วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 96_Really want to stir the Sacred Family?

Tale of the demon and god novel Chapter 96_Really want to stir the Sacred Family?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 96 - ต้องการรังครวญ ครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์?


บทที่ 96 - ต้องการรังครวญ ครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์?


เนี้ยหลี่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าเขาจะโชคร้ายมากถึงเพียงนี้ จากการที่เขาแอบมาหา จื้อ หวิ๋นครั้งแรก เขาจะถูกจับได้โดยท่านเจ้าเมือง


         อย่างไรก็ตาม เย่ ซ่งจะไม่สังหารเขา อาจจะเป็นเพราะว่าสมาคมนักปรุงยาได้บอกจะไรบางอย่างแก่ท่านเจ้าเมือง เพราะเหตุนี้เนี้ยหลี่จึงไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ยืดเยื้อ เนี้ยหลี่ต้องการที่จะจัดการให้ เย่ ซ่ง มอบลูกสาวของเขาให้แก่เนี้ยหลี่ด้วยมือของเขาเอง


          เมื่อเนี้ยหลี่คิดได้ดังนี้ ก็ปรากฏรอยยิ้มจางๆขึ้นบนใบหน้าของเขา เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย เขาจักต้องทำงานอย่างหนัก


            เนี้ยหลี่ ทานยาเสริมพลังทั้งหลาย นั่งสมาธิและเริ่มฝึกบ่มพลังด้วยเทคนิค เทพวิถีฟ้า เพื่อที่จะบรรลุระดับ เงิน 4 ดาว




ภายในสวน


          ตั้งแต่เธอเริ่มฝึก เทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต และผสานร่างกับ ราชินีน้ำแข็ง วรยุทธ์ ของจื้อ หวิ๋นได้พัฒนารวดเร็วขึ้นอย่างก้าวกระโดด นางไม่ต้องการที่จะพัฒนาช้าไปกว่าเนี้ยหลี่ และในตอนนี้วรยุทธ์ ของนางนั้นก็ไปถึงระดับเงิน 3 ดาวแล้ว แท้จริงแล้ววรยุทธ์ ของนางนั้นสามารถพัฒนาได้ไวกว่า วรยุทธ์ เทพวิธีฟ้าของเนี้ยหลี่มาก ซึ่งพลังของวรยุทธ์ เทพวิธีฟ้านั้นจะแสดงให้เห็นก็ต่อเมื่อฝึกฝนสำเร็จแล้ว


       
       ในบรรดาทุกๆคนที่ได้รับการถ่ายทอด วรยุทธ์ เนี้ยหลี วรยุทธ์ เทพวิธีฟ้าของเนี้ยหลีนั้น จะมีการพัฒนาช้าที่สุด ความยากในการฝึกฝนนั้นวรยุทธ์ ของเขานั้นจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝนมากกว่าคนอื่นๆเป็นอย่างมาก

         

            แต่วรยุทธ์ เทพวิธีฟ้านั้นเป็นวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา วรยุทธ์ทั้งหมด แม้ว่าทั้งเจ็ดคนจะอยู่ในระดับเดียวกับเนี้ยหลี่  พวกเขาก็ไม่อาจที่จะต่อกรกับเขาได้ ถึงแม้ว่าความยากในการฝึกฝนนั้นจะยากมากๆ แต่การพัฒนาเนี้ยหลี่ก็รวดเร็วเช่นเดียวกับผู้อื่น นั้นเพราะความได้เปรียบจากการได้เกิดใหม่ของเขานั่นเอง


      จักรพรรดินักปราชญ์ รอจนกว่าข้าบรรลุ วรยุทธ์เทพวิธีฟ้าขั้นสุดยอดและควบคุมสัตว์อสูรระดับพระเจ้าทั้งเจ็ดให้ได้ซะก่อน เวลานั้นจะได้เห็นว่าใครกันแน่ที่แข็งแกร่งกว่ากัน เนี้ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ภายในใจ


        ในชาติก่อน หนึ่งในสาเหตุที่เขาพ่ายแพ้นั้น เพราะว่าระดับวรยุทธ์ของเขานั้นต่ำกว่า และอีกเหตุผลก็คือจักรพรรดินักปราชญ์นั้นมีสัตว์อสูรระดับพระเจ้าหลายตนอยู่เคียงข้างเขา ทำให้การจะจัดการเขานั้นช่างเป็นเรื่องที่ยากมาก นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เนี้ยหลี่พ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว



         ในชาตินี้เขาจะต้องกับไปแก้แค้น และด้วยความแข็งแกร่งและพวกพ้องที่แข็งแกร่งของเขา มันจะไม่เหมือนชาติที่แล้ว ที่เขาตัวคนเดียวอย่างแน่นอน


หลังจากการนั่งสมาธิและฝึกฝนเป็นเวลาหลายชั่วโมง อาการบาดเจ็บของเขาก็ได้รับการรักษา



" เนี้ยหลี่ ! การรักษาของเจ้าคืบหน้าแล้วใช่มั้ย " จื้อ หวิ๋นมองที่เนี้ยหลี่ด้วยสายตาที่เป็นกังวลหลังจากได้ยินเสียงของ จื้อ หวิ๋น เนี้ยหลี่ รู้ว่าจื้อ หวิ๋นนั้นยังมีความกังวลในอาการบาดเจ็บของเขา เขาพยักหน้าและพูดว่า " อาการของข้าดีขึ้นแล้ว "


" ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นแล้วเจ้าก็รีบออกไปซะ ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่ อย่ามาตำหนิว่าข้าหยาบคายนะ " จื้อ หวิ๋นแสดงสีหน้าจริงจังเพื่อที่จะให้เนี้ยหลี่รีบออกไป



   "จื้อ หวิ๋น ข้านั้นตกหลุมรักเจ้าซะแล้ว ! เจ้าห้ามทำแบบนี้กับข้า ! โอ้ยย อาการบาดเจ็บของข้ายังรักษาไม่เสร็จเลย ข้าต้องการเวลาอย่างน้อยสองวันก่อนที่ข้าจะสามารถออกไปได้ ไม่เช่นนั้นข้าอาจจะอาเจียนเป็นเลือดอีก "



  " ข้าจะไม่เชื่อเจ้าอีกแล้ว ถ้าเจ้ายังไม่ออกไป ข้าจะเอาไม้กวาดมาไล่เจ้าออกไปซะ " จื้อ หวิ๋นกัดฟัน, เนี้ยหลี่นั้นช่างเป็นคนที่เจ้าเล่ห์มากๆ


" นั้นมันเป็นเรื่องที่ใจร้ายมากๆเลย จริงมั้ย " เนี้ยหลี่ มองไปยัง จื้อ หวิ๋น


" เจ้าท้าข้าหรอ " จื้อ หวิ๋นเอามือเท้าสะเอวและถอนหายใจ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะดีกว่าถ้าเธอจะไม่ทุบตีเขา


" ตกลง งั้นข้าจะออกไปก่อน และพรุ่งนี้ข้าจะมาหาเจ้าอีก "


" ถ้าพรุ่งนี้เจ้ากล้ามาอีก ค่อยดูละกันว่าข้าจะทำอะไรเจ้า " จื้อ หวิ๋นผลักเนี้ยหลี่ออกไป พร้อมทั้งบุ้ยปากของเธอ ก่อนที่จะเท้าสะเอวพูด



" อ่าาา ? ถ้างั้นข้าจะมาหาเจ้าได้ตอนไหนหล่ะ ? " เนี้ยหลี่หัวเราะ และมองไปที่ จื้อ หวิ๋น


ปั้ง !!! จื้อ หวิ๋นปิดประตูทางเข้าสวนของนาง


" ถ้างั้นข้าจะมาพรุ่งนี้ละกัน " แม้เนี้ยหลี่จะพึ่งโดนจื้อ หวิ๋น ไล่ออกมา เขาก็ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด เขาฮัมเพลงและเดินกลับไปยังที่พัก


           เมื่อมองไปยังประตู จื้อ หวิ๋นกระทืบเท้าและเค้นฟัน อย่างไรก็ตามเธอได้นึกถึงบางสิ่ง และหัวเราะขึ้นมา เสียงหัวเราะของเธอช่างมีเสน่ห์ยิ่งนัก ถ้าหากใครได้เห็นเข้า พวกเขาต้องเกิดอาการงุนงงอย่างแน่นอน


        เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไร้ยางอายอย่าง เนี้ยหลี่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เกิดเรื่องทุกอย่างขึ้นจนถึงตอนนี้ เธอคิดไม่ออกเลยว่าควรจะทำอย่างไรและสามารถเชื่อเนี้ยหลี่ได้หรือไม่


นางนึกถึงบางอย่างขึ้น และแก้มของนางก็เริ่มแดง


         ระหว่างที่เดิน เนี้ยหลี่ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ความจริงก็คือเนี้ยหลี่ไม่รู้เลยว่าจะพิชิตใจเธอได้อย่างไร จื้อ หวิ๋นและเนี้ยหลี่ อยู่ด้วยกันหลังจากเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น หลังจากที่จื้อ หวิ๋นตาย เนี้ยหลีก็ได้พบเจอกับผู้หญิงอีกหลายคน อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใครเลย หัวใจของเขานั้นยังคงนึกถึง จื้อ หวิ๋นอยู่เสมอ และไม่เคยให้หญิงอื่นเข้ามาในใจเขาเลย


        คุณจะคิดไม่ออกเลยว่าเนี้ยหลี่มีความสุขมากเพียงใดที่ได้กลับมาพบกันจื้อ หวิ๋นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในชาตินี้พวกเขาจะไม่ได้เจอกับโศกนาฏกรรมเหมือนเดิม เนี้ยหลี่ยังคงคิดไม่ออก ว่าจะทำอย่าไรให้จื้อ หวิ๋นรู้สึกได้เช่นเดียวกับเขา เขาได้เพียงแต่ทำตัวไร้ยางอายต่อหน้าเธอเท่านั้น ถ้าหากเขาถูกจื้อ หวิ๋นเกลียดขึ้นมา เขาคงได้แต่เพียงแอบปกป้องอยู่แค่ข้างกายเธอ เนี้ยหลี่ไม่ต้องการที่จะสูญเสียเธอไม่อีกครั้ง


     แต่อย่างน้อย มันก็ยังดีกว่าการที่ไม่ทำอะไรเลย เนี้ยหลี่ได้แต่เพียงบอกกับตัวเอง ไม่ว่าจื้อ หวิ๋นจะทำอย่างไรกับเขา เขาก็ยังจักคอยปกป้องเธออยู่ข้างๆ


      ภายในสวนของเนี้ยหลี่ เนี้ย หยู๋ ได้ฝึกฝนอย่างหนัก เมื่อเห็นหน้าของเนี่ยหลี่ หน้าเธอก็แสดงออกถึงความสุข

" พี่เนี้ยหลี่ กลับมาแล้วหรอ ? " เนี้ย หยู๋รีบลุกขึ้นมาหา ตอนที่เนี้ยหลี่ ออกไปเธอเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา

เนี้ยหลี่ ลูบศรีษะเล็กๆของเนี้ยหยู๋ " เซี่ยวยูได้ตั้งใจฝึกรีป่าว? "

"ค่ะ" เซี่ยว หยู๋ ยันมากๆเลย วรยุทธ์ที่พี่เนี้ยหลี่สอนหนูมันน่าทึ่งมากๆ ตอนนี้หนูอยู่ระดับทองแดง  2 ดาวแล้ว ตาของเนี้ยหยู๋ เป็นประกายและเต็มไปด้วยความเคารพเมื่อมองที่เนี้ยหลี่ ในใจของเธอคิดว่าการมีอยู่ของเนี้ยหลี่นั้น สามารถบรรลุอะไรก็ได้


" ไม่เลว " เนี้ยหยู๋ ยิ้มและพยักหน้า ความเร็วในในการฝึกของเนี้ย หยู๋นั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว


       ขณะที่เนี้ยหลี่ และเนี้ย หยู๋กำลังคุยกันก็มีเสียงเคาะประตูเกิดขึ้น เมื่อเนี้ยหลี่เปิดประตู หลู่เพียว และพรรคพวก อีกสามคนก็อยู่ข้างหน้าประตู เขาตกใจเล็กน้อยและถามว่า " พวกนายมาทำอะไรกันที่นี่ "

" เราได้ยินมาว่านายได้ย้ายเข้ามาในที่พักของท่านเจ้าเมืองพวกเราเลยตัดสินใจจะมาหา แต่การมาหานายนั้นไม่ง่าย เราต้องไปหาท่านประธาน กู้เหยียน หลังจากเรื่องยุ่งยากทั้งหลาย เราให้เขาเขียนจดหมายเพื่อให้เราสามารถเข้ามาได้ " หลู่เพียวพูดพร้อมทั้งหัวเราะ " นายนี่เยี่ยมจริงๆ เพื่อที่จะไล่ล่า จื้อ หวิ๋น นายถึงกับย้ายเข้ามาในที่พักของท่านเจ้าเมือง ฉันนับถือนายจริงๆ "


      ตูเซอมองไปที่เนี้ยหลี่ซักครูหนึ่งก่อนจะพูดว่า " นายทำให้เสิ่นเฟยพ่ายแพ้ ผู้ที่เป็นถึงอัจฉริยะแห่งตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์? นายจงใจแสดงความแข็งแกร่งของนาย ใช่มั้ย? มิฉะนั้น ตัวตนของนายจะไม่เป็นที่น่าสนใจ "


       " ก่อนหน้านี้ ความแข็งแกร่งของข้านั้นช่างอ่อนแอ เพราะฉะนั้นข้าจึงไม่กล้าที่จะแสดงให้ผู้อื่นเห็นมากเกินไป หลังจากข้าผสานเข้ากับวิญญาณอสูร ถึงแม้ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับสมาคมทมิฬ ข้าก็แข็งแกร่งพอที่จะสามารถปกป้องตัวเองได้ เพื่อที่จะจัดการกับพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ทำไมข้าจะไม่ทำ หล่ะ " เนี้ยหลี่หัวเราะเบาๆ


เมื่อได้ยินคำตอบจากเนี้ยหลี่ หลู่เพียว ตูเซอและพรรคพวกก็ อดที่จะหัวเราะไม่ได้


  " บัดนี้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จักต้องเผชิญกับความทุกข์ยากเพราะนาย จากการที่ต้องสูญเสียถึง สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตมาร "


" ใช่ ผู้อาวุโสของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จักต้องอาเจียนเป็นเลือดแน่ "

เนี้ยหลี่ส่ายหัวและพูดว่า " สี่ร้อยห้าสิบล้านเหรียญจิตมารนั้นยังไม่มากพอที่จะสั่นคลอนทั้งตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ "


" เนี้ยหลี่ มันยังไม่สามารถที่จะล้มล้างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ใช่มั้ย? มันเป็นถึง 1 ใน 3 ตระกูลหลักของเมือง " หลู่เพียวเบิกตากว้างและมองไปยังเนี้ยหลี่


     "แน่นอน ข้าต้องหลอกล่อพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ พวกมันจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ ในไม่ช้าพวกมันต้องมาหาข้าแน่นอน ข้ามีแผนที่จะจัดการมันแล้ว" ตาของเนี้ยหลีเป็นประกายขึ้นมา

หลังจากเห็นท่าทีของเนี้ยหลี่ ตูเซอถึงกับตกตลึง เนี้ยหลี่ไม่ได้มีท่าทีเหมือนว่ากำลังพูดเล่น เนี้ยหลี่ตั้งใจที่จะล้มล้างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ด้วยตนเอง ? มันต้องลำบากกว่าการชนะการแข่งขันอย่างแน่นอน

" หลังจากนี้นายจะทำยังไงต่อ หากนายบอกพวกเรา เราพี่้น้องนายจะสนับสนุนนายอย่างแน่นอน ! " ตูเซอพูดด้วยท่าทีจริงจัง ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะไม่สามารถเทียบกับเนี้ยหลี่ได้ ขอเพียงแค่เนี้ยหลี่เอยปาก ถึงแม้มันจักต้องแลกมาด้วยชีวิต เขาก็จักไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว


"ปล่อยข้าไปจากเรื่องนี้เถอะ" หลู่เพียวหัวเราะและพูดขึ้นมา


ดีมากพี่น้องข้า เนี้ยหลี่กระทบอกกับตูเซอ ด้วยพรรคพวกของเขา แม้จักต้องไต่ภูเขามีดแหลมหรือลงทะเลเพลิง พวกเขาก็จักไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยมันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในชีวิตเขา


เขานึกถึงเหตุการณ์ในชาติก่อน ตูเซอและ หลู่เพียว เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องนครศักดิ์สิทธิ น้ำตาของเขาก็เอ่อล้นขึ้นมา ในชาตินี้เขาจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกแน่นอน


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น