วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 55_Physique of Heavenly Marks

Tale of the demon and god novel Chapter 55_Physique of Heavenly Marks

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  55 - เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์



บทที่ 55 - เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์



หลังจากพลังวิญญาณของเขาถูกขังอย่างสมบูรณ์ พลังวิญญาณของเขาเริ่มที่จะสะสมและไปรวมตัวกันที่จุดศูนย์กลางของเขตแดนวิญญาณของเขามากขึ้นเรื่อยๆ เนี่ยหลี่ยังใช้ยาทิพย์ทุกประเภทที่จะทำให้มีการเสริมสร้างพลังวิญญาณของเขา และมันทำให้พลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพลังวิญญาณได้รวมตัวอย่างหนาแน่น มันเป็นเหมือนราวกับอากาศที่ได้ถูกบีบอัดไปยังจุดๆหนึ่ง ทำให้มันสามารถจะมีการระเบิดพลังที่น่าเกรงขามขึ้นได้



          พลังวิญญาณของเขาได้เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่องแล้วก็ถูกบีบอัดกันภายในขอบเขตจิตวิญญาณของเขาโดยไม่สามารถที่จะหาทางออกได้



          มันถูกบีบอัดอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและเหมือนกับว่ามันจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย



          เนี่ยหลี่ รู้สึกว่าเขตแดนวิญญาณของเขาได้รับการฉีกขาดตลอดเวลาแต่ก็ได้รับการฟื้นฟูทันทีเช่นกันความเจ็บปวดนี้ช่างรุนแรงทำให้การใบหน้าของเขาซีดขาวเหงื่อก็ไหลลงมาเหมือนสายฝน



          "อ๊าาาาา!" เนี่ยหลี่กรีดร้องอย่างเจ็บปวด ตลอดเวลาถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นเนี่ยหลี่ก็ยังคงมีสติอยู่อย่างต่อเนื่องตลอด เช่นกัน พลังวิญญาณของเขาตอนนี้นั้นได้รับการบีบอัดอย่างนับครั้งไม่ถ้วน



          "บูม! บูม! บูม!"




          ภายในเขตแดนวิญญาณของเขาพลังวิญญานเริ่มอัดแน่นมากขึ้นจนทำให้เกิดการแตกร้าวของเขตแดนวิญญาณของเขาหลายต่อหลายครั้ง เนี่ยหลี่รู้สึกได้ถึงเขตแดนวิญญาณของเขาที่ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง



          สุดท้าย 'บูมมมม'



          แรงบีบอัดของพลังวิญญาณเริ่มระเบิดแล้วกระจายไปทั่วในเขตแดนวิญญาณของเขาแล้วก่อให้เกิดพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นทันที



          อ้า อ้า อ้า!!



          จากนั้นอาการปวดที่น่ากลัวก็ตามมาปกคลุมร่างกายของเขาเปรียบเหมือนได้มีเข็มนับล้านเล่มได้แล่นมาเจาะเข้าไปยังสมองของเขา



          ส่วนของลมปราณของเขาก็ยังมีการฉีกขาดอย่างต่อเนื่อง เนี่ยหลี่ได้ทนความเจ็บปวดที่รุนแรงเพื่อรอคอยเวลานี้ เวลาที่แรงบีบอัดของพลังวิญญาณได้เปิดทะลุจุดลมปราณต่าง ๆ ที่เขาได้ปิดเอาไว้



          ฟิ้ววว! เนี่ยหลี่รู้สึกโล่งที่ร่างกายของเขาได้รับการผ่อนคลายลง แม้ว่าจุดลมปราณของเขาได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก แต่ในขณะนี้ใบหน้าของเนี่ยหลี่ก็เต็มไปด้วยความดีใจ มันเป็นไปตามที่เขาคิด การใช้เทคนิคการกำหนดลมปราณอัศจรรย์นี้ทำให้พลังวิญญาณของเขาขยายออก และมันทำให้สามารถไปถึงระดับเงินได้



          หลังจากที่ใช้การบังคับจิตวิญญาณเสร็จสิ้นเขาจะต้องกู้พลังงานคืนก่อนถึงจะไปถึงยศเงินร่างทรงอสูรได้!





          เนี่ยหลี่เริ่มกินยาทิพย์หลายอย่างเพื่อกู้คืนพลังของเขาแล้วเริ่มที่จะฝึกพลังต่ออย่างเงียบ ๆ หลังจากการเพิ่มพลังไปยังเขตแดนวิญญาณในปัจจุบันของเขาแล้วนั้น ในตอนนี้เขาสามารถที่จะดูดซับพลังงานหยินคืนได้แล้ว ด้วยความจริงที่ว่าเขาเป็นผู้ชาย ตัวของเขานั้นเต็มไปด้วยพลังงานหยางดังนั้นเขาจะไม่เป็นเหมือนเช่น เสี่ยวหนิงเอ๋อ



[(เกร็ดความรู้)จีนพูดเสมอว่าหยินหยาง เป็นตัวแทนของผู้ชายและผู้หญิงโดยผู้หญิงคนหนึ่งจะเต็มไปด้วยหยินและผู้ชายก็จะเต็มไปด้วยหยาง]



          หลังจากฝึกไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ก็ได้ฟื้นฟูพลังกลับมาเหมือนเดิมเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้ไปถึงระดับเงิน



          เนี่ยหลี่เปิดตาของเขาขึ้นดวงตาของเขาเป็นประกาย ในที่สุดเขาก็สามารถใช้ตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพรายได้



          เขาดึงจิตอสูรเงาพรายออกจากตะเกียง โดยมือขวาของเขาค่อยๆลูบไปยังตะเกียงและใส่พลังวิญญาณของเขาเข้าไปในตะเกียง เกิดเสียง 'ฟู่!" มาจากตะเกียงและเริ่มเปล่งแสงริบหรี่เหมือนแสงของวิญญาณลาง ๆในความมืด



          มีเสียงดังเหมือนปีศาจดังออกมาจากตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพราย แล้วได้ปรากฏแสงซึ่งจิตอสูรเงาพรายสิงสถิตอยู่ อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ไม่ได้วิตกแต่อย่างใด พลังวิญญาณของเขานั้นเปรียบเหมือนดังเชือกที่ได้เข้าไปพันรอบยังแสงนั้น

              พลังวิญญาณของเนี้ยหลี่ได้ค้นพบเงาดำหนึ่งเงา เมื่อพลังวิญญาณของเขากระทบรอบ ๆ เงาดำนั้น จิตอสูรแห่งเงาเริ่มกรีดร้องอย่างทรมานพยายามที่จะต่อต้านเขาโดยการพยายามพุ่งผ่านพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่ออกไป



              "กำลังพยายามหนีรึ?" มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก! จำนนต่อข้าซะ! เนี้ยหลี่เริ่มเคลื่อนพลังวิญญาณของเขาให้วนรอบจิตอสูรแห่งเงา



              จิตอสูรแห่งเงาทันใดก็สั่นสะท้านและยังคงต่อต้านต่อไป อย่างไรก็ตามภายใต้แรงกดดันพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่ จิตอสูรแห่งเงาค่อยสูญสูญเสียพลังในการต่อต้านลงเรื่อย ๆ



              'วู๊ชชช' จิตอสูรแห่งเงาได้กลายเป็นเงาดำ ๆ อันหนึ่งและเข้าไปสู่เขตแดนวิญญาณเนี้ยหลี่ ครั้นเมื่อจิตอสูรตนใดเข้าไปในเขตแดนวิญญาณของร่างทรงจิตอสูรแล้ว พวกมันจะถูกควบคุมโดยร่างทรงอสูรผ่านการให้พลังวิญญาณของร่างทรงอสูรเสริมเข้าไป ถ้าร่างทรงอสูรไม่ได้ปลดปล่อยจิตอสูรด้วยตัวของเขาเอง จิตอสูรจะไม่สามารถมีอิสระได้



              เหมือนกับทำการตีตราไว้แล้วโดยพลังวิญญาณ



              หลังจากรวมร่างกับจิตอสูรแห่งเงา เขตแดนวิญญาณเนี้ยหลี่ได้ขยายมากขึ้นเป็นสองเท่า ครั้งเมื่อได้รวมร่างกับจิตอสูร ร่างทรงอสูรและจิตอสูรจะส่งผลลัพธ์ซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งความเร็วในการฝึกพลังวิญญาณจะเพิ่มเป็นสองเท่าของความเร็วปกติ



              จิตอสูรแห่งเงาเป็นหนึ่งในจิตอสูรที่ลึกลับที่สุด น้อยคนนักที่จะรู้ถึงคุณสมบัติของมัน ดังนั้นจึงมีร่างทรงอสูรจำนวนน้อยมากที่จะสามารถใช้ความสามารถต่อสู้ของเขาเพื่อดึงพลังของมันออกมาได้ แต่สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับเนี้ยหลี่



              จิตอสูรแห่งเงามีพลังมากอย่างน่าฉงน ในขณะเดียวกันมันก็มีระดับการเติบโตที่สูงอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นมันไม่สามารถจะเทียบได้เลยกับจิตอสูรธรรมดาพวกนั้น ยิ่งไปกว่านั้นสมองของเนี้ยหลี่เต็มไปด้วยทักษะการต่อสู้สำหรับจิตอสูรแห่งเงานี้ เมื่อนั้นแล้วเขาจึงสามารถดึงพลังของจิตอสูรแห่งเงาออกมาได้ทั้งหมด



              เนี้ยหลี่เคลื่อนมือของเขาและเรียกจิตอสูรแห่งเงาออกมา แล้วเขารีบรวมกับจิตอสูรตนนั้นอย่างรวดเร็ว ในขณะนี้ร่างกายของเนี้ยหลี่ได้หายไปและก็ปรากฏมาอีกครั้งคล้ายกับผี และเคียวกระดูกได้งอกขึ้นมาจากแขนทั้งสองของเขา คล้าย ๆกับตั๊กแตน จิตอสูรแห่งเงาสามารถอยู่ใน รูปแบบหายตัว และรูปแบบปรากฏตัว เมื่อเนี้ยหลี่ได้เข้าสู่รูปแบบหายตัว น้อยคนนักที่จะสามารถจับถึงพลังงานรอบตัวเขาได้ อย่างไรก็ตามเมื่ออยู่ในรูปแบบหายตัว เนี้ยหลี่จะไม่มีความสารถในการโจมตี แต่เมื่อเขาเข้าสู่รูปแบบปรากฏตัว เขาจะสามารถทำซึ่งการโจมตีไปที่จุดสำคํญให้ถึงแก่ชีวิตได้



              จิตแห่งอสูรเงามีทักษะการลอบโจมตีที่ทรงพลังอย่างมากที่สุด เมื่ออยู่ระหว่างการต่อสู้ แม้กระทั่งผู้ที่อยู่ระดับสูงแล้วก็สามารถถูกจัดการได้ ถ้าพวกเขานั้นไม่ระวังตัว



              เคียวกระดูกนั้นมีความยาวประมาณ 1 เมตร มีแสงเย็น ๆ สะท้อนอยู่ ดูเหมือนจะคมอย่างมาก



              เนี้ยหลี่มองดูการเปลี่ยนรูปที่สองแขนของเขา และมองไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ห่างไปไกลหลายเมตร



              ตัวของเขาพุ่งไปอย่างรวดเร็ว เร่งไปที่ต้นไม้ใหญ่นั้น เคียวอันนั้นได้ส่องแสงเย็น ๆ ออกมาและ " ฟันไป " ต้นไม้ใหญ่นั่นได้ถูกตัดเป็นสองท่อนและล้มลงในทันที พื้นผิวของรอยตัดนั้นช่างราบเรียบอย่างมาก



              เนี้ยหลี่เก็บเคียวนั้นด้วยความพึงพอใจ ด้วยความคิดหนึ่ง ร่างของเขาค่อย ๆ โปร่งใสและหายไปจากจุดนั้น หลังจากนั้นชั่วครู่ ตัวของเขาก็ได้ปรากฏออกมาอีกครั้ง



              “มันคุ้มค่าอย่างยิ่งที่รู้จักจิตอสูรแห่งเงานี้”!” เนี้ยหลี่ยิ้มเบา ๆ ปรากฏให้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของเขา จิตอสูรแห่งเงานี้ไปนักฆ่าอย่างแท้จริงเมื่อทำการสู้กับฝ่ายศัตรู ภายใต้สถานการณ์ปกติบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ระวังตัวสามารถถูกฆ่าได้โดยง่าย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก ซึ่งสามารถค่อย ๆ เพิ่มความแข็งแกร่งได้ขณะที่การบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่ได้เพิ่มสูงขึ้น



              เนี้ยหลี่ที่ทำการเลือกจิตอสูรแห่งเงามาเป็นจิตอสูรตนแรกนั้นเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้ว



              เนี้ยหลี่สามารถคุ้นเคยและดึงพลังมาประยุกต์ใช้ซึ่งจิตอสูรแห่งเงานี้ได้ในเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง แต่สำหรับคนปกติแล้วการทำสิ่งนี้ได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือนเลยทีเดียว



              “ไม่เลว ไม่เลว” เนี้ยหลี่พูดพร้อมรอยยิ้ม เขานั่งไขว้ขาลง เขาชำเลืองไปที่ตะเกียงวิญญาณที่แตกหัก หลังจากที่รวมร่างกับจิตแห่งอสูรเงาแล้ว สิ่งนี้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด เขาจึงโยนมันไปที่มุมหนึ่งของกระเป๋าต่างมิติ



              ในตอนนี้ รูปร่างเล็ก ๆ ร่างหนึ่งได้วิ่งอย่างเร็วมายังทิศทางของเขา



              ภายใต้แสงสลัวของดวงจันทร์ เนี้ยหลี่สามารถมองเห็นรูปร่างของคนผู้นั้นได้ เขาได้มองเห็นเซี่ยว หยู่



              “เสี่ยว หยู่ ทำไมเจ้าถึงมาที่แห่งนี้กัน?” เนี้ยหลี่ถามและมองไปที่เนี้ย หยู่



              “ข้านอนไม่หลับ ดังนั้นข้าจึงต้องการฝึกฝนเหมือนเช่นพี่ใหญ่เนี้ยหลี่!” เนี้ย หยู่กล่าว ใบหน้าเธอเอาจริงอย่างไร้เดียงสา



              “ก่อนที่จะกลายเป็นระดับเงิน มันดีที่สุดที่จะไม่ฝึกฝนในเวลาค่ำคืน มันจะส่งผลเสียมากว่าผลดี” เนี้ยหลี่ได้สอนเนี้ย หยู่ด้วยสีหน้าจริงจัง



              “ถ้าเช่นนั้น ทำไมพี่ใหญ่เนี้ยหลี่จึงฝึกตนในเวลากลางคืนเช่นนี้กันล่ะ?”



              “ข้า....” เนี้ยหลี่ไม่สามารถพูดว่าตัวเขานั้นได้ถึงระดับเงินแล้ว “ผู้ชายนั้นแตกต่างจากผู้หญิง ที่มีพลังงานหยางอยู่มากดังนั้น พวกเราจึงไม่กลัวว่าพลังหยินจะเข้าสู่ตัวพวกเรา”



              “ข้าไม่เชื่อท่านหรอก” เนี้ย หยู่กล่าว เธอทำหน้ามุ่ยอย่างไม่เชื่อ



              เนี้ยหลี่สั่นหัวเขาอย่างช่วยไม่ได้ เนี้ย หยู่เป็นเด็กตัวเล็กที่ดื้อดึงมาก ไม่ว่าผู้อื่นจะพูดเช่นไร ก็ไม่สามารถเข้าสู่สมองเธอได้



              เนี้ยหลี่คิดชั่วขณะก่อนพูดว่า “เมื่อข้าได้กลับมาแล้ว ข้าจะสอนเนี้ย หยู่ถึงเทคนิคการบ่มเพาะพลัง”



              “ใช่เลย! ขอบคุณค่ะ พี่ใหญ่เนี้ยหลี่” เนี้ย หยู่ถูมือทั้งสองของเธออย่างตื่นเต้น หน้าน้อย ๆ เหมือนขนมปังกลมล้วนเต็มไปด้วยความคาดหวัง



              เนี้ยหลี่นำเอาอัญมณีออกมาจากกระเป๋าต่างมิติของเขา แล้วยื่นมันให้เนี้ย หยู่และกล่าวว่า “เริ่มแรก ใส่พลังวิญญาณของเจ้าเข้าไปในอัญมณีวิญญาณขั้นต้นนี้”



              “ ตกลง ” เนี้ย หยู่ไม่คิดมากและใส่พลังวิญญาณเข้าไป หลังจากนั้นชั่วครู่อัญมณีวิญญาณเริ่มปรากฏแสงออกมา



              “พลังวิญญาณ 32 ไม่เลวเซี่ยวยู่ เจ้ามีอายุเพียง 9  ขวบก็ ได้มีพลังวิญญาณสูงถึงเพียงนี้..” ทันใดนั้นเนี้ยหลี่ก็หยุดคิดในทันที สายตาของเขาเพ่งมองไปที่ภายในของอัญมณีวิญญาณและถูกทำให้ตกใจ พึมพำบางสิ่งออกมา ”ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมการบ่มเพาะพลังของเซี่ยวยู่ถึงได้รวดเร็วเช่นนี้ มันปรากฏว่าเซี่ยวยู่นั้นมี[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์]”



              “พี่ใหญ่เนี้ยหลี่ อะไรคือ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์]?” เนี้ย หยู๋สงสัยมากด้วยความที่เธอไม่เคยได้ยินเรื่องเล่านี้มาก่อน และพี่ใหญ่เนี้ยหลี่ก็บอกว่าความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเธอนั้นเร็วมาก แต่เธอไม่ได้ตระหนักถึงมันมาก่อน



              สิ่งที่เนี้ย หยู่ไม่เข้าใจนั้น เป็นเนี้ยหลี่ที่กล่าวโดยหมายถึงในชีวิตที่แล้วของเธอ มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังก่อนที่ความสามารถของ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] จะปรากฏ เธอก็ได้จบชีวิตลงแล้วในศึกต่อสู้



              เนี้ยหลี่วางมือลงบนศรีษะของเนี้ย หยู่และกล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรานั้นอยู่ในอาณาจักรหิมะเหมันต์ พวกเรามีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลบันทึกสวรรค์ต่างมี[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] ด้วยกันทั้งหมด ความเป็นไปได้ที่สิ่งเหล่านี้จะปรากฏภายในร่างกายของพวกเรามีประมาณแค่ 1 %ซึ่งนั่นหมายความว่าภายในตระกูลของพวกเราหนึ่งร้อยคนจะมี[เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์]ปรากฏหนึ่งคน มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เทคนิคการบ่มเพาะพลังสำหรับผู้มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] ได้หายสาบสูญเป็นระยะเวลานานจากยุคมืด ”



              “อืม.” เนี้ย หยู่กระพิบตาของเธอ เข้าใจได้เพียงแค่เล็กน้อย



              เป็นสิ่งดีที่ภายในหนังสือแห่งจิตอสูรท่องเวลานั้นมีเทคนิคการบ่มเพาะพลังสำหรับผู้มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] เนี้ยหลี่รู้สึกชุ่มชื่นในหัวใจ ด้วยความตระหนักว่าเขาสามารถใช้สิ่งนี้ฝึกฝนเซี่ยวหยู่ได้ !



              “พี่ใหญ่เนี้ยหลี่ยังจะสอนเซี่ยวยู่ถึงการบ่มเพาะพลังอยู่หรือไม่?” เนี้ย หยู่ถามขึ้น ด้วยความกังวลเล็กน้อย เพียงเพราะว่าเทคนิคเหล่านั้นได้สาปสูญไปนานแล้ว นั่นหมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถเรียนรู้มันได้อีกต่อไปอย่างนั้นหรือ



              “แน่นอน อย่างไรก็ตาม เจ้าต้องเก็บเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่ข้าสอนเจ้านี้อย่างเป็นความลับนะ เซี่ยวหยู่ไม่สามารถบอกผู้ใดเกี่ยวกับมันได้ มันจะเป็นความลับเล็ก ๆ ของพวกเราสองคน เจ้าสามารถให้คำมั่นกับพี่ใหญ่เนี้ยหลี่ได้หรือไม่?” เนี้ยหลี่มองอย่างอ่อนโยนไปยังเนี้ย หยู่และพูดขึ้น ด้วยความรู้ของเขาในตอนนี้เกี่ยวกับตระกูลบันทึกสวรรค์ที่ยังไม่เป็นปึกแผ่น มีเรื่องขัดแย้งกันอยู่อย่างมากมาย ดังนั้นเนี้ยหลี่จึงไม่ตั้งใจที่จะบอกกล่าวถึงเทคนิคเหล่านี้แก่ตระกูลของเขา



              “อืม!” เนี้ย หยู่ผงกศรีษะรับด้วยความจริงจัง “เซี่ยวหยู่จะไม่บอกผู้ใดแน่นอน!”



              เนี้ยหลี่สอนเนี้ย หยู่ถึงบทสวดบทแรกของการบ่มเพาะพลังของ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] เนี้ย หยู่ได้ท่องมันออกมา ด้วยค่าพลังวิญญาณ 32 ความจำของเธอนั้นค่อนข้างดีทีเดียว ในไม่ช้าเธอก็จำบทสวดนี้ได้อย่างสมบูรณ์



              เพื่อความปลอดภัย แค่บทสวดบทแรกก็เพียงพอแล้ว เขาจะคอยให้เนี้ย หยู่ฝึกสำเร็จซึ่งบทแรกเสียก่อน หลังจากนั้นเข้าจะสอนบทสวดต่อไป อย่างไรก็ตาม เนี้ย หยู่นั้นยังเล็กและไร้เดียงสา ดังนั้นเธอจึงถูกหลอกได้ง่าย



              เนี้ย หยู่ท่องบทสวดของเทคนิคบ่มเพาะพลังในใจเธอ ในไม่ช้า พลังวิญญาณของเธอภายในเขตแดนวิญญาณของเธอได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

              ภายในยุคของอาณาจักรหิมะเหมันต์ ร่างทรงอสูรผู้มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] ต่างรู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในสามของร่างทรงอสูรที่มีพลังแข็งแกร่งมากที่สุด ภายในยุคนั้น อัจฉริยะมีอยู่เป็นจำนวนมาก ร่างทรงอสูรระดับตำนานภายในอาณาจักรมีอยู่เต็มไปทั่ว แต่กระนั้นก็ตามผู้ที่มี [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] ก็ยังคงมีชื่อเสียงอย่างมาก ดังนั้น ผู้ใดก็ตามสามารถรู้ได้เลยว่าพลังของ [เนื้อแท้แห่งจารึกสวรรค์] มีพลังมากเพียงใด


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น