วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 99_Unfilial descendent

Tale of the demon and god novel Chapter 99_Unfilial descendent

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 99 -  ลูกหลานผู้อกตัญญู


บทที่ 99 -  ลูกหลานผู้อกตัญญู

“ท่านบรรพชน เทคนิคการบ่มเพาะพลังทั้งห้าเหล่านี้มันอ่อนด้อยเกินไป ท่านเรียนรู้เทคนิคพวกนี้หรือ? ไม่น่าแปลกใจที่การบ่มเพาะพลังของท่านเป็นไปอย่างยากลำบากยามเมื่อท่านมีชีวิตอยู่ กว่าจะสามารถก้าวไปถึงระดับตำนานได้ ทำไมไม่ให้ให้ข้าสอนสุดยอดการบ่มเพาะพลังให้แก่ท่านหละ? ข้ารับประกันได้ว่าการเพาะปลูกของท่านจะก้าวหน้ากว่านี้แน่!




          ” เนี้ยหลี่ กล่าวพร้อม บอกกล่าว“ตัวข้านั้นมีเทคนิคการการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพถึง 3600 วิธีแม้วิธีที่จะให้ผลน้อยที่สุดยังดีมากกว่าห้าเทคนิคของท่าน ถ้ามันไม่ดีจริงข้าคงไม่กล้าสอนให้ท่าน”




“พอแล้ว!!”




        เย่ หยานตัดบทพูดของเนี้ยหลี่ด้วยอารมณ์ที่โมโหสุดๆ เนี้ยหลี่ไม่ไว้หน้าข้าเลยแม้แต่น้อย เจ้าไม่รู้รึไงว่าข้าเป็นถึงบรรพชนผู้ก่อตั้งนครรุ่งโรจน์เชียวนะ?




          “เจ้าเด็กเหลือขอ ข้าไม่รู้จริงๆว่าเจ้าไปได้เทคนิคการบ่มเพาะพลังเหล่านี้มาจากไหน อาจจะได้มาจากทรัพย์สมบัติบางส่วน อย่างไรก็ตามแม้ว่าเจ้าจะมีสุดยอดเทคนิคการบ่มเพาะพลังอยู่ แต่ข้านั้นสามารถเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้ด้วยตัวข้าเองเชียวนะ ข้าสามารถแนะแนวทางที่ดีให้แก่เจ้าได้ ความรู้ที่กว้างใหญ่ของข้า เกินกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้เสียอีก!”






   
           “โอ้ว...ขนาดนั้นเชียวรึ ‘ท่านบรรพชนผู้มีภูไม่ความรู้มากมาย’ ข้าอยากจะถามท่านเสียยิ่งนักเหตุใดต้องผสานวิญญาณอสูรเข้ากับจิตวิญญาณ?”เนี่ยหลี่ มองไปที่ เย่ หยาน และกล่าวถาม หึ หึ บรรพชนผู้ก่อตั้งต้องการจะต่อสู้กับข้าด้วยความรู้งั้นรึ?




            “นี่เจ้าไม่มีอาจารย์สอนความรู้พื้นฐานหรือไงกัน? วิญญาณอสูรนั้นอยู่ในรูปแบบของจิตอสูรเปรียบได้เสมือนน้ำ จิตวิญญาณของเรานั้นก็เปรียบดังภาชนะถ้วยที่มีไว้เพื่อรองรับจิตอสูร จึงเกิดการผสานรวมร่างเข้าด้วยกัน!” เย่ หยานตอบ พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่




“แม้ว่าความสามารถของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียว แต่ความรู้พื้นฐานของเจ้ายังเด็กนัก”




              “หากท่านบอกว่า จิตวิญญาณของคนเราเปรียบได้ดังภาชนะถ้วย แล้วจิตอสูรเปรียบได้ราวกับน้ำ แล้วเหตุใดบางคนที่สามารถบ่มเพาะพลังของตนมาถึงระดับเงินแล้วไม่สามารถจะรวมร่างกับจิตอสูรได้?” เนี้ยหลี่ยิ้มแล้วถามกลับ “ถ้ามันเป็นถ้วยจริงมันก็ควรจะใส่น้ำได้!”





               “นั่นมัน....นั่นมันเป็นความเป็นไปได้แค่เล็กน้อยถึงน้อยมากเท่านั้นที่จะล้มเหลว ดังนั้นปัญหานี้จึงไม่จำเป็นที่จะต้องใส่ใจ!” เย่ หยาน ชะงักไปชั่วครู่แล้วกล่าวด้วยเสียงที่ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก เย่ หยานไม่สามารถที่จะตอบคำถามของเนี่ยหลี่ได้




             “กรณีผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้เล็กน้อยที่ท่านว่านั้น มักจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ความลับที่ทำให้มันเกิดขึ้นไม่ได้ หากแม้แต่ร่างทรงอสูรระดับตำนานไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ ข้าไม่รู้เลยจริงๆว่าอาจารย์ท่านสอนอะไรให้แก่ท่านกันแน่! หากข้ามีโอกาสเป็นศิษย์เขาหละก็ข้าคงจะเอามือตบเขาให้ตายคาฝาผนังเป็นแน่” เนี้ยหลี่ ส่ายหัวด้วยสีหน้าเศร้าโศก


“ถ้างั้น...เจ้าบอกข้าได้รึไม่?”



       เย่ หยานถึงกับตัวสั่น ตั้งแต่ได้เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานเย่ หยานไม่เคยได้รับความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนหน้านี้เลย



            “จิตวิญญาณของคนเรานั้นมีรูปแบบและกำหนดความเข้ากันได้ของจิตอสูรที่จะทำการผสานจิตอสูร หากความแตกต่างคุณลักษณะของจิตอสูรกับจิตวิญญาณนั้นมีความแตกต่างกันมากเกินไปก็จะไม่สามารถทำได้ เช่นเดียวกับที่ไฟกับน้ำที่ไม่สามารถเข้ากันได้"



      “คุณลักษณะที่แตกต่าง?”เย่ หยาน พึมพำกับตัวเอง ที่ผ่านมาเย่ หยานไม่ได้ตระหนักในเรื่องนี้ คำตอบของเนี่ยหลี่ได้เปิดหน้าต่างแห่งความรู้ใหม่ให้กับหัวใจของเย่ หยาน



          “นอกเหนือจากคุณลักษณะ ที่แตกต่างกันแล้ว จิตวิญญาณของมนุษย์เรายังมีความลึกซึ้งอีกด้วย ร่างทรงอสูรปกติก็ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ หากท่านเต็มใจให้ข้าเป็นอาจารย์แล้วหละก็ ข้าก็จะอธิบายมันให้แก่ท่าน จิตวิญญาณของท่านเองก็ยังไม่ได้สลายไป การจะช่วยให้ท่านกลับมามีร่างเนื้อก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้


”เนี้ยหลี่ นั่งขัดสมาธิ เผยให้เห็นรอยยิ้มปรากฏบนหน้า



          “สร้างร่างเนื้อให้แก่ข้า ทำได้ด้วยรึ?เรื่องแบบนี้มันเป็นไปด้วย?”เย่ หยานถึงกับตกตะลึง เรื่องนี้มันเกินกว่าสิ่งที่จะจินตนาการได้ ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงได้มีความรู้มากมายยิ่งนัก? ในฐานะที่ข้าเป็นถึงบรรพชน ผู้ก่อตั้งนครรุ่งโรจน์หากเป็นเด็กคนอื่นคงแทบจะหมอบคลานมาเสนอตัวเป็นศิษย์แก่ข้าแล้ว มีเพียงเนี่ยหลี่เท่านั้นที่เสนอตัวสอนข้าแทน




          แม้ว่าเย่ หยานจะโกรธจนแทบอาเจียนออกมาเป็นเลือด แต่สิ่งที่เนี้ยหลี่กล่าวออกมากับเป็นเสมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดตัวเขาเอาไว้



สิ่งใดก็ตามที่เนี่ยหลี่กล่าวออกมาล้วนอยู่เหนือความเข้าใจของตัวเย่ หยานอย่างสิ้นเชิง



“ไอ้เด็กเวรนี่ เจ้าต้องการจะเป็นอาจารย์ของข้าหรืออย่างไร?”




        “ให้ข้าเป็นอาจารย์?  ข้าว่า ท่านลืมมันไปเสียเถิด ข้าไม่อยากจะสอนคนที่ไร้ความสามารถเช่นท่าน!”เนี้ยหลี่ ดูหมิ่น เย้ยหยัน”ถ้าศิษย์ของข้าใช้เวลากว่า800ปีเพื่อเป็นร่างทรงระดับตำนานแล้วยังภูไม่ใจกับมันอยู่หละก็ ข้าคงใช้แส้เฆี่ยนตีมันผู้นั้นจนตาย!



        ”เย่ หยานชี้นิ้วไปยังเนี่ยหลี่ตัวของเย่ หยานเองสั่นสะท้านไม่ยอมหยุด


“เจ้า นี่เจ้า...ไอ้ ลูกหลานอกตัญญู!”


        เย่ หยานแม้กระทั่งหนวดเครายังสั่นสะท้านไปเพราะความโกรธ ถ้าเย่ หยานฟื้นมาตอนนี้ ก็คงตายเพราะความโกรธที่มีต่อเนี้ยหลี่อีกครั้งเป็นแน่



      “ข้าไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลของท่านเสียหน่อย ข้าสืบเชื้อสายมาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ ในแง่ของการเกิดของตระกูลข้านั้นก็นับว่าเกิดนานกว่าตระกูล เย่ ของท่าน หากแม้ว่าท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับ จืออวิ้นแล้ว หละก็  ข้าจะไม่ใส่ใจท่านแม่แต่นิดเดียว!”



        เนี้ยหลี่เบ้ปากเหยียดหยาม เย่ หยานโกรธอย่างที่สุด แต่เย่ หยานในตอนนี้เป็นเพียงรูปจิตวิญญาณ   เย่ หยานไม่สามารถทำอันใดแก่เนี่ยหลี่ได้



           “ตระกูลบันทึกสวรรค์ ข้าจำได้ละเมื่อยามตอนที่ข้าก่อตั้งนครรุ่งโรจน์ตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นเพียงตระกูลเล็กๆเท่านั้น ข้ายอมรับว่าบรรพชนของเจ้าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมมาก ดูเหมือนว่าเจ้าจะได้รับมรดกตกทอดมาจากตระกูลของเจ้า!แต่เพียงมรดกเล็กน้อยเจ้ากล้าจะมาหยิ่งยโสกับข้าผู้นี้เชียวรึ?” แม้ว่าเย่ หยานจะยอมรับว่าเนียหลี่มีความรู้มากกว่า เย่ หยานก็ยังไม่เต็มใจจะยอมรับความพ่ายแพ้เช่นนี้


      หากเย่ หยานยอมรับความพ่ายแพ้ให้แก่ เด็กที่มีอายุเพียง 13-14 ปี เขายังจะมีหน้าเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้อยู่หรือ?



   “ฮื้มม..!!”เย่ หยานไม่ได้พูดมากนักเนื่องมาจาก การที่เขาพยายามระงับความโกรธเอาไว้

ตั้งแต่นั้นมาเนี้ยหลี่ก็ไม่ได้มีความคิดที่จะพูดคุยกับเย่ หยานต่อ


       เนี้ยหลี่ทำการฝึกฝนด้วยตัวของเขาเอง คลื่นจิตวิญญาณอันงดงามหมุนเวียนรอบตัวเนี้ยหลี่อย่างไม่ขาดสายหลังจากเริ่มฝึก [พลังเทพวิถีฟ้า] จิตอสูรทั้งสองที่อยู่ในตัวเขาก็ทำหน้าที่ดูดซับแรงจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่องคล้ายกับฟองน้ำ   วิญญาณของเย่ หยานยังคงอยู่รอบๆเนี้ยหลี่ แม้ว่าเย่ หยานจะโกรธเนี้ยหลี่แต่เมื่อได้เห็นวิธีการฝึกฝนของเนี้ยหลี่มันทำให้เย่ หยานละสายตาไปจากมันไม่ได้เลย



         คลื่นแรงวิญญาณที่แผ่ออก รูปแบบของการฝึกดังกล่าวไม่เหมือนกับสิ่งที่ร่างทรงอสูรระดับเงินจะฝึกได้ มันเหมือนกับเป็นการฝึกของร่างทรงอสูรระดับตำนานเสียมากกว่า


            เมื่อมองไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋อ  เย่ หยานก็คิดกับตัวเองว่า ‘ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเด็กเหลือขอนี่หรือเจ้าเด็กตุ๊กตานี่  ก็มีเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่น่ากลัวมากราวกกับสัตว์ประหลาดที่กำลังอยู่ในช่วงวัยเยาว์ นี่เป็นเพราะข้าไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกมาหลายปีหรือย่างไรกันนะ   จึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้?’


          เมื่อเทียบกับเทคนิค [พลังเทพวิถีฟ้า]ของเนี้ยหลี่ เทคนิคการบ่มเพาะพลังทั้งห้าของเย่ หยานนั้นเป็นดังขยะไปเลย  แม้ว่าความเร็ว เทคนิค[พลังเทพวิถีฟ้า]จะช้ากว่าเทคนิค[มังกรเหินวายุอัสนี]และ[เทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต] แต่ก็มีความเร็วมากกว่าเทคนิคทั้งห้าที่ เย่ หยานนำเสนอก่อนหน้านี้ เป็นสิบเท่า   ความคิดของเย่ หยานย้ายไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋อ



          “เจ้าเด็กตุ๊กตา ความสามารถของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียวเจ้าอยากจะมาเป็นศิษย์ของข้าไหม?”



เมื่อได้ยินเสียงของ เย่ หยาน เสี่ยวหนิงเอ๋อ สะดุ้งเล็กน้อยแล้วถามกลับไปว่า

“ท่านเป็นใครกัน?”



          “ข้าเป็นบรรพชนผู้ก่อตั้งนครรุ่งโรจน์ ผู้ก่อตั้งตระกูลลมหิมะ เย่ หยาน!”เย่ หยานตอบอย่างภูไม่ใจ
“ท่านบรรพชนผู้ก่อตั้ง! ข้าเสี่ยวหนิงเอ๋อ มาจากตระกูลปีกมังกร คาราวะท่านบรรพชน!”เสี่ยวหนิงเอ๋อแสดงความเคารพทันที นางมีความเคารพอย่างเต็มเปี่ยมให้กับบรรพชนผู้ก่อตั้งของประวัติศาสตร์



         เย่ หยายยิ้มและกล่าวว่า”ไม่เลว ไม่เลว เจ้ามีคุณค่าเพียงพอที่จะให้ข้าสอน!”นี่มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เจ้าเนี้ยหลี่ต่างหากที่ผิดปกติ”ข้าอยู่ในเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์มาเป็นพันปีแล้ว ข้าสงสัยว่าโลกภายนอกตอนนี้เป็นเช่นไร?”


“ท่านบรรพชน นครรุ่งโรจน์ตอนนี้ยังปลอดภัยอยู่ค่ะ”


“มีร่างทรงอสูรระดับตำนานที่คอยเฝ้าปกป้องนครรุ่งโรจน์อยู่ ณ ตอนนี้หรือไม่?”


“นับตั้งแต่บรรพชนผู้ก่อตั้ง ตอนนี้มีเพียงท่านเย่ โม่ เท่านั้นที่เป็นร่างทรงอสูรระดับตำนาน”เสี่ยวหนิงเอ๋อตอบ


“เป็นไปได้เยี่ยงไร?”



          เย่ หยาน ขมวดคิ้ว แปลกมากไม่ว่าจะเป็นเจ้าเด็กเนี้ยหลี่นั่น หรือ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ทั้งสองต่างมีเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพมาก เป็นเรื่องที่น่าตกใจ ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่มีร่างทรงอสูรระดับตำนานเพียงคนเดียว

"มีปัญหาอะไรหรือค่ะ?" เสี่ยวหนิงเอ๋อ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น


"ไม่มีอะไรหรอก หนู่น้อยเจ้าช่วย ส่งวิธีบ่มเพาะพลังของเจ้าให้ข้าดูได้หรือไม่ ข้าอาจสามารถแนะนำให้เจ้าได้บางอย่าง!” เย่ หยานกล่าว หลังจากนั้นใบหน้าของเย่ หยาน ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง


“นี่.....”เสี่ยวหนิงเอ๋อลังเลอยู่พักนึง


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น