วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 9 – Goddess’s Breakfast

Tale of the demon and god novel Chapter 9 – Goddess’s Breakfast

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 9 อาหารเช้าจากเทพธิดา


บทที่ 9  อาหารเช้าจากเทพธิดา


  เช้าวันต่อมา
             

คาบสอนของเสิ่นซิ่วมาถึงอีกครั้งหนึ่ง เนี่ยหลี ตูเซอร์ และลู่เปียวนั้นรู้สึกว่าบทเรียนของนางไร้แก่นสารและน่าเบื่อหน่ายยิ่ง นางเพียงแต่พูดไร้สาระอยู่หน้าชั้นเรียนไปวันๆ และแน่นอนว่าระหว่างชั้นเรียนของนาง พวกของเนี่ยหลีทั้งสามต้องยืนเรียนอยู่หลังห้อง เด็กนักเรียนทั้งหลายนั้นนั่งซุบซิบกันระหว่างห้องเรียนกำลังจะเริ่ม

                เย่จื่อหวินเองหาได้สร้างกำแพงขึ้นระหว่างนางกับเพื่อนนักเรียนอื่นๆไม่ นางผูกสัมพันธ์กับพวกนักเรียนหญิงอย่างรวดเร็ว ในยามปกตินั้น เสิ่นเยว่จะนั่งอยู่มุมห้องด้วยความทะนง ด้วยศักดิ์ฐานะเช่นเขา เขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพื่อนนักเรียนในชั้นเรียน อย่างไรเขาก็เข้าชั้นเรียนนี้เพียงเหตุว่าเย่จื่อหวินอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง

                เมื่อการทดสอบในอีกสองเดือนมาถึง ทั้งเขากับเย่จื่อหวินก็จะได้เลื่อนชั้นไปยังห้องเรียนผู้ฝึกภูติเบื้อต้น เสิ่นเยว่เหลือบมองเนี่ยหลีที่ยืนอยู่หลังห้องด้วยรอยยิ้มเหยียดหยัน

“ถ้าขยะอย่างแกบรรลุระดับทองแดงหนึ่งดาราได้ภายในสองเดือน ตะวันคงขึ้นทางทิศตะวันตกแล้ว” เด็กชายพึมพำอย่างหยามหยัน
                เนี่ยหลี ตูเซอร์ และลู่เปียวยืนคุยกันอยู่ข้างหลังห้อง มีนักเรียนสามัญชนหลายคนร่วมวงสนทนาด้วย ด้วยองค์ความรู้ของเนี่ยหลี เด็กชายนั้นสามารถชี้แนะการฝึกฝนของทุกผู้คนได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้เองเนี่ยหลีจึงเป็นหัวหน้ากลุ่มนี้โดยปริยาย แม้แต่ตูเซอร์ที่เก่งกล้าที่สุดในหมู่นักเรียนสามัญชนยังยอมรับฟังคำของเนี่ยหลี
                เพียงไม่กี่วัน เนี่ยหลีนำทั้งสองออกเก็บเกี่ยวเงินทองได้ถึงหนึ่งหมื่นหกพันเหรียญ ตูเซอร์ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะสามารถทำเงินได้มากเพียงนี้ เด็กชายเชื่อมั่นและยอมรับในตัวเนี่ยหลีสุดหัวใจ ด้วยเห็นว่าเนี่ยหลีนี้เก่งกล้านัก



“เนี่ยหลี ก้าวต่อไปคือเช่นไร” ตูเซอร์ถาม ในเมื่อเนี่ยหลีบอกก่อนหน้านี้ว่าพวกเขาไม่ออกล่าฝูงแพะอีก พวกเขาต้องทำสิ่งใดต่อไป?

“พวกเจ้าจะได้รู้หลังเลิกชั้นเรียน” เนี่ยหลีว่าพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย เด็กชายวางแผนทุกสิ่งไว้หมดแล้ว ขั้นแรกคือหาซื้อหินวิญญาณเพื่อทดสอบพรสวรรค์ของทั้งหมดแล้วเริ่มฝึกฝนในทันใด เนี่ยหลียังคงมีหนี้พนันติดค้างกับเสิ่นซิ่ว เด็กชายจำเป็นต้องบรรลุชั้นทองแดงหนึ่งดาวภายในสองเดือน
                เนี่ยหลีผลักความคิดทั้งหลายไปด้านข้าง มองตรงไปยังเย่จื่อหวินผู้ซึ่งอยู่ท่ามกลางเหล่าสตรี เด็กชายควรตีสนิทกับนางเช่นไร? ต้องทำอย่างไรนางจึงเกิดจิตปฏิพัทธ์กับเขาได้

ขณะที่เนี่ยหลีจมอยู่ในห้วงความคิด เซียวหนิงเอ๋อผู้นั่งอยู่หน้าชั้นเรียนก็ลุกพรวดขี้นแล้วเดินตรงมาทางเนี่ยหลี เซียวหนิงเอ๋อเป็นเพียงหญิงนางเดียวในรุ่นที่งดงาม โดดเด่นเทียมเทียบกับเย่จื่อหวินได้ ทุกท่วงท่าของเด็กหญิงทั้งสองนั้น ดึงดูดความสนใจของทุกคนในชั้น นิสัยของเย่จื่อหวินนั้นนุ่มนวลยิ่ง นางไม่เคยดูถูกดูแคลนหรือหยามหยันคนผู้ใดมาก่อน นั่นทำให้เด็กหญิงสามัญชนหลายคนพยายามผูกมิตรกับนาง ในขณะที่เซียวหนิงเอ๋อนั้นให้ท่าทีที่เย็นชาและโดดเดี่ยวประดุจนางงามน้ำแข็ง


                แม้แต่เด็กหญิงยังมิอาจชิดใกล้ อย่าว่าแต่ผู้ชาย เนี่ยหลีนั้นไปยั่วโมโหนางหรือไม่? “เจ้าเนี่ยหลีตายแน่” เด็กจากตระกูลสูงหลายคนซุบซิบเช่นเรื่องขำขัน การที่เซียวหนิงเอ๋อบุกไปหาเนี่ยหลีย่อมไม่ใช่เรื่องดี นางงามน้ำแข็งเช่นนี้จะมีความสัมพันธ์กับเนี่ยหลีได้อย่างไร ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ ตะวันคงขึ้นทางทิศตะวันตกแล้ว

                พลังบำเพ็ญของเซียวหนิงเอ๋อนั้นใกล้บรรลุชั้นทองแดงหนึ่งดาวแล้ว หากทั้งสองมีข้อขัดแย้งระหว่างกัน เนี่ยหลีนั่นเองต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไร้ทางสู้

                เหล่าเด็กจากสกุลสูงทั้งหลายล้วนรอชมฉากละครชั้นดี ในหมู่พวกเขามีเด็กหลายคนที่ชมชอบเซียวหนิงเอ๋ออยู่ ด้วยว่านางนั้นหาได้ด้อยกว่าเย่จื่อหวินแม้แต่น้อย

                วันนี้เซียวหนิงเอ๋อตบแต่งตัวในชุดคลุมลูกไม้ตาข่าย ผมยาวดำขลับกระจายอยู่กลางหลัง สวมกำไลไว้บนข้อมือขาวเนียน ขับเน้นความงามให้เด่นล้ำขึ้นอีก ปกตินั้นเซียวหนิงเอ๋อมักสวมเสื้อคลุมหนังรัดรูปด้วยว่ามันสะดวกต่อการฝึกฝน การแต่งกายเช่นนั้นขับเน้นให้นางมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ดีวันนี้นางกลับดูเหมือนกำลังจงใจแต่งกายให้ใครบางคนเห็น นางยิ่งงดงามกว่าวันปกติ นั่นทำให้คนอื่นๆยากจะละสายตาเมื่อได้เห็นนาง

                การแต่งกายเช่นนี้เป็นครั้งแรกของนางเช่นกัน เนี่ยหลี ตูเซอ และลู่เปียวยืนคุยกันเองเมื่อเซียวหนิงเอ๋อมาถึงโต๊ะของเด็กชาย เซียวหนิงเอ๋อนั้นมีบรรยากาศประหลาด อยู่รอบกาย เมื่อนางเดินมาถึง ตูเซอและลู่เปียวยืนขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน เซียวหนิงเอ๋อผู้เย็นชานั้นมีท่าทีขับไล่คนไกลพันลี้ ทั้งสองเป็นห่วงเนี่ยหลียิ่ง

                เซียวหนิงเอ๋อมองเนี่ยหลีที่นั่งอย่างสบายอารมณ์ สายตาของเขามองเย่จื่อหวินเป็นระยะๆ ทำให้เซียวหนิงเอ๋อหมดกำลังใจ ในสายตาของเขามีเพียงเย่จื่อหวิน เด็กชายไม่รู้สึกถึงนางด้วยซ้ำ
                คืนวานหลังการรักษาของเนี่ยหลี เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกว่าร่างกายของนางนั้นดีกว่าเดิมมาก การนอนหลับยามค่ำคืนเป็นเช่นฝันดีตื่นหนึง เซียวหนิงเอ๋อเข้าไปค้นหาในหอสมุดเมื่อยามเช้าเพื่อหาที่มาของพลังเคลื่อนปราณกดจุด แต่นางกลับประหลาดใจว่ามีเพียงคำบรรยายสั้นๆเท่านั้นว่าเป็นทักษะสุดโกงที่สืบทอดมาจากยุคของอาณาจักรลมหิมะ
                นอกจากนี้ทักษะเพาะสร้างพลังที่เนี่ยหลีปรับปรุงแก้ไขยิ่งก้าวล้ำ พลังวิญญาณของนางเพิ่งขึ้นถึงสองจุดภายในครึ่งชั่วโมง ทรงประสิทธิภาพยิ่งกว่าการฝึกฝนทั้งวันเสียอีก
                ในความคิดของเซียวหนิงเอ๋อ ตัวตนของเนี่ยหลีนั้นลี้ลับและทรงพลัง ที่ทำให้นางยินดียิ่งกว่าคือมีเพียงนางที่รู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี คนอื่นๆที่หัวเราะเยาะเขาเป็นเพียงกบในกะลาเท่านั้น นางยืนอยู่ข้างโต๊ะของเนี่ยหลีและมองไปยังเด็กชายที่กำลังพูดคุยและหัวเราะเสมือนไม่เกิดอะไรขึ้น


นักเรียนหลายคนเริ่มซุบซิบกัน
“เจ้าว่าหนิงเอ๋อจะลงมือกับเนี่ยหลีหรือไม่?”
“เนี่ยหลีมีพลังวิญญาณเพียงห้าจุด มันต้องถูกไล่ออกจากห้อง”
“ฮ่าๆ ไอ้เจ้านี่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง หาเรื่องอาจารย์หญิงแล้วยังยั่วโมโหเซียวหนิงเอ๋อ ชีวิตมันบัดซบแล้ว”

                แม้แต่ลู่เปี่ยวกับตูเซอร์ยังมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยสายตากังวล ทั้งสองไม่ทราบว่าเหตุใดสตรีที่หยิ่งทะนงเช่นนางเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา ทั้งคู่เริ่มแช่งชักหักกระดูกเนี่ยหลีในใจ กล่าวหาว่าเด็กชายนั้นแกว่งเท้าหาเสี้ยน หากนางต้องการกำราบเด็กชาย แน่นอนว่าพวกเขาจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่แม้พวกเขาสามคนรวมกันก็ช่วยไม่ได้ พวกเขาไม่มีทางสู้พลังวิญญาณเจ็ดสิบแปดจุดของนางได้
           
   ณ ขณะนั้น เย่จื่อหวินกับเซียวหนิงเอ๋อร์มองไปทางเนี่ยหลี เด็กหญิงนั้นสงสัยว่าเนี่ยหลีไปยั่วโมโหเซียวหนิงเอ๋อได้อย่างไร เขาทำอะไร”บางอย่าง”กับเซียวหนิงเอ๋อหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นตัวน่ารังเกียจก็ควรถูกสั่งสอนแล้ว

ทุกคนล้วนสงสัยใจ พวกเขาเห็นเซียวหนิงเอ๋อนั่งลงหน้าโต๊ะของเนี่ยหลี เด็กชายพลันรู้สึกประหลาดใจ
เนี่ยหลีเงยหน้าขึ้นถามว่า “มีอะไรหรือ?”

                เนี่ยหลีไม่รู้ว่าเขาควรเรียกเซียวหนิงเอ๋ออย่างไรดี เมื่อย้อนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เด็กชายพลันรู้สึกประหลาด เมื่อใกล้ชิดกับนาง เขาได้รับรู้ว่าเด็กหญิงนั้นหาได้เย็นชาและโดดเดี่ยวอย่างที่ทุกคนคิดไม่ นางเป็นเด็กหญิงที่น่ารักและอ่อนโยนยิ่งมือขวาของเซียวหนิงเอ๋อพลันขยับแล้ว

                นางเอาห่อกระดาษออกจากแหวนมิติก่อนพูดเบาๆว่า “นี่คืออาหารเช้าที่ข้าทำ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าชมชอบรับประทานสิ่งใด จึงทำมาหลายสิ่งอยู่”

เซียวหนิงเอ๋อวางห่อกระดาษนั้นลงบนโต๊ะเบาๆ
เกิดอะไรขึ้น?

 ทั้งชั้นเรียนนั้นเงียบงันจนได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น ทั้งห้องได้ยินเสียงนั้นชัดเจนหากแต่ยังสงสัยว่าพวกเขาฟังผิดไปหรือไม่

                ลู่เปี่ยวกับตูเซอร์ตะลึงจนตาค้าง ปากอ้าจนแทบยัดไข่ไก่ลงไปได้ทั้งใบ ทั้งสองไม่เชื่อสายตาตนเอง เซียวหนิงเอ๋อเป็นหนึ่งในสองเทพธิดาของชั้นเรียน แม้จะเทียบกันทั้งโรงเรียนก็ยังเป็นระดับต้นๆของชั้นเรียน ความงามและท่าทีเย็นชาของนางกอปรกันเป็นบุคลิกที่มิอาจล่วงเกิน หากแต่วันนี้เกิดอันใดขึ้น พวกเขาได้เห็นสิ่งใด? เซียวหนิงเอ๋อจัดอาหารเช้าให้เนี่ยหลี ทั้งยังจัดมาหลายชุด

ตะวันขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไร? นี่เป็นความจริง? ความคิดของทุกคนในชั้นตะลึงงัน ยืนอ้าปากค้างอยู่เช่นนั้นเอง
“ข้าฝันไปแน่ๆ ต้องตื่นได้แล้ว” นักเรียนคนหนึ่งพึมพำ
“แว้ก” อีกหลายคนเองก็ทดลองหยิกตัวเอง หากแต่ความเจ็บปวดนั้นแจ่มชัด ยืนยันได้ว่าเป็นโลกแห่งความจริง

“ไม่มีเหตุผลเลย” นักเรียนจากครอบครัวใหญ่หลายคนคร่ำครวญ พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขาไม่เชื่อสายตาตัวเองที่ได้เห็นการแต่งตัวที่งดงามและท่าทีอ่อนช้อยจากเด็กหญิง พวกเขาคิดว่าเซียวหนิงเอ๋อกับเนี่ยหลีนั้นมีปัญหากัน แต่พวกเขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าเรื่องราวจะจบลงด้วยการที่นางทำอาหารให้กับเนี่ยหลี หากนางให้กับพวกเขาบ้าง แม้จะเป็นอาหารหมู พวกเขาก็ยังจะบอกว่าอร่อย


  เซียวหนิงเอ๋อนั้นไม่ค่อยมีเพื่อนหญิงนัก นางเมินเฉยต่อเด็กชายที่เข้าหา ยกเว้นเพียงแต่เศษสวะเช่นเนี่ยหลี นางยินยอมลดตัวลงทำอาหารเช้าให้กับเนี่ยหลี นี่มันไร้เหตุผลชัดๆ หรือเป็นเพราะเนี่ยหลีต่อต้านอาจารย์หญิงเสิ่นซิ่วแล้วโดนลงโทษให้ยืนหลังห้องเรียน ถ้าเป็นเช่นนั้น แม้พวกเขาต้องยืนเรียนตลอดหลายปี พวกเขาก็ยินดีจะโต้แย้งกับอาจารย์

                เซียวหนิงเอ๋อไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น นางเพียงต้องการแสดงความขอบคุณต่อเนี่ยหลี ไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นๆ คนที่สงสัยและเหยียดหยันเนี่ยหลีล้วนโง่เขลา สักวันพวกเขาจะได้เห็นว่าสายตาพวกเขาต่ำไปแล้ว

                ในโลกนี้ มีเพียงนางรู้ถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี แม้แต่เย่จื่อหวินกับเสิ่นเยว่ยังคงตกตกลึง ทั้งสองไม่เชื่อสายตาตนเอง สิ่งที่เกิดขึ้นยากจะเชื่อเหลือเกิน

                “เป็นไปได้อย่างไร” ใบหน้าของเสิ่นเยว่บิดเบี้ยว ‘เด็กหญิงที่หยิ่งทะนงเช่นนางชมชอบเศษสวะอย่างเนี่ยหลี ทั้งยังเข้าหาเขา?’

                ในใจเย่จื่อหวินนั้นนึกสงสัยในตัวเนี่ยหลียิ่ง  นางกับเซียวหนิงเอ๋อร์เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็ก หากแต่ตระกูลปีกมังกรของคนแซ่เซียวนั้นตกต่ำลง สองครอบครัวจึงไม่ได้ติดต่อกันอีก นับแต่นั้นเย่จื่อหวินเองก็ไม่มีเพื่อนอีกเลย นางยังคงระลึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเซียวหนิงเอ๋อ เมื่อนางพบว่าเซียวหนิงเอ๋อเข้าเรียนในสถานศึกษากล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ เย่จื่อหวินจึงจัดการให้บิดาส่งนางเข้าเรียนเช่นกัน
             
 ด้วยเซียวหนิงเอ๋อเอง เย่จื่อหวินจึงตระหนักถึงเนี่ยหลี เพราะเหตุใดเซียวหนิงเอ๋อจึงชิงเป็นฝ่ายเข้าหาเนี่ยหลีผู้อ่อนด้อยด้วย นางไม่เข้าใจเหตุผลของเซียวหนิงเอ๋อ


“ข้านั่งกับนายด้วยได้ไหม?” เซียวหนิงเอ๋อมองเนี่ยหลี ก่อนมองเลยไปถึงเพื่อนทั้งสองคน

สายตาของทั้งสองมองมายังเนี่ยหลี แม้ว่าเขาทั้งสองไม่กล้าคิดมิดีมิร้ายกับเซียวหนิงเอ๋อ แต่มีหญิงงามอยู่ใกล้ย่อมดีกับสายตา

 เนี่ยหลีเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ากล่าวว่า “ได้ซิ”

                แม้ไม่รู้เหตุผล แต่เมื่อได้เห็นนาง เนี่ยหลีก็อดคิดถึงเรื่องราวเมื่อคืนไม่ได้ เรือนร่างนวลเนียนไร้กระดูก ผิวขาวดุจหยกล้ำค่าทำให้เด็กชายรู้สึกแปลกๆ

                เซียวหนิงเอ๋อเปิดห่ออาหารออกมา ภายในเต็มไปด้วยอาหารหลากชนิด เพียงเห็นก็กระตุ้นความอยากอาหาร กลิ่นของมันยิ่งอบอวลไปทั่วทุกมุมห้อง

“ตูเซอร์ ลู่เปียว พวกนายก็มากินด้วยกันสิ” เซียวหนิงเอ๋อกล่าว

ทั้งสองอดยินดีไม่ได้เมื่อได้ยินนางเรียกขาน นางงามหิมะนางนี้ไม่ได้เข้าถึงยากอย่างที่คนอื่นๆว่า
“เราได้ผลประโยชน์แล้ว” ลู่เปียวหัวเราะพลางหยิบอาหารขึ้นชิ้นหนึ่งใส่ปาก ก่อนอุทานว่า “อร่อย!”

                เห็นท่าของลูเปียว ตูเซอร์เองก็ไร้วาจา เซียวหนิงเอ๋อร์ยิ้มอย่างน่าหลงใหล ยิ่งทำให้ทุกคนในห้องนั้นตื่นตะลึง พวกเขายากจะได้เห็นรอยยิ้มของนางฟ้าประหนึ่งจะถล่มลงต่อหน้าของพวกเขา
                เนี่ยหลีถอนหายใจในใจ ชีวิตของเขานั้นผูกความเป็นตายกับเย่จื่อหวินตั้งแต่ชาติก่อน ระหว่างเขากับเซียวหนิงเอ๋อนั้นเป็นได้เพียงเพื่อนเท่านั้น






http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/



#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

2 ความคิดเห็น: