วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 8 – A Girl’s Heart

Tale of the demon and god novel Chapter 8 –  A Girl’s Heart 

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 8 หัวใจของสาวน้อย


บทที่ 8 หัวใจของสาวน้อย


หัวใจของเนี่ยหลีสั่นสะท้านเมื่อประคองข้อเท้าขาวเนียนประดุจหยกของเสี่ยวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลีพิจารณาเห็นน่องนุ่มตึงเนียนนั้นสมบูรณ์แบบเหลือเกิน

“อย่าได้เข้าใจผิดไป ข้าเพียงแต่รักษานางเท่านั้น คนที่ข้าชอบคือเย่จื่อหวิน แน่นอนว่าได้พบนางนั้นเป็นความสุขชนิดหนึ่ง แต่ข้าหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันต่อไปได้” เนี่ยหลีอธิบายขณะจับจ้องใบหน้าทรงเสน่ห์ของนาง

ฟังคำของเนี่ยหลีแล้ว สองบ่าของเสี่ยวหนิงเอ๋อสะท้านเล็กน้อย นางพยักหน้าก่อนพูดเบาๆ “อืม”

นับตั้งแต่เกิดมา เนี่ยหลีเป็นชายเพียงคนเดียวที่ได้แตะต้องหล่อน นอกเหนือจากบิดาของหล่อน หากเนี่ยหลีกลับชมชอบเย่จื่อหวิน เพียงคิด เสี่ยวหนิงเอ๋อก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา

 เนี่ยหลีประคองเท้าของหล่อนแน่น ใช้นิ้วโป้งค่อยๆนวดลงไปยังจ้ำเลือดนั้นอย่างนุ่มนวล
“อ๊ะ” เสี่ยวหนิงเอ๋อร้องครางขึ้นอย่างไม่อาจข่มกลั้น

“ครั้งแรกคงเจ็บสักหน่อย อดทนสักนิดนะ” เนี่ยหลีกล่าว เด็กหนุ่มพลันคิดอะไรบางอย่างด้วยท่าทางขวยเขินประคองข้อเท้าของหญิงงามไว้แล้วเอ่ยวาจาเช่นนี้ฟังดูประหลาดอยู่บ้าง แม้เสี่ยวหนิงเอ๋อจะเป็นเด็กหญิงเยาว์วัย หากนางเติบโตในสกุลยศฐาและมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างบุรุษสตรีอยู่บ้าง เด็กหญิงในวัยเดียวกันนี้หลายคนตบแต่งออกเรือนไปแล้วด้วยซ้ำ

 เสี่ยวหนิงเอ๋อก้มศีรษะลง สองแก้มนางแดงซ่าน ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจ



 ใบหน้าที่ขวยเขินของเด็กหญิงนั้นน่าหลงใหล หัวใจของเนี่ยหลีแทบจะกระโดดออกจากตัว ความงามของเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นไม่ด้อยกว่าเย่จื่อหวิน แม้หล่อนยังมีอายุเพียงสิบสามก็ยังงดงามถึงเพียงนี้ ชาติก่อนเสี่ยวหนิงเอ๋อกับเย่จื่อหวินเป็นเช่นเทพธิดาที่บุรุษทุกผู้ใฝ่ฝันถึง เย่จื่อหวินนั้นงามสง่าสูงส่ง ส่วนเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นเย็นชาประหนึ่งนางงามแกะสลัก ยิ่งทำให้พวกนางเป็นคนรักในฝันของบุรุษทุกรูปนาม



แต่เมื่อคิดถึงเย่จื่อหวิน เนี่ยหลีก็เลิกฟุ้งซ่านและตั้งใจทำการรักษาเสี่ยวหนิงเอ๋อต่อไป


                ภายใต้การนวดอย่างนุ่มนวลของเนี่ยหลี เสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในเบื้องต้น หากความเจ็บปวดก็ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยความร้อนที่ส่งจากนิ้วมือถึงเท้าของหล่อน ก่อเกิดความรู้สึกเหมือนมีมดไชอยู่ใต้เท้า เป็นความคันสลับกันความรู้สึกชา เสี่ยวหนิงเอ๋อเปล่งเสียง “อ๊า” ออกมาเบาๆซึ่งทำให้นางรู้สึกอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี

                จ้ำเลือดนี้เกิดขึ้นราวหกเจ็ดเดือนแล้ว เป็นมันเองที่ทำให้หล่อนเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา เสี่ยวหนิงเอ๋อ อดทนความเจ็บปวดนี้ด้วยแรงใจที่กล้าเกินคน อย่างไรก็ตาม แม้ว่านางจะอดทนมากเพียงใด ความเจ็บปวดนี้ก็ทรมานนางอยู่ตลอดเวลา เสี่ยวหนิงเอ๋อเคยคิดว่าการรักษาจ้ำเลือดนี้ต้องไม่สบายตัวและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่นิ้วมือของเนี่ยหลีนั้นนุ่มนวลมาก นางรู้สึกได้ว่าความเจ็บปวดที่ทรมานนางอยู่ตลอดนั้นเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด สองตาของเด็กหญิงปิ่มด้วยน้ำตา ไม่มีใครรู้ว่านางแอบซ่อนความเจ็บปวดเจียนตายนี้ นางต้องแอบร้องไห้อยู่แทบทุกคืน หลังปาดน้ำตา นางทำได้เพียงบำเพ็ญเพียรต่อ นางไม่เคยคิดว่าหลังถูกนวดด้วยมือของเนี่ยหลี ความเจ็บปวดนั้นจะลดลงมากเช่นนี้ ในใจของนางเต็มไปด้วยความขอบคุณ


                ใบหน้าของเนี่ยหลีแจ่มชัดใต้แสงจันทร์ ความเคร่งขรึมจริงจังที่ฉายอยู่บนใบหน้าของเนี่ยหลีสร้างคลื่นกระเพื่อมในใจของเสี่ยวหนิงเอ๋อ  ทำให้ใจของนางยากจะสงบลง

“สำเร็จ” เนี่ยหลีกล่าวเมื่อเสร็จการนวด

เด็กชายหัวเราะเบาๆ กล่าวว่า “ในไม่กี่วันนี้ นางจะยังรู้สึกปวดอยู่บ้าง แค่พักสักหน่อยก็จะหายดีแล้ว”

“อื้อ” เสี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวพลางผงกศีรษะ สองแก้มของนางแดงซ่านโดยพลัน กล่าวว่า “ข้ายังมีจ้ำเลือดที่อื่นอีก เจ้าจะนวดให้ข้าได้ไหม?”

“ที่อื่น?”

เนี่ยหลีคิดในใจอยู่ชั่วครู่ ‘แน่นอนว่าต้องมีที่อื่นอีก จ้ำเลือดที่ขาอย่างเดียวคงไม่ทำให้นางนอนซมอยู่สองปี คงต้องมีจ้ำเลือดที่ใหญ่กว่านี้อีก’

“ที่ไหนหรือ?” เขาถาม              
เสี่ยวหนิงเอ๋อพลันรู้สึกขัดแย้งในใจ

“หากเนี่ยหลีเพียงนวดคลึงที่ขา นั่นยังพอรับไหว แต่ถ้าเป็นที่นั่น....” เสี่ยวหนิงเอ๋อกระวนกระวาย ใบหน้านางแดงซ่านด้วยความเขินอาย

“ถ้าไม่สะดวกก็...” เนี่ยหลีพูดเมื่อเห็นทีท่าของเสี่ยวหนิงเอ๋อ เขารู้ในพลันว่าจ้ำเลือดรอยนั้นคงอยู่ในที่หวงแหน


“เนี่ยหลี นายชอบเย่จื่อหวินจริงๆหรือ?”

“ใช่” เนี่ยหลีพยักหน้า ความทรงจำทุกๆขณะในชาติก่อนไหลย้อนมา สถานการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่เขาฝ่าฟันมาด้วยกัน ดวงใจนั้นเติมเต็มไปด้วยความสุขเพียงนึกถึงมัน เมื่อถือกำเนิดใหม่ เขาย่อมต้องปกป้องเย่จื่อหวินสุดกำลัง

                ฟังคำของเนี่ยหลี เสี่ยวหนิงเอ๋อก็รู้สึกถึงความรู้สึกประหลาดในใจ เนี่ยหลีเป็นบุรุษคนแรกที่สามารถโยกคลอนใจนาง หากเนี่ยหลีกลับไม่ได้ชมชอบนาง เขาชมชอบเย่จื่อหวิน

ดวงตาของเด็กหญิงทอแววผิดหวัง นางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนถามว่า “เช่นนั้นเย่จื่อหวินชมชอบนายหรือ?”


เย่จื่อหวินในขณะนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเนี่ยหลี ไม่ชิงชังรังเกียจนับเป็นโชคของเด็กชายแล้ว เนี่ยหลีส่ายหน้า ยิ้มให้กับนางก่อนกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า “นางต้องตกหลุมรักข้า”

เสี่ยวหนิงเอ๋อหัวเราะ นึกในใจว่า ‘เช่นนั้นเนี่ยหลีคงเป็นคนแอบรักเขาข้างเดียวแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเขาเอาความเชื่อมั่นเช่นนั้นมาจากที่ใด จึงมั่นใจหนักหนาว่าเย่จื่อหวินต้องตกหลุมรักเขา’

                ไม่ใช่ว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อคิดว่าเนี่ยหลีไม่ควรค่ากับความรักของเย่จื่อหวิน แต่ทั้งสองไม่มีทางเข้าใจกันได้ โอกาสที่จะได้อยู่ใกล้กันนั้นน้อยอย่างยิ่ง เย่จื่อหวินคนปัจจุบันยิ่งไม่รู้จักเนี่ยหลีเลย นางย่อมไม่มีความรู้สึกใดต่อเขา แต่ถ้าวันใดเย่จื่อหวินได้รู้จักเด็กชาย นางจากตกหลุมรักเขาเข้าจริงๆ

                จวบจนบัดนี้ ยังไม่มีผู้ใดตระหนักถึงพรสวรรค์ของเนี่ยหลี แต่สักวันหนึ่ง เนี่ยหลีจะเปล่งประกายโชติช่วง เมื่อเวลานั้นมาถึง นางเกรงว่าแม้แต่คนที่ทะนงตัวเช่นเย่จื่อหวินยังต้องยอมศิโรราบแก่เนี่ยหลี


                ในสายตาของคนอื่น เนี่ยหลีเป็นแค่เด็กโง่เขลา แต่เสี่ยวหนิงเอ๋อรู้ดีว่าพรสวรรค์ของเนี่ยหลีนั้นสูงล้ำจินตนาการของผู้คนจะคาดคิด เนี่ยหลีจะบรรลุระดับชั้นตำนานเช่นท่านจ้าวเย่โม่ได้แน่ๆ และอาจจะเหนือล้ำไปกว่านั้น กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเกินจินตนาการ

เสี่ยวหนิงเอ๋อชะงักงันไปชั่วขณะ ‘ถ้าโรคนี้ไม่ได้รับการรักษา ข้าคงถูกทิ้งห่างออกไปเรื่อยๆจากกลุ่มอัจฉริยะในรุ่น’


 ด้วยคนที่ช่วยรักษานางคือเนี่ยหลี นั่นคงยอมรับได้ไม่ยากนัก เด็กหญิงกัดฟันพลางถอดกระดุมเสื้อ เนี่ยหลีอดเขินอายไม่ได้เมื่อได้เห็นท่าทีของนาง



 เด็กชายเอามือลูบจมูก กล่าวว่า “นี่คงไม่ดีกระมัง ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาหรอกนะ”
 เด็กชายมองเสี่ยวหนิงเอ๋อถอดเสื้อออกช้าๆ เรือนร่างที่ยากจะปฏิเสธพลันปรากฏแก่สายตา
เสี่ยวหนิงเอ๋อจ้องมองเนี่ยหลีเขม็ง คิดว่า ‘เขาจะคิดว่าข้าเป็นสตรีใจง่ายหรือไม่?’


หากไม่ใช่เพื่อการรักษาแล้ว นางไม่มีทางยอมปลดเสื้อออกเด็ดขาด ขณะปลดกระดุมออกช้าๆ สองมือของนางสั่นเทิ้ม ปรากฏชัดถึงความขัดแย้งในจิตใจ

                เนี่ยหลีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ‘ข้ารู้ว่านี่เป็นไปเพื่อการช่วยเหลือนาง ข้าไม่ควรคิดอกุศลเป็นอันขาด ข้าจะปล่อยให้ความหวังของเสี่ยวหนิงเอ๋อพังทลายไปด้วยโรคภัยไม่ได้”


                บรรยากาศโดยรอบปลุกเร้ายั่วยวนถึงขีดสุด กระดุมเม็ดแรก เม็ดที่สอง ผิวขาวเนียนไร้ไขมันส่วนเกินของนางปรากฏออกมาโดยพลัน ผิวขาวเรืองแสงอยู่ใต้แสงจันทร์

                หลังกระดุมเม็ดที่ห้าหลุดออก ส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบของนางก็เปล่งประกายเจิดจ้า หน้าอกตูมตั้งพันไว้ด้วยผ้าแถบขาว เนี่ยหลีกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อได้เห็นฉากนี้ เด็กชายคิดย้อนไปชาติก่อน แม้เสี่ยวหนิงเอ๋อแต่งตัวมิดชิดอย่างยิ่ง หากเรื่อนร่างของนางนั้น แม้เพียงแรกเห็นก็ทำให้บุรุษแทบทุกรูปนามคลั่งไคล้

                อีกไม่นาน เมื่อเติบโตขึ้น เสี่ยวหนิงเอ๋อจะกลายเป็นสตรีที่งดงามและดึงดูดใจยิ่ง ภาพลักษณ์ที่เยือกเย็นและสูงศักดิ์ของนางทำให้นางกลายเป็นเป้าหมายที่ชายหลายคนหมายพิชิต
                เนี่ยหลีสงบใจลงครู่หนึ่ง ดวงตาของชายในร่างเด็กมองไปยังชายโครงของเด็กหญิง ที่บริเวณนั้นมีจ้ำเลือดที่เมื่อเห็นแล้วให้ตกใจ ขนาดแม้เพียงนิ้วโป้ง แต่วางตัวฝังลงไปลึกยิ่ง หัวใจของเขารู้สึกสงสารเสี่ยวหนิงเอ๋อ

‘เด็กหญิงที่น่าสงสาร นางทนความเจ็บปวดเช่นนี้ได้อย่างไร?’ เด็กชายถามตัวเอง

เนี่ยหลีวางมือบนจ้ำเลือดและคลึงเบาๆ ผิวของนางเย็นเหมือนน้ำแข็ง เรือนร่างที่สมส่วน ผิวกายที่เนียนนุ่มจนเพียงสัมผัส เด็กชายก็ใจสั่นสะท้าน เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อ นางอับอายจนหน้าแดงจนเสมือนเป็นนางงามเมามายนางหนึ่ง กอปรเป็นความงามที่ยากอธิบาย มองจากมุมนี้ เด็กชายเพ่งพิจไหล่ขาวเนียนดุจหยกของนาง และได้กลิ่นกายสาวโชยมาจางๆ

ทั้งสองเงียบงันไม่กล่าววาจา ป่านั้นก็เงียบงันเฉกเช่นกัน

เสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเนี่ยหลี ตั้งแต่เด็ก นี่เป็นครั้งแรกที่มีชายต้องแตะเรือนร่างของนาง ขณะนี้เสื้อของนางถอดออกอยู่ครึ่งหนึ่ง เผยผิวเปลือยเปล่าบริเวณกว้าง แม้นางเป็นเด็กหญิงที่เข้มแข็ง หากในคืนเงียบงัน ใจนางกลับอ้างว้างยิ่ง เมื่อความเจ็บปวดที่ยากทนทานปรากฏในร่างของนาง นางเพียงหวังให้มีที่พึ่งพิงสักน้อย หากในครอบครัวนั้นไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือพี่ชายเองก็ไม่อาจให้นางพึ่งพิงได้ นางจึงเห็นว่าขณะนี้เนี่ยหลีเป็นที่พึ่งพาเดียวของนาง

                ส่วนสงวนของนางปรากฏแก่เด็กชาย หากเมื่อนางมองไปยังเด็กชายจึงได้ตระหนักว่าเนี่ยหลีนั้นตั้งใจนวดคลึงจ้ำเลือดของนางอย่างยิ่ง ความจริงจังนี้ทำให้นางรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ แต่ก็รู้สึกเหมือนนางพลาดสิ่งใดไป

                เมื่อนิ้วของเนี่ยหลีสัมผัสกับจ้ำเลือดของนาง เด็กชายสัมผัสแขนขาวเนียนท่อนนั้นเป็นระยะๆ ความรู้สึกนั้นทำให้เด็กชายเสียสมาธิไปชั่ววูบ หากกลับมาได้เมื่อนึกถึงค่ำคืนอันพึงระลึกของเขากับเย่จื่อหวิน

                เย่จื่อหวินครั้งกระนั้นเติบโตมากกว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อในตอนนี้ หากขณะนี้เด็กหญิงนั้นยังเยาว์ เมื่อนางเติบใหญ่ นางคงไม่แตกต่างกับเหย่จื่อหวินนัก

                ภาพลักษณ์อันงดงามของเย่จื่อหวินปรากฏในห้วงความคิดของเด็กชายเป็นระยะ เขาย่อมจดจำได้ว่านางสละชีพเพื่อปกป้องเขา ดังนั้นเมื่อเกิดใหม่ เนี่ยหลีไม่อาจปล่อยให้นางเสียใจอีก คิดได้ดังนั้นเนี่ยหลีก็สงบลง

                ขณะที่เนี่ยหลีนวดเรือนร่างของนาง เขาก็กดไปบนจุดสะท้อนสำคัญตามร่างกาย ด้วยเรือนร่างสมส่วนของเด็กหญิง เนี่ยหลีจำเป็นต้องนวดจุดสัมผัสที่อ่อนไหวอยู่หลายครั้ง จุดเหล่านั้นให้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม ทำให้เนี่ยหลีรู้สึกอายอยู่เล็กน้อย

                เสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกถึงคลื่นความร้อนของเนี่ยหลีเมื่อฝ่ามือนั้นลูบไล้ไปตามแนวชายโครง ทำให้นางรู้สึกถึงความชาระยิบระยับ มือของเนี่ยหลีสัมผัสผ่านปลายยอดเขาทั้งสองที่ไม่เคยมีชายใดบุกเบิกมาก่อนเป้นระยะ ยิ่งทำให้แก้มของนางแดงซ่านยิ่งขึ้น ใบหน้าแดงงามนั้นยิ่งเพิ่มความน่าหลงใหลจนถึงขีดสุด เสน่ห์ของนางทำให้บุรุษนั้นไม่อาจทำอย่างไรได้นอกจากโอบนางเข้ามาในอ้อมกอด


                นี่คือการทดสอบที่ยากเข็ญยิ่ง ในที่สุดเมื่อผ่านเวลาอย่างยาวนานดุจกัปกัลป์ เนี่ยหลีก็ถอนหายใจออกมา ยิ้มพลางกล่าวว่า “สำเร็จ”

               เมื่อเนี่ยหลีถอนมือออก เด็กหญิงพลันรู้สึกเหมือนสูญเสียอะไรบางอย่าง นางยอมรับโดยดุษฏีว่าทักษะการนวดของเนี่ยหลีนั้นไร้เทียมทาน ความเจ็บปวดที่เฆี่ยนตีนางมายาวนานบรรเทาลงในที่สุด

 “ขอบคุณ” เสี่ยวหนิงเอ๋อกระซิบพลางสวมเสื้อดังเดิม เมื่อเห็นว่าแขนขาวผิวกายเนียนนั้นเลือนไปจากคลองจักษุ อารมณ์ที่สับสนของเนี่ยหลีก็สงบลง

                เนี่ยหลีทำหน้านิ่ง กล่าวว่า “พักผ่อนให้มากสักหลายวัน อาการปวดจะดีขึ้น ข้าจะช่วยนางนวดทุกๆสามวัน อีกไม่กี่ครั้งรากของโรคนี้ก็จะถูกถอน ก่อนจะบรรลุชั้นทองแดง อย่าเพาะสร้างพลังในยามค่ำคืนอีก มันจะดึงดูดแสงจันทร์เข้าไปปริมาณมาก แล้ว หากนางปรับตัวไม่ได้ มันจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงใหญ่หลวง”

“อื้ม” เสี่ยวหนิงเอ๋อพยักหน้า เด็กหญิงไม่กล้าฝึกฝนอีกแล้ว หากไม่มีเนี่ยหลี นางจินตนาการได้ว่าในอนาคตจะยากลำบากเพียงใด ความพยายามทั้งสิ้นทั้งปวงจะกลายเป็นสูญเปล่าในทันที

 เมื่อเนี่ยหลีเห็นว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อไม่มีเรื่องอื่นใดแล้ว เด็กชายลุกขึ้นยืนกล่าวว่า “ควรแก่เวลาแล้ว”
“โอ๊ะ”เสี่ยวหนิงเอ๋อไม่อาจอธิบายความรู้สึกของนางได้ เด็กหญิงพยักหน้าอย่างเงียบงันก่อนกล่าว
“เนี่ยหลี นายช่วยข้าไว้ ถ้าต่อไปนายอยากให้ข้าช่วยอะไร ข้าจะช่วยนายสุดกำลัง”

เห็นเสี่ยวหนิงเอ๋อจริงจังแบบนี้ เนี่ยหลียิ้มแล้วพยักหน้า “ได้เลย ถ้าข้าต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่ ข้าจะไปหานางเป็นคนแรก”

ความเป็นจริงก็คือ เนี่ยหลีต้องการให้เสี่ยวหนิงเอ๋อหลุดพ้นจากความรู้สึกต้อยต่ำในใจเท่านั้น เด็กชายไม่ได้หวังอะไรตอบแทนแม้แต่น้อย
เนี่ยหลีหมุนกายเดินจากไป เงาร่างเลือนหายไปในป่ากล้าง

 เสี่ยวหนิงเอ๋อร์จับจ้องเงาร่างที่จากไปของเนี่ยหลี นางยืนอยู่ที่เดิมครู่ใหญ่ รู้สึกได้ว่าความเจ็บป่วยเหล่านั้นดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ของนางก็ดีขึ้น

“เนี่ยหลี นายเป็นคนอย่างไรกันแน่?” เด็กหญิงพึมพำ มองเงาหลังของเนี่ยหลีจนไม่อาจมองเห็นได้อีก นางหมุนตัวกลับ เดินไปยังทางออกจากสนามฝึกฝน

จันทราคืนนี้นั้นเป็นดังเช่นเงาน้ำ แสงจันทร์สาดส่อง แผ่กระจายประหนึ่งม่านปกคลุมทั่วค่ำคืน



http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/



#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


3 ความคิดเห็น:

  1. ข้า ท่าน เรา เจ้า แก คำสรรพนามที่ควรเข้าใจวิธีใช้ก่อนแปลนิยายครับ ละก็หลังแปลควรอ่านสักรอบ อ่านตรงไหนแล้วรู้สึกขัดๆ ไม่ลื่นไหลก็แก้ตรงนั้//ว่าไปตามผลงานงด ดร่าม่า แต่ถ้าต้องการ เราก็พร้อมดราม่าใส่ในเรื่องภาษานิยาย

    ตอบลบ