต่ออาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา ข้าคงจะฆ่าเขาไปแล้ว! แต่ถึงอย่างนั้น เค้าก็ยังมีความกล้าอยู่ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แม้ว่าเขาอาจจะมีผู้หญิงหลายคนในอนาคต  แต่ข้าคิดว่า เค้าจะไม่ทำให้ จื้ออวิ้น ต้องตกต่ำลงแน่นอน”


ได้ฟังคำพูดของเย่ ซ่ง, กู้เหยียน ก็รู้สึกโล่งใจ ยังเป็นเรื่องดี ที่เรื่องนี้ยังไปไม่ถึง จุดที่แก้ไขไม่ได้.


“กู้เหยียน เจ้ารู้ไหมว่า  เคล็ดคืนกลับวิญญาณ  คืออะไร?” เย่ ซ่ง นึกขึ้นได้จึงสอบถามกู้เหยียน

“ข้ายังไม่ทราบ ยังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องนี้” กู้เหยียนส่ายหัว แล้วตอบกลับไป


    “ตามคำพูดของไอ้เด็กเหลือขอนี่  ถ้าเค้าใช้  เคล็ดคืนกลับวิญญาณ   เขาก็จะสามารถเอาชนะข้าได้

     ถึงจะอย่างนั้น แต่ดูเหมือนว่า ผลสะท้อนกลับของ  เคล็ดคืนกลับวิญญาณ  จะรุนแรงมาก แน่นอนว่าหลังจากที่ใช้แล้วเขาอาจจะต้องแลกด้วยชีวิต


  คงเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่อาจารย์ของเขาได้สอนไว้  ถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานกู้เหยียน ท่านลองพยายาม สอบถาม  เคล็ดคืนกลับวิญญาณ   จากเจ้าเด็กคนนี้ให้ได้!”


      เย่ ซ่งเงียบไปสักครู่  หลังจากที่พูดจบกู้เหยียน  ยืนตะลึงอยู่ชั่วครู่ แล้วพูดว่า

 “หรือท่านเจ้าเมืองคิดจะใช้   เคล็ดคืนกลับวิญญาณ ?เป็นไปไม่ได้ ! เพราะท่านเจ้าเมืองบอกว่า  เคล็ดคืนกลับวิญญาณ มีผลกระทบอย่างรุนแรง?”แล้วทั้งสองคนยืนนิ่งเงียบ จากนั้นก็ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา


   “เทคนิคต้องห้ามแบบนี้ ไม่มีทางที่จะใช้ จนกว่าจะ สิ้นหนทางจริง ๆยังไงซะ, ถ้าหากไม่มีการเตรียมการที่จะรับมืออันตราย และเมื่อเร็ว ๆ นี้,สมาคมทมิฬ เริ่มเคลื่อนไหว จนไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว!”


“หรือว่า มีข่าวจากท่าน   เย่ โม่? “  กู้เหยียนมองไปที่ เย่ ซ่ง , และถามด้วยความสงสัย

“ถูกต้อง,  สมาคมทมิฬ ต้องการ ใช้สัตว์อสูร ทำลายความรุ่งเรืองของเมืองกลอรี่”

“ใช้สัตว์อสูรทำลายเมืองกลอรี่ งั้นเหรอ? ทำไปแล้วพวกเขาจะได้รับผลประโยชน์อันใด” กู้หยียนรู้สึกแปลกใจ

เจ้าพวกบ้า สมาคมทมิฬ? ถ้าเมืองกลอรี่ถูกทำลายลงไป พวกเค้ายังจะมีชีวิตรอดได้อีกเหรอ?

“พวกมันอาจมีวิธีหลบเลี่ยงการโจมตีจากสัตว์ร้ายพวกนั้น!”เย่ ซ่งพูด


       กู้เหยียนยืนคิดแล้วพูดขึ้นมาว่า “ ทำไมท่านไม่ลองปรึกษาเนี่ยหลี่ ดูสักหน่อยหล่ะ? บางทีเค้าอาจจะมีวิธีแก้ปัญหานี้ได้!”


“ปรึกษาเจ้าเด็กเหลือขอนั่นนะเหรอ?” เย่ ซ่ง พูดด้วยหน้าบูดบึ้ง,


“แค่ข้าไว้ชีวิตเจ้าเด็กนั่น มันก็ดีแค่ไหนแล้ว. แล้วจะให้ข้าไปขอให้เค้าช่วย ข้าไม่มีมีวันทำเช่นนั้นเด็ดขาด”


       หลังจากได้ยินคำพูดของ เย่ ซ่งกู้เหยียนยิ้มอย่างขมขื่น เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าจะสามารถที่จะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของทั้งคู่ได้

ภายในห้องของ จื้อ หวิ๋น

เนี่ยลี่กำลังนั่งสมาธิอยู่บนเตียง. แม้ว่าเนี้ยหลี่จะได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากเย่ ซ่ง, ทำให้ เขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่มีรอยแยก แต่เพราะเหตุนี้เอง ทำให้เขาพัฒนาขึ้นไปได้อีกขั้น.

     
           เขาได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง.คลื่นพลังวิญญาณได้หมุนวนไปรอบ ๆตัวของเนี้ยหลี่.หลังจากที่ได้บ่มเพาะพลังวิญญาณ  เนี้ยหลี่ได้พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด.อีกไม่นานพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่ จะเลื่อนระดับขึ้นไป.




         เย่ จื้อ หวิ๋นไม่ได้อยู่ในห้องเดียวกับเนี้ยหลี่ตอนนี้.เธออยากจะไปขอร้องพ่อเธอ,แต่พอคิดถึงความเข้มงวดของพ่อเธอแล้ว,เธอได้แต่ถอนหายใจ ด้วยการแม่ของเธอเสียชีวิตไปเร็วเกินไปนัก ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อก็ไม่เคยได้ใกล้ชิดกัน


     นับแต่แต่เธอยังเด็ก ก็ได้รับการกวดขันอย่างเข้มงวด.เขาให้เธอฝึกซ้อมแทบไม่ได้หยุด เพราะการบ่มเพาะของเธอนั้นสูงกว่าเพื่อน ๆในวัยเดียวกัน.แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ความเข้มงวดของพ่อเธอในวันนี้, เธอไม่เคยได้เจอะเจอมาก่อน

 “เนี้ยหลี่ ข้าจะทำยังไงกับเจ้าดี?”

พอนึกย้อนไป, ทั้ง ๆ ที่เนี้ยหลี่ก็รู้ดีว่า ไม่อาจจะเป็นคู่ต่อสู้ของพ่อเธอได้,แต่เนี้ยหลี่ยังคนยืนหยัดอยู่ข้างหน้าเธอ นั่นก็ทำให้เธอเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาในใจ.


          แม้ว่าเนี้ยหลี่ มักจะทำเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ, แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญ เขาก็แสดงความกล้าหาญออกมา,นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอรู้สึกผูกพัน และมีความสุขมากพอแล้ว.ในเวลาเดียวกัน, สิ่งที่พ่อของเธอทำ ทำให้ เย่ จื้อ หวิ๋นรู้สึกสับสนมาก. เธอคิดว่าพ่อของเธอมีอะไรในใจมากกว่าความโกรธ.


             แต่ถึงอย่างไร, เธอคิดว่า สิ่งที่พ่อของเธอต้องการนั้น,ไม่ได้มีเพียงแค่ให้เธอเลื่อนระดับไปเป็นร่างทรงอสูรระดับโกล ภายในหนึ่งปี เย่ จื้อ หวิ๋น อยากรู้ว่าพ่อของเธอคิดอะไรอยู่ แต่ถึงกระนั้น, เธอก็จะฝึกอย่างหนัก และจะไม่ทำให้พ่อของเธอผิดหวัง...

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: