วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 61_Tease

Tale of the demon and god novel Chapter 61_Tease

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 61 - ย้่วยวน


บทที่ 61 - ย้่วยวน

            เมื่อได้เห็น เนี่ย ลี่ ออกไปกับหยางซิ่น   ทั้งเนี้ยเว่ยเนี้ยอิ้ง , และคณะที่เหลือทั้งหมด พวกเขาทุกคนรู้ว่านับแต่นี้เป็นต้นไป ตำแหน่งของ เนี่ย ลี่ ในตระกูลบันทึกสวรรค์ จะไม่เหมือนเดิม

              สำหรับ เนี้ยเสี่ยวเฟิ่ง และ เนี้ยเสี่ยวหลี่ พวกเขามองซึ่งกันและกันด้วยความตะลึง พวกเขารู้ว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเขาจะต้องใช้ชีวิตอยู่กับความอัปยศอดสู

ด้านในคฤหาสถ์ของหยาง ซิน

              หยาง ซิน ได้ถอดเสื้อชั้นนอกของเธอเผยให้เห็นเสื้อผ้าไหมที่กระชับแน่นกับเรือนร่างของเธอ และอย่างเชื่องช้า เธอได้ยืดเอวของเธอออกอวดร่างเรือนอันสมส่วนและสะโพกก็เข้ารูปสวยงาม โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าเนี่ยหลี่นั้นได้อยู่ในที่แห่งนี้ด้วย ในขณะที่เธอกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกนี้ เธอคิดในใจว่าเนี้ยหลี่นั้นก็เป็นเพียงเด็กอายุ 13 ปีเท่านั้น

              แต่เธอนั้นไม่รู้ว่าภายใต้เปลือกนอกของเด็กอายุ 13 ปีของเนี้ยหลี่นั้น ได้ซ่อนจิตใจของความเป็นผู้ใหญ่เอาไว้  เนี้ยหลี่มองไปที่หยางซิ่นและต้องการพูดบางอย่าง ณ ช่วงเวลาเช่นนี้ เธอนั้นชวนมองเป็นอย่างมาก เสื้อผ้าไหมแสนบางเป็นเหตุให้ผิวขาว ๆ  ภายใต้เสื้อของเธอมองเห็นได้เรือนลาง และผ้าบนหน้าอกของเธอก็ไม่สามารถปกปิดของอวบอั๋นขนาดใหญ่เช่นนั้นได้ และร่องอกลึกที่สามารถเห็นได้เป็นทางสีขาวขนาดใหญ่อยู่ระหว่างกลาง

              อย่างไรก็ตาม เนี้ยหลี่มองด้วยความชื่มชมเท่านั้น เขาไม่ได้สนใจซึ่งความคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศเลย

              “เป้าหมายของสมาคมทมิฬ คือเจ้างั้นหรือ”  หยาง ซิน ถามขณะก้มลงมองที่ เนี้ย ลี่

              ขณะที่ เนี่ยหลี่ เงยหน้าขึ้น เขาเห็นหน้าอกสีขาวของ หยาง ซิน ที่มีรูปทรงกลมได้รูปอย่างสมบูรณ์ ขนาดของมันนั้นไม่สามารถอยู่ภายใต้ฝ่ามือเพียงอันเดียวได้หมด และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหยาง ซิน ได้ลอยมาหาเขา  ทำให้เนี่ยหลี่มีอาการอึดอัดใจเล็กน้อย

              "ใช่!" เนี่ย หลี่ กล่าว พร้อมพยักหน้าเล็กน้อย


              หยาง ซิน ดูเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นสายตาที่จองมองตัวเองของ เนี่ย หลี่ เธอขมวดคิ้วและพูดว่า “เมื่อถูกคนจากสามคมทมิฬหมายตาเอาไว้ ตระกูลบันทึกสวรรค์แห่งนี้ก็ไม่ปลอดภัยสำหรับเจ้า ทำไมไม่ย้ายไปอยู่ที่สมาคมปรุงยากันเล่า? ”

               หยาง ซิน ไม่รู้ว่าทำไมเนี่ยหลี่ ถึงถูกสมาคมทมิฬตามล่า  อาจจะเป็นเพราะข่าวของเขาที่ให้สูตรยาทิพย์แก่สมาคมปรุงยา นั้นรั่วไหลออกไป ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ก็มีเพียงเธอและท่านประธานเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

             เนี่ย หลี่ ส่ายหัวและพูดว่า “ จริงๆแล้วถ้าพวกมันรู้ว่าข้าให้สูตรยาแก่สมาคมนักปรุงยา  พวกมันจะส่งแค่คนที่มีฝีมือระดับเงิน 3 ดาว มาฆ่าตัวข้าหรือ พวกมันน่าจะส่งคนมาเพื่อจับตัวข้ามากกว่า

              หยาง ซิน พยักหน้าเมื่อได้ฟังเหตุผลที่ เนี่ย หลี่ กล่าวมา เธอคิดชื่นชมเนี่ย หลีว่า ความคิดอ่านของเขานั้นไม่ได้ทำให้เขาดูเหมือนเด็กอายุ 13 ปี เลย  เมื่อคิดถึงความไม่ธรรมดาและพรสวรรค์ที่น่ากลัวนั้น หยางซินรู้สึกโล่งใจ(ก่อนหน้านี้ใจหายเมื่อรู้สึกข้อสรุปของเนี้ยหลี่ เพราะคิดอยู่ว่าเนี้ยหลี่อาจไม่ใช่เด็ก) ต้องไม่ลืมว่าสิ่งแปลกประหลาดต่าง ๆ มักเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเนี้ยหลี่เป็นปกติ

              “เธอมีความแค้นอะไรกับพวกมันกันหรือ?”  หยาง ซิน ได้ยืดเอวของเธอขึ้นอีก แล้วนั่งไปบนเก้าอีและถามเช่นนั้น ถ้ามันเป็นเพียงความแค้นปกติ เธอก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป เพราะในสถานการณ์ปกติสมาคมทมิฬจะไม่เสี่ยงที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญระดับทองเข้ามาในเมืองกลอรี่หรอก  ซึ่งถ้ามันส่งแค่ระดับซิลเวอร์มาจับตัวเนี่ย หลี่  การใช้ร่างทรงอสูรระดับโกลด์ 1 หรือ 2 คน ก็สามารถปกป้องเนี่ยหลี่ได้สบาย

              "ข้านั้นไม่ได้มีความแค้นใด ๆ กับสมาคมทมิฬ" เนี่ย หลี่พูด  ในเหตุการณ์ที่เมืองกล้วยไม้โบราณ เนี่ยหลี่ ก็ไม่ได้เห็นหน้าของ หยุนหัว ดิคอน ซึ่งมันไม่รู้จักเนี่ยหลี่ด้วยซ้ำ ดังนั้น  หยุนหัว ดิคอน คงจะไม่เสี่ยงมาฆ่าเนี่ย หลี่ เองถึงในตระกลูบันทึกสวรรค์หรอก มีความเป็นไปได้อย่างเดียวคือ การโจมตีครั้งนี้มีสาเหตุมาจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์  เนี่ย หลี่ จึงพูดขึ้นว่า “หากมีใครที่คิดจะฆ่าข้าก็คงจะเป็นตระกลูเทพศักดิ์สิทธิ์” 

              เมื่อได้ยินคำของเนี้ยหลี่เช่นนั้น รอยของแสงเย็นเฉียบปรากฏฉับพลันในดวงตาแสนสวยคู่นั้นของหยางซิ่น หากเป็นเช่นนั้นหมายความว่าตระกลูเทพศักดิ์สิทธิ์ร่วมมือกับสมาคมทมิฬเช่นนั้นรึ สมาคมทมิฬเป็นศัตรูของเมืองกลอรี่หากสมรู้ร่วมคิดกับมันแล้วถือเป็นความผิดร้ายแรงยิ่ง

              "ข้าจะเป็นผู้ที่ทำการสืบสวนเรื่องนี้ ถ้าสมาคมทมิฬได้เข้าร่วมกับตระกูลศักดิ์จริง เมื่อนั้นท่านจ้าวเมืองต้องไม่ปล่อยพวกมันไปง่าย ๆ เป็นแน่!"  หยางซิ่น พูดด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ คำพูดของเธอปรากฏปรากฏน้ำเสียงเยือกเย็นอยู่ การทรยศต่อเมืองกลอรี่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถให้อภัยได้เลย


              “ครั้งนี้หนึ่งในพวกมันสามารถหนีไปได้ สมาชิกนักฆ่าของมันคนหนึ่งเรียกเขาว่าหยุนหัว ดิคอน ข้าจะวาดภาพเหมือนของเขาให้”  เนี่ย หลี่ พูดพร้อมหยิบกระดาษจากชั้นหนังสือมาวาด ภายในการตวัดปลายพู่กันไม่กี่ครั้งก็มีรูปภาพบุคคลผู้หนึ่งปรากฏขึ้น ซึ่งบุคคลในรูปภาพนั้นมีลักษณะเหมือนกับ หยุนหัว ดิคอน

              แม้แต่ทักษะการวาดรูปของเขาก็เทียบได้กับผู้เชียวชาญ  นี่เค้าเป็นแค่เด็กจริงๆหรือ   หยาง ซิน รู้สึกประหลาดใจ  ทักษะการวาดภาพเหมือนที่จะวาดภาพเช่นนี้ออกมาได้ถ้ามิได้ฝึกฝนซึ่งเวลาหลาย ๆ ปีแล้ว เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะบรรลุไปถึงระดับนี้

              ภาพวาดนั้นช่วยให้จิตใจสงบได้ซึ่งมันจำเป็นต่อการบ่มเพาะพลัง เนี่ย หลี เขานั้นได้ใช้เวลาหลายทศวรรษในภพที่แล้วของเขาในการวาดภาพ ซึ่งทักษะการวาดภาพของเขานั้นเรียกว่าได้อยู่ในจุดสูงสุดแล้ว
                           “เรียบร้อยแล้ว" เนี่ย หลี่ ส่งภาพที่เสร็จสมบูรณ์ไปให้ หยาง ซิน

              "อืม"  หยางซิ่นได้มองเป็นยังภาพวาด และก้มหัวเธอลงต่ำเพื่อมองมัน เธอไม่สามารถ อดรู้สึกแปลกใจได้เลยในลายพู่กันที่ช่ำชองของเนี้ยหลี่ เธอเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับความลับอื่นที่อาจมีอยู่ภายในตัวของเนี้ยหลี่ และสงสัยว่ามีอะไรอีกหรือไม่ที่เธอไม่ได้ระวังตัวเกี่ยวกับเด็กรุ่นเยาว์ผู้นี้

              เมื่อหยาง ซิน ก้มมองดูรูปถ่าย ผ่านผ้าไหมของเธอไปนั้น ลูกบอลขนาดย่อมๆ  2 ลูกที่แสนเข้ารูปก็ได้ปรากฏออกมา สามารถเห็นได้ เมื่อเนี้ยหลี่เห็นเช่นนั้น เขาช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกหน้าแดง ผู้ใดก็ตามต้องยอมรับเรือนร่างของหยาง ซิ่นนั้นช่างยั่วยวน(**) เป็นอย่างมาก  ถ้าชายอื่นได้มองเช่นนี้แล้ว พวกเขาน่ากลัวว่าจะไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของพวกเขาไว้ได้

            
              ดังผู้หนึ่งที่ได้ประสบมาแล้วถึงสองภพ ความแน่วแน่ของเนี้ยหลี่นั้นช่างน่าตกใจยิ่ง

               เมื่อเธอดูภาพนั้นแล้วก็เงยหน้ามองดู เนี่ย หลี่ ก็สังเกตเห็นว่า ใบหน้าของหนุ่มน้อยนั้นได้แดงขึ้นเล็กน้อย  ทันใดนั้นเธอก็ฉุกคิดขึ้นซึ่งบางสิ่งบางและอดรู้สึกขบขันไม่ได้ เนี่ย หลี่ นั้นเป็นอัจฉริยะที่ไม่ธรรมดา เป็นไปได้หรือไม่ว่าความรู้ของเขาต่อเรื่อง..เหล่านี้ก็เรียนรู้ได้เร็วกว่าผู้อื่นเช่นกัน ? เด็กที่ถึงความเป็นผู้ใหญ่ก่อนกำหนดนี้ได้เรียนรู้ซึ่งเรื่องราวของผู้ใหญ่ไปเรียบร้อยแล้วหรือ?


              มีข่าวลือมาว่า หยางซิ่นนั้นเจ้าชู้และได้ใช้เรือนร่างของเธอเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง  แต่ความจริงแล้วถึงแม้ว่าเธอจะชอบการแต่งตัวยั่วยวน แต่เธอก็ยังโสดและไม่มีผู้ใดมีโอกาสที่จะผ่านกำแพงกั้นของเธอเข้ามาได้ นั้นเป็นเพราะว่าเธอนั้นไม่ได้มองผู้ใดอยู่ในสายตาเธอ ซึ่งสถานะของเธอนั้นสูงยิ่ง ผู้ชายส่วนมากที่เข้ามาหวังจะได้รับการตอบรับจากเธอต่างถูกทำให้ต้องถอยห่างออกไป แม้กระนั้น หยางซินมักจะผ่อนคลาย ตัวเธอเองในเวลาค่ำคืนที่ล่วงเลยไปแล้วแต่เพียงผู้เดียว สิ่งนี้นั้นดีกว่าการปล่อยให้พวกหมูสกปรกเหล่านั้นทำให้เธอไปถึงบนยอดเขา ** 


               แต่ความจริงคือ หยางซิน นั้นเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มาก แม้ว่าเนี่ย หลี่จะเห็นเรือนร่างของเธอว่าน่าหลงใหลเพียงใด แต่เธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะในมุมมองของเธอแล้ว เนี่ย หลี่นั้นก็เป็นแค่เด็กที่ถึงวัยอันควรก่อนกำหนดตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ดังนั้นมันจะเสียหายอะไรการได้เย้าแหย่เนี้ยหลี่เป็นความตื่นเต้นอย่างหนึ่งในสถานการณ์เช่นนี้

              “นี่น้องชายเจ้าอยากลองจับมันดูไหม?” หยาง ซิน ยิ้มและพูดแบบยั่วเย้า

              เนี่ยหลี่ เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นของหยางซิ่น เนี้ยหลี่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่  เขารู้สึกอายเล็กน้อยและถอนสายตาเขากลับมา หยางซิ่นจะกล้าเกินไปหน่อยแล้ว เธอได้พูดแบบนี้ออกมาจริง ๆ กับเนี้ยหลี่ ท่าท่างของเธอที่ชวนให้ลุ่มหลงและคำพูดที่กำกวมเหล่านี้ ผู้ชายปกติจะต้องเผชิญกับเวลาที่ยากลำบากเป็นแน่ในการควบคุมตัวของพวกเขา
                            ถึงแม้ภายนอกเนี่ยหลีจะอายุ 13 ปี แต่ความจริงแล้วภายในจิตใจของเขานั้นไม่ใช่เลย เขายิ้มแบบเฟื่อนๆ “ พี่สาว ท่านอย่าล้อเล่นอย่างนี้สิ” 

              “พี่สาวไม่ได้ล้อเล่นนะ” แค่จับนิดหน่อยไม่ได้ทำให้ข้าเสียหายอะไรหรอก ถ้าเป็นอัจฉริยะตัวน้อยของเรา พี่สาวจะไม่ว่าอะไรเลย"  หยาง ซิ่น ได้ดึงมือของเนี่ยหลี่มาวางลงหน้าอกของเธอ เธอพบว่ามันเป็นเรื่องน่าสนุกเล็กน้อย ที่เด็กน้อยเช่นนี้ได้มีความคิดเช่นนั้นกับเธอ เธอยิ้มและพูดว่าน้องชายเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง” 

              มือขวาของเนี้ยหลี่นั้นได้สัมผัสกับความกลมกลึงของเนื้อเนินที่นุ่มนวล และที่ยอดปทุมถันนั้น เขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก คิดภายในใจว่าสิ่งนั้นของหญิงผู้หญิงคนนี้ได้ขยายขึ้นถึงเช่นนี้แล้วจริง ๆ เมื่อเห็นการแสดงออกที่สนุกสนานของหยางซิ้น เนี้ยหลี่รู้ได้ว่าหยางซิ่นนั้นมีจุดประสงค์ที่จะเย้าแหย่ตัวเขา ผู้หญิงคนนี้คิดจริง ๆ ว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กอายุ 13 ปี

              เมื่อได้เห็นท่าทีของหยางซิ่น คิ้วของเนี่ยหลี่ได้ขมวดเข้าหากัน การดูถูกเขานั้นเป็นความผิดอย่างแท้จริง ในชีวิตที่แล้วของเขานั้น เย่ จื้อหวิ๋น เป็นคนที่เขารักมากที่สุด แต่เขาที่มีชีวิต โดยผ่านซึ่งเวลาหลายร้อยปี เนี้ยหลี่จึงเคยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้หญิงจำนวนหนึ่งมาบ้าง

              มันชัดเจนแล้วว่าการแสดงออกของหยางซิ่นนั้นทำเพื่อเย้าแหย่เขาเท่านั้น ! เนี้ยหลี่จึงบีบไปเนินอกอันกลมกลึงของหยางซิ่น เขานั้นรู้สึกตกใจในความอ่อนนุ่มของมันและปล่อยให้รูปทรงของมันเปลี่ยนไปภายในมือของเขา จากนั้นเขาก็กล่าวอย่างจริงจังว่า  “พี่สาว หยาง ซิน พี่น่าจะปรุงหญ้าหมอกสีม่วง และ หญ้าสาบเสือ และใช้มันนะ มันจะทำให้เนินอกของพี่ทั้งสองเต่งตึงได้อีก” 

              หยางซิ่นรู้สึกตะลึงงง เธอไม่เคยคิดว่าเนี้ยหลี่จะไม่มีความรู้สึกแม้เพียงเล็กน้อยซึ่งความลำบากใจหรือความอับอาย และยังจะบีบพวกมันอีก  และหลังจากได้ยินคำของเนี้ยหลี่  ใบหน้าของหยางซิ่นก็กลายสีแดงสด เธอไม่เคยให้ใครสัมผัสตัวเธอมาก่อน เหตุผลเดียวที่เธอให้เนี่ยหลี่จับมันนั้นเพราะเธอปฏิบัติกับเนี่ยหลี่เหมือนเด็กอายุ 13 ปีเท่านั้น เธอเลยลดการป้องกันตัวของเธอลงเมื่ออยู่กับเขา

              ณ ตอนนั้น หยางซิ่นได้ลืมไปแล้วซึ่งอายุของเนี้ยหลี่ และคิดกับเขาว่าเป็นเหมือนดังผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในรุ่นเดียวกันกับเธอ

              อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอมองไปที่เนี้ยหลี่อย่างจริงจังอีกครั้งและเสียงที่อ่อนนุ่มของเขา หยางซิ่งทันใดก็รู้สีกว่าเนี้ยหลี่เป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่ง

              ความรู้สึกแปลกประหลาดยากจะบรรยาย(ที่โดนจับ)นี้เป็นเหตุให้จิตใจของเธอเลื่อนลอย

              เมื่อเห็นท่าทางที่ดูสับสนของหยางซิ่น เนี้ยหลี่แกล้งบีบไปที่สองคู่มหึมาของเธออีกครั้ง หลังจากนั้นก็ดึงมือเขากลับมา (?????)

              "อ้าาา!" หยางซิ่นช่วยไม่ได้เลยที่จะร้องครางอย่างมีความสุขออกมา เมื่อตอนที่เนี้ยหลี่ได้บีบตรงนั้นของเธอ ทั่วทั้งร่างของเธอนั้นรู้สึกราวกับว่ามีกระแสไฟได้ไหลผ่านไป มันเป็นเหตุให้ร่างเธอสั่นเครือ

              หยางซิ่นทันใดรู้ตัวว่าเธอนั้นมีท่าทีที่ไม่สมควรปรากฏออก ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยสีแดงราวกับว่าเธอได้ผ่านการดื่มมา เธอรีบยืนขึ้นโดยเร็วเพื่อกลบเกลื่อนอาการตอบสนองของความรู้สึกแปลก ๆ ที่ได้เกิดกับร่างกายเธอเมื่อครู่นี้ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยในขณะที่เธอพูดว่า "น้องชาย เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน พวกเราจะมาคุยกันอีกในวันพรุ่งนี้"

              "ตกลง พี่สาวหยางซิ่น นอนหลับให้สบายนะ" เนี้ยหลี่พูดอย่างเด็กน้อยคนหนึ่ง และเขาได้แสดงรอยยิ้มใสซื่ออย่างเด็กทั่วไปและเดินออกไปจากห้องของหยางซิ่น ผู้หญิงคนนี้กล้าทำกับเขาเหมือนเด็กอายุ 13 และได้เย้าแหย่เขา ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าเธอได้ถูกหยอกเย้าเสียเอง ในตอนนี้เนี้ยหลี่ต้องยอมรับเลยว่าความรู้สึกที่ค้างอยู่บนมือของเขานี้ไม่เลวเลยทีเดียว

              ในขณะที่เธอมองเนี้ยหลี่จากไป หยางซิ่นได้ติดอยู่ในความงงงวยเป็นระยะเวลานาน  จิตใจของเธอได้กระเจิดกระเจิงไปไกล

              เจ้าหนูนั่นมีอายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้นจริงหรือ ? หยางซิ่นขยี้ศรีษะของเธอด้วยความสงสัย ว่าเนี้ยหลี่นั้นได้ทำอย่างตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจกันแน่

              บนหน้าอกของเธอนั้นมีความรู้สึกเจ็บเบา ๆ เหลืออยู่ อย่างไรก็ตามทำไมเรื่องเหล่านั้นมันยังคงทิ้งไว้อยู่บนหัวใจของเธอ มันมีทั้งสัมผัสของความตื่นเต้นและการปลุกเร้าอารมณ์  ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้หยางซิ่นรู้สึกราวกับหัวใจเธอนั้นกำลังถูกขีดข่วนอยู่โดยแมวตัวหนึ่ง

              หลังจาก เวลานานมากได้ผ่านไป หยางซิ่นได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา หลังจากเธอไม่สามารถหาคำตอบของเรื่องราวยุ่งเหยิงเช่นนั้นได้

              "ข้าไปอาบน้ำก่อนดีกว่า!"


              ผ้าไหมสีขาวได้ร่วงหล่นช้า ๆ ขณะหยางซิ่นก้าวไปยังอ่างอาบ น้ำ เท้าที่เรียบเนียนขาวกระจ่างราวคริสตัลค่อย ๆ บรรจงก้าวไปยังอ่างอาบน้ำไม้ ร่างไร้ตำหนิของเธอได้จมลงสู่น้ำอุ่นในอ่าง ในตอนนี้มือของเธอทั้งสองนั้น ได้เคลื่อนไปสัมผัสซึ่งหน้าอกที่แสนเย้ายวนอย่างเลื่อนลอย ณ ตอนนี้ รูปร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นทันใดในใจของเธอ ซึ่งร่างนั้นคือเนี้ยหลี่นั่นเอง

              "ข้ากำลังคิดอะไรอยู่กันนะเขานั้นยังเด็กมาก! ข้านั้นแก่กว่าเขาเป็นสิบปี!" หยางซิ่น ส่ายศรีษะของเธอ โดยพยายามไล่ความคิดที่กวนใจเธออกไป อย่างไรก็ตาม ร่างของเนี้ยหลี่ก็ปรากฏขึ้นมาอีกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ และตรงจุดนั้นที่ถูกสัมผัสโดยเนี้ยหลี่เหมือนจะปรากฏความร้อนที่ได้ถูกทิ้งไว้โดยเขาขึ้นมา

              หยางซิ่นซึ่งสติตอนนี้เลื่อนลอย เธอได้เคลื่อนมือขวาของเธอลงต่ำอย่างช้า ๆ ไปสู่หว่างขาของเธอ


              "โอ้ว!" เสียงครางยาว ๆ เสียงหนึ่งปรากฏขึ้น โดยน้ำเสียงนั้นมีความยั่วยวนเป็นที่สุด   หยางซิ่นนั้นได้แช่ตัวในอ่างอาบน้ำเป็นเวลาเนิ่นนาน และที่ผิวหนังบนเรือนร่างเธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง   



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น:

  1. โหมังงะตอนนีี้ต่างกันมากในนิยายตอนนี้ค่อนข้าง18+เลยแหละ

    ตอบลบ