วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 83_You let me win

Tale of the demon and god novel Chapter 83_You let me win

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 83 - ปล่อยให้ข้าชนะ


บทที่ 83 - ปล่อยให้ข้าชนะ


ทั้งสนามประลองยุทธ์ภาคสนามล้วนเต็มไปด้วยเสียงตะโกนโห่ร้องกันระงม

ในขณะนี้นั้นหัวของเสิ่น เฟยที่ปักอยู่กลางเวทีเริ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและทำความสะอาดใบหน้าของเขาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเศษดิน  เขาพยายามที่จะฟืนตัวยืนขึ้น  ตอนนี้นั้นความโกรธของเสิ่นเฟยได้พุ่งขึ้นจนจักทะลุของฟ้าไป     เหตุผลที่ว่าทำไมเขานั้นมิยอมเรียกจิตอสูรของเขาออกมาเป็นเพราะผู้อาวุโสเสิ่นหมิงนั้นสั่งให้เขาเอาชนะหลังจากทีผ่านไปแล้วยี่สิบกระบวนเท่าเท่านั้น ใครบ้างจะรู้ว่าเนี้ยหลี่จักสามารถเรียกจิตอสูรได้โดยที่ไม่มีปราศจากการเล่ากล่าวของผู้ใดมาก่อน


เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ  ไร้เหตุผลสิ้นดี  เสิ่น เฟย กำลังระเบิดอารมณ์เขาเขาไปยังผู้อาวุโสเสิ่นหมิงที่แนะนำเขาทำเช่นนั้น


       “เวลานี้เจ้าถามเรื่องของมัน ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”เสิ่น เฟย แผ่คำรามด้วยความโกรธ เขตแดนจิตวิญญาณรอบตัวเขากำลังสั่นไหว แผ่กลิ่นอายของจิตอสูรออกมาจากร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง


เสิ่น เฟยเปล่งวาจาพร้อมจ้องมายังเสิ่นหมิง


เสิ่นเฟยหลอมรวมจิตอสูร ที่มีพละกำลังมากมายนั่นคือ จิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬสีชาด เดิมเป็นสัตว์อสูรที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก อสูรตนนี้ถูกล่าโดยฝีมือของผู้นำของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เองเลยทีเดียว  ระดับของมันนั้นคือ สัตว์อสูร ระดับทองดำ ขั้น 1 ดาว เพราะฉะนั้น มันจึงแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันแข็งแกร่งเพียงพอที่จะทำให้เสิ่น เฟยพิ่มความสามารถขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว






“นายน้อยเสิ่น เฟย กำลังผสานกับจิตอสูรขั้นสุดท้ายแล้ว.................”


.ผู้ชมบริเวณสนามประลองต่างรู้สึกร้อนขึ้นมาทันที


“รัศมีที่แผ่ออกมานี้......”


“ สวรรค์!  มันช่างน่ากลัวเกินไปแล้วถึงกับมีเจ้าพยัคฆ์ทมิฬสิชาดตัวนี้เชียวเหรอ!”


พยัคฑ์ทมิฬสีชาดเจอกับแพนด้าเขี้ยว?  ช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายต่อการคาดเดานัก  เกือบทุกคนล้วนคิดว่าแพนด้าเขี้ยวนั้นจักต้องพ่ายภายในหนึ่งกระบวนท่า


เสิ่นเฟย แผ่พลังออกจากร่างกายเพิ่มมากขึ้น  รังสีของพยัคฆสีชาดตัวนั้นแข็งแกร่งมากนักจนทำให้ทุกๆคนในสนามประลองรู้สึกตกใจกับพลังอำนาจของมันที่พวยพุ่งออกมาเป็นอย่างมาก


เนี้ยไฮ่ และเนี้ยอิ้ง และพวกเขานั้นนั่งแทบไม่ติดเก้าอี  เนี้ยหลี่ จิตอสูรกังฟูแพนด้าเขี้ยว มันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จักสู้กับพยัคฆ์ทมิฬสีชาดตัวนี้   ความแตกต่างของระดับกำลังนั้นชั่งต่างกันยิ่งนัก


“ตอนนี้ทันไหม?ที่จะให้เนี้ยหลี่ขอยอมแพ้?”


ผู้ที่พนันข้างเสิ่นเฟย พวกเขาตอนนี้ต่างตะโกนกันเสียงดังก้อง  เชียร์กันอย่างออกนอกหน้านอกตา  ในมุมมองของพวกเขางานนี้เสิ่นเฟยชนะแน่!


ในที่สุดเสียงตะโกนเหล่านั้นก็พลันเงียบลง


ในขณะที่เหลือการดำเนินการผสานจิตใน เขตแดนจิตวิญาณอีกไม่กี่อึดใจเขาก็จักสามารถเรียกจิตอสูรของเขาออกมาได้สำเร็จ  เนี้ยหลี่นั้นก็พุ่งกระโจนทะยานไม่กี่ครั้งก็มาอยู่ตรงข้างหน้าเขาแล้ว   จากนั้นก็ตะปบไปที่หลังศีรษะของเสิ่นเฟยอย่างแรง


เปรี้ยง!


เสิ่นเฟยที่กำลังหลอมรวมจิตอสูรให้ประสานกันกับร่างกายของเขา  แต่กลับโดนโจมตีด้วยฝ่ามืออย่างหนักหน่วงรุนแรง      จนกระทั้งพื้นดินแยกแตกกระจายออกไปเป็นหลุมขนาดใหญ่คล้ายอุกาบาตตกปรากฏขึ้นเลยทีเดียว  เสิ่นเฟยถูกแทรกแทรงระหว่างการผสานกับจิตอสูรจนจิตวิญาณนั้นแตกซ่านกระจายออกไปทั่วทุกทิศ   เมื่อจ้องมองไปยังเสิ่นเฟยในขณะนี้ช่างน่าเศร้าเสียยิ่งนัก ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขานั้น โดนตบจนมันไปแทรกติดอยู่กับพื้นดินที่แตกกระจายออกเป็นหลุมขนาดใหญ่นั้น


จอมวายร้ายที่จัดการเขานั้นมิใช่ใครที่ไหนก็คือเนี้ยหลี่นั้นเอง เขายืดตัวขึ้นตรงๆจ้องมองไปยังเสิ่นเฟยที่กองอยู่กับพื้น


ตะลึงกันทั้งสนาม!


ผู้คนทุกชนชั้นทั่วทั่งสนามประลองล้วนตกใจอย่างหนักมาก จนลืมหายใจหาย กันเลยทีเดียว!


เนี้ยไฮ้ เนี้ยอิ้ง  หยางซิน และพวกพวกเขาต่างล้วนตะลึงมึนงงไปตามๆกัน


       “ช่างน่ารังเกียจ!  น่ารังเกียจเหยียดหยามจริงๆ” เนี้ยไฮ้  เนี้ยอิ้ง  และพวกของเขาต่างหน้าตารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทันที  เขาทั้งหลายรู้สึกว่าการการกระทำในครั้งนี้นั้นทำให้เขาเสียศักดิ์ศรีอย่างรุนแรง  มันยังเป็นคนของตระกูลบันทึกสวรรค์อยู่หรือเปล่า?  สี่งนี้........ตระกูลบันทึกสวรรค์ช่างสอนสั่งให้ผู้สืบเชื้อสายรุ่นใหม่ได้น่ารังเกียจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?


พวกที่เดิมพันข้างเนี้ยหลี่ชนะนั้นในตอนนี้นั้นยังรู้สึกหน้าแดง  แม้ว่าพลังฝ่ามือของเนี้ยหลี่นั้นจะมีมาก แต่สิ่งนี้.....มันดูเหมือนว่าจะไม่ถูกต้องนัก


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการต่อสู้ระหว่างอัจฉริยะกับอัจฉริยะเกิดขึ้นมากมาย  แต่พวกเขานั้นไม่เคยพบเคยเจอกับเหตุการณ์ต่อสู้เช่นนี้มาก่อนเลย


ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งหมดนั้นจะเรียนรู้จากการต่อสู้ซึ่งกัน เป็นกาศึกษาศิลปะการต่อสู้     ซึ่งมีอยู่มากโดยเฉพาะการอัญเชิญจิตอสูรเข้ามาต่อสู้   โดยปกติแล้วทั้งสองฝ่ายจะเรียกจิตอสูรลงมาผสานให้เสร็จก่อนจากนั้นจึงค่อยเข้าสู่การประลอง พวกเขาไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เนี้ยหลี่ได้เรียกจิตอสูรของเขาในชั่วพริบตาโดยไม่ต้องกระทำการอันใด  และจัดการกับคู่ต่อสู้ระหว่างที่กำลังผสานจิตอสูรของเขาในทันที


บรรดาตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆ เกือบจะกระโดดขึ้นบนเวที


“เจ้าพวกตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเจ้านั้นจักทำตัวน่ารังเกียจเกินไปแล้ว! การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ตรงไปตรงมา! คนจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ล้วนตระโกนโห่มายังตระกูลบันทึกสวรรค์


แม้ว่า เนี้ยไฮ้  เนี้ยอิ้ง และพวกของเขาจักเสียความรู้สึก   จากการกระทำของเนี้ยหลี่เล็กน้อย แต่พวกเขาไม่สามารถที่จะแสดงมันออกมา ต่อหน้าของพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ “เราได้ล่วงละเมิดกฎการประลองยุทธ์ครั้งนี้หรือไม่? พวกคุณไม่มีสิทธิ์ ที่จะกล่าวหาเรา!”


“ข้ามิต้องการคำสั่งสอนของพวกเจ้าเกี่ยวกับตระกูลบันทึกสวรรค์ดอก?”


“เจ้าพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์  มิใช่นายน้อยของพวกเจ้านั้นโง่เองหรือ? เขาเป็นเพียงแค่หมูสนามเท่านั้น  เมื่อเห็นคู่ต่อสู่ผสานกับจิตอสูร  เขากับไม่ยอมผสานกับจิตอสูรก่อนที่จะเริ่มทำการต่อสู้  กลับหันหน้าไปทางคู่ต่อสู้ของเขาก่อนที่จะผสานกับจิตอสูรเอง จักโทษใครได้?”คนจากตระกูลบันทึกสวรรค์กล่าว


ในขณะนั้น  หยางซิน  ก็มองมาที่เสิ่นหมิง  พร้อมทั่งกล่าวคำพูดเล็กน้อย “ท่านผู้อาวุโสเสิ่นหมิง การที่ไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ เพราะว่าพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถจ่ายเงินเดิมพันจากการพ่ายแพ้ได้ใช่ไหม?”แม้ว่าเนี้ยหลี่จะกระทำสิ่งที่ น่ารังเกียจเล็กน้อย  แต่นางก็ยังคงอยู่ข้างเนี้ยหลี่เสมอ


เมื่อมองไปที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีประลอง  หยางซิน ก็เปล่งรอยยิ้มชั่งมีเสน่ห์เป็นยิ่งนัก  เนี้ยหลี่นั้นชั่งเป็นคนที่คาดเดาได้ยากเสียจริงเชียว  เมื่อมองจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขาจะ เหมือนเป็นเด็กที่สดใสบริสุทธิ์  แต่เบื้องลึกในจิตใจของเขานั้นชั่งเต็มไปด้วย ปฏิภาณและไหวพริบ ผิดกับการที่เห็นได้ในภายนอก    ตลอดเวลาที่ผ่านมาการตัดสินใจในสิ่งต่างๆของเขานั้นช่างหลักแหลมเฉียบคมน่าดึงดูดตาดึงดูดใจเป็นยิ่งนัก


เสิ่นหมิง สีหน้าที่บูดบึ้ง  เขาคิดว่า  เนี้ยหลี่นั้นมีไหวพริบมากเสียจริงๆ เขาสามารถยอมรับการพ่ายแพ้ในรอบนี้ได้เพราะเนี้ยหลี่ยอมรับข้อตกลงว่าจะสู้ทั้งสามรอบ  รอบแรกนั้นไม่เป็นไร เพียงรู้ว่าจิตอสูรของเนี้ยหลี่นั้นคือแพนด้าเขี้ยวใหญ่  เสิ่นหมิงก็แอบยิ้มอยู่ในใจของเขาแล้ว  เขาจะพิจารณาตัดสินใจเลือกคู่ต่อสู่จัดการกับเนี้ยหลี่ในรอบต่อไป  ซึ่งจักทำให้เขานั้นได้รับเงินที่เสียไปกลับคืนมา


เสิ่นหมิงกล่าวตอบโต้หยางซินทันที “ ไม่แน่นอนเงินจำนวนน้อยเช่นนั้นตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์สามารถจ่ายมันได้อยู่แล้ว!”



ขณะนั้นในสนามประลอง เสิ่นเฟยกำลังพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากพื้น  ร่างกายเขานั้นแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ  หลังจากการโดนตบไปสองฉาดใหญ่จากเนี้ยหลี่ มีเลือดไหลรินออกจากส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณปาก  จมูก ส่วนใบหน้าของเขานั้นล้วนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว  เรื่องราวก่อนหน้านี้คือเขาต้องการที่จะผสานกับจิตอสูรของเขาในเขตแดนของจิตวิญญาณแต่โดนเนี้ยหลี่นั้นตบกระแทกแทรกกลางระหว่างผสาน    เลยทำให้การหลอมรวมกับจิตอสูรนั้นพลาดไป


       “ท่านนายน้อยเสิ่นเฟย  ท่านยังอยู่ไหวไหม?”  เราเพียงแค่เรียนรู้ซึ่งกันและกันจากการต่อสู้เท่านั้น คงไม่หวังสิ่งใดมากไปกว่านี้  ถ้าท่านไม่สามารถยืนไหวก็ยอมแพ้ได้นะ  เนี้ยหลี่กำลังก้มลงพร้อมเอ่ยวาจาที่ข้างหูเสิ่นเฟย


แพ้อะไร  ใครจะยอมกัน?


เมื่อเขายอมจำนน  เงินจำนวนกว่าห้าสิบล้านเหรียญจิตมารที่ได้รับก็จักหายไป!


เขายังไม่เต็มใจที่จะยอมรับมัน!


เขาปล่อยลมหายใจออกมาอย่างรุนแรง และพยายามที่จะต่อสู้อีกครั้ง  เขตแดงจิตวิญญาณของเขาก็พลันปรากฏขึ้น เขาเตรียมการที่จะผสานกับจิตอสูรคลื่นรังสีแผ่ออกมายังรุนแรงในทันใดนั้นร่างกายของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเริ่มมีเขี้ยวโผล่ออกมาจากมุมปาก  เล็บยาวและแหลมคมจนกลายเป็นกงเล็บ ระเบิดเสียงคำรามออกมากึกก้องกังวาน  จิตอสูรพยัคฆ์ทมิฬสีชาดชั่งเปล่งพลังพวยพุ่งออกมาได้น่ากลัวยิ่งนัก



เมื่อข้าผสานกับจิตอสูรได้แล้ว  เจ้าแพนด้าเขี้ยว มิสามารถสู้ข้าได้แน่ ถ้าเจ้าต้องการที่จะจัดการกับข้าระหว่างการผสาน กับจิตอสูร? มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่นอน เปลวเพลิงความร้อนจากพยัคฆ์สีชาดเพียงพอที่จะแผดเผาเจ้าให้มอดไหม้ลงไปในทันที  เสิ่นเฟยคิดในจิตนาการเขาเขา เปลวเพลิงนั้นก็ยังคงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายเขาอย่างรุนแรง


“นายน้อยเสิ่นเฟย  แสดงพลังที่แท้จริงของเขาให้เห็นแล้ว”


เปลวเพลิงสีแดงของพยัคฆ์ทมิฬไฟเป็นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงมากสามารถที่จะเผาพลาญทุกอย่างให้ไหม้เป็นจุลลงได้ในทันที


       “ความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงช่างคู่ควรยิ่งนักท่านนายน้อยเสิ่นเฟย  ถึงเวลาเนี้ยหลี่นั้นจักต้องโดนชำระแค้นแล้ว เจ้าไม่สามารถที่จะเข้าใกล้เปลวเพลิงสีชาดนี้ได้แน่ เมื่อนายน้อยเสิ่นเฟยหลอมรวมกับจิตอสรูของเขาเสร็จ เจ้าจักต้องโดนจัดการในหนึ่งกระบวนท่า”


       “จิตอสูรที่น่ารักอย่างแพนด้าเขี้ยวนั้นจักเป็นคู่ต่อสู้ของพยัคฆ์ทมิฬไฟสีชาดได้เช่นไร? แม้ว่าเขานั้นจะโดนฟาดมาสองฝ่ามือก็ตาม ย่อมไม่เป็นไร?


เสียงของผู้ชมในสนามประลองนั้นเพิ่มขึ้นสูงดังจนแทบไม่ได้ยินสิ่งอื่นใดเลยทีเดียว


       “เปลวเพลิงสีแดงแล้วไงหละ? พลังมากยังไง? ในขณะนั้น เนี้ยหลี่ซึ่งได้ผสานกับจิตอสูรกังฟูแพนด้าเขี้ยวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากเปลวเพลิง แม้ว่าเขาจักยืนอยู่ภายในเปลวเพลิงสีชาดอันร้อนแรงก็ตาม


พยัคฆ์ทมิฬสีชาดของเสิ่นเฟยนั้นความสามารถของมันไม่เลวเลยทีเดียว  แต่มันเทียบกับกังฟูแพนด้าเขี้ยของเนี้ยหลี่ไม่ได้เลย ระยะห่างของระดับนั้นช่างมากจริงๆ ไม่มีผู้ใดสามารถจินตนาการหยั่งรู้ถึงศักยภาพกังฟูแพนด้าเขี้ยวได้  อย่างไรก็ตามอาจมี วิธีต่อสู้ที่จะทำให้กังฟูแพนด้าเขี้ยวนั้นได้รับบาดเจ็บ แต่มันช่างน้อยมากซะเหลือเกิน?



อย่างไรก็ตามในตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จักแสดงความสามารถอันแข็งแกร่งนั้นให้ใครได้เห็น


ขณะที่เสิ่นเฟยกำลังผสานจับจิตอสูรเกือบจะเสร็จอยู่แล้ว เนี้ยหลี่ยกขาของเขาขึ้นแล้วเหยียบลงไปอย่างไร้ปราณีเข้าไปในเขตแดนวิญญาณของเสิ่นเฟย    ทำให้เสิ่นเฟยตกใจอย่างหนักมากถึงเกือบลืมหายใจ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาผสานกับจิตอสูรล้มเหลว  จิตอสูรของเขาก็ยังมิอาจออกมาแสดงความสามารถอีกเหมือนเดิม


เสียงจากการกระทืบนั้นดังมากจนน่าตกตะลึงไปเลยทีเดียว    ทุกๆคนล้วนจินตนาการ ตามความรู้สึกว่า  เจ้าแพนด้าเขี้ยวใหญ่คงจักต้องหมุนควงสว่านลงไปกองกับพื้นเป็นแน่   หลังจากเปลวเพลิงสีชาดมอดดับลง      สิ่งที่ปรากฏคือ เสิ่นเฟยนั้นกำลังถูกเหยียบอย่างเมามันอยู่กับพื้นอย่าไร้ความปราณีต่อหน้าต่อตาพวกเขา


“การผสานจิตผิดพลาดอีกครั้งเหรอ?”


“สามารถทำเช่นนี้ได้เหรอ”


กระบวนท่ากระทืบอันลือลั่นจนน่ากลัวนั้นถูกปลดปล่อยออกมา ข้าจักระบายความแค้นให้กับหนิงเอ๋อ เนี่ยหลี่คิดอยู่ภายในใจ เสิ่นเฟยนั้นถูกทรมานโดยเนี้ยหลี่เป็นภาพที่ช่างน่าตื่นตาตื่นใจจนน่าสยองยิ่งนัก แต่ดูเหมือเขาจักยังมิยอมหยุดโดยง่าย


       “ข้าได้ยินมาว่านายน้อยเสิ่นเฟยนั้น พิชิตสวนดอกไม้ของเหล่าสาวๆมามากมายยังกับของเล่น ข้าจักทำให้เจ้ามิสามารถเล่นจ้ำจี้กับสาวๆได้อีก   เนี้ยหลี่จัดการเตะเข้าไปยังกล่องดวงใจดังโพละ จากวันนี้ไปเกรงว่าหลังจากวันนี้ไปเสิ่นเฟยจะมิมีความสามารถในการที่จะผลิตมนุษย์ออกมาอีกได้เลยทีเดียว


พวกที่พนันข้างเสิ่นเฟยชนะนั้น แทบจะหลับตาเอามือก่ายหน้าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า  เดิมทีเมื่อได้ยินเสียงอันน่ากลัวนั้น  พวกเขาคิดว่าจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมา อย่างไรก็ตามจากการเตะจำนวนไม่กี่ครั้งของเนี้ยหลี่นั้นได้ทำลายความหวังจะกลับมาอีกครั้งของพวกเขาจนมลายสิ้น


“แปะ แปะ แปะ ช่างโชคร้ายจริงๆที่พ่ายแพ้เช่นนี้"


       “ต้องโทษเจ้าหมูสนามเสิ่นเฟย เขาเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไปเลยไม่ยอมอัญเชิญอสูรออกมาในการต่อสู้ตอนแรก สุดท้ายจนจบการต่อสู้ เขาก็เลยมิมีโอกาสเรียกจิตอสูรออกมาช่างน่าขันยิ่งนัก”


       “แต่ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นก็ช่างขี้โกงเสียจริง      เขามิปล่อยโอกาสให้เสิ่นเฟยได้อัญเชิญจิตอสูรเสร็จ ช่างไม่มีจิตวิญญาณของนักต่อสู้เสียเลย”


เมื่อคิดถึงวิธีการต่อสู้พวกนั้น  เขาทั้งหลายนั้นอยากจะร้องไห้เลยจริงๆ  หลังจากการประชุมกันแม้เนี้ยหลี่จะทำพฤติกรรมน่ารังเกียจ  แต่พวกเขาก็ไม่สามารถพูดอะไรได้? แม้ว่าพวกเขาสามารถประณามการกระทำของเนี้ยหลี่ในครั้งนี้ได้  แต่ว่ามันก็ไม่ได้อยู่ในกฎของการแข่งขัน



เสิ่นหมิงสามารถเล็งเห็นว่า   การที่เนี้ยหลี่ไม่ยอมให้โอกาสเสิ่นเฟยได้ประสานจิตอสูรของเขาเลย ทำให้ประลองยุทธ์ครั้งนี้นั้นจะจบลงโดยการที่เสิ่นเฟยมิสามารถผสานจิตอสูรได้และถูกเนี้ยหลี่นั้นกระทืบตืบอย่างเดียวนั่นเองคงต่อไปอีกเรื่อยๆถ้าเขาไม่กล่าวยอมแพ้


“การประลองยุทธ์ครั้งนี้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้พ่ายแพ้ได้โปรดหยุดเถิด!” เสิ่นหมิงเปล่งวาจาด้วยใบหน้าที่โกรธจัด  เสียงของเขานั้นก้องกังวาน ได้ยินไปทั่วทั้งสนามประลอง จนทุกๆคนสามารถรู้สึกได้ถึงความโกรธจากน้ำเสียงของเขา


ในสนามประลอง ผู้ชมต่างยิ้มอย่างขมขื่น นี่คือการต่อสู้ที่ไร้สาระที่สุดตั้งแต่พวกเขาเคยเจอมา


ในขณะนั้นเสิ่น หนิง และเสิ่น เซี่ยว  จากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต่างมองไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขานั้นไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเสิ่นเฟยจะพ่ายแพ้แบบน่าอนาจถึงเพียงนี้  จากการต่อสู้ของเสิ่นเฟยที่ถูกเนี่ยหลี่กระทืบอยู่นั้นเห็นได้ว่ากำลังของแพนด้าเขี้ยวตัวนั้นมีพลังเพียงเล็กน้อย  เขาไม่จำเป็นต้องทดสอบความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงของเนี้ยหลี่   ดูเหมือนการรวมร่างระหว่างเนี้ยหลี่กับแพนด้าเขี้ยวช่างดูไร้พิษสงและน่ารักยิ่งนัก   มันมิสามารถช่วยให้พวกเขาลดความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามลงได้แม้ซักเพียงน้อย


พวกเขามองไปยังเสิ่นเฟยที่ตอนนี้กำลังถูกกระทืบไปเรื่อยๆ แต่ไม่นึกเศร้าใจแต่อย่างใดตรงกันข้ามพวกเขากลับแอบรู้สึกเพียงขำอย่างหนักมากอยู่ในใจเท่านั้น ที่นายน้อยทายาทสายตรงต้นแบบของชนรุ่นใหม่กำลังถูกกระทำอย่างหนักหน่วงกลางเวทีในตอนนี้ชั่งเป็นผู้ที่ฉลาดน้อยเสียจริงเชียว  พวกเขาได้ยินมาว่านายน้อยเสิ่นเฟยนั้นจะมักจะชอบเล่นกับสาวๆอยู่เป็นประจำแม้พวกเขาจักต้องเสียเงินเดิมพันจำนวนมากจากการที่เสิ่นเฟยพ่ายแพ้เนี้ยหลี่ แต่พวกเขานั้นก็ยังคิดว่าจักได้มันกลับคือมาในรอบหลังอย่างแน่นอน    เมื่อนายน้อยสายตรงของตระกูลกลายมาเป็นขยะในตอนนี้ มันก็เป็นเวลาที่พวกเขาจักแสดงความสามารถออกมา    ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาผู้อื่นนั่นเอง



เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นหมิง   ความรู้สึกสนุกของเนี้ยหลี่ก็พลันหายไปในทันที  ทำไมถึงพ่ายได้เร็วเช่นนี้ไม่สนุกเอาเสียเลย     เนี้ยหลี่ขึ้นมายืนบนร่างกายเสิ่นเฟยก่อนที่จะป้องมือคำนับแล้วจึงเอ่ยวาจา “ ฮ่าฮ่าฮ่า  การต่อสู้ครั้งนี้ชั่งสนุกเสียจริงๆ   ท่านพี่เสิ่นเฟย ท่านอุดส่าเสียสละให้ข้าชนะง่ายๆขอบใจท่านมากๆ”


เมื่อได้ยินคำพูดและเห็นท่าทางของเนี้ยหลี่  ทุกๆคนพากันตะลึงไปตามๆกัน  เนี้ยหลี่นั้งช่างเป็นคนเป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายแบบไม่มีขีดจำกัดเลยทีเดียว


สนุกสนานกระนั้นเชียวหรือ? มีเพียงเนี้ยหลี่ ที่สนุกขนาดนี้  จากเริ่มต้นจนจบการประลองนั้น เนี้ยหลี่เป็นฝ่ายตบตีกระทำยำเท้า เสิ่นเฟย กองติดอยู่กับพื้นมาโดยตลอด   และไม่ยอมให้เสิ่นเฟยได้มีโอกาสที่จะตอบโต้สวนกลับได้เลย  การต่อสู้รอบนี้ ทุกคนเลยดูเหมือนว่าเสิ่นเฟย ยอมให้เนี้ยหลี่นั้นชนะได้โดยง่าย จากการที่เขามิสามารถผสานกับจิตอสูรได้เลยซักครั้ง กลับถูกแต่เนี้ยหลี่  ตีเอาๆ  เพียงฝ่ายเดียวจนดูน่าสมเพศเวทนาน่าสงสารเป็นยิ่งนัก


ผู้ที่เสียเงินเพราะเดิมพันข้างเสิ่นเฟยนั้น   ต่างตะโกนก่นด่าสาปแช่งกันระงม


“บ้าเอ๋ย,เขาสู้ยังไง?!”


“มันคงไม่ใช่ สมาคมนักปรุงยา กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์สมรู้ร่วมคิดกันให้เกิดเรื่องดังกล่าว?!”


“ เจ้าพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทำให้พวกข้านั้นเสียเงินจำนวนมาก  ข้าจะเกลียดพ่อเจ้าไปตลอดชีวิตเลย”



ขณะนี้นั้น  ที่มุมหนึ่งของที่นั่งของผู้ชมสาวน้อยผู้น่ารักและสูงศักดิ์ เย่จื้อหวิ๋น มิสามารถ ที่จะหัวเราะออกมาได้  เมื่อนางได้ยินว่ามีการประลองยุทธ์ระหว่างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์  นางก็อยากที่จะมาร่วมชม  แม้ว่านางจะมีความกังวลใจเกี่ยวกับเนี้ยหลี่เล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงมาหลบซุ้มแอบอยู่ที่มุมและคอยจับจ้องมองไปยังเนี้ยหลี่ตลอดเวลา


เดิมที่นั้นนางคิดว่าเนี้ยหลี่จักต้องพ่ายจนได้รับบาดเจ็บหนัก   แต่เมื่อมองไปยังเนี้ยหลี่ ซึ่งดูสดใสร่าเริงยิ่งนัก  หล่อนก็คลายความกังวลในใจลงไปได้  จนกระทั้งเดี๋ยวนี้ยังไม่มีผู้ใดทำให้เนี้ยหลี่ได้รับอันตรายได้แม้เพียงน้อยนิด สายตาทั้งคู่ของนางนั้นมองเห็นภาพจากด้านหลังของเนี้ยหลี่ ได้อย่างชัดเจน ความกังวลใจก็เริ่มลดลงแล้วนางก็พลัน อมยิ้มอย่างสดใสออกมา


แม้ว่า เย่จื้อหวิ๋น จะนั่งหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ความสง่าสดใสน่ารักดูมีเสน่ห์ของนางนั้นได้ดึงดูสายตาของผู้คนให้จับจ้องไปที่เธออย่างรวดเร็ว พวกเขามิรู้เลยว่า  นางนั้นจักเป็นถึงลูกสาวของเจ้าเมือง ยังคงคิดว่าสาวสวยน่ารักนางนี้นั้นเป็นสาวสวยที่ไม่ค่อยจะได้พบเจอได้ง่ายนัก


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น