วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter Chapter 80_Long time no see

Tale of the demon and god novel Chapter Chapter 80_Long time no see

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 80 - ไม่ได้เจอกันนาน


บทที่ 80 - ไม่ได้เจอกันนาน

ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

ชายชราผู้มีหนวดเคราและผมสีขาว ที่อยู่ด้านหน้าของแม่นาง เสี่ยวหนิงเอ๋อผู้เลอโฉม ผู้อาวุโสผู้นี้คือรองอาจารย์ใหญ่ ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์  เย่ เซิ่ง

“เสี่ยวหนิงเอ๋อ เจ้าแน่ใจนะ ว่าเจ้าต้องการที่จะเข้าสู่ พรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ ?” เย่ เซิ่งทำหน้ามุ่ยขมวดคิ้วขณะที่ถามเสี่ยวหนิงเอ๋อ “เจ้ารู้ใช่มั้ยว่าพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์นั้น มี ภัยอันตรายมากมายเพียงใด ? มีนักเรียนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่เข้าไปแล้วกลับออกมาได้ มิหนำซ้ำบางคนที่กลับออกมาได้ก็ต้องพบเจอกับปัญหาการจัดการพลังวิญญาณของตนเอง”

“ท่านรองอาจารย์ใหญ่คะ ข้ายังมีคุณสมบัติไม่เพียงพอเพื่อที่จะเข้าไปยังพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์งั้นหรือคะ?”เสี่ยวหนิงเอ๋อ เงยหน้าถามผู้อาวุโส เย่ เซิ่ง ด้วยดวงตาที่เป็นประกายเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า

“หาใช่เยี่ยงนั้นไม่ เป็นเรื่องจริงที่ว่ากันด้วยเรื่องคุณสมบัติของเจ้านั้น นับว่าเพียงพอเลยทีเดียว การเข้าไปภายในแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์เป็นประโยชน์สูงสุดก่อนที่จะเลื่อนขั้นเป็นระดับเงินก็ว่าได้”เย่ เซิ่ง พยักหน้าลง นับเป็นเวลาที่นานมากที่เขาไม่มีนักเรียนที่โดดเด่นเช่นนี้

“ข้าได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าข้าจะเข้าไปภายในพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์”เสี่ยวหนิงเอ๋อ ตอบกับเย่ เซิ่ง ดวงตานางช่างเต็มไปด้วยความหนักแน่นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนหน้านี้

“พ่อของเจ้ามีความเห็นเป็นเช่นใดบ้าง?เขาเห็นด้วยกับการกระทำของเจ้างั้นรึ?”

“ค่ะ ท่านอาวุโส”พยักหน้าตอบ แต่ความเป็นจริงนั้นนางไม่ได้บอกแก่ตระกูลนางเลย



“ตกลง งั้นข้าจะสนองความต้องการนั้นแก่เจ้า” เย่ เซิ่ง พยักหน้าตกลง เย่ เซิ่งพร้อมกับอาจารย์อีกไม่กี่คน นำ เสี่ยวหนิงเอ๋อ มายังอาคารใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางด้านหลังของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

“อาจารย์ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างมองหน้ากันและกัน เป็นเรื่องจริงที่ว่าพวกเขาทั้งหมดชื่นชมความกล้าหาญของ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ที่มุ่งมั่นจะเข้าไปภายในพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ พรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับมากมายนับไม่ถ้วน มีเพียงอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะด้วยกันเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้  ในบรรดาเหล่าผู้ที่เข้าไปภายในพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์หลายคนได้เกิดปัญหาในส่วนพลังวิญญาณของพวกเขา บางส่วนก็ออกมาได้แต่ก็ไม่ได้สิ่งใดติดไม้ติดมือกลับมา มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถจัดการกับปัญหาเหล่านั้นและผ่านพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ออกมาได้สำเร็จ และแน่นอนว่าผู้ที่สามารถผ่านพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ออกมาจะได้รับพลังมายมายมหาศาล อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็จะกลายเป็นร่างทรงอสูรระดับทองคำดำ มีเพียง เย่โม่ เท่านั้นที่สามารถไปถึงระดับตำนานได้

ตามตำนานเกี่ยวกับพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ ผู้ที่ผ่านการทดสอบจากพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ จะกลายเป็นอัจฉริยะที่ผู้คนจับจ้องไปทั้งเมืองกลอรี่ก็ว่าได้ ด้วยความสามารถดังกล่าวเหล่าอัจฉริยะยังได้รับการคุ้มครองจากตำหนักเจ้าเมืองอีกด้วย พวกเขาสามารถปกป้องเหล่าอัจฉริยะ ไม่ให้ผู้ใดมารบกวนการบ่มเพาะพลัง ของเขาหรือเธอ นอกเหนือจากนี้ยังได้รับสิทธิ์พิเศษมากมายต่างๆนาๆนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เหตุใดเมืองกลอรี่ถึงยังไม่พังพินาศลงจากการคุกคามของพวกสัตว์อสูรเพราะเมืองกลอรี่มีการปกป้องและให้อภิสิทธิ์เหล่าเด็กอัจฉริยะเหล่านี้  แน่นอนเพราะว่ามันเป็นการป้องกันตัวเมืองเองด้วยเช่นกัน ดังนั้นการปกป้องอัจฉริยะกลุ่มนี้ของเมืองกลอรี่นับเป็นการป้องกันที่สมบูรณ์และรอบคอบมากเลยทีเดียว

ภายใต้การแนะนำของ เย่ เซิ่ง และเหล่าคณาจารย์เสี่ยวหนิงเอ๋อ เดินไปยังอาคารใหญ่ของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ในหัวของเธอเริ่มคิดถึงเนี่ยหลี่ เนี่ยหลี่ป่านนี้เจ้าทำการใดอยู่นะ

‘ข้าไม่ยอมแพ้ที่จะไล่ตามหลังเจ้าหรอกนะ ข้าจะไปอยู่ สู้เคียงข้างเจ้า สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องหันมาสนใจข้า!’เสี่ยวหนิงเอ๋อรำพึงรำพันกับตนเอง ใบหน้าของนางช่างมีเสน่ห์เย้ายวนเป็นยิ่งนัก นางยังคงจำเนี่ยหลี่ได้ทุกอิริยาบถ ไม่รู้ด้วยเหตุใดเนี่ยหลี่ไม่สามารถจะเลือนหายไปจากดวงใจของนางได้เลย

เหตุผลที่ เสี่ยวหนิงเอ๋อพยายามอย่างหนัก ครึ่งหนึ่งของเหตุผลนั้นคือเพื่อดึงดูดความสนใจจากเนี่ยหลี่

เสี่ยวหนิงเอ๋อเงยหน้าขึ้นพลางหยุดความคิดลงแล้วก้าวเดินต่อไป

หลายวันต่อมา สนามประลองทางตอนเหนือของเมืองกลอรี่

สนามประลองทางตอนเหนือ เป็นเขตพื้นที่การต่อสู้ ที่มีเส้นรอบวงไม่กี่กิโลเมตร มันเพียงพอที่จะรองรับการยืนดูโดยรอบของผู้คนนับหมื่นได้ ในพื้นที่นี้ มันได้ถูกจัดการประลองอยู่บ่อยครั้ง นี่เป็นสาเหตุที่ผู้คนในเมืองกลอรี่มีความสนอกสนใจในศิลปะการต่อสู้เป็นอย่างมาก  หลายคนเดินทางมาที่นี่เพื่อจะวางเดิมพันต่างๆในการประลองนี้เช่นกัน

ในขณะนี้ที่นั่งของตระกูลต่างๆถูกจัดวางไว้ในทิศเหนือของสนามประลอง สมาชิกของตระกูลบันทึกสวรรค์นั่งอยู่มุมทางทิศเหนือ ระยะห่างระหว่างพวกเขากับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่ไกลมากนัก

ในอดีตที่ผ่านมาของขุนนางชนชั้นล่างอย่างตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นไม่มีผู้ใดเลยที่จะให้ความสำคัญ แต่บัดนี้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไป ไม่มีตระกูลใดเลยที่จะละเลยการกระทำที่มีต่อตระกูลบันทึกสวรรค์

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่เป็นตัวจุดชนวนให้ตระกูลอื่นเกิดความอิจฉาริษยา เกลียดชังไม่น้อยเลย หยาง ซิน และ สามผู้อาวุโสของสมาคมนักปรุงยาเองก็นั่งข้างตระกูลบันทึกสวรรค์ พวกเขาได้พูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานกับตระกูลบันทึกสวรรค์ เรื่องนี้เป็นดังเชื้อเพลิงที่สุมไฟความริษยาของตระกูลอื่นๆให้มีมากเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก

โดยปกติแล้วพวกเขาต่างพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจะเข้าให้ถึงตัวหยาง ซินและเหล่าผู้อาวุโสของสมาคมนักปรุงยา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมากเพียงใดก็ยังมิได้รับความแลเหลียวจากสมาคมนักปรุงยาเลยแม้แต่น้อย พวกเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของสมาคมนักปรุงยาเลย แต่ตระกูลบันทึกสวรรค์กลับได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพจาก หยาง ซิน

“น้องชายตัวน้อย หม้อประหลาด ของน้องเกือบทำให้พี่สาวสุดสวยคนนี้ตายเลยนะ เจ้ามีแผนจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้?”หยาง ซินเอ่ยปากถามเนี่ยหลี่พร้อมแสดงท่าทางยั่วยวนอวดเสน่ห์จากเรือนร่างของนาง ความจริงคือสถานการณ์ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นนั้น คนที่พยายามจะลอบสังหารนางได้ถูก องครักษ์ ของนางสังหารเรียบร้อยแล้ว นางจึงไม่ได้รับอันตรายใดๆ อย่างไรก็ตามต่อหน้าเนี่ยหลี่นางพยายามพูดให้ดูเหมือนเป็นจริงจังไม่ใช่เล่นๆ

เนี่ยหลี่รู้ถึงจุดประสงค์ของการกระทำของหยาง ซิน จึงยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากบอก “เกี่ยวกับเรื่องนี้น้องชายเป็นหนี้ท่านแล้วพี่หยาง ซินโปรดกรุณาด้วย”

“เช่นนั้นก็ดี!” รอยยิ้มของหยาง ซินเผยออกมา ก่อนที่จะบิดขี้เกียจเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของเอวที่เรียบเนียนชวนหลงใหล และพูดว่า “เหตุใดการประลองนี้ถึงยังไม่เริ่มเสียที ข้าชักจะเริ่มเบื่อแล้วนะ น้อยชายตัวน้อยเมื่อไหร่เจ้าจะขึ้นไปเสียที ?ข้าจะได้วางเดิมพันข้างเจ้า! ”

ชายหนุ่มจากตระกูลอื่นๆ เมื่อได้เห็นส่วนโค้งเว้าของหยาง ซิน แทบเป็นไปมิได้เลยที่จะละสายตาไปจาก หยาง ซิน ยิ่งได้เห็นหน้าอกอวบอิ่มเข้ารูปเวลาเธอยืดตัวยิ่งยั่วยวนไปยิ่ง ช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะต้องกลืนน้ำลายกันไปตามๆกัน

ด้วยความงามเฉกเช่นคนชั้นสูงของนาง สถานะของนางนั้นก็ไม่ธรรมดาเลย ผู้ใดกันที่จะกล้าไปเล่นตลกกับนาง ? นางมีอำนาจที่จะตัดสินชะตากรรมของตระกูลได้อย่างง่ายดาย ใครจะกล้าไปกวนใจนางกัน?

หยาง ซินมิได้สนใจกับสายตาของผู้อื่นที่มองนางเลยแม้แต่น้อย เพราะในสายตานางนั้นมักจะมองไปที่เนี่ยหลี่เพียงผู้เดียว

ขณะที่เนี่ยหลี่กับหยาง ซินพูดคุยกัน กลุ่มผู้คนตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ก็เดินผ่านไป หนึ่งในนั้นคือหนึ่งในผู้นำตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ผู้อาวุโส เสิ่นหมิง

“ไม่ได้พบกันนานเลยทีเดียว! ผู้อำหนวยการหยาง  ข้าไม่เคยคาดฝันเลยว่าท่านมีความสนใจการต่อสู้ระหว่างตระกูลด้วย”เสิ่นหมิงยิ้มกล่าว ภายในดวงตาของเขา บ่งบอกเป็นนัยของความกลัว  เขาไม่คาดคิดเลยว่าตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นจะมีความสามารถที่โน้มน้าว ผู้อำนวยการหยางและเหล่าผู้อาวุโสท่านอื่นๆมายังที่นี่

แม้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะเป็น หนึ่งในสาม ตระกูลหลัก หากในการเผชิญหน้ากับสมาคมนักปรุงยา พวกเขายังมีความเกรงกลัวต่อสมาคมนักปรุงยาเป็นอย่างมากไม่ต้องกล่าวถึงตระกูลอื่นๆเลย ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้มีการซื้อยาจากสมาคมนักปรุงยาเป็นจำนวนมาก ถ้าจู่ๆ สมาคมนักปรุงยาลดจำนวนของยาทิพย์ลงแล้วละก็ พวกเขาจะได้รับผลกระทบมากมายเลยทีเดียว

“เปล่าเลยท่าน อาวุโส ตัวข้านี้มิได้มีความสนใจในการประลองนี้เลยแม้แต่น้อย ข้าแค่มาที่นี่เพื่อดู น้องชายเนี่ยหลี่ตัวน้อย ข้าก็อาจจะวางเดิมพันไป ข้าทราบมาว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าที่เป็นผู้รับวางเดิมพันในปีนี้”หยาง ซินกล่าวพร้อมยิ้มไปพลางๆ

น้อยชาย...? เนี่ยหลี่ ? เสิ่นหมิง เพ่งจ้องมองกวาดไปทั่วใบหน้าของเนี่ยหลี่ เสิ่นหมิงคิดไม่ตกกับความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลี่กับหยาง ซิน

“ผู้อำหนวยการหยาง ท่านเข้าใจถูกแล้ว ทางตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเรารับเป็นเจ้าภาพการวางเดิมพันในปีนี้ ท่านผู้อำนวยการหยางมีความสนใจที่จะวางหนึ่งหรือสองเดิมพันดีละ ?” การแสดงออกของเสิ่นหมิงชะงักไปชั่วครู่ เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าฐานะของสมาคมนักปรุงยานั่นมั่งมี มากมายเพียงใด? แม้จะเป็นถึงตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เขาก็ไม่กล้าที่จะเล่นด้วย

“ข้า เพียงต้องการเล่นแบบสบายๆ เดิมพันของข้าคือน้องชายเนี่ยหลี่เพียงคนเดียว ผู้อาวุโส เสิ่น หมิงอย่าได้กังวลต่อเรื่องนี้ไปเลย ฮ่าฮ่า!”หยาง ซินหัวเราะเบาๆ

เนี่ยหลี่มองไปที่ เสิ่นหมิง แล้วเคลื่อนไปดู เสิ่นเฟย ที่อยู่ด้านข้าง เขาเห็นว่า เสิ่นเฟย มองมาที่เขาด้วยความมุ่งร้ายเปรียบได้ดังกับอสรพิษตัวหนึ่งไม่เพียงแม้แต่ความเกลียดชังที่ขโมยคู่หมั้น เขาไป  เสิ่นเฟย เกลียดเนี่ยหลี่ปรารถนาที่จะให้เนี่ยหลี่นั้นตายๆไปเสีย นี่ถ้าเนี่ยหลี่ไม่ได้มี หยาง ซินหนุนหลังแล้วละก็ เขาคงกระโจนเข้าทำร้ายเนี่ยหลี่แล้วเป็นแน่

“ฮ่าฮ่า ศิษย์พี่เสิ่น เป็นเวลานานเหลือเกินที่ไม่ได้พบท่าน ช่างน่ายินดีเสียจริง”เนี่ยหลี่ ไม่สนใจสายตาที่มุ่งร้ายของ เสิ่นเฟย อย่างสิ้นเชิงมิหนำซ้ำยังกล่าวทักทายราวกับไม่ได้ตระหนักถึงความแค้นระหว่างพวกเขา


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น