วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 63_Auction

Tale of the demon and god novel Chapter 63_Auction

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 63 - ประมูลสินค้า



บทที่ 63 - ประมูลสินค้า


ลานประมูล ฮอง หยู๋

นี่คือสถานที่ประมูลที่ เปิดขึ้นมา โดย หนึ่งในตระกูลชนชั้นสูง ฮอง หยู๋  เป็นตระกูลหลักที่มีความสำคัญในเมืองกลอลี่  บริเวณโดยรอบ ล้อมรอบไปด้วย ตระกูลคนชั้นสูง ดูเหมือนว่า ตระกูลฮอง หยู๋จะมี การติดต่อค้าขายกับตระกูล บันทึกสวรรค์



เมื่อตระกูลบันทึกสวรรค์ได้ถูกกีดกันทางการค้าโดยตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลฮอง หยู๋ก็เริ่มตีตัวออกห่างจาก ตระกูลบันทึกสวรรค์ เมื่อสมาคมนักปรุงยา ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลบันทึกสวรรค์ ตระกูลฮอง หยู๋ก็เริ่มเข้ามาติดต่อกับตระกูลบันทึกสวรรค์อีกครั้ง



ผู้คนที่เข้าออกในสถานที่ประมูล จะเป็นสมาชิกของตระกูลชั้นสูง เนี่ยไฮ้ เนี่ยอิ่ง และเนี่ยลี่ ถูกจัดที่นั่งให้อยู่ในห้องพิเศษ ชั้นสอง ซึ่งผู้อาวุโสของตระกูลชนชั้นสูงล้วนแต่อยู่ที่นั่น เมื่อมองไปก็เจอคนรู้จักหลายคน เนี่ยไฮ้ ก็ทำการทักทายพวกเขาท่านผู้อาวุโส หลี่หยวน ท่าน ผู้อาวุโส จี่ ฟง ไม่ได้เจอกันนาน เนี่ยไฮ้ขยับมือทักทายเบาๆ พร้อมทั้งกล่าวทักทาย



หลี่หยวน เป็นชายแก่ที่ดูเหมือนมีอายุราว ห้าสิบ ถึง หกสิบปี ถึงแม้ว่าผมและเคราของเขาจะมีสีขาวเล็กน้อย เขามีพลังวิญญาณ และร่างกายที่แข็งแกร่งมาก เขาเป็นผู้อาวุโสของตระกูล หลี่หยวน ผู้อาวุโสจี่ ฟง ดูเหมือนจะอายุยังไม่มากแต่ตัวใหญ่มาก ยืนอยู่ที่ด้านข้างของเขา เขาเป็นผู้อาวุโสของตระกลู เทียน ขุ่ย 



            ผู้อาวุโสเนี่ยไฮ้ ท่านยังดูเหมือนเดิมไม่ค่อยเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ผู้อาวุโส หลี่หยวนกล่าวทักทาย ส่วนผู้อาวุโสจี่ ฟง ก็ ยกมือทักทาย พร้อมทั้งยิ้มตอบ ฮ่า ฮ่า มันช่างน่ายินดีขออวยพรให้พวกท่านทั้งสอง เนี่ยไฮ้ กล่าวทักทาย ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลี่หยวน และตระกูลจี่ฟง ไม่เลว เมื่อตระกูลเทพศักสิทธิ์ กีดกันทางการค้ากับตระกูลบันทึกสวรรค์แต่ตระกูลทั้งสองก็ยังคงทำการติดต่อทางการค้าอยู่กับเนี่ยไฮ้

     เมื่อได้เห็นเนี้ยไฮ้ หลี่หยวนและฉี่ฟงที่ได้ทำการทักทายกัน ด้วยระยะห่างที่ไม่ไกลนัก ผู้นำตระกูลของพยัคฆ์เงิน เจียง หมิง และหัวหน้าของตระกูลเที้ยเหมิน  โดยเล่ยโซ่วทั้งสองนั้นต่างปรากฏความโกรธและความอิจฉาออกมา



     ผู้นำตระกูลเนี้ยไฮ้ช่างเปร่งรัศมีของผู้ที่ประสบความสำเร็จซะจริง ๆ ผู้นำตระกูล เล่ยโซ่วพูดเบา ๆ อย่างเหน็บแนม



       ผู้นำตระกูล เจียงหมิงก็ยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า ใช่แล้วเมื่อก่อนในตอนที่เขาได้ถูกกีดดันโดยตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เขาได้ทำการร้องขอไปทั่วเพื่อให้ทำการช่วยเขา และทำแม้กระทั่งยอมคุกเข่าอย่างหน้าไม่อาย แต่ในตอนนี้นั้น เมื่อเขาได้รับการปกป้องโดยสมาคมนักปรุงยา เขาสามารถเริงร่าไปทั่วโดยมิได้กังวลเรื่องใด แต่จะนานเพียงใดกันที่ตระกูลบันทึกสวรรค์จะถูกปกปักษ์โดยสมาคมปรุงยาต่อไปใครจะรู้ เมื่อเวลานั้นได้มาถึง และพวกเขาต้องกลับไปถูกกดดันโดยตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งข้านั้นสงสัยว่า ผู้นำตระกูลเนี้ยไฮ้จะยังคงเริงร่าอย่างเสรี เช่นที่เขาได้ทำในวันนี้หรือไม่?”



 เมื่อได้ยินคำของเล่ยโซ่ว และเจียงหมิง   หน้าของเนี้ยไฮ่ก็ได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย  ตั้งแต่เริ่มเลยนั้น เล่ยโซว่และเจียงหมิงไม่ได้เป็นมิตรกับตระกูลบันทึกสวรรค์  การถากถางด้วยความพูดของพวกเขาทำให้เนี้ยหลี่ขุ่นเคืองใจ  อย่างแน่นอน แต่เขาจะไม่แสดงด้านอ่อนแอโดยการร้อนรนไปตามคำพูดพวกนั้น แต่เขาจะแสดงว่าเขานั้นไม่ได้สนใจเรื่องที่พวกเขาพูดแต่อย่างใด เขาได้ยิ้มและพูดว่า ทำไมกลิ่นทะแม่ง ๆ ได้ปรากฏอยู่มากถึงเพียงนี้มันเป็นเรื่องจริงที่ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นได้ถูกปกป้องโดยสมาคมปรุงยา  แต่อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็มีดีมากกว่าบางตระกูลที่เขาผู้นั้นไม่ใกล้ชิดกับยายและไม่ได้รับความรักจากปู่ของพวกเขา



หน้าของเล่ยโซว่และ เจียงหมิง ทั้งสองต่างบึ้งตึง  เป็นเรื่องจริงเช่นนั้น พวกเขานั้นอิจฉาตระกูลบันทึกสวรรค์เสียจริง ๆ ในตอนนี้นั้นสมาคมปรุงยาในขณะนี้ไม่สามารถเทียบกันได้กับเมื่อก่อน พวกเขาได้ยินแม้กระทั่งสมาคมปรุงยานั้นได้จ่ายให้ราคามากกว่าราคาตลาดถึง 30 % ของสมุนไพรที่ตระกูลบันทึกสวรรค์เก็บเกี่ยวมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น สมาคมปรุงยายังคงให้ยาทิพย์ระดับสูงจำนวนหนึ่งแก่ตระกูลบันทึกสวรรค์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการหล่อเลี้ยงพวกคนรุ่นใหม่ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว สมุนไพรของพวกเขาไม่สามารถที่จะขายได้เลย และพวกเขาก็ต้องขายมันในราคาที่แสนต่ำ



เจ้าได้กลายมาเป็นคนรับใช้ของสมาคมปรุงยาและยังคงทำท่าเหมือนภาคภูมิใจเสียจริง เจ้าคิดจริง ๆ กันหรือ ว่าสมาคมปรุงยานั้นจะปฏิบัติกับเจ้าเยี่ยงสมบัติของพวกเขา ?”  เล่ยโซ่ว เบ้ปากของเขาด้วยความดูถูก



เมื่อได้ยินคำเล่ยโซว่ ลี่หยวนและ ชี่ ฟง ต่างก็พูดขึ้น



นั่นเป็นข้อคิดเห็นที่ต่ำมากอันหนึ่งจากผู้นำตระกูลเล่ยโซ่ว  ถ้าตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นดั่งคนรับใช้คนหนึ่งของสมาคมปรุงยา  สมาคมปรุงยาจำเป็นที่จะต้องให้ข้อเสนออันเป็นประโยชน์มากเพียงนี้แก่ตระกูลบันทึกสวรรค์ทำไมกันเล่า ?”  ลี่หยวนยิ้มเล็กน้อยขณะที่เขาพูด เขานั้นยืนอยู่ข้างเนี้ยไฮ้อย่างเห็นได้ชัด



ชี่ฟงก็ผงกศีรษะรับเช่นกันและกล่าวว่า เป็นเรื่องจริงที่เห็นได้ชัด  สมาคมปรุงยานั้นต้องการตระกูลบันทึกสวรรค์  จึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาได้ให้ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แก่ตระกูลบันทึกสวรรค์มากถึงเพียงนี้ แม้กระทั่งสองตระกูลของพวกเราก็ยังได้รับผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย



ลี่หยวนจากตระกูลลี่หยวน และชี่ฟง จากตระกูลเทียนขุย พวกเขาทั้งสองได้ขายสมุนไพรที่สูงกว่าราคาตลาด 10 %ใหแก่ตระกูลบันทึกสวรรค์ แล้วตระกูลบันทึกสวรรค์ก็ได้นำพวกมันไปขายต่อยังสมาคมปรุงยา  โดยในขั้นตอนเหล่านี้ พวกเขาสามารถจะได้รับผลประโยชน์กลับมาบ้าง  พวกเขานั้นได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลบันทึกสวรรค์ ซึ่งเหมือนเป็นการทดแทนที่พวกเขาไม่ได้ทอดทิ้งตระกูลบันทึกสวรรค์ในขณะที่หมดหนทาง



            เล่ยโซ่ว และเจียงหมิงทั้งสองต่างพ่นลมหายใจออกมา พวกเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าทำไมกลุ่มที่ทรงอำนาจเช่นสมาคมปรุงยาถึงต้องการตระกูลบันทึกสวรรค์นี้ พวกเขาได้ทำการส่งลูกน้องเพื่อไปสำรวจเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ใดกลับมา



  มีนัยน์ปรากฏซึ่งความไม่เป็นมิตรภายในห้องพิเศษนี้



เนี้ยอิ้งและเนี้ยหลี่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ใกล้ ๆ กัน และค่อย ๆ จิบชา ในเมื่อการต่อสู้ของเหล่าผู้นำตระกูลนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา พวกเขาก็ไม่ต้องพูดสิ่งใด



เนี้ยอิ้งโน้มตัวเข้าไปใกล้เนี้ยหลี่และพูดเบา ๆ ว่า ผู้นำตระกูลของตระกูลพยัคฆ์เงินและตระกูลเที้ยเหมินชอบใช้อำนาจข่มเหงไปทั่ว  เมื่อตอนที่ตระกูลบันทึกสวรรค์โดนกดดัน  พวกเขาได้ส่งบางคนให้มาซื้อที่ดินสองแห่งของพวกเราในราคาที่ต่ำมาก พวกเรารู้ว่ามันคือพวกเขาที่ได้เข้ามาทำการซื้อนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่เคยขาย ไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรทั้งสิ้น เมื่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้กีดกันการค้าของพวกเรา  พวกตระกูลทั้งสองนี้ในที่สุดก็ได้มาขโมยธุรกิจของพวกเราไป



เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยอิ้งเช่นนั้น คิ้วของเนี้ยหลี่ขมวดเข้าหากันและความโกรธแล่นผ่านดวงตาทั้งสองของเขา ในขณะที่ทำการมองไปยังผู้นำตระกูลเล่ยโซว่และเจียงหมิง  ถ้ามันเป็นเพียงเรื่องความขัดแย้งธรรมดาระหว่างผู้นำตระกูล ตัวเขานั้นคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตาม ตระกูลทั้งสองเหล่านี้เป็นดังคนรับใช้ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เนี้ยหลี่ต้องไม่ปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน



            การประมูลกำลังจะเริ่มต้นในไม่ช้านี้  ผู้นำตระกูลที่เคารพกรุณายืนใกล้กับพื้นที่ทำการดู และมองมาทางนี้



            พิธีกรขายทอดตลาดที่รับผิดชอบในการประมูลเป็นหญิงสาวสวยผู้หนึ่ง เธอสวมใส่ชุดไหมสีทึบซึ่งเข้าคู่กันเป็นอย่างดีกับใบหน้าอันละเมียดละไมของเธอ  เธอเต็มไปด้วยความยั่วยวนไม่สิ้นสุด ทุก ๆ คนต่างต้องยอมรับตระกูล ฮอง หยู่นั้นฉลาดยิ่ง  ด้วยหญิงที่งดงามเช่นนี้จะสามารถปลุกเร้าซึ่งจิตของผู้หนึ่งผู้ใดและเป็นเหตุให้พวกเขาทำการจ่ายเงินก้อนใหญ่ได้



เมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลบันทึกสวรรค์ได้มีหลายธุรกิจร่วมกับสมาคมปรุงยาซึ่งสมุนไพรหลายชนิด พวกเขาควรจะได้รับผลประโยชน์กลับมาบ้าง  การที่ผู้นำตระกูลเนี้ยไฮ้มายังที่แห่งนี้ ข้านั้นเกรงว่าสมบัติที่อยู่ในการประมูลนี้จะไม่ตกมาถึงมือของพวกเรา  ที่มุมสายตาของ เล่ยโซ่วได้ชำเลืองมองไปยังเนี้ยไฮ้พร้อมกับหัวเราะและกล่าวเช่นนั้น



            ถูกแล้ว ด้วยแค่ความมั่งมีของพวกเรา พวกเรานั้นจะสามารถไปสู้กับตระกูลบันทึกสวรรค์ได้เช่นไร?” เจียงหมิงหัวเราะต่อ



            ท่าทีของเนี้ยไฮ้เริ่มเศร้าหมอง เขาจะไม่สามารถสนใจการแดกดันของพวกคนทั้งสองนี้ได้อย่างไร ถึงแม้อย่างงั้นตัวเขาก็ทำได้เพียงแค่กล้ำกลืนมันไว้ แม้ว่าตระกูลของเขาจะทำงานร่วมกับสมาคมปรุงยาเมื่อไม่นานมานี้ และสมาคมปรุงยาก็ได้ให้เงินกลับมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นจำนวนน้อย พวกเขาแทบจะไม่สามารถทำการฟื้นฟูใด ๆ ได้เลย  มันจะสามารถไปเทียบกับตระกูล พยัคฆ์เงิน และตระกูลเที้ยเหมินได้อย่างไร



    ลี่หยวนและชี่ฟงต่างมีสีหน้าถมึงทึง เล่ยโซว่และเจียงหมิงชักจะทำมากไปแล้วจริง ๆ



  ในตอนนี้นั้น เนี้ยหลี่ผู้ที่นั่งอยู่ด้านขวาของเนี้ยไฮ้ ได้เปิดปากพูดขึ้นว่า ท่านผู้นำตระกูลทั้งสองคงจะยกยอเกินไปล่ะมั้ง ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นไม่มีสิ่งใดหรอกนอกจากเงิน ข้านั้นเกรงว่าผู้นำตระกูลเช่นพวกท่านทั้งสองคงไม่มีโอกาสได้สมบัติดี ๆ สักชิ้นกลับไปเป็นแน่ในวันนี้         



 เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เล่ยโซว่ทำหน้าเครียดและได้กล่าวว่า เจ้าเด็กเหลือขอ เจ้าเป็นใครกัน ถึงได้ปากดีกล้าพูดกับพวกเรา หรือเจ้าเป็นตัวแทนของตระกูลบันทึกสวรรค์เช่นนั้นรึ?”



จะใช่หรือไม่ ที่ข้าสามารถเป็นตัวแทนให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ เจ้าสามารถถามผู้นำตระกูลเนี้ยไฮ้ได้” เนี้ยหลี่พูดเบา ๆ





สถานะของเนี้ยหลี่ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ในวันนี้ไม่สามารถเทียบกับเมื่อก่อนได้เลย เนี้ยไฮ้ผงกศีรษะรับและกล่าวว่า แน่นอน เขานั้นสามารถเป็นตัวแทนให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ของข้าได้!”



“ เจ้าเด็กน้อยกล้าที่จะมาคุยโวโอ้อวดในที่แห่งนี้ เขานั้นไม่รู้จักซึ่งความอับอายบ้างเลยหรืออย่างไร?”    เล่ยโซว่แค่นเสียงในจมูก  ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นได้ตกต่ำอย่างแท้จริงที่เจ้าได้ตามใจคนรุ่นใหม่ไปมากถึงเพียงนี้






เมื่อเนี้ยไฮ้ได้พูดแล้วว่าเนี้ยหลี่สามารถเป็นตัวแทนของตระกูลบันทึกสวรรค์ได้ เขาก็ไม่มีสิ่งใดที่ต้องพูดอีก 

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น