วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 54 – Miracle Meridian Hands

Tale of the demon and god novel Chapter 54 – Miracle Meridian Hands

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 54 กดจุดเส้นลมปราณ


บทที่ 54 กดจุดเส้นลมปราณ


“เสี่ยวหลี่ เจ้ากลับมาแล้ว ” เนี้ยหมิงพูดพร้อมรอยยิ้ม

             “อืม ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว!

             เมื่อได้เห็นท่าทางที่ซูบเซียวของท่านพ่อ ตาของเนี้ยหลี่ช่วยไม่ได้เลยที่จะรู้สึกแดงก่ำ ความทรงจำทั้งหมดในชีวิตที่แล้วของเขากำลังซัดเข้ามาเป็นระลอก ๆ

             “เซี่ยว หลี่ดูเหมือนว่าจะเติบโตสูงขึ้นนะ หล่อเหลามากขึ้นด้วย! หลังจากได้ใช้ชีวิตเล่าเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์มาหนึ่งปี พลังงานที่แผ่ออกมารอบตัวเขานั้นไม่เหมือนแต่ก่อนเลย !” เนี้ยไค่ที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าวขึ้นและหัวเราะไปด้วย เขาเป็นน้องชายโดยสายเลือดของเนี้ยหมิง เขานั้นอายุอ่อนกว่าเนี่ยหมิง 3 ปีและก็เป็นเหมือนเนี้ยหมิง ที่ไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะพลังดังนั้นเขาจึงเป็นเพียงแค่ชาวนาธรรมดา

             ด้วยอายุของเนี้ยหมิงและเนี้ยไค่ ส่วนวิญญาณของพวกเขาได้คงรูปเสียแล้วและพวกเขาไม่สามารถบ่มเพาะพวกมันได้อีกต่อไป การเป็นแค่คนธรรมดาก็ยังคงเป็นสิ่งที่ดีแล้วสำหรับพวกเขา

             'ในชีวิตที่แล้วของเขา ข้าไม่สามารถป้องป้องพวกท่านทั้งหมดได้ ในชีวิตนี้นั้น พวกท่านจะถูกปกป้องโดยข้าเอง!'

             เนี้ยหลี่ได้กลับมาถึงบ้าน และหลังจากได้เห็นแม่ของเขาและคุณอา มีความสนุกสนาน ครอบครัวของเขานี้ได้รวมตัวกันอีกครั้ง หัวใจของเนี้ยหลี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความตื้นตันใจ

             “เนี้ยหลี่ เจ้ามีพละกำลังเท่าไหร่แล้วตอนนี้?” เนี้ยหมิง ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและได้กล่าวถามขึ้น

             ทุก ๆ สายตาจับจ้องไปที่เนี้ยหลี่ ดวงตากลมโตของเนี้ย หยู่เปล่งประกายไปด้วย ขณะที่เธอมองมายังเนี้ยหลี่

             “พวกควรจะรับประทานอาหารก่อน!” แม่ของเนี้ยหลี่ เซี่ยวหยุนรีบกล่าวขึ้น

             ภายในชีวิตที่แล้วของเขา ไม่ว่าเรื่องใดถ้าเป็นเนี้ยหมิงและเซี่ยวหยุน แม้ว่าการบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่จะไม่สามารถเพิ่มระดับได้และทำให้พวกท่านรู้สึกเศร้าใจ ซ้ำแล้วซ้ำอีก พวกท่านยังคอยสนับสนุนเนี้ยหลี่ไม่ยอมหยุด พวกท่านไม่ถามเรื่องราวต่าง ๆ ของเนี้ยหลี่มากนัก อย่างไรก็ตาม เขายังคงรู้สึกได้ถึงความคาดหวังอย่างสูงของพวกท่าน ทุก ๆ ครั้งที่เขาต้องรับความรู้สึกเหล่านี้ มันแหลมคมราวกับใบมีดที่ได้ตัดลงบน(ใจ)เขา และเขาจะโทษตัวเองเสมอมาที่เป็นคนไร้ค่าเช่นนี้

             อย่างไรก็ตาม ภายในชีวิตนี้ เขาจะไม่ปล่อยให้พวกท่านต้องรู้สึกแย่อีกต่อไป


             “การทดสอบในปีนี้ พลังวิญญาณของข้าได้ทะลุไปสู่ค่า 100 แล้ว และข้านั้นได้เป็น ร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาว” เนี้ยหลี่พูดระหว่างกินอาหารอย่างสงบ เขาไม่กล้าที่จะบอกพวกท่านถึงพลังที่แท้จริงของตัวเขา ถ้าพวกท่านรู้ พวกท่านคงจะต้องตกใจจนเกือบหัวใจวายตายเป็นแน่

             เนี้ยหมิงและครอบครัวไม่คาดคิดว่าเนี้ยหลี่นั้นจะสามารถกลายเป็นร่างทรงอสูรได้ พวกเขาต่างคิดเหมือนกันว่าถ้าเนี้ยหลี่นั้นได้เป็นนักต่อสู้ระดับทองแดง มันก็เป็นเรื่องมากเพียงพอแล้ว เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเนี้ยหลี่กลายเป็นร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาว พวกเขาต่างหยุดชะงัก ตะเกียบในมือของพวกเขาก็หยุดนิ่งไปด้วย

             ร่างทรงอสูร ระดับทองแดง 1 ดาว?

             เนี้ยหมิงและครอบครัวต่างคิดว่าพวกเขาหูฟาดไป

             “ร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาว? ” เนี้ยไค่ที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ นั้นอดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้และถามเนี้ยหลี่อีกครั้ง

             “ใช่แล้ว !” เนี้ยหลี่ผงกศีรษะ ของเขา เขามองดูครอบครัวที่อบอุ่นของเขาได้นั่งอยู่ใกล้ ๆ กัน เขารู้สึกหดหู่และเศร้าใจ ครั้งหนึ่งเมื่อชีวิตที่แล้วที่มีแต่ความเศร้าโศก ในชีวิตนี้นั้น เขาจะสามารถชดเชยให้แก่พวกเขาเหล่านั้นทั้งหมดได้

             “ร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาว!” เนี้ยหมิงและครอบครัวต่างพึมพำกัน “บ้านของพวกเรานั้นในที่สุดก็ได้มีร่างทรงอสูรเกิดขึ้นแล้ว?”

             หลังจากเวลาแห่งการหยุดชะงักอย่างเงียบงันได้ผ่านไป สีหน้าของพวกเขาต่างเต็มไปด้วยความเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้น

             ร่างทรงอสูร!

             ร่างทรงอสูรใดก็ตามภายในตระกูลบันทึกสวรรค์จะมีสถานะที่ไม่ธรรมดา นอกจากได้รับการยกเว้นการส่งส่วยทุก ๆ เดือน พวกเขายังสามารถเรียกร้องบางสิ่งจากตระกูลได้

             “ นอกจากได้เป็นร่างทรงอสูรระดับ 1 ทองแดงแล้วมากไปกว่านั้น ข้ายังได้รับเลือกให้เข้าสู่ห้องเรียนอัจฉริยะโดยสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย” เนี้ยหลี่ได้คิดชั่วครู่และเริ่มพูดต่อเช่นนั้น

             “ห้องเรียนอัจฉริยะนั่นงั้นหรือ? เจ้าไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์พิเศษเพื่อเข้าไปในชั้นนั้นรึ?” ลูกของเนี้ยฉ่อง เนี้ยล่องนั้นเขาก็เป็นร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาวด้วยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าสู่ชั้นเรียนอัจฉริยะ!” เนี้ยไค่พูดด้วยความงงงวย ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ยังคงแจ่มชัด

             เนี้ย หยู่ กระพิบตา ดวงตาโตเยิ้มมองไปที่เนี้ยหลี่ด้วยความชื่มชมและพูดว่า “พี่ใหญ่เนี้ยหลี่สุดยอดที่สุดเลย!”

             ตลอดเวลาที่ผ่านมา เนี้ยหลี่เป็นดังบุคคลที่เธอเทิดทูน

             “เฮ้ เฮ็” เนี้ยหลี่หัวเราะ ลูบไปที่หัวของเนี้ย หยู่ ในชีวิตที่แล้วของเขานั้น เขาทำได้เพียงแต่มองไปที่เนี้ย หยู่และคอยให้เธอคุ้มครอง

             'ในชีวิตนี้ ให้ข้าได้เป็นผู้หนึ่งที่จะปกป้องเจ้าเถอะ' เนี้ยหลี่คิดอยู่ภายในใจเขา

             “มันน่าจะเป็นเพราะว่าพรสวรรค์ของเซี่ยวหลี่ ที่มีแง่มุมอื่นบางอย่าง ดังนั้นเขาจึงได้ถูกเลือกให้เข้าชั้นเรียนอัจฉริยะได้ ต้องไม่ลืมว่าเซี่ยวหลี่ไม่น่าจะเป็นร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาวได้ในระเวลาอันสั้นแค่นี้! บ้านของพวกเราในที่สุดก็มีร่างทรงอสูรซะที” เนี้ยหมิงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ๆ ต่างมากมายกล่าวขึ้น

             ในตอนนี้ ไม่ว่าเรื่องอะไรถ้าเป็น เนี้ยหมิง เนี้ยไค่ น้าเมี่ยวหลิงหรือเนี้ย หยู่ พวกเขาล้วนมีความสุข เซี่ยวหยุนก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมากด้วยความสุขเช่นกัน

             “อนาคตของเซี่ยวหลี่จะต้องสดใสอย่างแน่นอน” เนี้ยไค่แตะไปบนบ่าของเนี้ยหลี่

             “เซี่ยวหลี่ ไปกันเถอะ! พวกเราไปหาหัวหน้าตระกูลกัน!” เนี้ยหมิงพลันลุกขึ้นยืนทันใด หัวใจเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ในเวลานี้นั้น ในที่สุดเขาก็สามารถเชิดหน้าต่อหน้าคนในตระกูลของเขาได้ เกี่ยวกับเมื่อก่อนนั้น เนี้ยหมิงถูกมองด้วยสายตาดูถูกจากคนในตระกูลอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนี้ยฉ่อง ผู้ซึ่งชอบคุยอวดกับเขา ในที่สุดเนี้ยหลี่ก็สามารถสู้เพื่อกู้หน้าเขากลับมาได้

             “ลูกของเราเพิ่งกลับมาถึงบ้าน ปล่อยให้เขากินก่อนเป็นอันดับแรก เจ้าจะรีบร้อนไปทำไมกัน?” แม่ของเขาเซี่ยวหยุนทำตาขึงโยนใส่เนี้ยหมิง
“ถูกต้อง ถูกต้อง!” เนี้ยหมิงหัวเราะอย่างอาย ๆ เขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากเป็นเหตุให้เขาตื่นเต้นมากเกินไป

             เมื่อได้เห็นครอบครัวมีความภาคภูมิใจในตัวเขา เนี้ยหลี่ ก็รู้สึกมีความสุขมากภายในใจของเขาด้วย

             “สถานการณ์ภายในตระกูลเป็นอย่างไรกันครับ?” เนี้ยหลี่ถามระหว่างกำลังกินอยู่

             “แปลกมาก ๆ ” เมื่อหัวข้อสนทนาได้เปลี่ยนไปสู่สถานการณ์ของตระกูล เนี้ยหมิงทำหน้าบูดบึ้ง

             “แปลก?” เนี้ยหลี่รู้สึกสงสัยเล็กน้อย

             “ใช่แล้ว” เนี้ยหมิงผงกศรีษะ “ความมั่งมีของตระกูลบันทึกสวรรค์ใกล้จะพบจุดจบ อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนที่ผ่านมานี้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เริ่มจะกดดันพวกเรา เป็นเหตุให้เกิดผลร้ายแรงต่อการค้า คนที่เกี่ยวข้องกับการค้ากับตระกูลของพวกเราบางคนเริ่มหยุดการค้าขาย ทำให้เหล่าอาวุโสและหัวหน้าตระกูลกังวลใจ หัวหน้าตระกูลเคยแม้กระทั่งส่งจดหมายส่วนตัวไปยังตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เพื่อถามถึงสาเหตุ แต่เขาก็ถูกเพิกเฉย พวกเขานั้นคงจะต้องการรอให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ของพวกเรามีปัญหาที่เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ก่อนที่เริ่มจะคุยข้อตกลงกับพวกเรา แต่ทันทีทันใด ทางเลือกที่ดีกว่าก็ปรากฏขึ้น ”

             ทางที่ดีกว่าหรือครับ? เนี้ยหลี่ถาม

             “ใช่แล้ว ทันใดนั้น กว่า 10 ตระกูลได้เริ่มต้นเสนอการค้าขายกับพวกเรา ข้อเสนอนั้นยังดีมาก ๆ อีกด้วย แต่ตอนแรกนั้น หัวหน้าตระกูลคิดว่ามันเป็นกลลวง อย่างไรก็ตามภายหลังที่เขาตระหนักได้ว่าพวกเขานั้นไม่ได้มีสิ่งใดแอบแฝง การมาติดต่อค้าขายนั้นมันเริ่มต้นมาจากความคิดของสมาคมปรุงยาทั้งหมด พวกเขาให้แม้กระทั่งโอกาสทางธุรกิจแก่พวกเรามากมาย โดยให้พวกเราทำการปลูกสมุนไพรหลายชนิด ยิ่งไปกว่านั้น การจ่ายเงินก็ยังดีมาก ๆ อีกด้วย ภายใต้ร่มเงาของสมาคมปรุงยาแบบนี้แล้ว ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ก็ไม่สามารถทำสิ่งใดที่เป็นปฏิปักษ์แก่เราได้” เนี้ยหมิงกล่าว

             เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหมิง เนี้ยหลี่ก็เข้าใจดีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ความคิดของเขานั้นผุดขึ้นมีผู้หญิงสาวสวยผู้หนึ่งขึ้นมา ทั้งหมดนี้น่าจะถูกจัดโดย หยางซิ่น

             ตั้งแต่ที่เนี้ยลี่ได้เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของสมาคมปรุงยา การจัดการของหยางซิ่นเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ความแข็งแกร่งของสมาคมปรุงยาไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เลย ทั้งทางด้านเครือข่ายการค้าก็มีความแข็งแกร่งมากกว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว และต้องไม่ลืมว่า ทุก ๆ ตระกูลยังคงจำเป็นต้องซื้อยาทิพย์มาจากสมาคมปรุงยาอีกด้วย ดังนั้นด้วยการอุ้มชูของสมาคมปรุงยา ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่กล้าที่จะแตะต้องซึ่งตระกูลบันทึกสวรรค์ได้อีกต่อไป

             ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสูตรแห่งยาทิพย์ที่ได้ให้แก่พวกเขาโดยเนี้ยหลี่ แม้กระทั่งคฤหาสน์จ้าวเมืองและทั้งสามตระกูลหลัก จำเป็นต้องมาขอแก่สมาคมปรุงยา สมาคมปรุงยาได้ขยายกำลังถึงเพียงนี้แล้ว ถ้าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต้องการจะเป็นปฏิปักษ์กับสมาคมปรุงยาแล้วล่ะก็ เมื่อนั้นมันเป็นเหมือนการรนหาที่ตายชัด ๆ

             หลังจากการกลับมาก นอกจากการได้พบญาติ ๆ ของเขาแล้ว เขายังจำเป็นต้องจัดเตรียมให้ตระกูลบันทึกสวรรค์ได้ติดต่อกับสมาคมปรุงยา เขาไม่คิดว่าหยางซิ่นได้จัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปก็คือเนี้ยสามารถเริ่มคิดวิธีจัดการกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ได้ย่างแน่นอนเลย สมาคมปรุงยานั้นมีความสำคัญอย่างมากกับเรื่องนี้

             “ทำไมเจ้าถึงได้บอกสิ่งเหล่านี้แก่เด็กน้อยกันหึ?” เซี่ยวหยุนมองอย่างบึ้งตึงไปที่เนี้ยหมิง ในสายตาของเธอเนี้ยหลี่นั้นเป็นแค่เพียงเด็กตัวกะเปี๊ยก การรู้สิ่งเหล่านี้ไปก็ไร้ค่า

             “ความคิดของพวกผู้หญิง ตอนนี้เนี้ยหลี่นั้นเป็นร่างทรงอสูรระดับทองแดง 1 ดาวแล้ว ในภายภาคหน้า เขาจะกลายเป็นหัวใจสำคัญของตระกูลบันทึกสวรรค์ เมื่อถึงเวลานั้น สิ่งทั้งหลายที่เขาจะได้เรียนรู้จะมีมากยิ่งกว่านี้เสียอีก!” เนี้ยหมิง แย้งกลับด้วยการแสดงออกอย่างภาคภูมิใจและมีความสุข
           
             “ดีแล้ว   ไม่เป็นไร ที่เจ้ากล่าวมาถูกต้องแล้ว” เซี่ยวหยุนกล่าวด้วยความฉุนเฉียว

             ท่านพ่อและท่านแม่เป็นเช่นนี้เสมอเมื่อชีวิตที่แล้ว พวกเขามักจะทะเลาะกันบ่อย ๆ อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างพวกท่านก็ยังดีอยู่มาก เมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้แล้ว เนี้ยหลี่ก็ได้หัวเราะออกมา

             “ท่านพ่อ สำหรับช่วงเวลานี้ ข้ายังคงไม่ต้องการไปพบหัวหน้าตระกูล ข้านั้นต้องการเริ่มการฝึกฝนต่อ ” เนี้ยหลี่เงยหน้าของเขาและมองไปที่เนี้ยหมิงและกล่าวขึ้นเช่นนั้น

             “แน่นอนเลย ไปพบเขาทีหลังก็ได้!” เนี้ยหมิงหัวเราะ

             ลุงเนี้ยไค่ที่อยู่ใกล้ได้ลูบหัวเนี้ย หยู่และพูดว่า “เซี่ยวยู่ ต้องฝึกฝนให้หนัก และเป็นอย่างเนี้ยหลี่นะ”

             “อืม เซี่ยวยู่จะฝึกฝนให้หนัก” เนี้ย หยู่ผงกศรีษะรับและพูดออกไปด้วยความจริงจัง

             เวลากลางคืนเริ่มคืบคลานเข้ามา มันเป็นคืนหนึ่งที่ลมได้พัดไปทั่วทั้งป่า เต็มไปด้วยเสียงของเหล่าใบไม้ที่ขัดสีกันไปตามสายลม

             เนี้ยหลี่ได้ออกมาจากบ้านของเขา และมุ่งหน้าไปยังป่าแห่งเนินเขาทมิฬ แล้วนั่งลงบนก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง เขามองออกไปยังระยะทางอันแสนไกลและเห็นเพียงแสงไฟจากบ้านเรือนต่าง ๆ มากมาย

             ตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นตระกูลที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ประวัติศาสตร์ของตระกูลนั้นสามารถย้อนไปยังยุคของอาณาหิมะเหมันต์ บรรพบุรุษของตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นเป็นถึงลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในเวลานั้น อย่างไรก็ตาม หลักจากได้เผชิญกับการเปลี่ยนของยุคสมัย และเผชิญกับยุคมืดมาเป็นเวลานาน ตระกูลบันทึกสวรรค์ก็ได้เสื่อมถอยลงเป็นตระกูลขนาดเล็กที่ตอนนี้อยู่ภายในเมืองกลอรี่

             เนี้ยหลี่ได้นั่งไขว้ขากันอยู่บนก้อนหินใหญ่นั้นเพื่อฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ อีกเพียงแค่ก้าวเล็ก ๆ เท่านั้นสำหรับเขาที่จะเข้าสู่ระดับเงิน เมื่อเขาได้ทะลุระดับเงินแล้ว เขาสามารถจะรวมเขตแดนวิญญาณกับจิตอสูรเงาพรายที่อยู่ในตะเกียงแห่งจิตอสูรได้

             ในขณะที่ใช้ยาทิพย์อย่างต่อเนื่อง เขาเคลื่อนเทคนิคการบ่มเพาะพลัง[เทพวิถีฟ้า]ไปพร้อมกัน เนี้ยหลี่สามารถดูดซับยาทิพย์เข้าสู่กระแสเลือดและค่อยปล่อยให้ผลของยาทิพย์แสดงต่อเขตแดนวิญญาณของเขา สิ่งนี้ทำให้เขตแดนวิญญาณของเขาขยายกว้างออกอย่างไม่สิ้นสุด

             เขตแดนวิญญาณของเขาพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งต่อเนื่องตลอดเวลา ในขณะที่มันเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ

             อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาต้องการทะลุไปสู่ระดับเงิน มันจะค่อนข้างยากสักเล็กน้อย เนี้ยหลี่ประมาณการณ์ว่าเขาต้องใช้เวลาประมาณสัก 10 วันที่จะทำสิ่งนี้

             “ข้าเกือบลืมไปแล้วว่า ยังมีวิธีอื่นอีกที่ข้านั้นยังไม่เคยใช้!” เนี้ยหลี่ดูเหมือนว่าระลึกบางอย่างได้และปรากฏรอยยิ้มแห่งความสุข เมื่อจะทำการลุไปสู่ระดับเงิน ยังมีวิธีหนึ่งเรียกกว่า กำหนดลมปราณอัศจรรย์  วิธีนี้จะอุดเลือดที่ไหลไปเลี้ยงแขนและส่วนต่าง ๆ อีกหลายส่วนในร่างกายเขา เขาสามารถอุดจุดเชื่อมลมปราณทั้ง 36 จุดได้และบังคับให้พลังวิญญาณของเขาถูกกักอยู่แต่ในเขตแดนวิญญาณ วิธีนี้เขาจะสามารถบังคับตัวเองให้ทะลุสู่ระดับเงินได้
          ด้วยวิธีการนี้เพื่อที่จะทะลุระดับเงิน นอกจากต้องสูญเสียพลังวิญญาณจำนวนมากแล้ว จะทำให้เส้นลมปราณได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามด้วยความช่วยเหลือของยาทิพย์ มันสามารถรักษาได้อย่างง่ายดาย



          "เริ่มต้นกันเลย" เนี้ยหลี่ยิ้มอย่างเป็นประกาย ด้วยวิธีกำหนดลมปราณอัศจรรย์นี้ เขาเริ่มที่จะอุดจุดเชื่อมต่อของเส้นเลือดภายในตัวเขาไปทีละจุด เพื่อกักขังพลังวิญญาณเขาให้มิดชิด



          ไม่มีผู้ใดจะใช้วิธีการเช่นนี้ ถ้าเขาผู้นั้นไม่ได้มีความมั่นใจสูงมาก





ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น