วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 76_Forgiveness

Tale of the demon and god novel   Chapter 76_Forgiveness

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 76 - ให้อภัย


บทที่ 76 - ให้อภัย


      เมื่อเนี้ยหลี่ได้ทำการฝึกฝนมากขึ้น เขาก็ยิ่งอยากจะรู้ถึงความสามารถในการต่อสู้ของอสูรเขี้ยวแพนด้ามากขึ้นด้วยแต่ทันในนั้นเอง ก็มีคนสองคนปรากฏกายออกมาอย่างรวดเร็วจากป่าฝั่งตรงข้าม

“หืมมม ?” เนี้ยหลี่ขมวดคิ้ว ยืนนิ่งและมองไปทางนั้น

ฟึ่บ ! ฟึ่บ !

ทั้งสองคนหยุดตรงหน้าเนี้ยหลี่, เขาทั้งคู่คือเนี้ยเสี่ยวเฟิง และเนี้ยเสี่ยวรี่

“เจ้าเป็นใคร? ถึงกล้าบังอาจบุกรุกเข้ามาในตระกูลบันทึกสวรรค์ของเรา !” เนี้ยเสี้ยวเฟิงกับเนี้ยเสียวรี่ กล่าวพร้อมจ้องไปยังร่างของเนี้ยหลี่ เพราะว่าหลังจากที่รวมร่างกับอสูรเขี้ยวแพนด้าแล้ว ร่างกายของเนี้ยหลี่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เขาตัวใหญ่ขึ้น ผิวหนังก็ปกคลุมไปด้วยขนสีดำและสีขาว ดังนั้นจึงไม่แปลกนักที่ทั้งสองคนจะจำเนี้ยหลี่ไม่ได้

“พวกเจ้านั่นเอง !” เนี้ยหลี่กล่าว โดยยังยืนอยู่ที่เดิม

สองพี่น้องคู่นี้ชอบแกล้งเขาในชาติที่แล้ว แต่มันก็เป็นเพราะเรื่องความขัดแย้งภายในตระกูล ระหว่างแต่ละกิ่งตระกูล อย่างไรก็ตาม ในวาระสุดท้ายของเมืองกลอรี่ ทั้งคู่ก็ได้ยืนหยัดต่อสู้กับอสูรปิศาจที่บุกเข้ามาในเมืองจนสิ้นชีพ ดังนั้นเนี้ยหลี่จึงไม่คิดจะทำร้ายพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของพวกเขาในตระกูล ก็ไม่สามารถเทียบกับเนี้ยหลี่ในตอนนี้ได้เลย และเนี้ยหลี่เองก็ไม่ได้คิดว่าทั้งคู่เป็นศัตรูด้วยซ้ำ

   ร่างกายของเนี้ยหลี่หดลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นรูปลักษณ์เดิม

“ข้าเอง !” เนี้ยหลี่ตอบรับ




“เนี้ยหลี่ ? นั่นเจ้ารึ ?”

เนี้ยเสี่ยวเฟิงและเนี้ยเสี่ยวรี่จ้องมองเนี้ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยากสำหรับพวกเขา หรือว่าภาพที่เขาเห็นก่อนหน้านี้จะเป็น เนี้ยหลี่ที่รวมกับวิญญาณปิศาจ ? เมื่อมองไปที่ซากหัก ๆ ของต้นไม้พวกนั้น นัยน์ตาของพวกเขาก็ฉายแววออกถึงความกลัวขึ้นมาในทันที

พวกเขาพึ่งทราบว่าเนี้ยหลี่พึ่งจะได้เลื่อนขั้นเป็นร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาว พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าตอนนี้ เนี้ยหลี่จะกลายมาเป็นร่างทรงอสูรระดับเงินได้รวดเร็วถึงเพียงนี้ สถานการณ์ตรงหน้าทำให้พวกเขารู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก

ในช่วงเวลาไม่นานมานี้, เนี้ยเหว่ยได้สูญเสียตำแหน่งผู้อาวุโสของตระกูลไป ทำให้สถานะของพวกเขาสองพี่น้องในตระกูลด้อยลงด้วย ถึงแม้เรื่องนี้จะทำให้พวกเขาหดหู่ใจเป็นอันมาก แต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะแก้แค้นอะไร พวกเขาเพียงแค่หงุดหงิดและไม่เข้าใจสถานการณ์เท่านั้น อีกทั้งมีข้อห้ามระบุไว้ตั้งแต่ก่อตั้งตระกูล ว่าห้ามมิให้กิ่งตระกูลภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ต่อสู้กันเอง หากผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษทัณฑ์อย่างหนัก

ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ สถานะของเนี้ยหลี่ในตระกูลนั้น หาคนเทียบได้ยากยิ่งนัก ตั้งแต่ที่เนี้ยไฮ้ประกาศว่า ยาบำรุงต่าง ๆ ที่เขาแจกจ่ายให้แก่คนในตระกูลนั้น ทั้งหมดได้มาจากเนี้ยหลี่ และเนี้ยไฮ้เองก็สนับสนุนเนี้ยหลี่อย่างเห็นได้ชัด

ไม่ว่าใครก็ตามที่สร้างคุณประโยชน์ให้ตระกูลมหาศาลขนาดนี้ ก็สมควรได้รับการยกย่อง

ยิ่งมาในตอนนี้ ที่พวกเขาทราบว่า เนี้ยหลี่ได้ฝึกฝนไปจนถึงระดับเงินแล้วนั้น พวกเขาก็ยิ่งชื่นชมในตัวเนี้ยหลี่มากขึ้นอีก

ทางด้านเนี้ยหลี่นั้น เมื่อถูกรบกวนการฝึก เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะฝึกต่อ หลังจากที่จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะกลับที่พัก

เมื่อเนี้ยเสี่ยวรีและเนี้ยเสี่ยวเฟิงเห็นดังนั้น จึงทราบได้ว่าเนี้ยหลี่รู้สึกไม่พอใจในการกระทำของพวกเขา ถึงแม้ว่าด้วยสถานะของเนี้ยหลี่ในตอนนี้จะสูงขนาดไหน แต่เนี้ยหลี่ก็ไม่ได้จัดการกับพวกเขาสองพี่น้องที่เคยแกล้งเนี้ยหลี่เอาไว้ ซึ่งนับว่าพวกเขาโชคดีมากแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่สบายใจที่จะเห็นเนี้ยหลี่กลับไป เพราะถูกรบกวนโดยพวกเขาแบบนี้

ทันใดนั้นเอง เนี้ยเสี่ยวรี่รีบรุดเข้ามา พร้อมกับพูดว่า “เนี้ยหลี่ โปรดรอก่อน !”

“มีอะไรงั้นรึ ?”เนี้ยหลี่หันกลับมา และมองไปที่สองพี่น้อง

เนี้ยเสี่ยวรี่หน้าแดง พร้อมกับอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไปสักพักหนึ่ง พร้อมกับพูดออกมาว่า
“เนี้ยหลี่ พวกเราขอโทษเจ้าด้วย สำหรับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พวกเราต้องขอโทษจริง ๆ !!”

เนี้ยเสี่ยวเฟิ่งก็ก้มหัวของเขาลงเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวว่า
“หากเจ้าต้องการแก้แค้นพวกเรา พวกเราก็จะไม่ขัดขืน”

ถึงแม้ว่าเนี้ยเสี่ยวรี่กับเนี้ยเสี่ยวเฟิงจะกร่างกับเขาไปสักนิด ในชาติที่แล้ว แต่พวกเขาก็เป็นคนที่ ในยามที่ตระกูลบันทึกสวรรค์เกิดปัญหา พวกเขาก็พร้อมที่จะอาสาเข้ามาช่วย ดังนั้น มันจึงเป็นเหตุผลที่เนี้ยหลี่ไม่อยากจะสร้างความยุ่งยากให้แก่พวกเขา และเมื่อเนี้ยหลี่ได้ฟังคำขอโทษจากปากของสองพี่น้องคู่นี้แล้ว เขาก็ยิ้มออก พร้อมกับโบกมือเล็กน้อย และพูดว่า “ข้าให้อภัยพวกเจ้าทั้งสอง”

เมื่อได้ยินเนี้ยหลี่พูดดังนั้น เนี้ยเสี่ยวเฟิงและเนี้ยเสี่ยวริถึงกับมึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาไม่คิดเลยว่าเนี้ยหลี่จะให้อภัยพวกเขาง่ายขนาดนี้ พวกเขาไม่รู้จะทำตัวอย่างไรต่อสถานการณ์นี้เลย

เนี้ยหลี่กล่าวต่อไปอีกว่า “ข้าไม่ใช่คนที่ใจร้ายใจดำขนาดนั้น แล้วข้าได้ยินมาว่าเนี้ยไฮ้ไม่ได้แบ่งยาบำรุงให้กับพวกเจ้า สาเหตุเพราะพวกเจ้าไม่ถูกกับข้า”

ทันใดนั้นเอง เนี่ยหลี่ก็นำยาบำรุงจำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติของเขา แล้วก็โยนมันไปให้กับเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวรี่ และกล่าวว่า “นี่คือส่วนของเจ้า คิดซะว่าเป็นของขวัญจากข้าก็ได้”

เมื่อพูดจบ เนี้ยหลี่ก็หันหลังกลับ และเดินจากไปอย่างช้า ๆ

เนี้ยเสี่ยวเฟิงและเนี้ยเสี่ยวรี่มองที่ยาบำรุงในมือของพวกเขา พร้อมกับมองไปที่ร่างของเนี้ยหลี่ที่กำลังจากไป พวกเขาก็อดที่จะตื้นตันใจไม่ได้

“ถึงแม้พวกเราจะแกล้งเขาไว้มากขนาดนั้น เนี้ยหลี่ก็ยังมีน้ำใจที่จะแบ่งยาพวกนี้ให้กับพวกเรา!! เมื่อก่อนนี้พวกเราไม่น่าทำสิ่งแย่ ๆ กับเขาเลย”เนี้ยเสี่ยวเฟิงรำพึงรำพัน พร้อมกับกล่าวโทษตัวเอง ยิ่งมองเห็นเนี้ยหลี่กำลังเดินจากไป เขาก็ยิ่งรู้สึกผิด

“ใช่แล้ว หากเปรียบกับเนี้ยหลี่แล้ว พวกเรามันช่างน่าละอายยิ่งนัก”
“พี่ใหญ่ เนี่ยหลี่ช่างเป็นคนที่จิตใจกว้างขวาง นอกจากเขาจะไม่แก้แค้นพวกเราแล้ว เขายังมอบยานี่ให้พวกเราอีก   ข้าอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้จริง ๆ !” เนี้ยเสี่ยวเฟิงกล่าวบ้าง

เนี้ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวรี่ยังเด็กนัก พวกเขาอาจจะก้าวร้าวไปบ้าง แต่ตัวตนจริง ๆ ของพวกเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ในครั้งนี้ พวกเขาทั้งคู่รู้สึกผิด และขอโทษเนี้ยหลี่จากใจจริง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าเนี้ยหลี่จะมีใจกว้างขวางต่อพวกเขามากขนาดนี้ พวกเขารู้สึกผิดต่อเนี้ยหลี่อย่างมาก หากในอนาคตเนี้ยหลี่ต้องการให้พวกเขาไปทำไร พวกเขาจะไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน !

เมื่อถึงยามค่ำ ในสวนหลังบ้านของเนี้ยหลี่ พลังงานวิญญาณอันบริสุทธิ์ได้แผ่ออกมาจากหม้ออสูรฝันร้าย

เนี้ยหลี่เองก็ดูดกลืนพลังงานนั้นอย่างไม่หยุดยั้ง และเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้มาเป็นของเขาเอง

เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าระดับพลังของเขาได้เพิ่มขึ้นไปอีกระดับแล้ว

ในขณะที่เนี้ยหลี่กำลังฝึกฝนอยู่นั่นเอง ก็มีใครบางคนเคาะประตูขึ้น

“เข้ามาได้ !” เนี้ยหลี่ตะโกนกลับไป แต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

หลังจากนั้นสักครู่ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งรีบร้อนเดินเข้ามา คนที่เดินนำเข้ามานั้นคือเนี้ยไฮ้ ตามมาด้วยเนี้ยอิ้งและเหล่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ รวมทั้งบิดา(เนี้ยหมิง) และลุงของเขา(เนี้ยไค) ด้วย

เนี้ยหลี่มองด้วยความแปลกใจ และพลางถามว่า “เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ? ทำไมพวกท่านถึงมากันเยอะถึงเพียงนี้?”

เมื่อพวกเขาเห็นเนี้ยหลี่ไม่ลุกขึ้นแสดงความเคารพต่อเนี้ยไฮ้ แถมยังถามคำถามย้อนกลับไปที่เนี้ยไฮ้ ผู้เป็นผู้นำตระกูลอีก สิ่งนี้ทำให้เนี้ยหมิงและเนี้ยไค อดรู้สึกกังวลไม่ได้ พวกเขารีบมองไปที่เนี้ยไฮ้ และพบว่าเนี้ยไฮ้ไม่ได้ถือโทษโกรธอันใด พวกเขาก็สบายใจ

พวกเขายังแอบคิดกับตัวเองว่า “เมื่อกลับไป ข้าคงจักต้องอบรบเนี้ยหลี่สักหน่อยแล้ว”

ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะมีสถานะสูงเพียงใด เขาก็ไม่ควรทำตัวกร่างเช่นนี้ แต่ควรจะสุขุมให้มากกว่านี้

นั่นคือเด็กคนนั้น ที่ครั้งหนึ่งเคยนับถือเนี้ยไฮ้ด้วยความเคารพจริง ๆ น่ะหรือ ?

เนี้ยหลี่ในวันนี้ไม่เหมือนในอดีต ในตอนนี้ แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน เขาก็อาจจะไม่ได้รู้สึกเคารพเลยด้วยซ้ำ

เพราะในชาตินี้ เขาจะต้องกลายมาเป็นจักรพรรติของเหล่ามนุษย์ และเขาจะไปต่อสู้กับปราชญ์จักรพรรดิ และช่วยเมืองกลอรี่ให้พ้นจากภัยพิบัติให้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงก้าวแรกของเขาเท่านั้น

ประสบการณ์ของเนี้ยหลี่มีมากกว่าทุกคนในเมืองกลอรี่รวมกันเสียอีก !


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น