วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 85_Barely

Tale of the demon and god novel Chapter 85_Barely

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 85 - ฉิวเฉียด


บทที่ 85 - ฉิวเฉียด

หลังจากเสร็จสิ้นการวางเงินเดิมพันจำนวนหนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมาร   โดยตระกูลศักดิ์สิทธิ์สามารถที่จะวางเงินเดิมพันต่อ  ได้ไม่มากกว่านี้ ยอดเงินเดิมพันเลยเป็นยอดหนี้ โดยอีกฝั่งผู้ที่ทำการวางเดิมพัน คือ หยางซิน

เนื่องจากหยางซินเป็นผู้วางเงิน  เนี้ยหลี่จึงมิได้อยู่ที่จุดนั้น

เนี้ยหลี่ ต้องทำงานหนัก เพราะฉะนั้นเกินกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ได้จากการเดิมพัน กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ หลังจากชนะ  พี่สาว  จักให้เงินพนันทั้งหมดแก่น้องชายตัวน้อย!” หยางซินยิ้มอย่างมีเสน่ห์ พร้อมแลสายตาไปยังเนี้ยหลี่ ริมฝีปากสีชมพู ผมของนาง  หยักสลวยเป็นลอน ลิมฝีปากชีชมพูของนางนั้นขยับมาอยู่ข้างแก้มเนี้ยหลี่ รูปร่างอันสมส่วนดูมีเสน่ห์ของนางนั้นมาอยู่ข้างเนี้ยหลี่ ความนุ่มนวลจากผิวนางนางช่างทำให้น่าหลงใหลใฝ่ฝันเป็นยิ่งนัก

นางนั้นช่างเหมือนเป็นปิศาจที่มีอำนาจสะกดจิตใจให้ชวนหลงใหลนัก

            “พี่สาวหยางซิน เล่าเรื่องตลกอีกแล้ว  เงินจำนวนน้อยเช่นนั้นแม้ว่าพี่สาว จะเสียไปมันก็ไม่ได้มีความหมายมากมายสำหรับพี่สาวเลย” เนี้ยหลี่เอ่ยวาจาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ  เขานั้นจะไม่ถูกหยางซินหลอกล่อได้ง่ายๆเป็นแน่

 “พี่สาวจะรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยเงินของพี่สาวเอง!” หยางซินทำหน้าบุ้ยและกล่าวด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย



            “ พี่สาวไม่ได้มีความคิดอื่นใด นอกจากสวดอ้อนวอนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองน้องชายตัวน้อยให้ปลอดภัย” เพียงชั่วครู่  หลังจากการเดิมพัน

เนี้ยหลี่และเสิ่นหนิง จากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์  ได้เดินเข้าสู้สนามประลอง

ทั่วทั่งสนามประลองกำลังเร่าร้อนเพิ่มอุณหภูมิขึ้น เนื่องจากการเปล่งเสียงตะโกน จากผู้ที่สนับสนุนเนี้ยหลี่ และจากผู้ที่สนับสนุนเสิ่นหนิง

 “ในรอบที่แล้วเนี้ยหลี่ใช้กลอุบายหลอกเอาเงินจากข้าไปจำนวนมิใช่น้อย  ตอนนี้ได้เวลาที่ข้าจะนำมันกลับคืนมาแล้ว”

            “ตระกูลบันทึกสวรรค์ของเจ้าเด็กเหลือขอ   ให้เจ้าแพนด้าเขี้ยวใหญ่แก่เขาช่างโง่เง่ายิ่งนักแม้ว่าเขาจะหลอกตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้ในรอบที่แล้ว  แต่ในรอบถัดไปนี้ เสิ่นหนิง   ร่างทรงอสูรที่มีระดับเงิน ขั้น ห้าดาว  จะต้องเป็นผู้มีชัยอย่างแน่นอน”


ในรอบประลองก่อนหน้านี้ เมื่อเนี้ยหลี่ชนะ มิได้ทำให้เขาได้รับชื่อเสียงนัก  เนื่องจากเสิ่นเฟยพ่าย   โดยดูเหมือนจะไม่ได้รับความยุติธรรมอยู่เล็กน้อย  แต่สำหรับรอบนี้นั้นผู้คนส่วนใหญ่ยังคงวางเดิมพันข้างเสิ่นหนิง   อย่างไรก็ตามคนที่รู้สึกดีกับเนี้ยหลี่ยังคงรู้สึกว่าเนี้ยหลี่จักสามารถสร้างปาฏิหาริย์     ได้เหมือนเดิมหลังจากพวกเขานั้นได้รับเงินเดิมพันมาจากรอบที่แล้ว

เมื่อจ้องมองมาที่เนี้ยหลี่ที่อยู่บนเวทีประลอง  เย่ จื้อหวิ๋น อดหัวเราะออกมาแทบไม่ได้  นางได้ยินมาว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์   ได้ทำการวางเดิมพันอีกเป็นเงินถึง หนึ่งร้อยล้านเหรียญจิตมาร เนี้ยหลี่นั้นชั่งมีความคิดชั่วร้ายยิ่งนัก  ระหว่างการทดสอบประจำปีที่ผ่านมานี้   ผลการทดสอบของเขาไม่ได้สูง  แต่เย่ จื้อหวิ๋นเชื่อมั่นว่าเนี้ยหลี่นั้นมีระดับพลังวิญญาณสูงจนน่ากลัว  จนถึงกับว่าเขาสามารถที่จะควบคุมความแข็งแกร่งและพลังวิญญาณได้อย่างเหลือเชื่อ?ในสายตาของนางนั้นเนี้ยหลี่สามารถที่จะเอาชนะเสิ่นหนิง จากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแน่นอน จากนั้นนางก็เอาเงินออมที่เก็บสะสมมาทั้งหมดวางเดิมพันข้างเนี้ยหลี่

เมื่อมองมา ยังเนี้ยหลี่ ผู้ที่ดูมีปฏิภาณไหวพริบนัก  แม้ว่าเย่ จื้อหวิ๋นจะรู้สึกเคืองเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้เหมือนว่าทำไมนางถึงยังรู้สึกกังวลเล็กน้อย เมื่อนางได้ยินมาว่า  เนี้ยหลี่นั้นจักเข้าร่วมประลองยุทธ์ในครั้งนี้ นางก็รีบรุดมาอย่างรวดเร็ว

            “มันเป็นแค่ความกังวลระหว่างเพื่อนเท่านั้น” เย่ จื้อหวิ๋นนางคิดกับตัวเองก้มสายตามองต่ำลงไปยังเนี้ยหลี่ หน้านางก็รู้สึกอุ่นขึ้นเล็กน้อย นางไม่เคยมีความรู้สึกกังวลเช่นนี้กับเด็กผู้ชายมาก่อนเลย


การประลองเริ่มต้นขึ้น

เสิ่นหนิง
ก็ผสานกับจิตอสูรของเขาในทันที ร่างกายของเขาลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟ ทันใดนั้นก็กลายเป็นหมีสีชาดศักดิ์สิทธิ์ที่มีพละกำลังมหาศาล


“โฮก.......!”เสียงคำรามกึกก้อง

ขั้นต่อมา เสิ่นหนิง ได้ปลดปล่อยเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นสู้ท้องฟ้า พลังอันเกรี้ยวกาจแผ่ออกมาจนทำให้ทั้งสนามประลองสั้นไหว   พร้อมพื้นเวทียังลุกไหม้ด้วยเปลวไฟอันร้อนแรง

 “มันคือหมีสีชาดศักดิ์สิทธิ์จริงๆ”

            “ร่างทรงอสูร  ระดับเงิน ขั้น 5 ดาว รวมกับ หมีสีชาดศักดิ์สิทธิ์ สิ่งนี้คือความสามารถอันสมบูรณ์แบบที่มีอยู่ในหมู่ของชนรุ่นใหม่เลยจริงๆ ดูเหมือนว่าเนี้ยหลี่ในตอนนี้จักถึงคราวเคราะห์แล้ว  ครั่งก่อน เขาจัดการทายาทสายตรงอย่างนายน้อยของตระกูลศักดิ์สิทธิ์จนมีสภาพน่าสมเพทเวทนายิ่งนัก  คราวนี้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์คงจะมิยอมปล่อยให้เขาออกไปอย่างง่ายดายเป็นแน่”


       บรรดาผู้ที่ลงเดิมพันข้างเสิ่นหนิง ล้วนพากันชูมือขึ้น เสียงของพวกเขาชั่งเร่าร้อนเป็นยิ่งนัก

            “การผสานกับจิตอสูรที่เจ้ารับมาตนนี้นั้น   ช่างมีพลังรุนแรงไม่น้อยเลยจริงเชียว?”

   เนี้ยหลี่บ่นพรึมพรำ

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเนี้ยหลี่ เสิ่นหนิงนั้นก็ยิ้มอย่างขมขื่น  ในการประลองรอบที่ผ่านมานั้น เสิ่นเฟย โดนเนี้ยหลี่ ตบตีแต่เพียงฝ่ายเดียวมิยอมให้เขานั้นได้มีโอกาสที่จะผสานกับจิตอสูรของเขาได้   อย่างไรก็ตามเขาจะให้โอกาสนั้นแก่เนี้ยหลี่หรือไม่? การต่อสู้ในรอบนี้นั้นสำคัญมาก เขาจักหลอมรวมกับจิตอสูรก่อนสิ่งใด หลังจากหลอมรวมกับจิตอสูรของเขาเสร็จแล้วนั้น  เนี้ยหลี่และอสูรเขี้ยวแพนด้า จักไม่สามารถทำร้ายเขาได้

เสิ่นหนิงคิดอยู่ในใจว่าเขาชนะเรียบร้อยแล้ว

เนี้ยหลี่ยังคงสามารถหลอมรวมจิตอสูรกังฟูแพนด้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งหมุนตัวกลายมาเป็นแพนด้ามีเขี้ยว ตัวอ้วนดูช่างน่ารักไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใด

ไม่ว่าจะมองจากมุมใดๆเจ้าแพนด้าเขี้ยวใหญ่น่ารักตัวนี้ ไม่น่าจะมีพิษมีภัยแก่ใครได้

            “โฮก........”เสียงคำรามกึกก้องจากเส้นหนิง เขาก้าวย่างตรงไปทางเนี้ยหลี่ ระรอกคลื่นความร้อนลูกแล้วลูกเล่าระเบิดแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ
เพลิงกัมปนาท!

ทันใดนั้น เสิ่นหนิงก็กระโจนทะยานขึ้นไปพร้อมทั้งปล่อยฝ่ามือลงไปด้านล่างหลังจากนั้นก็มีเปลวเพลิงมากมายมองคล้ายดาวตกพุ่งลงมา

เมื่อเห็นฉากนี้  เนี้ยหลี่ไม่เข้าต่อสู้ แต่กำลังวิ่งหนี
บูม  บูม   บูม

เพลิงดาวตกพุ่งลงมายังด้านล่าง ปะทะกับพื้นอย่างรุนแรง  หลังจากนั้นก็เหลือไว้เพียงหลุมบนพื้นดินเท่านั้น

เนี้ยหลี่กระโดดหลบเพลิงดาวตกทุกลูกที่พุ่งมายังเขา เมื่อใครมองภาพนั้นต่างลุ้นจนต้องเหงื่อรินไหลกันเลยทีเดียว ถ้าเพลิงดาวตกโจมตีโดนเนี้ยหลี่เพียงครั้งเดียว  แม้เขาไม่ตายจักต้องพักรักษาตัว    อย่างน้อยเป็นเวลาครึ่งชีวิตของเขาเลยทีเดียว



เสียงโห่ จากผู้ชมในสนามดังก้อง

            “เจ้าเด็กบ้าจากตระกูลบันทึกสวรรค์นั้น    ช่างไม่มีความกล้าใดๆเลย  เขาเริ่มวิ่งหนีตั้งแต่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น    เขาสามรถหลบมันได้อย่างฉิวเฉียดแผ่นหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น?

            “การประลองครั้งนี้ช่างดูไร้ค่ายิ่งนัก เจ้าเด็กบ้าจากตระกูลบันทึกสวรรค์ ถ้าไม่สามารถเอาชนะได้ ก็ยอมแพ้ไปซะ! ช่างดูแล้วเสียอารมณ์จริงๆ!”

เสียงระเบิดพุ่งออกมาจากผู้ชม

หยางซินจับจ้องมาที่ เนี้ยไฮ่ เนี้ยอิ้ง   นางกล่าวถามด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งน้ำเสียงดูเหมือนว่าจะโกรธเล็กน้อย “พวกท่านไม่ได้มาพร้อมกันกับเนี้ยหลี่เหรอ  ทำไมถึงไม่เปลี่ยนจิตอสูรให้เขา?  ทำไมพวกท่านจึงปล่อยให้ เนี้ยหลี่ ใช้ จิตอสูรขยะอย่างแพนด้าเขี้ยวใหญ่

เนี้ยไฮ่ยิ้มอย่างขมขื่น และกล่าวว่า  “ท่านผู้อำนวยการหยาง ท่านเข้าใจผิดแล้ว เมื่อไม่นานมานี้เราได้ช่วยเนี้ยหลี่ซื้อดวงจิตอสูรมาจำนวนไม่น้อยกว่าหมื่นดวง ให้แก่เขา แต่เนี้ยหลี่ยังคงเลือกแพนด้าเขี้ยว เราไม่สามารถทำอะไรได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยไฮ่  หยางซินก็เกิดความรู้สึกประหลาดใจจนออกทางสีหน้า  เนี้ยไฮ้และพวก ได้ซื้อดวงจิตอสูรมากกว่าหนึ่งหมื่นดวงในไม่กี่วันนี้? เมื่อมองดูเนี้ยหลี่ที่อยู่ในสนามประลองแม้ว่าจะดูน่าสงสารไปบ้าง  แต่เขาก็สามารถที่จะหลบทุกการโจมตีได้ หรือว่าเขาจักมีจุดมุ่งหมายเป็นอย่างอื่น

            “น้องชายตัวน้อยเนี้ยหลี่  จักต้องมีเหตุผลที่เลือกแพนด้าเขี้ยวตัวนี้อย่างแน่นอน”      หยางซินยิ้มเล็กน้อยให้กับความคิดของนางเอง

เมื่อมองกริยาท่าทางของหยางซินที่แสดงออกมา  เนี้ยไฮ้ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาในทันที เขาเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก  ตระกูลเล็กๆของเขา จักมิสามารถที่จะทำให้หยางซินไม่พอใจได้เลย?

ณ บริเวณอัฒจันทร์ที่นั่งของผู้ชมที่ไกลออกไป เย่ จื้อหวิ๋นจ้องมายังสนามประลองโดยไม่ย้ายสายตาของนางไปไหนพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย  ในตอนนี้นางไม่สามารถที่จะบอกว่าเนี้ยหลี่นั้นจงใจกระทำเช่นนั้น  นางรู้ว่าตอนนี้เขาพยายามอย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตามนางนั้นรู้สึกว่าเนี้ยหลี่จักเป็นฝ่ายมีชัยแน่นอน

      หลังจากเพลิงดาวตกลูกหนึ่งระเบิดลงด้านข้างเนี้ยหลี่ ความจริงคือว่ เพลิงดาวตกเหล่านี้มิสามารถที่จักกระทำอันตรายใดให้แก่เนี้ยหลี่ได้เลย ถ้าเนี้ยหลี่พ่นระเบิดหยิน หยาง  ออกมา  นั้นมากเกินพอที่จักทำลายเสิ่นหนิงลงได้   อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ยังคิดว่ามิอยากที่จะเอาชนะเสิ่นหมิงได้ง่ายๆ

ถ้าเขาเอาชนะเสิ่นหนิงได้อย่างง่ายดายเสียแล้ว  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ก็คงจักมิวางเดิมพันรอบที่สามเป็นแน่

ดังนั้น เขาจึงต้องการแสดงให้ผู้อื่นได้ดูเหมือนว่าเขานั้นแทบจะไม่สามารถเอาชนะเสิ่นหนิงได้


 “ เจ้าเปียก อย่าเอาแต่วิ่งหนีซิ” เสิ่นหนิง โจมตีต่อเนื่องแบบบ้าดีเดือด    เขาควบคุมพลังอันเกรี้ยวกราดของหมีสีชาดศักดิ์สิทธิ์  ทั่วทั้งบริเวณพื้นในเวทีประลองล้วนถูกทำลายอย่างรุนแรงจนเป็นหลุมเป็นบ่อเกิดขึ้นมากมาย”

อย่างไรก็ตามเสิ่นหนิง นั้นมีความสุขคือการที่เนี้ยหลี่นั้นโชคดีมากๆ ทุกๆครั้งที่เพลิงดาวตกจักถูกตัวเนี้ยหลี่ เขามักจะสะดุดล้มจนหลบมันได้อยู่เป็นประจำ


ความคิดจากภาพที่เห็นนั้นคือ แพนด้าเขี้ยวใหญ่ตัวอ้วนน่ารักเงอะงะซุ่มซ่าม และเมื่อมองมาที่เนี้ยหลี่ที่สะดุดเท้าของตัวเองอยู่เป็นประจำ  ทำให้เสิ่นหนิงมิสามารถที่จะรู้สึกแปลกๆ กับการต่อสู้ในครั้งนี้ได้    ทั้งที่กังฟูแพนด้ารวมร่างกับเนี้ยหลี่นั้นช่างแข็งแกร่งนัก

ถ้าเป็นแพนด้าเขี้ยวใหญ่ทั่วไปเขาสามารถที่จะเอาชนะลงได้อย่างง่ายได้  แต่เนี้ยหลี่นั้นยังสามารถเอาตัวรอดอย่างทุลักทุเลมาได้เป็นเวลานาน

 “โฮก........”

เสิ่นหนิงทิ้งตัวลงมาจากกลางอากาศ มือทั้งสองข้างกำแน่นเป็นกำปั้นที่ทรงพลัง แผ่พลังแผดเผาอย่างรุนแรงจนดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดพุ่งลงมาจากฟากฟ้า

เมื่อเห็นฉากนี้ตาของเนี้ยหลี่ก็ลุกวาวขึ้นมา ทันที  พร้อมทั้งกลิ้งไปยังด้านข้าง

            “พยายามจะหนีเหรอ? มันสายเกินไปแล้ว!” คำเยาะเย้ยมองเห็นได้จากบนใบหน้าของเสิ่นหนิง คลื่นจากเปลวไฟสีชาดพวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรงจากร่างกายของเขา กลายเป็นดาวตกที่พุ่งลงมาอย่างรุนแรง


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น