วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter Chapter 93_Confrontation

Tale of the demon and god novel Chapter Chapter 93_Confrontation

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 93 - การเผชิญหน้า


บทที่ 93 - การเผชิญหน้า

ในชาติพบที่แล้วตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่

เนี้ยหลี่ไม่ได้รู้จักติดต่อกับบิดาของเย่ จื้อหวิ๋น มากซักเท่าไร  อย่างไรก็ตามเขานั้นรู้ว่า บิดาของนางนั้นเป็นคน ใจแข็งมองะมีบุคลิกลักษณะท่าทางที่แข็งกร้าวทำให้เขาเป็นผู้ที่จัดการได้ยากมากเนี้ยหลี่นั้นได้ยินมาจาก เย่ จื้อหวิ๋นว่า บิดาของนางเป็นคนที่เข้มงวดมากนับตั้งแต่ยังเป็นเด็กความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับนางจึงไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าไรนัก  

ถ้าเนี้ยหลี่ถูกพ่อตาพบในขณะที่ เนี้ยหลี่ มีสัมพันธ์กับลูกสาวของเขาตอนที่เนี้ยหลี่นั้นกำลังเปลือยกายอยู่  ใครบ้างจะรู้ว่าเขาจักทำเช่นไร

เนี้ยหลี่ครุ่นคิดอย่างสงบว่ามีเรื่องที่น่ากังวลใดหรือไม่ก็พบว่ามีเรื่องที่ขว้างกางเกงออกไปเขาตกใจจึงเรียกจิตอสูรปิศาจเงาพร้อมใช้ ความสามารถล่องหนซ่อนตัวจากการต่อสู้  มองะรีบรุดออกไปในเร็วพลัน

เขาจักต้องรีบออกไปจากที่นี่ในทันที ไม่เช่นนั้นจะไม่มีโอกาสอีกแล้วทุกๆคนต่างรู้ว่า เจ้าเมือง นั้นเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับ แบล๊คโกลด์  มองะอยุ่ในอันดับที่สูงมาก จนใกล้เคียงกับระดับตำนานเลยทีเดียว

ณ  ขณะนี้ที่บริเวณลานหน้าตึก

ชายผู้แข็งแกร่งจนน่าเกรงขามกำลังก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยเข้ามาภายในเขาสวมใส่ชุดคลุมสีเทา มองะผูกมัดผมซึ่งยาวจนถึงแผ่นหลังใบหน้ามองดูเคร่งครึม แผ่กลิ่นอายอันเย็นเยือกจนจับใจออกมาจากร่างกายขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกบ่งบอกให้ทราบถึงความสูงศักดิ์ในเวลาเดียวกันแผ่พุ่งออกมาจากรอบตัวเขา



เย่ จื้อหวิ๋น กลัวจนยืนแข็งทื่อ  นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าบิดาของนางนั้นจักเข้ามาในเวลานี้ดังนั้นนางจึงอยู่ในอาการตะลึงมึนงงไปชั่วขณะถ้าบิดาของนางรู้ว่าเนี้ยหลี่กำลังอาบน้ำในห้องของนาง ใครก็รู้ว่า  เขาอาจจะต้องทำอะไรบางสิ่งเป็นแน่

จืออวิ้น  เจ้ามองดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนี่  เจ้าเจ็บป่วยประการใดหรือไม่?”  เย่ ซ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองะเอ่ยวาจาถาม

      “มะ.........ไม่มี” เย่ จื้อหวิ๋น รีบส่ายหน้าของนาง หัวใจนางตอนนี้นั้นสั่นระรัวจนไม่สามารถห้ามปรามได้  ถ้าเนี้ยหลี่รู้ว่าบิดาของนางกำลังเข้ามาในห้องเขาจักต้องซ่อนตัวเพื่อไม่ให้ถูกพบ ถ้าเขาถูกพบ บิดาของนางจะโกรธแล้วเขาจักต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

ณ เวลานี้  เย่ จื้อหวิ๋นกำลังกังวล  เป็นห่วงความปลอดภัยของเนี้ยหลี่

ทันใดนั้น  เย่ ซ่ง รู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งผิดปกติไป  เขาพบว่า “ทำไมจึงมีกลิ่นอายของบุคคลอื่นอยู่ในสถานที่เช่นนี้?”

เมื่อได้ยินวาจาเย่ ซ่ง      เย่ จื้อหวิ๋นก็รู้สึกตกใจขึ้นทันที  นางรู้ว่าบิดาของนางนั้นเป็นถึงร่างทรงอสูรระดับแบล๊คโกลด์ ซึ่งมีขั้นที่สูงมากจนเหลืออีกเพียงขั้นเดียวจะก้าวเข้าสู่ระดับตำนานแล้ว ดังนั้นประสาทความรู้สึกของเขาจึงช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก

      “มันไม่มีสิ่งใดหรอก? หนูอยู่ที่นี่คนเดียว!”  เย่ จื้อหวิ๋น รีบส่ายมือปฏิเสธพร้อมเอ่ยวาจา มองดูกังวลยิ่งนัก

เย่ ซ่งชำเลืองมองด้วยสายตาอันเย็นชา ไปยังเย่ จื้อหวิ๋น  ก็รู้ว่านางกำลังพูดจาโกหก จากนั้นกวาดสายตาไปรอบๆทันที  พบว่าไม่เพียงแต่มีกลิ่นอายของบุคคลอื่นอยู่ที่นี่ มันคือผู้ชาย  เย่ ซ่งถอนหายใจพร้อมปลดปล่อยพลังวิญญาณอันรุนแรงแผ่กระจายไปทั่วเป็นบริเวณกว้างจนถึงบริเวณลานหน้าตึกเลยทีเดียว


ในขณะนั้น เนี้ยหลี่ ที่เตรียมการจะหลบหนีออกจากลานหน้าตึก ก็รู้สึกถึงแรงกดดันของพลังวิญญาณ แผ่พุ่งมาจากบริเวณฟากฟ้า จนทำให้เขานั้นไม่กล้าที่จะขยับกายเคลื่อนไหวใดๆ  สิ่งที่เขากลัวก็พลันปรากฏเป็นจริงขึ้นมาแล้ว  เขาเก็บซ่อนกลิ่นอายทั้งหมดโดยปลดปล่อยพลังวิญญาณสร้างเขตแดน  ห่อหุ้มเร้นกายเข้าไปในดวงจิตอสูรปิศาจเงา


เย่ ซ่ง แผ่พลังวิญญาณพวยพุ่งออกรอบพื้นที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากนั้นเขาก็ตรวจสอบ พบบริเวณที่เนี้ยหลี่อยู่

เนี้ยหลี้นั้นรู้สึกไม่ค่อยพึงพอใจเท่าใดนัก  ที่ในชาติพบนี้ เขาไม่ค่อยจะมีเวลาบ่มเพาะพลังวิญญาณมากนัก  นอกจากนี้พลังวิญญาณเขายังเป็นเพียงร่างทรงอสูร  ระดับเงิน  ขั้นสามดาว  ถ้าหากเขามีความสามารถถึงระดับโกลด์มองะได้ปรับแต่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสามารถในการล่องหน ของจิตอสูรปิศาจเงา  เขาจักไม่ถูกตรวจพบได้โดยง่ายเป็นแน่

ณ ตอนนั้น เย่ ซ่งได้ตรวจพบสถานที่ๆเขาอยู่เรียบร้อยแล้ว

         “มันมีความสามารถในการล่องหนอยู่จริง  ข้าไม่คาดคิดว่าเขาจะมีความสามารถที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเช่นนี้ เขาไม่ได้เป็นผู้ที่มีความฉลาดเพียงน้อยเป็นแน่นอน!”  เย่ ซ่ง ถอนหายใจ  เขาเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การต่อสู้มาหลากหลาย แต่เขากลับรู้เพียงน้อยนิดถึงความสามารถในการล่องหน  คลื่นพลังวิญญาณที่แผ่ออกมาเป็นเส้นสายทำหน้าที่เหมือนดั่งเชือกที่ร้อยรัด เนี้ยหลี่จนแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ภายใต้การร้อยรัดของห่วงเชือกจากแรงพลังวิญญาณช่างมีประสิทธิภาพมากมายนัก  ความสามารถในการล่องหน  ของเนี้ยหลี่ก็เริ่มหายไป พลันค่อยๆมองเห็นร่างกายของเขาเด่นชัดปรากฏเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

บูมม!

แรงพลังวิญญาณของ เย่ ซ่ง ช่างโหดร้ายรุนแรงยิ่งนัก จนสามารถร้อยรัดเนี้ยหลี่พร้อมทั้งฟาดลงกับพื้นปฐพีจนเกิดรอยแยกขึ้นที่ผิวหน้าของดินได้เลยทีเดียว

“ อัก ” เนี้ยหลี่กระอักเลือดออกมา  ร่างกายมองะอวัยวะภายในของเขาบอบช้ำได้รับบาดเจ็บสาหัสจากผลกระทบของแรงกระแทก    เย่ ซ่ง ช่างไร้เมตตาปราณีนัก ความแข็งแกร่งของเขานั้น สามารถฆ่าเนี้ยหลี่ให้ตายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้เลย

“เนี้ยหลี่ เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” เห็นภาพเหตุการณ์นี้ เย่ จื้อหวิ๋น นางรีบวิ่งไปที่ด้านข้างของ  เนี้ยหลี่  ในทันทีพร้อมทั้งช่วยพยุงตัวเขาขึ้น  นางขมวดคิ้วด้วยความโกรธพร้องทั้งจดจ้องไปยัง เย่ ซ่ง“ท่านพ่อทำร้ายเพื่อนของหนูช่างไม่มีเหตุผลยิ่งนัก?”

“เพื่อน?” เย่ ซ่งปล่อยลมหายใจอย่างรุนแรง พร้อมจดจ้องมายัง   เย่ จื้อหวิ๋นด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด พร้อมทั้งเอ่ยวาจาว่า “จงอธิบายให้ข้าเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?”

      “ข้ามีนามว่า เนี้ยหลี่ ยินดีที่ได้พบกับท่านเจ้าเมือง” เนี้ยหลี่เริ่มทำการใช้พลังวิญญาณของเขารักษาอาการบาดเจ็บให้ทุเลาขึ้นทีละน้อย  พร้อมทั้งเอ่ยวาจามองะป้องมือคำนับ  ไม่ว่ายังไงเขานั้นยังคงเป็นบิดาของเย่ จื้อหวิ๋น   นอกจากนี้ยังเป็นพ่อตาของเขาในอนาคต  การพบปะกันครั้งแรกนี้มันชั่งน่าอายเล็กๆเลยจริงเชียว

“เนี้ยหลี่? ดูเหมือนว่าเจ้ามีสิ่งใดที่ปิดบังข้าอยู่  เจ้าคือเด็กที่ได้รับการคัดสรรค์ให้มาอยู่ยังตำหนักของเจ้าเมืองใช่หรือไม่? เจ้ายังคงสนทนาสิ่งใดกับลูกสาวของข้ากัน? เย่ ซ่ง มองเนี้ยหลี่ด้วยสายตาอันเย็นชา เนี้ยหลี่ซึ่งตอนนี้ร่างกายท่อนล่างของเขานั้นสวมใส่เพียงกางเกง ส่วนท่อนบนนั้นปกคลุมด้วยเสื้อตัวน้อย สายตาอันเย็นเยือกของเย่ ซ่งนั้นจับจ้องมอง มายังเนี้ยหลี่มองะเย่ จื้อหวิ๋น


 “แน่นอน  ข้ามาที่นี่เพียงเพื่อจักเยี่ยมเยือนเพื่อนร่วมชั้นเรียน เมื่อได้รู้ว่านางนั้นอยู่ที่นี่ข้าจึงมาเพื่อจะพบเท่านั้น” เนี้ยหลี่ ส่งรอยยิ้มอันขื่นขม พร้อมเอ่ยวาจา

      “เยี่ยมเยือน? เจ้าต้องการสิ่งใดกันจึงทำให้ต้องเปลื้องผ้าในการเยี่ยมเยือนเช่นนี้? เย่ ซ่งปล่อยลมหายใจอันกราดเกรี้ยว    มันเป็นเหมือนดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมายังกลางใจของเนี้ยหลี่  เมื่อจับจ้องมองมายังเนี้ยหลี่ใบหน้าอันเคร่งขรึมของเขาไม่ได้ลดลง “จืออวิ้น เจ้าช่างทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก  ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่าเจ้าจักทำลายชื่อเสียงของตระกูลเราลงได้”

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเย่ ซ่ง นางพลันสะดุ้งตกใจเล็กน้อย   แววตาของนางนั้นช่างมองดูเศร้า

เมื่อมองมายังเย่ จื้อหวิ๋น  นางนั้นช่างเศร้านัก  เนี้ยหลี่แหงนหน้าขึ้นจองมองไปยังเย่ ซ่งพร้อมเอ่ยวาจา “ ท่านลุง โปรดอย่าได้เข้าใจผิด ไม่มีสิ่งใดระหว่าง  จืออวิ้นมองะข้า ถ้ามีปันหาใดๆ ทุกอย่างนั้นให้ตรงมาหาข้า  อย่าได้โทษนางเพียงคนเดียว”


หลังจากได้ยินคำกล่าวของเนี้ยหลี่ เย่ ซ่งนั้นพลันทวีความโกรธยิ่งกว่าเดิม เขาก้าวย่างมายังเนี้ยหลี่อย่างช้าๆ  ละอองฝุ่นผงธุลีมองะศิลาก้อนเล็กๆในลานกว้าง ล่องลอยขึ้นในเวหา  ความคั่งแค้นของระดับแบล๊ค โกลด์  นั้นช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความน่ากลัวยิ่งนัก  เนี้ยหลี่มองะเย่ จื้อหวิ๋น ต่างรู้สึกถึงกลิ่นอายของความกดดันที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

 “ตรงมาที่เจ้าอะไรกัน?” ดูเหมือนเจ้ายังกระดูกอ่อนนัก กลับช่างกล้าทำลายชื่อเสียงของตระกูลหิมะเหมันต์  จงอย่าฝันว่าเจ้าจักมีชีวิตรอดไปได้”  เย่ ซ่งขยับแขนขวาไปมาก็พลันปรากฏคลื่นของแรงพลังวิญญาณพุ่งตรงไปยังเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที  เขาคิดว่าเย่ ซ่งเพียงจะจับกุมมองะตบตีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเย่ ซ่งจักเป็นคนเลือดเย็นได้ถึงเพียงนี้  ความแข็งแกร่งของเขานั้นชั่งมากนัก   ไม่มีทางเลยที่เขาจักสามารถต่อสู้กับผู้ซึ่งอยู่ในระดับ แบล๊คโกลด์ ได้ ถ้าเขานั้นสามารถที่จะเพิ่มพลังวิญญาณให้อยู่ในระดับ โกลด์แม้เพียงขั้นแรก  ก็จักมีโอกาสต่อกรได้แล้ว

ถ้าข้าสิ้นชีพลงตรงนี้ ทุกสิ่งที่ทำมานั้นต้องพลันพังมลายลงไปเป็นแน่!

ประชาชนในนครรุ่งโรจน์ทั้งหมดยังรอคอยความช่วยเหลือจากข้า!

บูม

พลังจากเขตแดนวิญญาณของเขากระแทกไปยังเนี้ยหลี่ จนลอยละลิ่วพร้อมทั้งมีเลือดพุ่งกระจายออกจากมุมปากไปกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรงก่อนที่เขาจักล้มตัวลง

      “ด้วยความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยของเจ้า  กลับกล้าอวดดี   ในตำหนักเจ้าเมืองแห่งนี้เชียวหรือ? เย่ ซ่ง ก้าวขาขวาออกมาก็พลันมีคลื่นแรงพลังวิญญาณพวยพุ่งโหมกระหน่ำออกมา

      “ท่านพ่อ  ไม่นะ!” เมื่อเห็นฉากนี้ หยดน้ำตาพลันไหลรินลงมาอาบแก้มของเย่ จื้อหวิ๋น  นางกระโจนทะยานออกมาปกป้องเนี้ยหลี่  พลังวิญญาณของนางพวยพุ่งออกมามองเห็นเป็นสายกลับกลายมาเป็นรูปลักษณ์ราชินีลมหิมะเหมันต์ก็พลันปรากฏบนเรือนร่างของนาง จากนั้นลมหิมะพัดปกคลุมไปทั่วฟากฟ้า  แปรเปลี่ยนกลายมาเป็นพายุหิมะ ทรงพลานุภาพยิ่งนัก  พัดโหมกระหน่ำรุนแรงก่อร่างกลายเป็นกำแพงปกป้องอยู่ด้านหน้าให้แก่นางนั้น  

บูม

ภายใต้แรงโจมตีจากพลังวิญญาณของเย่ ซ่งกำแพงหิมะก็พลันมลายกระจัดกระจายออกไปสิ้น

ช่างมีความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากมายยิ่งนัก  แม้เย่ ซ่งจักไม่ได้เรียกดวงจิตอสูรของเขาออกมา  ยังสามารถพิชิตเนี้ยหลี่มองะเย่จื้อ หวิ๋น ที่ผสานรวมกับดวงจิตอสูรเรียบร้อยแล้วอย่างง่ายดาย






      “ถึงกับรวมร่างกันราชินีหิมะเหมันต์ได้จริงๆ มองะยังกล้าต่อกรกับข้าที่เป็นบิดาของเจ้า ดูเหมือนเจ้าจักพัฒนาขึ้นมากนัก” เย่ ซ่งมองด้วยสายตาอันหนาวเหน็บไปยัง เย่ จื้อหวิ๋น


เย่ ซ่ง ปลดปล่อยรังสีสังหารอันน่ากลัวพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นเย่ จื้อหวิ๋นรู้สึกไม่คุ้นเคยเลย นางร้องไห้จนน้ำตาไหลรินอาบแก้มพร้อมทั้งเอ่ยวาจา “ท่านพ่อ  ข้าขอวิงวอนต่อท่านโปรดกรุณาปล่อย  เนี้ยหลี่ไปเถิด ถ้าท่านสามารถปล่อยเขาไปได้ หนูยินยอมรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างจากท่าน”



เมื่อมองเห็นการแสดงออกด้วยความเย็นชาบนสีหน้าของเย่ ซ่ง เนี้ยหลี่ก็เช็ดเลือดที่มุมปาก  พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ  คลื่นของพลังวิญญาณพวยพุ่งหมุนวนขึ้นรอบๆตัวเขา จากนั้นพลันแปรเปลี่ยนกลับกลายมาเป็นรูปลักษณ์ ของปีกขนาดใหญ่บนแผ่นหลังด้วยพลังวิญญาณ นอกจากนี้ปีกจากด้านหลังของเนี้ยหลี่   ยังมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับปีกของ เสี่ยวหนิงเอ๋อ มากนัก นอกจากนี้ยังมีถึงสามคู่



         ปีกขนาดใหญ่ทั้งหก  กระพือช้าๆอยู่ด้านหลัง แผ่คลื่นพลังวิญญาณเข้าเผชิญหน้ากับ เย่ ซ่ง

      “เหตุผลเดียวที่ข้าไม่ต่อสู้ เพียงเพราะว่าท่านคือบิดาของ จืออวิ้น หาใช่เพราะข้าเกรงกลัวท่านไม่....” คำพูดอันเหน็บหนาวค่อยๆเปล่งออกจากปากของเนี้ยหลี่อย่างช้าๆ  สายตาของเขาช่างแหลมคมประดุจใบมีดนัก


ณ ตอนนี้นั้น  เนี้ยหลี่ ลอยนิ่งอยู่กลางเวหา มองดูดุจดั่งคล้ายกับเทพพระเจ้าลงมาจุติก็ไม่ปาน  ดวงตาทั้งคู่ของเขามองดูเศร้าหม่นหมอง  พร้อมทั้งแผ่กลิ่นอายอันน่ากลัวออกมารอบตัว


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: