วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 53 – Return home

Tale of the demon and god novel Chapter 53 – Return home

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 53 กลับบ้าน


บทที่ 53 กลับบ้าน


 เนี้ยหลี่รู้สึกว่าเสิ่น ซิวจ้องมองมาที่เขาด้วยปากอันบิดเบี้ยว การไล่เสิ่น ซิวออกไม่ได้เป็นความพึงปรารถนาของเขานัก เพราะเป้าหมายของเนี้ยหลี่คือทั้งตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ


  แม้ว่าเนี้ยหลี่จะท้าท้ายตระกูลเทพศักดิ์สิทธิมากแค่ไหน ก็ไม่อยู่ในสายตาตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มากนัก เพราะในสายตาตระกูลเทพศักดิ์สิทธิเห็นเนี้ยหลี่เป็นเพียงเด็กเหลือขอ เด็กเหลือขอจะคุกคามพวกเขาได้อย่างไร แม้ว่าเมื่อเร็วๆนี้พวกเขาจะตระหนักถึงผู้ที่ทำลายตระกูลเทพศักดิ์สิทธิได้ แต่จากการกระทำดังกล่าวพวกมันยังคงไม่สนใจ

                 
  หลังจากการทดสอบเมื่อเร็วๆนี้ เนี้ยหลี่มีพลังวิญญาณ 589จุด เมื่อพลังวิญญาณถึง600จุด เขาเข้าสู่ระดับเงิน เมื่อเขาเริ่มต้นเข้าสู่ระดับเงินแล้ว เขาก็จะสามารถหลอมรวมเข้ากับจิตอสูรได้


  เนี้ยหลี่ได้เลือกจิตอสูรตนแรกไว้แล้ว แต่เขายังคงเตรียมการในการรประมูลเพื่อหาจิตอสูรที่คู่ควรกับ จืออวิ้น หนิ่งเอ๋อ หลู่เพียว และพวกพ้อง ทั้งนี้กลุ่มของพวกเขาจะต้องเสริมความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น


 สิ่งแรกที่จะต้องทำในตอนนี้คือการรวมจิตกับวิญญาณอสูรเมื่อเข้าสู่ร่างทรงอสูรระดับเงินได้แล้ว




                  หลังจากการทดสอบพลังประจำปีได้จบลงแล้ว นักเรียนทุกคนก็ได้วางแผนในอนาคตของตนเองแล้ว


              ไม่นานหลังจากนั้น เสิ่น ซิวก็ยื่นใบลาออก และได้ออกไปจากสถาบัน เรื่องนี้ได้แพร่กระจายไปในหมู่นักเรียน ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเนี้ยหลี่ล้วนไม่ธรรมดา หลังจากนั้นเป็นครั้งแรกที่มีนักเรียนไล่ครูออกไปได้


                  นอกจากนี้ยังมีนักเรียนบางกลุ่มพยายามเข้าหาเนี้ยหลี่ แม้ว่าเนี้ยหลี่เป็นเพียงแค่ ร่างทรงอสูรทองแดงหนึ่งดาว แต่ความรู้ของเขาได้ห่างไกลจากอาจารย์บางคนไปมาก เหล่าคนที่ติดตามเนี้ยหลี่ พลังได้พุ่งสูงจนน่าตื่นตกใจ ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่คนอื่นจะอิจฉา


                 เนี้ยหลี่ ได้ให้ ตูเซอและหลู่เพียว กีดกันพวกขี้ประจบ เขาค่อนข้างระวังเรื่องพวกนี้ บรรดาคนที่เขายอมรับในชาติก่อนเท่านั้นถึงจะเป็นที่ยอมรับ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความไว้วางใจ


                 แต่กระนั้นเหล่าผู้คนที่ติดตามเนี้ยหลี่นั้นก็มีจำนวนมากกว่า 26 คนแล้ว


                หลังจากการทดสอบ มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการได้เข้าเรียนในชั้นเรียนอัจฉริยะ เนี้ยหลี่สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกหนึ่ง มันถึงเวลาที่เขาต้องกลับบ้านแล้ว เขาจำได้ว่าในอดีตชาติ เมื่อครอบครัวของเขาลำบากนั้น เขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย เขาทำได้เพียงแต่รู้สึกขมขื่นภายในหัวใจเท่านั้น เขาคิดถึงบ้านมากในตอนนี้


                 ในที่สุดสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิก็ได้ถึงวันหยุดเสียที!


                 เนี้ยหลี่จ้องมองลงไปในห้วงลึกของความทรงจำของอดีตชาติ ความทรงจำของอดีตชาติเริ่มไหลผ่านเข้ามาทีละน้อย


                 หลังจากช่วงเวลานั้น เนี้ยหลี่หัวเราะออกมา เมื่อเขาได้กลับมาแล้ว ตระกูลของเขาก็จะไม่มีชีวิตที่ลำบากอีกต่อไป บรรดาศัตรูของตระกูลจะต้องตัวสั่นด้วยความกลัว!


           วันปิดเทอมของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิเป็นเหตุการณ์ใหญ่วันหนึ่งของเมืองกรอลี่ จำนวนนักเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิค่อนข้างมาก ดังนั้นนักเรียนจำนวนมากทั้งหมดนี้ในที่สุดก็จะได้กลับไปยังตระกูลของเขา


กลุ่มของนักเรียนกำลังเดินทางออกจากสถาบัน


                 “เนี้ยหลี่ นี่สำหรับเจ้า ฉันหวังว่าเธอจะคิดถึงฉันเวลาที่เห็นสิ่งนี้ เอาหละไว้พบกันใหม่ครั้งหน้านะ” เสี่ยวหนิงเอ๋อได้ยื่นทับทิมเม็ดหนึ่งให้แก่เนี้ยหลี่ บนทับทิมเม็ดนั้น มีลวดลายละเอียดอ่อนอย่างมากปรากฏอยู่ เมื่อเนี้ยหลี่เงยหน้าขึ้น เสี่ยวหนิงเอ๋อได้วิ่งออกไปพร้อมกับใบหน้าที่มีสีแดง


                 ในทวีปพระเจ้า ทับทิมเปรียบได้กับความรักของหญิงสาว

           
           เมื่อมองไปยังรูปร่างอันอ่อนช้อยของเสี่ยวหนิงเอ๋อ เนี้ยหลี่ ไม่สามารถเก็บรอยยิ้มอันขมขื่นได้ เขารู้ว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกยังไงกับเขา เนี้ยหลี่ อดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อยออกมา ความงามที่เย็นชาดุจน้ำแข็งของเธอแท้จริงแล้วช่างอ่อนโยนยิ่งนัก


              เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมอง เย่ จื้อหวิ๋นกำลังยิ้มและมองมาที่เนี้ยหลี่ในเวลานั้นแล้วได้มองไปที่เสี่ยวหนิงเอ๋อที่ไกลออกไป แล้วพูดขึ้น"ในเมื่อเสี่ยวหนิงเอ๋อ ชอบเจ้ามากขนาดนั้นทำไมเจ้าไม่ชอบเธอล่ะ?"


              เนี้ยลี่เก็บทับทิมเม็ดนั้น แล้วมองไปยังเย่ จื้อหวิ๋น และพูดว่า "มันคือความเมตตา แต่คนที่ข้าชอบคือเจ้า!"


              ความรักจากสองชั่วชีวิตของเนี้ยลี่จะไม่แปรเปลี่ยน เนี้ยลี่ ได้คุยเกี่ยวกับความรู้สึกของเขากับเสี่ยว หนิงเอ๋อ แล้ว แม้ว่าเธอยังไม่ยอมแพ้ก็ตาม


              หน้าของเย่จืออวิ้นแดงขึ้น "เนี้ยลี่!ถ้าเจ้ายังพูดแบบนี้ ข้าจะ...อย่าคิดว่าคนอย่างข้าจะโดนล่อลวงง่ายๆ!"


              ในขณะนี้ เย่จืออวิ้นไม่สามารถหยุดระลึกเรื่องภายในราชวังใต้ตินของเมืองกล้วยไม้โบราณเหล่านั้นได้ ภายในหัวใจเธอรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และกำปั้นเธอก็บีบเข้ากันอย่างแน่น


              "ข้าจริงจัง!"เนี้ยลี่หัวเราะอย่างเบา ดวงตาเขาจ้องมองไปยังเย่ จื้อหวิ๋น อย่างลึกซึ้ง

" เจ้า! ข้าจะไม่ยุ่งกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว!"


              เย่ จื้อหวิ๋นกระทืบเท้าของเธอกำลังจะออกไป แต่เธอก็หยุดก้าวทันที เธอเม้มปากของเธอและยิ้ม"เช่นนั้น ทำไมเจ้าไม่บอกข้า ข้าดีกว่าหนิงเอ๋อเช่นไร?"


              เนี้ยลี่ยักไหล่และบอก "นั่นเปรียบเทียบกันมิได้ ข้าสามารถบอกได้เพียงเท่านี้ ว่ามันคือโชคชะตาที่ได้ลิขิตไว้แล้ว!"


              มองลึกเข้าไปในดวงตาของเนี้ยลี่ เย่จื้อหวิ๋น รู้สึกราวกับถูกหยุดนิ่ง เธอรู้สึกว่าเนี้ยลี่ได้ซ่อนหลายสิ่งไว้จากเธอ ภายในดวงตาของเนี้ยลี่นั้นปรากฏเรื่องราวมากมายที่ปิดบังไว้อยู่ภายใน


              หลังจากเธอหยุดชะงักชั่วคราว เย่ จื้อหวิ๋นยกศรีษะเธอขึ้นจ้องมองไปบนท้องฟ้าแจ่มใส “ ข้าหวังว่าสามีของข้าจะเป็นวีรบุรุษเหมือนปู่ของข้า เขาต้องแข็งแกร่งขนาดเขย่าโลกทั้งใบได้” และใช้ชีวิตเขาเพื่อปกป้องเมืองกลอรี่


              เธอมองไปที่เนี้ยลี่แล้วเม้มปากยิ้มขึ้นและพูดว่า "ถ้าเจ้าสามารถไปถึงร่างทรงอสูรระดับตำนานของอาณาจักรได้ ข้าจะนำมันไปพิจารณาที่หลัง"


              "เฮ้ เจ้าพูดอย่างนั้นได้อย่างไร!?เจ้าไม่ได้บอกว่าเจ้าจะยอมรับข้าเมื่อข้าถึงระดับทองหรอกรึ?" "ก่อนหน้านี้ข้าเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้น


              นั่นไม่นับ! เจ้าไม่รู้รึไงจิตใจของเด็กผู้หญิงเปลี่ยนได้ตลอดเวลา"


              เมื่อพูดแล้ว เย่จื้อหวิ๋น ได้หัวเราะและรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว


              เมื่อเห็นหลังเธอ เนี้ยลี่ก็ยิ้มอย่างมีความสุข พูดพึมพำกับตัวเอง "ถ้าเป็นกรณีนั้น ทำไมเจ้าถึงเลือกข้าในชาติภพก่อนกัน? ในภพที่แล้วของเขา?”


           

         เนี้ยหลี่ในตอนนั้นแม้ยังไม่ถึงระดับเงิน แต่ก็อยู่ด้วยกันกับเย่ จื้อหวิ๋นแล้ว

       

      “อย่างไรก็ตาม ก็แค่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน นั่นไม่ได้ยากเลย”


            เหวยหนาน ซู่ เซี่ยงจิ้งและซ่างหมิง  ทั้งสามได้อำลาเนี้ยหลี่ และเดินออกจากสถาบันกลับไปยังบ้าน


            ตูเซอและหลู่เพียว ทั้งสองได้เดินเข้า,k


            “พวกเราก็ขอกลับก่อนด้วยเช่นกัน!” ตูเซอกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม


             “ตกลง” เนี้ยหลี่ผงกศรีษะแล้วพูดว่า ”พวกเราจะได้พบกันอีกใน 1 เดือนข้างหน้านี้”


              “เดือนหน้ามาเจอกันใหม่!” ตูเซอผงกศรีษะรับ เขากำลังคิดเกี่ยวกับการกลับไปบ้านของเขา ตู่เซอ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น การกลับไปบ้านในครั้งนี้ นอกจากการบ่มเพาะพลังของเขาที่พุ่งสูงราวกับจรวดแล้ว

       

            เนี้ยหลี่ได้ให้เงินแก่เขาเป็นจำนวนหลายเหรียญจิตมาร อย่างน้อยที่สุดมันก็เพียงพอที่จะนำคนในตระกูลของเขาให้พ้นจากความทนทุกข์ได้ ในหัวใจของเขา นั้นมีความรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณอย่างเปี่ยมล้นต่อเนี้ยหลี่ เป็นเพราะเนี้ยหลี่ชีวิตของเขาถึงได้เปลี่ยนไป


         

          หลู่เพียวได้วางมือทั้งสองไว้ที่สะโพกของเขา แล้วหัวเราะอย่างดังออกมา“ในที่สุดข้าก็กำลังกลับบ้านแล้ว! ในครั้งนี้ ข้าไม่จำเป็นต้องกลัวถูกตีโดยพ่อของข้าที่ก้นข้านี้อีกต่อไป!ห่ะ ห้ะ ห้า!”


           เมื่อได้เห็นการแสดงออกของหลู่เพียวในขณะนี้ เนี้ยหลี่และตูเซอทั้งสองต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วพวกเขาก็ถอยห่างจากหลู่เพียว ตอนนี้นักเรียนรอบ ๆ ต่างมองพวกเขาด้วยความประหลาดใจ


           หลู่เพียวเข้ามากอดเนี้ยหลี่ไว้แน่น และทำให้หน้าของเนี้ยหลี่เปียกโชกจากน้ำลายจากการจูบแล้วกล่าวว่า


           “พี่ชาย ข้ารักท่านแทบขาดใจ”


           เมื่อมองเห็นหลู่เพียวเป็นเช่นนี้ เนี้ยหลี่ตัวสั่นและผลักลู่เพรียวออกไป


           “ออกไปจากตัวข้า ข้าไม่ได้ชอบผู้ชาย”


           “ข้าก็เหมือนกันนั่นล่ะ  ท้องฟ้านั้นช่างสดใส พื้นดินก็สีเขียวชอุ่ม! ข้าขอตัวลาท่านไปก่อน เจอกันในหนึ่งเดือนข้างหน้า!” หลู่เพียวดูราวกับตัวเบาในขณะที่เขาก้าวยาว ๆ เดินออกไป


           ตูเซอ โบกมือลาเนี้ยหลี่และออกไปเช่นกัน


           เมื่อได้เห็นสีหน้าที่มีความสุขของเพื่อนทั้งสองของเขา เนี้ยหลี่ช่วยไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างความมีความสุข และเดินตรงไปยังทิศทางซึ่งตระกูลเขาตั้งอยู่


           ทิศเหนือของเมืองกลอรี่


           ผืนแผ่นดินของเมืองกลอรี่มีขนาดค่อนข้างกว้าง นอกจากเมืองทั้งสองที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแล้ว ยังมีเมืองรองทั้งหมดอีก 6 เมือง การเดินทางจากสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์มายังบ้านของเนี้ยหลี่ แม้จะโดยสารมาด้วยรถม้า  เขาก็ไม่สามารถมาถึงได้ภายใน2 วัน


           เนี้ยหลี่เป็นสมาชิกของตระกูลซึ่งมีนามว่าตระกูลบันทึกสวรรค์ เป็นตระกูลที่อาศัยอยู่ในหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งมีผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรบนพื้นที่นี้มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นจึงอาศัยการทำนาและการเก็บเกี่ยวสมุนไพรบนภูเขาเพื่อดำรงชีวิต


           ด้วยความโชคดี ที่ระยะห่างจากที่นี่ถึงกองทหารและกำแพงป้องกันเมืองอยู่ใกล้กันมาก มันจึงค่อนข้างปลอดภัย แม้ว่าตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นตระกูลขุนนาง มีเพียงหัวหน้าหมู่บ้านของตระกูลบันทึกสวรรค์เท่านั้นที่มีตำแหน่งท่านเคาท์ สิ่งนี้นั้นหมายความว่าถ้าหัวหน้าหมู่บ้านได้ล่วงลับจากไป และไม่มีคนรุ่นใหม่ผู้ใดที่สามารถคู่ควรกับตำแหน่งนี้ ตระกูลบันทึกสวรรค์จะไม่เป็นเช่นที่เคยเป็นมาอีกต่อไป


           ด้วยความเป็นหนึ่งในตระกูลขุนนางที่เสื่อมถอยมากที่สุด คฤหาสน์ของตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นทรุดโทรมและเก่ามาก กำแพงด้านนอกโดนทำลายเสียหายหนัก อย่างไรก็ตาม ตระกูลนี้ก็ไม่มีเงินเพียงพอเพื่อที่จะซ่อมมัน


           แค่ด้านนอกของคฤหาสน์นั้น ใครก็ตามสามารถเห็นได้ถึงพื้นที่กสิกรรมขนาดใหญ่ซึ่งเหล่าผู้คนได้ทำการเพาะปลูกและทำไร่ด้วยพืชหลากหลายชนิด เมื่อพวกเขาเห็นการเดินเข้ามาของเนี้ยหลี่จากที่ไกล ๆ  คนในตระกูลคนหนึ่งได้เริ่มทักทายเขาก่อน


           “เนี้ยหลี่ เจ้ากลับมาแล้ว ?”


           คนของตระกูลผู้นี้รับผิดชอบในการทำฟาร์มไม่ได้มีตำแหน่งที่สูงแต่อย่างใดภายในตระกูลนั้นพ่อของเนี้ยหลี่ก็เป็นหนึ่งในพวกเขาเหล่านั้น


                   แม้ว่าตระกูลบันทึกสวรรค์กำลังเริ่มเสื่อถอย แต่จำนวนประชากรของตระกูลนี้มีเป็นจำนวนมากในพื้นที่แห่งนี้บริเวณเดียวก็มีบ้านเรือนอยู่ หลายพันหลัง ซึ่งหมายถึงมีจำนวนผู้คนที่ได้อาศัยอยู่มีประมาณห้าถึงหกพันอีกด้วย


                  ภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ มีเด็กจำนวนทั้ง สิ้น 26 คน ที่ได้เข้าเรียนในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ โดยเนี้ยหลี่เป็นหนึ่งในพวกเขาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม บุคคลิกของเนี้ยหลี่ค่อนข้างเก็บตัว ดังนั้นเขาจึงพูดคุยกับเด็กคนอื่น ๆน้อยมาก เด็กคนอื่น ๆ ล้วนอยู่ในชั้นเรียนระดับกลางและชั้นสูง ดังนั้นช่วงปิดภาคเรียนของพวกเขายังไม่มาถึง อีกราว ๆ หนึ่งถึงสองวันก่อนที่พวกเขานั้นจะกลับมาบ้าน


                   “พี่ใหญ่  เนี้ยหลี่ ท่านกลับมาแล้ว!”


                   เด็กผู้หญิงร่าเริงตัวน้อย ๆ ได้วิ่งเท้าเปล่ามา หาเนี้ยหลี่ ผมของเธอได้ถูกรวบแบบหางหมู และแก้มแดงดั่งผลแอปเปิ้ล มองดูน่ารักน่าเอ็นดู


                   เธอมีชื่อว่า เนี้ยหยู่ เธอเป็นลูกสาวลุงของเขา


                   พ่อของเขา เนี้ยหมิงมีเพียงลูกชายคนเดียว สถานะของพวกเขาในตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นต่ำอย่างมาก พวกเขาได้อาศัยการทำกสิกรรมเพื่อเลี้ยงตัวของพวกเขาเอง ด้วยความโชคดี มีเพียงแค่หนึ่งในสามของผลผลิตที่ต้องนำส่งให้แก่ตระกูล ส่วนที่เหลือนั้นสามารถเก็บไว้สำหรับพวกเขาเองได้ เมื่อโรงเรียนได้ปิดเทอมจึงไม่ต้องส่งเสียเนี่ยหลี่ พวกเขาจึงอาจสะดวกสบายขึ้นมาบ้างเล็กน้อย


                    เกี่ยวกับสมาชิกของตระกูลที่มีอยู่ประมาณ ห้าถึงหกพันคนนั้น มีจำนวนทั้งสิ้น60 คนที่เป็นนักต่อสู้ระดับทองแดง หกคนเป็นนักต่อสู้ระดับเงิน สองคนเป็นร่างทรงอสูรระดับเงินและมีเพียงหนึ่งคนที่เป็นร่างทรงอสูรระดับทอง สิ่งนี้คือกำลังของตระกูลบันทึกสวรรค์



                   ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลบันทึกสวรรค์ก็คือหัวหน้าตระกูล เนี้ยไฮ้

เขาเป็นร่างทรงอสูรระดับทอง 1 ดาว ตำแหน่งของเขาภายในตระกูลนั้นสูงทีสุด รองลงมาคือนักต่อสู้ระดับทอง 1 ดาว 2 คน และนักต่อสู้ระดับทอง 3 ดาว 1 คน



                   โดยปกติ หัวหน้าตระกูลจะถูกพบเห็นไม่บ่อยนัก เขามักจะปรากฏตัวขึ้นในงานพิธีต่าง ๆ เท่านั้น



                   เนี้ยหลี่ลูบไปที่หัวของเนี้ย หยู่ เขายังคงสามารถให้ความเอ็นดูเธอได้แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เซี่ยว หยูเป็นเด็กดีตอนอยู่ที่บ้านหรือป่าว?”



                   “อืม เซี่ยวยู่เป็นเด็กดีมาก ๆ !” เนี้ยหยู่กล่าว ผงกศีรษะของเธอ แล้วมองมาด้วยท่าทีจริงจัง “ข้าต้องการเป็นเหมือนอย่างท่านด้วย พี่ใหญ่เนี้ยหลี่ ได้เข้าสู่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์และกลายเป็นนักสู้!”



          เนี้ยหยู่ ได้วางเนี้ยหลี่เป็นดังเป้าหมายของเธอตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่เนี้ยหลี่ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอับอายจนร้อนผ่าวที่แก้ม โดยก่อนหน้าเมื่อเมืองกลอรี่ได้ถูกทำลาย ความสำเร็จอย่างสูงของเนี้ย หยู่นั้นมีมากกว่าตัวเขา


      ดังนั้นเนี้ย หยู่จึงได้เป็นกังวลในตัวเขา ณ ตอนนั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นพี่ใหญ่ เขายังคงได้รับความเคารพโดยเนี้ย หยู่ สิ่งนี้ทำให้เนี้ยหลี่รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก และหลังจากนั้นต่อมา เนี้ย หยู่ได้ตายในสงครามกับเหล่าสัตว์อสูรที่ได้โจมตีมายังเมือง เธอตายอย่างน่ายกย่อง



          แม้ว่าเนี้ยหลี่รู้สึกไม่ค่อยดี เขาก็ได้ปล่อยวางมันลงและคิดว่า 'เป็นสิ่งดีแล้วที่ได้กลับมา'



                   เนี้ยหลี่เดินกับเนี้ย หยู่ ไปเป็นระยะทางเป็นจำนวหนึ่งไปยังครอบครัว เมื่อพวกเขาได้เขาเห็นเนี้ยหลี่  เนี้ยหมิงและเนี้ยไค่หยุดทำงานบ้านของพวกเขาไว้ ยิ้มให้กันและกันแล้วเดินตรงมายังที่เนี้ยหลี่ยืนอยู่


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น