วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 81_Bet

Tale of the demon and god novel Chapter 81_Bet

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 81 - เดิมพัน


บทที่ 81 - เดิมพัน


เมื่อจับจ้องมาที่การอากัปกริยาของเนี้ยหลี่  หยางซินก็เข้าใจในทันที ว่ามันเกิดสิ่งใดกันขึ้น  เนี้ยหลี่นั้นน่าจะมีความขัดแย้งบางอย่างกับเสิ่น เฟย  นั่นคือวัตถุเหตุผลสำคัญที่ทำให้เนี้ยหลี่ต้องเรียกนางมาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆและที่สำคัญมันคือการที่จะต้องสู้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง


แม้รู้ว่ามันอาจจะทำให้นางต้องบาดหมางกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่นางก็ยังคงสนับสนุนเนี่ยหลี่ โดยปราศจากความลังเลใดๆ มันช่างเป็นการตัดสินใจที่ง่ายดายยิ่งนัก


“ฮ่า........”เสิ่น เฟยพ่นลมหายใจ  เขาไม่ใช่พี่น้องกับเนี่ยหลี่ดังนั้น“ข้าจะไม่ปล่อยให้แกได้จองหองอย่างนี้ต่อไปได้อีกนานหรอก เมื่อการประลองยุทธ์เริ่มขึ้นข้าจะทำให้แกได้ตายด้วยมือข้าเอง!”เสิ่น เฟยบ่นพรึมพรำกับตัวเอง


“ ฮ่าๆท่านนายน้อยเสิ่น แล ยิ้มแย้มแจ่มใสเบิกบานสำราญนักช่างดูน่าคบหาเสียยิ่งกระไร!” เนี่ยหลี่ หัวเราะเสียงดัง “หนิงเอ๋อ มักจะพูดถึงเรื่องต่างๆของนายน้อยให้ข้านั้นได้ฟังเป็นประจำทุกวันค่ำเช้า สาย บ่าย เย็น นางบอกว่านายน้อยนั้นช่างเป็นผู้ชายที่ใจกว้างยิ่งกว่าแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลมารวมกันเสียยิ่งนัก”





เมื่อได้ยินเนี้ยหลี่เอื้อนเอ่ยวาจา ถึง เสี่ยว หนิงเอ๋อ เสิ่น เฟยก็แทบจักระเบิดอารมณ์ออกมาในทันที  เนี้ยหลี่นั้นกำลังแกล้งเหย้าแหย่จุดอ่อนที่สำคัญของเขา  ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเขานั้น   เป็นควายที่โดนสวมเขาบนหัว (เสิ่น เฟย เป็นคู่หมั้นของหนิงเอ๋อ)







ดูเหมือนว่าแทบจะทั้งร่างกายของเสิ่น เฟยเกือบจะแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นสีเลือดหมูไปแล้วในขณะนั้น  แต่เนี้ยหลี่ยังคงหาได้สนใจไม่ยังคงชวนสนทนาพาทีต่อไป “เมื่อเร็วๆนี้เสี่ยวหนิงเอ๋อ ได้ผ่านการฝึกฝนเพิ่มพลังวิญาณจนก้าวกระโดดและทะลุขอบเขตจำกัดของตัวเอง ตอนนี้นั้นนางกำลังจะเข้าสู่ระดับเงิน! ในไม่ช้า  ข้ายังช่วยนวดจุดสำคัญต่างๆบนร่างกายของนางเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย จนตอนกระทั้งตอนนี้นั้นอาการของนางก็เกือบจะหายเป็นปกติแล้ว   นายน้อยเสิ่นท่านสามารถขอบคุณข้าก็ได้นะ




“นวด.......”เสิ่น เฟยอุทาน


เมื่อได้ยินวาจาของเนี้ยหลี่  ก็ปรากฏภาพต่างในหัวของเขา นวดคลึงจุดต่างๆทั่วร่างกาย ระหว่างเนี้ยหลี่และเสี่ยวหนิงเอ๋อ ภาพเหล่านั้นก็พลันปรากฏขึ้นในทุกอณูโสตประสาทในหัวสมองของเขา  จนเกือบ กระอักเลือดออกมาตายให้เป็นได้  ทุกๆคนนั้นรู้ว่าตลอดมานี้ เสี่ยว หนิงเอ๋อนั้น มิยอมให้เขาได้สัมผัสแม้แต่เล็บมือของนาง เขานั้นทำได้แค่เฝ้า มองและพูดคุยเพียงเท่านั้น!


“ไอ้เจ้าคนแซ่เนี้ย แกจะต้องถูกข้าทำให้เป็นปุ๋ยกลับออกไปแน่!” ณ เวลานี้นั้นเสิ่น เฟยมิสามารถที่จะควบคุมความโกรธของตัวเองได้อีกแล้ว  ตาทั้งสองข้างนั้นเบิกโพลงขึ้นสำหรับทายาทของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความภาคภูมิใจในศักดิ์ศรีและเย่อหยิ่งเป็นหนักหนา อย่างเขามิเคยได้พบกับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อนและแล้วเสิ่น เฟยก็อดใจไม่ไหวได้กระโจนเข้าไปพร้อมทั้งปล่อยหมัดไปยังเนี้ยหลี่







ในขณะนั้น คิ้วของแม่นางหยางซิน ก็กระตุกไปมา นางเร่งรีบโจนทะยานลงมาอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างบุรุษทั้งสองเพื่อห้ามปรามศึกในครั้งนี้ ตัวเธอยิ้มแบบเฝื่อนๆ ที่เนี้ยหลี่นั้นจงใจยั่วยุ เสิ่น เฟยอย่างชัดเจน   เป็นธรรมดาที่เธออยู่ที่ตรงนั้น


เมื่อมองไปยังเนี้ยหลี่ที่ยั่วยุ เสิ่น เฟย และมีหยาง ซิน กำลังห้ามพวกเขาอยู่นั้น เสิ่นหมิง ดูท่าทางโกรธเล็กน้อย เขาได้กระชากเสิ่น เฟย จนพุ่งถอยหลังกลับไปในเร็วพลันโดยมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆออกมาเลย


“ท่านนายน้อยเสิ่น เฟยโปรดอย่าใจร้อนเลย” เสิ่นหมิงกล่าว พร้อมทั้งยิ้มอย่างมีเลศนัย


“ในการประลองศิลปะการต่อสู้ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้”พวกตระกูลเนี้ยจักต้องส่งใครบางคนลงในการต่อสู้นี้อย่างแน่นอน  ทำไมท่านไม่รั้งรอประลองยุทธ์กับมันหลังจากนี้?ซึ่งจะทำให้ไม่มีปัญหาและทุกอย่างก็จักเรียบร้อย?


เสิ่น เฟย อกแทบแตกตาย เขาจักต้องพยายามอย่างมากมายมหาศาลเพื่อระงับความโกรธของเขาลง  เขาจดจ้องมองถมึงปลดปล่อยรังสีอัมหิตไปที่เนี้ยหลี่เขาได้คิดวิเคราะห์แล้วจึงแลเห็นชัดเจนเลยว่า เนี้ยหลี่นั้นถูกปกป้องโดยสมาคมนักปรุงยา  เลยทำให้มิได้เกรงกลัวต่อสิ่งใด  เขาคงมิสามารถทำอะไรเนี้ยหลี่ที่นี่ในเวลานี้ได้เป็นแน่  แต่เมื่อการประลองยุทธ์เริ่มขึ้น เขาจักสอนบทเรียนราคาแพงที่ลืมไม่ลงให้แก่เนี้ยหลี่เอง


ถ้าเนี้ยหลี่ไม่ลงมาสู้แล้วไซร้ถึงเขาจะชนะขยะจากตัวแทนตระกูลบันทึกสวรรค์ก็ไม่มีความหมายอันไดเลย  และดูเหมือนว่าเนี้ยหลี่นั้นยังคงมิยอมลงมา


เสิ่น เฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และหยุดอยู่ที่ตรงทางเดิน หลังจากได้ยินเสียงนั้น “ใจเย็นๆท่านนายน้อยเสิ่น เฟย”  เนี้ยหลี่ที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างเขาได้เอ่ยวาจาออกมา    “การประลองยุทธ์ในครั้งนี้นั้นมันช่างปราศจากจุดมุ่งหมายที่เร้าใจหรือผลกำไรใดๆเลย  ไม่มีการเดิมพันใดเลยช่างน่าเบื่อเป็นยิ่งนัก”


“โอ้?” เสิ่นหมิง ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ มาที่เนี้ยหลี่แล้วจึงถาม “ ข้าประหลาดใจเป็นยิ่งนักเจ้านั้นต้องการเดิมพันเป็นสิ่งในกัน?



“บริเวณรอบๆสนามประลองแห่งนี้นั้น   ข้าฝากเงินกับนายธนาคารมากมาย  เพราะฉะนั้นเจ้ามิต้องกังวลดอกมิว่าจักวางเดิมพันมากมายสักเพียงไร   ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นสามารถพนันกับข้าได้เลยแต่ถ้ามันนั้นน้อยเกินไปข้าก็จักไม่เล่นเดิมพันครั้งนี้”เนี้ยหลี่กล่าวด้วยสีหน้าและท่าทางที่จริงจัง


“เจ้ามีเงินจริงหรือ? เจ้ามีเงินมากขนาดไหน?” เสิ่นหมิง คิ้วขยับเล็กน้อย  เมื่อเริ่มเกิดการพนันขันต่อขึ้นทั้งสองฝ่ายจักต้องนำเงินที่ใช้ในจำนวนที่เท่ากันมาวางเดิมพัน ผู้ชนะจักได้ทุกๆอย่างไป “ข้ากลัวว่าตระกูลบันทึกสวรรค์จะไม่สามารถจ่ายได้ซึ่งเงินเดิมพันได้”เสิ่นหมิงกล่าวพร้อมแลด้วยสายตาท่าทางดูถูกมายังเนี้ยหลี่


ในเมื่อพี่สาว หยางซินก็อยู่ที่นี้เป็นการันตี  ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ยังจักต้องกลัวสิ่งใด  หรือคิดว่าข้าจักไม่สามารถที่จะจ่ายได้กระนั้นเชียวหรือ?” เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมทั้งรอยยิ้มเล็กน้อยดูท่าทางนั้นช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก


หยางซิน  สามารถเข้าใจเหตุผลว่าทำไมเนี้ยหลี่จึงเกลียดตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จึงปล่อยให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นตกลงไปในกับดักของเนี้ยหลี่  ซึ่งดูเหมือนว่าเนี้ยหลี่นั้นจะมั่นใจในตัวเองมากทีเดียวที่จะชนะในการประลองยุทธ์กับเสิ่น เฟย


ถ้าน้องชาย  ตัวน้อยของข้า  เนี้ยหลี่ ไม่สามารถจ่ายเงินเดิมพันได้  ข้าก็จักเป็นผู้จ่ายแทนเขาทั้งหมดเอง” หยางซิน เปล่งวาจา ด้วยหน้าจริงจัง





“ถ้าท่านผู้อำนวยการหยาง เอ่ยเช่นนั้น  ข้าก็จักให้มีการเดิมพันสักครั้งหรือสองครั้งเป็นการประลองยุทธ์ระหว่างนายน้อยของข้า เสิ่น เฟย  และ นายน้อย เนี้ยหลี่  ข้าจักลงวางเดิมพันข้างเสิ่น เฟย ชนะ ด้วยจำนวณเงิน ห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร  ท่านกล้ายอมรับมันหรือไม่?”  เสิ่นหมิงหลี่ตาลงมองไปยังเนี้ยหลี่  ส่วนเสิ่น เฟยนั้นในตอนนี้ได้จดจ้องพร้อมเปล่งรังสีอัมหิตมาปริมาณมหาศาลมายังเนี้ยหลี่


“ห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร?” ทันใดนั้นเนี้ยหลี่กล่าวพร้อมทำตาลุกโพลงขึ้นมาโดยพลัน


“อะไรกันเจ้ากลัวหรือ?” เสิ่น เฟยถอนหายในพร้อมยกมือแยกออกจากกันเป็นท่าทางประกอบพร้อมทั้งเอ่ยวาจาต่อไปอีกว่า


 “เงินเดิมพันห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร มันคงไม่ทำให้คนบ้าอย่างเจ้ากลัวหรอกนะ?”


“ข้าเพียงแต่จะบอกท่านว่าเงินจำนวนห้าสิบล้านจิตมารนั้นมันยังมิเพียงพอดอก  ท่านมีเงินที่จะวางแค่นั้นเองหรือ? ตระกูลระดับยิ่งใหญ่อย่างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นกลับกล้าวางเงินเดิมพันช่างน้อยนิดเสียยิ่งกระไร”เนี้ยหลี่หันกลับไปมองหยางซินแบบอ้อนๆ แล้วจึงเอื้อนเอ่ยว่า “พี่สาวหยาง ซิน  ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทำไมจึงยากจนค้นแค้น น่าสงสารถึงเพียงนี้นัก?”


“เงินแค่ห้าสิบล้านเหรียญติมารนั้นเกือบจะไม่พอให้ข้าซื้อขนมหวานและให้รางวัลเด็กๆของข้าเลยช่างยากจนกระไรถึงเพียงนี้”


เมื่อจับจ้องมองมาที่การแสดงอากับกริยาของเนี้ยหลี่นั้นยาง ซินก็แอบหัวเราะอย่างหนักมากอยู่ในใจ เนี้ยหลี่นั้นช่างเต็มไปด้วยจินตนาการที่ชั่วร้ายเสียยิ่งกระไร  ตอนนี้เขานั้นกำลังล่อลวงให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นย่างกลายเข้ามาในกับดัก  นางส่ายหน้าแล้วเปล่งวาจาอย่างจริงจัง “น้องชายตัวน้อย จำนวนเงินห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้นจากการที่พี่สาวพิจารณาแล้วมันคือเงินที่มากมายสำหรับแต่ละตระกูลนะจ๊ะ”




“จะทำไงได้นี่นะ? มันช่างน้อยจัง” เนี้ยหลี่หยิบเอากองการ์ดคริสตัลอสูรขึ้นมาจำนวนหนึ่งราวๆยี่สิบถึงสามสิบใบขึ้นมาในมือของเขาแล้วปาออกไปบนเวที มันสร้างความแตกตื่นโกลาหลขึ้นมาทันทีในขณะนั้นเมื่ออยู่ๆมีคนขว้างเงินถึงหลายแสนเหรียญจิตมารขึ้นมาบนสนามประลอง เนี้ยหลี่ ทำท่าทางหยิ่งและเอื้อนเอ่ยวาจาและท่าประกอบขึ้นว่า



“ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นี้ช่างขัดสนค้นแค้นเสียยิ่งนัก  ข้าหละไม่อยากที่จะเล่นพนันกับพวกท่านเลยจริงๆ ถ้าข้าชนะเงินจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนี้ ข้าจะแบ่งพวกมันให้กับทุกคน ที่มาร่วมชมการประลองยุทธ์ในครั้งนี้  เงินแค่นี้สำหรับข้านั้นมันช่างไม่พอยาไส้ ไม่มีซึ่งความหมายอันใดเลย เขาได้เก็บพวกมันไว้ในแหวนมิติพิศววนี้ จากนั้นก็ขว้างการ์ดคริสตอลอสูรจำนวนหนึ่งออกไปอีกจนกองรวมเป็นเงินกว่าห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร


เมื่อได้ยินวาจาและท่าทางของเนี้ยหลี่ เสิ่นหมิงและเสิ่น เฟยต่างหน้าซีด   เนี้ยหลี่นั้นช่างบ้าบิ่นเป็นยิ่งนัก  เงินจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้น มิใช่เงินจำนวนน้อยเลย  ตระกูลขุนนางทั่วไปนั้น คงมิสามารถที่จักหาเงินได้จำนวนมากขนาดนี้เสียด้วยซ้ำ มีเพียงตระกูลหลักเท่านั้น เช่นตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถที่จะหาพวกมันมาได้ แน่นอนนั่นยังไม่สามารถเทียบ กับสมาคมนักปรุงยาได้ ซึ่งพวกสมาคมนักปรุงยา ในปัจจุบัน นั้นร่ำรวยมากมายมหาศาลซะยิ่งกว่าใครในเมืองกลอรี่ซะอีก


“ห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร  เจ้าช่างกล้านักที่จะพูดว่ามันนั้นมาก!”เนี้ยหลี่นั้นหัวเราะหนักมากอย่างดูแคลน






ในขณะที่เสิ่นหมิงได้แต่ถอนลมหายใจอย่างรุนแรงจนสามารถพัดพาหนวดเคราของเขาให้พริ้วไหวดั่งสายน้ำ  แต่ เสิ่น เฟยยังคงนิ่ง  ตั้งแต่เนี้ยหลี่ได้แกล้งแหย่ให้เสิ่น เฟยนั้นโกรธจัดจนกระทั่งควันออกหูได้นั้น  เขาได้พิจารณาไตร่ตรองเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าสำหรับในรอบแรกนั้น  เงินเดิมพันจำนวนห้าสิบล้านเหรียญจิตรมาร มิใช่จำนวนเงินที่มากในการวางเดิมพันเท่าใดนัก  หลังจากนั้นยังมีโอกาสไม่น้อย  ที่จะศึกษาความแข็งแกร่งของเนี้ยหลี่ก่อนเรื่องอื่นๆ


“ในรอบแรกนี้เราจะวางเดินพันกันห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร เราจะยังไม่หยุดอยู่เพียงนั้นถ้าท่านยังชนะเราก็จักเดิมพันต่อไปเรื่อยๆ”  เสิ่นหมิงเอ่ยวาจาพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย ถ้าเนี้ยหลี่นั้นมีเหตุบังเอิญสามารถเอาชนะการต่อสู้กับเสิ่น เฟยได้  เขาก็ยังมีสองนักสู้ที่เก่งกาจกว่าเป็นตัวแทนจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ยังสามารถวางเดิมพันได้อีกถึงสองครั้งจากนักสู้ซึ่งเก่งฉกาจและมีความน่าเชื่อถือมากกว่านี้”


“คงเป็นที่แน่นอนแล้วนะว่า ในเวลานี้นั้นตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นต้องการที่จะเล่นเดิมพันครั้งนี้ ข้าจะเล่นมันจนกระทั้งจบเกม เงินนั้นข้ามีมาก  มิน่าจะมีปัญหาอะไรในการที่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์วางเงินเดิมพัน ไม่ว่ามันจักเท่าไรข้าขอเปิดโต๊ะรับแทงจำนวนไม่อั้น”เนี้ยหลี่ เปล่งวาจาพร้อมท่าประกอบ...


“ตระกูลอื่นๆทั้งหมดจะร่วมเป็นสักขีพยานในการเดิมพันครั้งนี้!” เนี้ยหลี่เอ่ย


“แน่นอน มันช่างน่าจัดไปอย่าให้เสียยิ่งกระไร!” เสิ่นหมิง  เปล่งวาจาออกมาตรงๆ


ข่าวคราวที่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์ได้วางเดินพันนั้นได้แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ   เหล่าท่านผู้นำตระกูลและผู้อาวุโสผู้คนจากตระกูลต่างๆได้ร่วมมาเป็นสักขีพยานในการเดินพันในครั้งนี้ด้วย




“มันมีอะไรที่มิถูกต้องไปหรือเปล่า ลือว่าตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นจักเดิมพันขันต่อกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์กระนั้นเชียวหรือ?


“เจ้าไม่รู้หรอกหรือว่า?ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นได้รับการปกป้องโดยสมาคมนักปรุงยา พวกเขานั้นร่ำรวยมหาศาล ดูเหมือนว่าในตอนนี้กำลังจะสู้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อยู่นะ”


“เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่ามันมิใช่ระหว่างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์กับตัวแทนของสมาคมนักปรุงยาแน่?”


      “ผู้ใดรู้บ้าง?”เหล่าผู้นำและผู้อาวุโสตระกูลต่างๆกำลังวิภาควิจารณ์กันไปทั่ว




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


<<<===ก่อนหน้า



                                   ถัดไป===>>>

1 ความคิดเห็น:

  1. พระเอกเราโคตรป๋าอ่ะ ปาเงิน50ล้านทิ้งสบายๆ
    แต่ก็อย่างว่าอ่ะ ได้เงินจากสมาคมปรุงยาล็อตละพันล้าน 50ล้านนี้เศษๆไปเลย

    ตอบลบ