วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 89_Snow Queen

Tale of the demon and god novel Chapter 89_Snow Queen

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  89 - ราชินีหิมะ


บทที่ 89 - ราชินีหิมะ


บูมม!บูมม!บูมม!

      การต่อสู้บนสนามประลองนั้นทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

เสิ่นเซี่ยวตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง ทุกคราที่เขาระเบิดพลังออกมากลับถูกทลายลงโดยเนี้ยหลี่ การเผชิญหน้ากับรูปลักษณ์ที่ปราดเปรื่องและปราดเปรียวเช่นนี้พลันปรากฏความกลัว แล่นผ่านนัยน์ตาของเสินเซี่ยว แรงกดดันจากเนี้ยหลีนั้นมีมากเกินไป

"เสาเพลิงมังกรศักดิ์สิทธิ์ ”เสิ่นเซี่ยวคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เพลิงหนาก่อตัวลงมาจากท้องนภา ก่อเกิดเสาไฟที่ลุกโหมสะบัดอย่าง บ้าคลั่ง เหล่าผู้ชมล้วนตกอยู่ในความตะลึง
       
          “ช่างเป็นการโจมตีที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้” พวกเขาอดเป็นกังวลเนี้ยหลี่ไม่ได้ เมื่อมองดูเสาเพลิงที่หนาแน่นไปด้วยไฟกวาดพุ่งเข้าหาตัวเขา เนี้ยหลี่นั้นปราศจากความกังวลและเผยรอยยิ้มผ่อนคลาย
     
                ‘การโจมตีนี้แค่เพียงน่าชม แต่มันช่างไร้ประโยชน์เมื่อต่อกร  หากต่อสู้กับวิญญาณอสูรระดับต่ำนั้นมันยังพอนับว่ามีประโยชน์เล็กน้อย แต่ในการต่อสู้ขั้นสูง มันคือการเสียพลังวิญญาณไปเปล่าๆ !’เนี้ยหลี่คิดในใจกับตนเอง ด้วยทักษะการต่อสู้ของเขาใน ชาติที่แล้ว การโจมตีเช่นนี้ไม่ได้ได้อยู่ในสายตาของเขาเลย

               เนี่ยหลี่นั้นไม่รู้เลยว่า เสิ่นเซี่ยวนั้นได้โจมตีด้วยทั้งหมดที่มีของเขาแล้ว แต่เมื่อเหล่านั้นล้วนไร้ค่าเขาจึงเหลือเพียงเสาเพลิงเป็นทางเลือกสุดท้าย เสิ่นเซี่ยวไม่คาดหวังว่าเสาเพลิงจะสามารถฆ่าเนี้ยหลี่ได้ ด้วยเขานั้นได้สิ้นหวังไปแล้ว มองท่าทีสงบนิ่งของเนี้ยหลี่เขารู้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งอย่างที่ยังถูกเก็บงำไว้ไม่ได้ใช้   เนี้ยหลี่พุ่งตัวออกไป เคลื่อนกายหลบหลีกเสาเพลิง “ฟุ่บ”

        เขาปรากฏตัวด้านหลังเสิ่นเซี่ยว

 อัสนีพิฆาต!
ฝ่ามือของเนี้ยหลี่แหวกทะลุฟ้า เกิดเสียงทะลวงทลายเขย่าขวัญ

   บูมม !



       ปะทะเข้าแผ่นหลังของเสิ่นเซี่ยวอย่างหนักหน่วงพลันเห็นเสิ่นเซี่ยวเป็นดังก้อนอุกกาบาตปลิวตกกระแทกพื้น
 
บูมม!

            เสียงแรงปะทะดังไปทั่วสนามประลองสะเทือนอย่างรุนแรง หลุมขนาดใหญ่ปรากฏบนพื้นดิน เสิ่นเซี่ยวอยู่ในหลุมนั้น ร่างของเขาทอดอยู่บนพื้น ลมหายใจหอบอย่างรุนแรง สายตาและสติสัมปชัญญะล้วนพร่ามัว
เขาแพ้แล้ว!

              เจ้าเนี้ยหลี่นั้นได้บีบคั้นเขาตั้งแต่เริ่ม ไม่เปิดโอกาสในการตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้นมันยังออมมือมาโดยตลอดเนี้ยหลี่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกที่เกินจะหยั่งถึง ความรู้สึกที่ไม่ว่าเขาจะใช้พลังเพียงใด ก็ยังไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
สายตาของของเขาหนักอึ้งไปด้วยความพ่ายแพ้ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะยังแพ้หลังจากได้รับยา เสริมวิญญาณ ไปถึงสองเม็ด เขากล่าวได้เพียงว่า ความแข็งแกร่งของเนี้ยหลี่นั้นน่าหวาดหวั่นยิ่ง
ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงเด็กวัย 13 ปีเท่านั้น!

         แต่ความห่างชั้นนั้นมันมากเกินไป!

      เขาเคยคิดว่าตนนั้นคือยอดอัจฉริยะหาผู้ใดเปรียบ กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นเพียงดังกบในกะลาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เหล่าผู้ชมตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากช่วงตื่นตะลึง เสียงเชียร์ดังคลื่นสึนามิได้ระเบิดออก

 
   “เนี้ยหลี่! เนี้ยหลี่!เนี้ยหลี่!”
เสียงเชียร์นั้นดังสะเทือนปฐพี

 
       พลังของเนี้ยหลี่ได้ประทับลงไปในใจของพวกเขาอย่างล้ำลึกยอดอัจฉริยะทุกคนเมื่อปะทะกับคนรุ่นเดียวกัน จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อกำราบศัตรู  กระนั้นศัตรูที่เนี้ยหลี่กำราบไม่ใช่สหายร่วมรุ่นแต่เป็นอัจฉริยะวัย 20 ปี!

       ในอนาคตเนี้ยหลี่จะเติบโตเป็นตัวเช่นใดกัน? หาได้มีใครรู้คำตอบ อย่างไรก็ตามพวกเขารู้ว่าวันนี้พวกเขาได้ร่วมเป็นสักขีพยานของเหตุการณ์บนหน้าประวัติศาสตร์แล้ว

         
                จากมุมที่ไกลออกไป เย่จื้อ หวิ๋นจ้องไปที่แผ่นหลังของเนี้ยหลี่ ในช่วงเวลานั้นนางได้ตกตะลึงกับความทรงพลังของเนี้ยหลี่เช่นกัน เป็นความสามารถที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!‘แข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านปู่ในวัยนั้นเสียอีก!’นางนึกขึ้นมาฉับพลัน เนี้ยหลี่คงไม่สามารถก้าวถึงผู้ใช้วิญญาณอสูรระดับตำนานอย่างที่เขาเคยกล่าวไว้ใช่หรือไม่?


ความเป็นไปได้ที่มันจะเป็นจริงนั้น สูงเสียดฟ้ายิ่งนัก!

       
                  เย่จื้อ หวิ๋น อดนึกถึงเรื่องล้อเล่นที่เธอเคยกล่าวกับเนี้ยหลี่ไว้ไม่ได้ ถ้าเนี้ยหลี่ได้เป็นผู้ใช้วิญญาณอสูรระดับตำนานเมื่อนั้นนางจะตบแต่งให้แก่เขา นางควรจะรักษาสัญญาหรือไม่? ภายในหัวใจของนางพลันว้าวุ่น เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์อันกำกวมของเนี้ยหลี่และเสี่ยวหนิงเอ๋อนางแค่นลมหายใจออกมา นางไม่มีวันตบแต่งให้กับผู้ชายเจ้าชู้อย่างเนี้ยหลี่

                  เสียงเชียร์นั้นค่อยๆซาลง แต่ความตะลึงโดยเนี้ยหลี่นั้นยังไม่สร่างซาไปง่ายๆ มันจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งนครรุ่งโรจน์ในเร็ววัน!

               เสิ่นหมิง นั้นแทบสิ้นสติ หลังจากเหตุการณ์นี้เขาเกรงว่าเขาจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสในตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้อีกต่อไป



             เนี้ยหลี่นั้นได้รับเงินอีกจำนวน 300 ล้านจิตรมาร ในงานประลองนี้เนี้ยหลี่ได้เงินรวมทั้งหมดถึง 450 ล้านเหรียญจิตรมารแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขาดแคลนเงินแต่อย่างใด แต่หากสามารถสร้างความเจ็บช้ำให้แก่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ได้นับเป็นความสุขอย่างถึงที่สุดของเขาเลยทีเดียว แม้เงินนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเนี้ยหลี่ แต่มันมากเกินพอจะทำให้ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ต้องปวดหัวไประยะหนึ่ง หยางซินมองไปที่เนี้ยหลี่ แววตาของนางปรากฏร่องรอยของความกังวล นางกล่าวว่า

               “เนี้ยหลี่ ข้าเกรงว่าการ แสดงซึ่งพลังของเจ้าเช่นนี้จะมิเป็นผลดี ถ้าเจ้าถูกจับตามองโดยสมาคมทมิฬ….” เป็นความจริงที่ในตอนนี้เนี้ยหลี่ เปล่งประกายมากไป เขาเองรู้ว่าด้วยความเก่งกาจของเขาตอนนี้ ทำให้สมาคมทมิฬจะต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเขาอย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ยิ้มออกมาเบาๆ  เขาส่ายหน้าและกล่าว

      “ข้ามีแผนแล้ว”

     ได้ฟังคำเนี้ยหลี่ หยางซินพยักหน้ารับ  เป็นเนี้ยหลี่นั้นสมควรมีแผนอยู่แล้ว อย่างไรซะนางยังต้องการจัดองครักษ์เพิ่มให้กับเนี้ยหลี่

         “พี่สาวหยางซิน ก่อนนี้ข้าได้ขอให้ท่านช่วยสืบหาเบาะแสความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลศักดิ์สิทธิและสมาคมทมิฬ ท่านได้พบสิ่งใดหรือไม่?” เนี้ยหลี่ถามหยางซินอย่างลับๆ

            “ข้าได้ทำการตรวจสอบและพบว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ให้การหนุนหลังคนจากสมาคมทมิฬ ดูเหมือนชื่อของมันคือ หยุนหัว ดิคอน ด้วยข้อมูลเพียงเท่านี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอันใดต่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์”หยางซินกล่าว นางถอนหายใจและส่ายหัว แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยืนยันได้ว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ไร้มลทิน และจะต้องรับมือกับมันด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง นางได้รายงานเรื่องนี้ถึงท่านประธานแล้ว ท่านประธานจะต้องส่งเรื่องไปถึงท่านเจ้าเมืองอย่างแน่นอน


        เนี้ยหลี่พยักหน้าหากเขาคิดว่าสามารถโค่นตระกูลศักดิ์สิทธิ์ด้วยเรื่องเพียงเท่านี้นั้นถือเป็นการประเมินพวกมันธรรมดาเกินไปมาก เขาจะต้องค่อยๆทำมันทีละขั้น


          เมื่อตระกูลศักดิ์สิทธิ์จากไป ตระกูลบันทึกสวรรค์จึงเดินทางกลับในเวลาต่อมา แม้การประลองยังดำเนินต่อไป แต่ก็เป็นเพียงแค่การเล่นสนุกระหว่างตระกูลต่างๆเท่านั้น

           ณ มุมของลานประลอง เย่จื้อ หวิ๋นเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น นางขยับยิ้ม เนี้ยหลี่ช่างร้ายกาจนัก  เสิ่นหมิงจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถูกลงทัณฑ์แล้ว นางหามีความประทับใจที่ดีใดๆกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์ไม่ ดังนั้นหากตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะถูกทำลาย นับเป็นเรื่องดียิ่ง

          เมื่อเย่จื้อ หวิ๋นหันหลังและกำลังจะจากไป รูปร่างคุ้นเคยพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า นางพบเนี้ยหลี่กำลังส่งยิ้มให้

            “ข้ามาเพื่อชมการประลองเพียงเท่านั้น ไม่นึกว่าจะมาพบเจ้าที่นี่!” เย่จื้อ หวิ๋นปฏิเสธที่จะยอมรับพลันใบหน้าแดงซ่าน

            “ข้าได้กล่าวอันใดหรือไม่?”เนี้ยหลี่ยืดแขนออก กล่าวยั่วเย้า “หากเป็นเช่นนั้น ทำไมเจ้าไม่ดูต่อเล่า เห็นเจ้ากำลังจะกลับแล้ว?”

             “เจ้า…”


เย่จื้อ หวิ๋นกระทืบเท้า มันเป็นไปไม่ได้ที่นางจะยอมรับว่านางห่วงเนี้ยหลี่ นางพ่นลมออกจากจมูกและกล่าว “ก็ข้าเห็นแล้วว่าที่นี่ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจ ข้าไปได้หรือยัง?”
     
           มองเย่ จื้อ หวิ๋น ที่งดงามและน่ารักตรงหน้า เนี้ยหลี่จึงหัวเราะอย่างอ่อนโยน เขาเรียกแก้วอสูรวิญญาณออกมาจากแหวนมิติมหัศจรรย์  คว้าเรียวแขน บางของนางแล้วยัดดวงแก้ววิญญาณอสูรใส่มือ เนี้ยหลี่ยิ้มน้อยๆ “นี่สำหรับเจ้า!”

         
              สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเนี้ยหลี่ขณะนี้ไม่ได้ทำให้เย่จื้อหวิ๋น ผลักไสออกไป กลับกันไม่รู้ด้วยเหตุใด หัวใจของนางพลันเต้นระรัว


    “นี่คือสิ่งใด?” นางก้มลงมอง

             กิริยาของเย่จื้อ หวิ๋นและกลิ่นหอมกายสาวจากนาง ฉากตรงหน้าทำให้หัวใจของเนี้ยหลี่ อดสั่นไหวไม่ได้ เขายิ้มตอบ “มันคือดวงจิตอสูรราชินีลมหิมะเหมันต์”

           “ดวงจิตอสูรราชินีลมหิมะเหมันต์ระดับแบล็คโกลด์ เจ้าได้มันมาจากที่ใด?”เย่จื้อ หวิ๋นถามด้วยความอัศจรรย์ใจ ดวงจิตอสูรราชินีลมหิมะเหมันต์เป็นดวงจิตอสูรที่หายากและทรงพลังอย่างยิ่ง

          “ดวงจิตอสูร ราชินีลมหิมะเหมันต์นี้ไม่ใช่ดวงจิตอสูรธรรมดา มันคือดวงจิตอสูรที่มีการพัฒนาการระดับพระเจ้า เจ้าจะรู้เองเมื่อได้ผสานร่างกับอสูรราชินีลมหิมะเหมันต์แข็งแกร่งมาก หลังจากผสานร่างแล้วเจ้าต้องดูแลรักษาดวงจิตนี้อย่างดี ห้ามเจ้าทานยาเสริมวิญญาณ  อีกเด็ดขาด” เนี้ยหลี่กล่าวเตือน เขาต้องใช้ความพยายามพอสมควรเลยทีเดียวเพื่อให้ได้ดวงจิตอสูรนี้มา



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น