วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 91_Living together?

Tale of the demon and god novel Chapter 91_Living together?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 91 -  อยู่ด้วยกันไหม?


บทที่ 91 -  อยู่ด้วยกันไหม?

นครรุ่งโรจน์ คฤหาสน์เจ้าเมือง
             
         ลานกว้างขนาดใหญ่กว้างสุดลูกหูลูกตาราวกับไม่มีที่สิ้นสุดช่างเป็นมุมมองที่งดงามเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเสาหลักที่ตั้งรวมไปถึงตัวของสะพานยังงดงามไปด้วย ในขณะเดียวกันสถานที่แห่งนี้ได้รับการคุ้มกันอย่างหนาแน่น แต่ก็ไม่ทำให้อึดเท่าไหร่นัก เหล่านักรบของที่นี่ ได้รับการบ่มเพาะพลังจาก นักรบระดับเงิน และขณะเดียวกันก็มีนักรบระดับทอง คอยลาดตระเวนให้ ซึ่งสามารบอกได้ว่าภายในลานกว้างแห่งนี้มีนักรบระดับทองคำดำ และ ร่างทรงอสูรได้พำนักอยู่ที่นี่
             
              ที่นี่เป็นใจกลางของนคร เมืองรุ่งโรจน์แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
             
                 เนี่ยหลี่และเนี่ย หยู๋ ได้ถูกจัดให้อยู่ภายในสวนแห่งนี้ด้วย ตราบใดที่ไม่มีผู้เชี่ยวชาญระดับทองคำดำเข้าโจมตีสถานที่แห่งนี้นั้นย่อมมีความปลอดภัย จะเห็นได้ว่าเนี่ยหลี่ได้รับการเอาใจใส่ดูแล ป้องกันเป็นอย่างยิ่งเมื่ออยู่สถานที่แห่งนี้
             

                   “พี่ใหญ่ เหตุใดพวกเราต้องเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ของเจ้าเมืองด้วย?”เนี่ยหยู๋ ถามเนี่ยหลี่ อย่างหวาดหวั่น นับตั้งแต่นางได้เข้ามายังคฤหาสน์ของเจ้าเมืองนางก็ได้รับความกดดันเป็นอย่างมาก
             
                   “เพราะว่าสถานที่ ที่พวกเราเข้ามานี้นั้นปลอดภัย!”เนี่ยหลี่ตบไหล่ของเนี่ย หยู๋ พร้อมบอกว่า”เจ้าไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องหวาดกลัวในสถานที่แห่งนี้ ตราบใดที่พี่ใหญ่ของเจ้าอยู่ที่นี่เจ้าสบายใจได้ นอกจากนั้นแล้วลูกสาวของท่านเจ้าเมืองยังเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าเสียด้วย หากครั้งต่อไปเมื่อเจ้าเห็นนางเจ้าต้องไม่ลืมเรียกนางว่า

พี่-สะ-ใภ้ ตกลงไหม?”
       
     

           “พี่สะใภ้?ตกลงข้าจะเรียกนางว่าพี่สะใภ้”เนี่ยหยู๋ มองไปที่เนี่ยหลี่อย่างประหลาดใจ นางไม่คิดว่าเนี่ยหลี่ จะหาพี่สะใภ้ให้นางได้ไวขนาดนี้มิหนำซ้ำนางยังเป็นลูกสาวของท่านเจ้าเมืองอีกด้วย
             
          ภายในหัวของเนี่ยหยู๋ ตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้อธิบายใดๆเพิ่มเติมให้แก่นางเลย คฤหาสน์เจ้าเมืองที่ทำการปกป้องอัจฉริยะนั้นไม่คาดคิดว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นการนำหมาป่าร้ายเข้ามาภายในบ้านเสียแล้ว เนี่ยหลี่มีความคิดที่อกุศลตั้งแต่เริ่มต้นเลยทีเดียวเชียว


    ‘หึ หึ การที่ได้เข้ามายังคฤหาสน์ของเจ้าเมืองนั้นนอกเหนือจากการฝึกฝนบ่มเพาะพลังแล้วข้ายังสามารถหยอกล้อกับเย่ จื้อหวิ๋นได้ เมื่อยามข้ารู้สึกเบื่อหน่าย ช่างเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบยิ่งนัก ถ้าไม่มีพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์หรือสมาคมทมิฬ และการบุกจู่โจมของพวกสัตว์อสูรแล้วละก็ ชีวิตข้าคงจะมีความสุขไม่น้อย

       สำหรับอนาคตภายภาคหน้านั้น เนี่ยหลี่ได้คิดหาวิธีที่จะโค่นล้มตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไว้แล้ว ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี่ยหลี่ ถ้าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไม่ทรยศต่อนครรุ่งโรจน์ หากรากฐานของปัญหานี้ไม่เกิดจากภายใน นครรุ่งโรจน์จักไม่พ่ายแพ้ให้แก่เหล่าอสูรปีศาจอย่างง่ายดายเช่นนี้แน่

    ตอนนี้เนี่ยหลี่ยังอยู่ที่ระดับ 2 ดาวเงิน อย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของเนี่ยหลี่หากปะทะกับ ระดับปกติ 1-2ดาวทองยังไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่นัก แต่เท่านี้ยังห่างไกลกับสิ่งที่เนี่ยหลี่คาดหวังเอาไว้ เนี่ยหลี่จึงรีบฝึกฝนการบ่มเพาะพลังให้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

     “จะมีอะไรอีกนะที่สามารถเพิ่มความรวดเร็วของการบ่มเพาะพลังของข้าให้ไปถึงขั้นที่รวดเร็วที่สุดได้?”เนี่ยหลี่เคาะหัวไปพร้อมกับนึกคิด”นี่ข้าลืมเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ไปได้เยี่ยงไรกัน?”ภายในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวที่สามารถกระตุ้นความสนใจให้แก่เนี่ยหลี่ได้คือเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์


    ‘อันดับแรกข้าต้องเตรียมความพร้อมของข้าก่อนแล้วค่อยหาโอกาสเดินทางไปยังเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์!’เนี่ยหลี่ครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง
เนี่ยหลี่เริ่มต้นฝึกฝน.เนี่ยหยู๋ก็เช่นกัน นางมีความเหมาะสมกับการฝึกมากดังนั้นนางจักไม่ปล่อยแม้แต่สิ่งรบกวนเล็กน้อยที่จะทำให้กระทบต่อการฝึกฝนใดๆของเนี่ยหลี่เลยแม้แต่นิดเดียว

วันที่หนึ่ง,วันที่สอง....


   วันเวลาได้ผ่านไปการใช้ชีวิตของเนี่ยหลี่และเนี่ยหยูที่นี่ก็ไม่เลวเลยทีเดียว นอกเหนือที่ไม่ได้รับการอนุญาตให้ไปยังใจกลางของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง ก็ไม่มีข้อจำกัดอื่นใดอีก อาหารสามมื้อต่อวันถูกจัดส่งจากคนรับใช้นำมาให้อย่างดี คนนอกยังสามารถแวะมาเยี่ยมเยียนได้ตลอดเวลา


    มีข่าวลือลอยมาว่าในเวลาไม่กี่วันมานี้ท่านเจ้าเมืองและร่างทรงอสูรระดับตำนานเย่ โม่ จะมาพบกับเนี่ยหลี่เป็นการส่วนตัวเป็นสาเหตุให้ทหารยามโดยรอบและบรรดาสาวใช้ทั้งหลายปฏิบัติตนอย่างสุภาพกับ พี่น้องคู่นี้


     เนี่ยหลี่ได้ทำการบ่มเพาะพลังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในวันที่ห้าของการบ่มเพาะพลัง พลังของเขาได้ยกระดับเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นในที่สุดพลังวิญญาณของเนี่ยหลี่ก็ได้บรรลุระดับ 3ดาวเงิน


หลังจากที่พลังบรรลุไปที่ระดับ 3ดาวเงินแล้วเนี่ยหลี่ได้ระงับการฝึกฝนของเขาเอาไว้ก่อนแทนที่จะดำเนินการฝึกขั้นถัดไป จะเป็นการดีที่สุดถ้าไม่รีบร้อนบ่มเพาะพลังจนเร็วเกินไปเพื่อให้เวลาปรับตัวเข้ากับความต่างระหว่างระดับแต่ละระดับ เนี่ยหลี่กระพริบตาลง หลังจากที่ได้เข้ามายังคฤหาสน์ของเจ้าเมืองเป็นเวลาหลายวันแล้ว เย่ จื้อหวิ๋นยังคงไม่ได้แวะมาเยี่ยมเขาเลย


ในยามที่อาทิตย์อัสดง ฉายให้แสงให้เห็นถึงความงามประดุจดั่งทองของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูสวยงามราวกับวิมานบนสรวงสวรรค์ยิ่งขึ้นไปอีก


‘อาจจะเป็นเพราะเจ้าเขินอายขาดความกล้าที่จะแวะมาเยี่ยมเยียนข้า ดูเหมือนว่าข้าจะต้องไปหาเจ้าเองเสียแล้ว!’เนี่ยหลี่พึมพำกับตัวเอง”เสี่ยวหยู๋ ข้าจะไปหา พี่สะใภ้ของเจ้า เจ้าอยู่ที่นี่และฝึกฝนต่อไปเถิด”


“ได้ค่ะ พี่ใหญ่”เสี่ยวหยูเบิกตา กว้างมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความสับสน พี่ใหญ่เตรียมวิธีการอันใดที่จะไปหาพี่สะใภ้กันนะ? แม้ว่านางจะมีความอยากรู้อยากเห็นแต่นางก็ไม่ได้สอบถามสิ่งใดกับเนี่ยหลี่มาก นางยังคงเชื่อฟังเนี่ยหลี่และอยู่ในลานปฏิบัติเพื่อฝึกฝนต่อไป


หลังจากเนี่ยหลี่ออกมาจากลานกว้างแล้ว เนี่ยหลี่ได้เรียกจิตอสูรปีศาจเงาและหายตัวไป ผู้เชี่ยวชาญที่มีระดับยศทองสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ พวกเขามองไปที่สภาพแวดล้อมโดยรวมแต่กลับไม่พบอะไรผิดปกติจึงถอนสายตากลับ พวกเขาได้แต่คิดกันไปว่ารู้สึกผิดไปเอง


‘ความสามารถล่องหนของข้ายังไม่สมบูรณ์มากพอ การซ่อนกลิ่นอายยังไม่แข็งแกร่งมากเพียงพอเมื่อเผชิญกับร่างทรงอสูรระดับทอง ในตอนนี้ข้ายังสามารถผ่านพ้นไปได้อยู่ แต่ถ้าหากพบกับร่างทรงสูรระดับทองคำดำขึ้นไปข้าต้องถูกสังเกตเห็นตัวอย่างแน่นอน’เนี่ยหลี่คิดกับตัวเอง เนี่ยหลี่ถือวิสาสะมุ่งไปที่ เย่ จื้อหวิ๋นพักอาศัยอยู่


แม้นว่าเนี่ยหลี่จะไม่เคยได้เข้ามายังสถานที่นี้มาก่อน แต่เนี่ยหลี่เคยได้ยินทั้งหมดเกี่ยวกับคฤหาสน์ของเจ้าเมือง ดังนั้นมิใช่เรื่องยากเลยที่เนี่ยหลี่จะรู้ว่า เย่ จื้อหวิ๋นนั้นพักอยู่ที่ใดในสถานที่แห่งนี้

‘ลูกสาวของท่านเจ้าเมือง   น่าสนใจจริงๆ’เนี่ยหลี่คิดกับตัวเองขณะเดียวกับเขาก็ไม่สามารถที่จะอดกลั้นรอยยิ้มของเขาได้


เนี่ยหลี่ผ่านเข้าไปยังคฤหาสน์เจ้าเมืองได้แบบง่ายๆ โดยไม่มีใครขัดขวาง ร่างทรงอสูรระดับทองไม่ได้เป็นปัญหาให้เนี่ยหลี่แต่อย่างใด

ลานเล็กๆที่ปรากฏผ่านสายตาของเนี่ยหลี่ มันเป็นลานที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายในเต็มไปด้วยพืชพันธ์ไม้ดอก นานาชนิด คอยส่งกลิ่นหอมรุนแรงราวกับระเบิดออกมา เมื่อมองไกลไปอีกหน่อย พบกับอาคารที่ถูกทำขึ้นมาอย่างปราณีตภายในชั้นที่สอง เย่ จื้อหวิ๋นอยู่ที่นั่น


เนี่ยหลี่ผ่านประตูเล็กๆเข้ามา ด้วยการใช้ความสามารถล่องหน หลังจากที่เข้ามาได้สำเร็จเนี่ยหลี่ปลดความสามารถของตัวเองลง เนี่ยหลี่ได้เดินเข้ามาข้างใน


บนหินที่อยู่มุมสุดของคฤหาสน์ เย่ จื้อหวิ๋นได้นั่งขัดสมาธิ ขณะที่นางฝึกฝนอยู่พลังวิญญาณของนางขดโดยรอบอยู่บริเวณด้านหลังของนาง ปรากฏรูปสีขาวที่ยังไม่ชัดเจนอยู่


ราชินีเหมันต์หายากยิ่ง นอกจากนี้มันยังทรงพลังอย่างมากด้วยความสามารถการต่อสู้กับสัตว์อสูรลมหิมะ ช่างเป็นภาพที่น่าชื่นชมจริงๆ ขณะที่เย่ จื้อหวิ๋นฝึก[ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต]


เพียงเมื่อเนี่ยหลี่จ้องมองไปยังเรือนร่างของเย่ จื้อหวิ๋น บริเวณจมูกรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เลือดกำเดาเกือบจะไหลออกมา เย่ จื้อหวิ๋นนางเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ผมของนางยังคงไม่แห้งสนิทดี นางสวมเพียงผ้าคลุมบางๆเผยให้เห็นหน้าอกรางๆ

ฉากที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในขณะนี้ทำให้เนี่ยหลี่ระลึกถึงชาติที่แล้ว คืนนั้นภายใต้แสงจันทร์ เย่ จื้อหวิ๋นที่งดงามราวกับเทพธิดามอบความบริสุทธิ์ให้แก่เนี่ยหลี่ พวกเขาทั้งสองโอบกอดกันสัมผัสได้ถึงลมหายใจซึ่งกันและกัน เนี่ยหลี่ใช้มือนวดสัมผัสอย่างบางเบา บางคนถึงกับบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของชายคนหนึ่ง เมื่อเขาได้สตรีที่รักดั่งยอดดวงใจมาไว้ครอบครอง


เนี่ยหลี่สูดหายใจเข้าลึกๆ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน เย่ จื้อหวิ๋นยังไม่ได้เติบโตเต็มที่ แต่เท่านี้นางก็งดงามมากแล้ว หลังจากที่ฝึก[ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต] นางก็ยิ่งมีเสน่ห์ดึงดูดมากเพิ่มขึ้นไปอีก

ในขณะที่สติของเย่ จื้อหวิ๋นดำดิ่งลึกของการฝึกฝน นางตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างนางเปิดตาขึ้นอย่างไม่เป็นมิตรกล่าวว่า”ใครกัน?”เมื่อนางเห็นเนี่ยหลี่นางรู้สึกโล่งใจ นาง งงงวย เป็นอย่างมากจึงถามว่า”ทำไมเป็นเจ้า? เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน?”

   ถ้าเป็นคนอื่นที่จู่ๆปรากฏตัวขึ้นในลานแห่งนี้ เย่ จื้อหวิ๋นจะต้องสงสัยในเหตุจูงใจของพวกเขาแน่นอน ถึงแม้จะเป็นคนที่คุ้ยเคยกับเย่ จื้อหวิ๋น ก็ไม่สามารถทำให้นางลดการป้องกันตัวเองลงอย่างสมบูรณ์ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเย่ จื้อหวิ๋นเห็นเนี่ยหลี่ ถึงรู้สึกสบายใจอย่างไม่รู้ตัว


   “ข้ามาที่นี่เพื่อดู ที่พักอาศัยของเจ้า ดูเหมือนว่ามันจะมีเอกลักษณ์มากเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามการที่เจ้าอยู่ที่นีเพียงผู้เดียวไม่เป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปหรอกหรือ จะเป็นยังไงน้าถ้าข้าจะย้ายมาอยู่กับเจ้า?”เนี่ยหลี่มองรอบไปทุกด้านขณะที่พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

เย่ จื้อหวิ๋นมองไปยังเนี่ยหลี่ ช่างน่าอายจริง ‘เนี่ยหลี่.... ความไร้ยางอายของเขาอยู่ระดับใหนกันแน่?ข้ายอมรับเลยว่าที่ผ่านมามันน่าเบื่อมาก แม้ว่าข้าจะเบื่อขนาดไหนก็เหอะ,ถึงอย่างงั้นข้าจะไม่ยอมให้เจ้าย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นแน่!’


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น