วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 51 – Exploded?

Tale of the demon and god novel Chapter 51 – Exploded?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 51 ระเบิดออกมา



บทที่ 51 ระเบิดออกมา


             “ข้าจะเป็นคนต่อไป” ตูเซอเดินตรงไปยังศิลาวัดพลัง


 เมื่อมองตูเซอเดินตรงไปยังศิลาวัดพลัง หลู่เพียวกรอกตาไปมา หลู่เพียวในที่สุดก็สามารถเรียกความสนใจจำนวนหนึ่งมาได้แล้ว และในตอนนี้ ความสนใจเหล่านั้นจะถูกแย่งชิงไปโดยตูเซอ


             เมื่อเทียบกับนักเรียนธรรมดานั้น หลู่เพียวเป็นจุดศูนย์กลางของความน่าภาคภูมิใจ เขาเป็นร่างทรงอสูรระดับ 3 ดาวทองแดงที่มีอายุเพียง 13 ปี อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับตูเซอ ระยะห่างระหว่างพวกเขามีมากยิ่งนัก พวกเขาทั้งสองได้ฝึกการบ่มเพาะพลังร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ตูเซอได้ฉุดตัวเขาเองให้ห่างไกลออกไปมากกว่าการบ่มเพาะพลังของลู่เพรียว


 ตูเซอได้มาถึงด้านหน้าของศิลาวัดพลัง ใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่แล้วของเขาและดูสงบนิ่ง เขายกกำปั้นของเขาขึ้นและเหวี่ยงซึ่งหมัดทรงพลัง หนึ่งหมัดไปยังศิลาวัดพลัง


  “บูม”


             เสียงนั้นดูทรงพลังยิ่งกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับลู่เพรียว เสียงพุ่งผ่านไปทั่วทั้งห้องโถง และศิลาวัดพลังก็กำลังสั่นไหว


 “ผลการทดสอบ: ระดับ 5 ดาวทองแดง ค่าพลัง 500 ” อาจารย์ผู้คุมสอบอ้าปากค้าง กำลังคิดว่า


 “วันนี้มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ?” เพียงเมื่อครู่นี้ ร่างทรงอสูรระดับ 3 ดาวทองแดงอายุ 13 ปีได้ปรากฏตัวขึ้น และตอนนี้ ระดับ 5 ดาวทองแดงจู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา

 เหล่านักเรียนรอบ ๆ เข้าสู่ภาวะเงียบงัน ตูเซอนั้นเป็นยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดมากกว่าลู่เพรียวโดยแท้จริง!




             หัวใจของพวกนักเรียนต่าง ๆ สูญสลาย ความฮึกเหิมในการสอบของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างมาก


             สำหรับพวกเหล่าอาวุโสที่อยู่ในเวทีสังเกตการณ์ พวกเขาทั้งหลายต่างหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง ร่างทรงอสูรระดับ 5 ดาวทองแดงที่อายุ 13 ปี เป็นเวลานานแค่ไหนกันที่มีอัจฉริยะถึงเพียงนี้ปรากฏตัวขึ้นในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ?


             “ไม่มีใครจะสามารถแย่งตัวเขาไปจากข้าได้ เขาผู้นั้นคือศิษย์ของข้า!” เย่เซิ่งพูดอย่างตื่นเต้น


             “รองอาจารย์ใหญ่ ท่านเป็นคนโหดร้ายเยี่ยงนี้ได้อย่างไร การจะฝึกสอนผู้หนึ่งบนหนทางของนักต่อสู้ ข้านั้นสมควรเป็นอาจารย์ของเขามากและมากกว่าผู้ใดทั้งสิ้น ทำไมท่านถึงไม่ปล่อยให้ข้าสอนเขาล่ะ?” ชายชราผู้หนึ่งพร้อมกับหนวดและเส้นผมเป็นสีขาวได้รีบพูดขึ้นมาทันทีทันใด


             “นักเรียนคนนั้นที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา ท่านคิดว่าความอัจฉริยะของเขานั้นจะถูกกักขังให้เป็นเพียงแค่นักต่อสู้คนหนึ่งเท่านั้นรึ ?” ดวงตาของเย่ เซิ่งปรากฏแสงไฟลุกโชน


             “ไม่จำเป็นสำหรับการทดสอบในหนที่สอง” ตูเซอพูดเบา ๆ แล้วเดินไปยังด้านข้าง เขาเตรียมตัวสำหรับการทดสอบพลังวิญญาณ


             “เจ้าไม่ต้องการที่ลองทดสอบสำหรับหนสองแน่แล้วรึ?” อาจารย์ผู้คุมสอบกล่าว “ถ้าเจ้าลองทดสอบในรอบที่ 2 แล้วพลังของเจ้าอาจจะผ่าน 500 ได้นะ” อาจารย์ผู้นั้นได้พูดพร้อมกับความคาดหวัง


             อย่างไรก็ตาม การตอบกลับที่เขาได้รับเป็นเพียงภาพด้านหลังอันเยือกเย็นของเด็กวัยเยาว์ โดยเสียงของตูเซอกล่าวอย่างแผ่วเบาเปล่งออกมาว่า “นี่เป็นพลังมากที่สุดซึ่งข้าสามารถทำได้แล้ว”


             “ด้วยเหตุเช่นนั้นเองรึ!” อาจารย์ผู้นั้นผงกศีรษะเล็กน้อย จำนวนพลังเท่านี้ก็น่าตกใจอย่างมากแล้ว ถ้ามันทรงพลังยิ่งกว่านี้ เขาจะได้ก้าวไปถึงระดับเงินในไม่ช้า ระดับเงินที่อายุ 13 ปี สิ่งนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ


             ตูเซอได้หยิบอัญมณีวิญญาณขึ้นมา และปล่อยพลังวิญญาณของเขาเข้าไปในอัญมณีวิญญาณ อัญมณีวิญญาณเปล่งแสง จุดสีขาวภายในอัญมณี ค่อยๆปรากฏออกมาและมากขึ้นเรื่อย ๆ


             อัญมณีวิญญาณระดับต้นได้สว่างช่วงโชติดัง ดวงอาทิตย์เล็ก ๆ


             บูม !


             อัญมณีวิญญาณได้ระเบิดออก เศษชิ้นส่วนร่วงหล่นลงสู่พื้น


             “ระเบิด?!”


             “ซิ!! นี่มันบ้าเกินไปแล้ว ”


             “พลังกายของเขาเพียงอย่างเดียวก็มีมากถึง 500 ข้าไม่เคยคาดคิดว่าพลังวิญญาณของเขาจะสุดยอดมากถึงเพียงนี้”


             “พระเจ้า สิ่งนี้มันจะไม่ผิดปกติเกินไปรึ”


             อัญมณีวิญญาณระดับต้นสามารถทนต่อพลังวิญญาณได้มากที่สุดที่ค่า 600 เมื่อพลังได้ล่วงเลยไป มันจะระเบิดออกมา โดยทั่วไปแล้วชั้นเรียนฝึกหัดจะใช้เพียงอัญมณีวิญญาณระดับต้นเพราะว่า ยังไม่เคยมีเหตุการณ์ที่อัญมณีวิญญาณจะระเบิดมาก่อน แม้กระทั่งเมื่อตอนลอร์ดเย่ โม่อายุได้ 13 ปี เขาก็ยังไม่มีความเร็วในการบ่มเพราะพลังที่น่าตกใจเช่นนี้


             ทันใดนั้นทุกๆ คนต่างมองไปที่ตูเซอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ตูเซอได้ทำลายความเข้าใจของพวกเขาลงเรียบร้อยแล้ว สามารถเป็นได้ว่ายังมีผู้อื่นที่ยังมีชีวิตอยู่และจะแข็งแกร่งกว่าลอร์ดเย่ โม่ในเมืองกลอรี่?


             เย่เซิ่งได้เงียบไปชั่วขณะก่อนที่จะเริ่มพูดอย่างสงบ “ข้าจะรายงานเป็นการส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปยังอาจารย์ใหญ่และลอร์ดเย่ โม่ ตูเซอจะได้รับความคุ้มครองเป็นพิเศษที่มากขึ้น ด้วยอัจฉริยะทีเกินกว่าความสามารถของข้าถึงเพียงนี้ ข้าต้องปรึกษาเป็นการส่วนตัวกับลอร์ดเย่ โม่เพื่อหาอาจารย์ที่เหมาะสมของเขา”


          ความแข็งแกร่งและพลังวิญญาณมากกว่า 500 ตูเซอได้ทำให้ทุก ๆ คนตกใจอย่างสุด ๆ


             “ท่านรองอาจารย์ใหญ่ พวกเราจำเป็นต้องเปลี่ยนอัญมณีวิญญาณหรือไม่” อาจารย์ผู้คุมสอบได้ถามไปยังเย่เซิ่งด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


             “ไม่จำเป็น!” เย่เซิ่งสั่นศรีษะของเขา “ข้าจะพาเขาไปหาเหล่าขุนนางของพวกเราเพื่อทดสอบพลังวิญญาณของเขาเป็นการส่วนตัว”


             นอกจากการนำเขาไปทดสอบด้วยเหล่าขุนนางแล้ว เขายังคงจำเป็นที่จะต้องได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี มิเช่นนั้นแล้วถ้าสมาคมทมิฬล่วงรู้ซึ่งข้อมูลนี้ไป มันจะเป็นปัญหาอย่างมาก


             “เข้าใจแล้ว!” อาจารย์ผู้คุมสอบมองไปยังตูเซอ พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ“การสอบของท่านได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว”


             เพียงแค่เจ้าหนู นี่เพียงผู้เดียว ความสำเร็จในอนาคตของเขาไม่สามารถจินตนาการได้เลย เขาอาจจะมีโอกาสเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานคนที่สองก็เป็นได้


             การทดสอบเสร็จสิ้นแล้วรึ ? ตูเซอค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย อย่างไรก็ตามเขายังคงก้มศีรษะของเขาและได้เดินมายังที่มุมหนึ่ง


             ณ เวลาตอนนี้ นักเรียนทั้งหมดต่างมองไปที่ตูเซอ ด้วยความหวาดกลัว บุคคลผู้นี้จะสามารถเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้!


             หลังจากเสิ่น เหย่ได้ชะงักด้วยความรู้สึกตกใจชั่วขณะ สีหน้าของเขายิ่งน่าเกลียดมากขึ้น กำปั้นทั้งสองของเขาบีบอัดอย่างแน่น ก้อนเลือดได้ไหลออกมาจากกึ่งกลางของฝ่ามือเขา ในการสอบครั้งนี้เขาตระหนักถึงระยะห่างของตูเซอและพวกที่เหลือ ที่จะห่างและห่างมากขึ้น เขาไม่สามารถไล่ตามพวกนั้นได้เสียแล้ว


             “พวกเขาเพิ่มการบ่มเพาะพลังอย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร” ดวงตาของเสิ่น เหย่ ปรากฏความมืดมิด เขามีความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นทั้งปวงล้วนเชื่อมโยงไปยังเนี้ยหลี่ มันเป็นไปได้ว่าเนี้ยหลี่เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือพวกของทั้งสองในการค้นหาเทคนิคการบ่มเพาะพลังที่เหมาะสม!


             แน่นอน มันเป็นเพียงแค่การคาดเดาของเสิ่น เหย่ อย่างไรก็ตามเขาไม่รู้ได้เลยว่าเขานั้นคาดเดาได้อย่างถูกต้อง


             “เสิ่น ซิว ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมแจ้งข่าวของเหล่านักเรียนอัจฉริยะที่อยู่ในชั้นเรียนของเจ้ากัน?”


             เหล่าอาวุโสจำนวนไม่น้อยได้มองมายังเสิ่น ซิวและถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โชคยังดีที่หลู่เพียวและตูเซอได้รับการทดสอบ มิเช่นนั้นแล้ว ถ้าหากได้ถูกล่วงรู้โดยสมาคมทมิฬก่อนละก็ สถานการณ์อาจพลิกผันเป็นเรื่องหายนะได้


             เสิ่น ซิวอ้าปากของเธอ แต่ไม่ได้พูดสิ่งใด


             ใบหน้าของเสิ่น ซิวกลายมาเป็นหน้าตาหมดหวังและหมดหวังขึ้นเรื่อย ๆ เธอคิดว่าเธอนั้นเข้าใจถึงศักยภาพของพวกเขาทั้งสอง


            ช่วงเวลาหนึ่งก่อนหน้านี้ การบ่มเพาะพลังของทั้งสองยังไม่แม้กระทั่งจะสังเกตได้ ดังนั้นเป็นเป็นได้อย่างไรที่พวกเขาจะเพิ่มมันได้รวดเร็วเช่นนี้?! นี่เป็นเรื่องน่าแปลกอย่างแท้จริง!


          อย่างไรก็ตาม เธอจะไม่บอกข้อมูลเหล่านี้กับเหล่าผู้อาวุโสของสถาบัน ถ้าเหล่าอาวุโสได้รู้ว่าลู่เพรียวและตูเซอได้ทำการเพิ่มการบ่มเพาะพลังของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้แล้ว มันจะยิ่งเป็นการดึงดูดความสนใจไปยังพวกเขาทั้งสองมากขึ้น!


             ในตอนนี้ ภายนอกของห้องโถงทดสอบ เหล่านักเรียนจากชั้นเรียนร่างทรงอสูรกำลังยุ่งอยู่กับการวิพากษ์วิจารณ์


             “ข้าสงสัยว่า ผลการสอบของพวกขยะที่มาจากชั้นเรียนต่อสู้ฝึกหัดจะเป็นอย่างไร?”หนึ่งในนักเรียนของชั้น ร่างทรงอสูรกล่าว ชื่อของเขาคือ ชี่หัว เขาคือหัวหน้าของชั้นเรียนร่างทรงอสูร และมีการบ่มเพาะพลังอยู่ที่ร่างทรงอสูรระดับ 2 ดาวทองแดง


             “ด้วยมีชั้นเรียนมากมาย” จนถึงตอนนี้มีเพียงแต่ผู้อายุ 15 ปีเท่านั้นที่จะมีคุณสมบัติครบเพื่อเข้าร่วมชั้นเรียนร่างทรงอสูรฝึกหัด เป็นไปได้ว่ามีเพียงเด็กผู้หญิงสองคนนั้นเท่านั้นที่จะมาเข้าชั้นเรียนของพวกเรา นอกจากเธอสองคนนั้น คนอื่นคงไม่มีหวัง!” ชี่หัวกล่าว เขานั้นตกหลุมรักเย่จื้อหวิ๋น และเสี่ยวหนิงเอ๋อ หวังว่าพวกเธอทั้งสองจะเข้ามาในชั้นเรียนของพวกเขา


             “ข้าได้ยินมาว่า เสิ่น เหย่คนนั้นก็ไม่เลวเท่าไหร่เหมือนกัน เขาไปถึงร่างทรงอสูรระดับ 1 ดาวทองแดงแล้ว”


             “จริงรึ?” ชี่หัวเบ้ปากอย่างเหยียดหยัน ถึงแม้ว่าเสิ่น เหย่จะเป็นร่างทรงอสูรระดับ 1 ดาวทองแดง เสิ่น เหย่ก็ยังคงไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้


             ในขณะนี้ เหล่านักเรียนจากชั้นเรียนอื่นกำลังส่งเสียงดังอย่างอลหม่าน


             “มันเป็นไปได้อย่างไร?”


             “สามารถเป็นไปได้ว่ามีบางสิ่งผิดพลาดเกี่ยวกับสอบหรือไม่”


             “เป็นไปไม่ได้หรอก ศิลาวัดพลังนั้นได้ผ่านการสอบของนักเรียนมากมายมาก่อนหน้านี้แล้ว มันไม่เคยเกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับทดสอบเลย!”


             “พระเจ้า สิ่งเหล่านี้มันกำลังขัดกับลิขิตสวรรค์อยู่หรือไม่”


             ชี่หัวทำหน้าไม่พอใจ มองไปเพื่อนร่วมชั้นของเขาและถามขึ้นว่า


             “มีสิ่งใดเกิดขึ้นรึ? มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับพวกนั้น?”


             “ชี่หัว สิ่งนี้ไม่น่าเชื่อได้เลย!”


             หนึ่งในนักเรียนยังคงอยู่ในการอาการตกใจอย่างสุด ๆ เขาสูดหายใจลึกและพูดว่า “2 คนในชั้นเรียนต่อสู้ฝึกหัดมีผลการสอบอย่างไม่น่าเชื่อ!”


             “มันเป็นแค่ชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัด แม้พรสวรรค์ของเขาจะไม่เลวนัก แต่อย่างมากคงได้เพียงแค่ระดับร่างทรงจิตอสูรระดับ 1 ดาวทองแดง มีเรื่องอะไรกันที่ต้องน่าตกใจกัน?” ชี่หัวพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างเบา ๆ


             “ไม่ใช่ ถ้ามันเป็นแค่ร่างทรงอสูรระดับ 1 ดาวทองแดง มันจะไม่ดึงดูดความสนใจถึงเพียงนี้ได้อย่างแน่นอน 3 คนในชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัดได้เสร็จซึ่งการสอบของพวกเขาแล้ว คนแรกผลการสอบว่าเป็นร่างทรงอสูรระดับ 1 ดาวทองแดง และผลการทดสอบของผู้ต่อมาปรากฏว่าเป็น ร่างทรงอสูรระดับ 2 ดาวทองแดง ส่วนคนสุดท้ายนั้นน่าตกใจยิ่งกว่าเสียอีก อัญมณีวิญญาณขั้นต้นได้ระเบิดออกมา!ระเบิดออก! พระเจ้า! มันจะสุดยอดเกินไปแล้ว!”


             “ใครบางคนสามารถระเบิดซึ่งอัญมณีวิญญาณขั้นต้นได้?” ตาของชี่หัวหมุนวนไปมาด้วยความรู้สึกตกใจสุด ๆ


             “หลังจากเขาระเบิดอัญมณีวิญญาณขั้นต้นแล้ว อาจารย์ผู้คุมสอบไม่ให้เขาสอบใหม่อีกครั้ง ดังนั้น พวกเรายังคงไม่รู้ว่าระดับพลังวิญญาณของเขามีมากเพียงใด”


             ชี่หัวสูดหายใจลึกเข้าไปเฮือกหนึ่ง หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นและลงจากการหายใจรุนแรงและถามว่า “ใช่ซึ่งเด็กหญิงทั้งสองนั้นไหม?”


             “ไม่!” นักเรียนคนนั้นสั่นหัวของเขา “ในขณะนี้เด็กหญิงทั้งสองยังไม่เข้ารับการสอบเลย ในตอนนี้มีเพียงเด็กชาย 3 คนเท่านั้นที่เข้ารับการทดสอบแล้ว!”


             ปากของชี่หัวอ้ากว้างออก นี่ใช่ชั้นเรียนของนักต่อสู้ฝึกหัดจริงๆหรือ? ชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัดมีบุคคลที่น่าหวาดกลัว 2 คนปรากฏขึ้นมาได้อย่างไร? ตัวของชี่หัวนั้นเขาได้ก้าวถึงร่างทรงอสูรระดับ 2 ดาวทองแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้วและเป็นหัวหน้าของชั้นเรียนร่างทรงอสูรฝึกหัด เมื่อเปรียบเทียบตัวเขาเองกับ 2 สัตว์ประหลาดนั้นช่างมีความห่างที่มากยิ่ง!


ในตอนนี้ ชั้นเรียนอื่นเป็นเหตุให้เกิดความปั่นป่วนอื่น ๆ ขึ้นอีก


             “ตอนนี้เป็นอย่างไร?” ชี่หัวได้ถาม ด้วยดวงตาที่แสนหดหู่


             “เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ชาย 3 คนได้ปรากฏตัวจากชั้นเรียนต่อสู้ฝึกหัด พวกเขารู้สึกจะถูกเรียกว่า เว่ยหนาน ซู่ เซี่ยงจิ้ง และซ่างหมิง พวกเขาทั้ง 3 คนอยู่ระดับ 2 ดาวทองแดง เพียงอีกเล็กน้อยเท่านั้นก็จะก้าวสู่ระดับ 3 ดาวทองแดง!”


             “โถ่เว้ย นี้เป็นการทดสอบของชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัดจริง ๆ กันรึเนี้ย? เจ้าแน่ใจรึ ว่านี่ไม่ได้มาจากชั้นเรียนระดับอัจฉริยะ”


             ก่อนที่ความตกใจจะค่อยจางหาย ก็มีข่าวใหม่ยิ่งกว่าปรากฏออกมา เมื่อทั้งเย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อได้ทำการสอบ พวกเธอทั้งคู่ต่างระเบิดอัญมณีวิญญาณขั้นต้น


             ทั้งหมดต่างเข้าสู่ภาวะเงียบงัน


             ผลการสอบเป็นเหตุให้ทุก ๆ คนหายใจไม่ออกในความเศร้าใจนี้


             ชี่หัวอยากที่จะโขกศีรษะของเขาเข้ากับกำแพง ก่อนการทดสอบของชั้นเรียนต่อสู้ฝึกหัดจะเริ่มขึ้น ด้วยเขาเป็นหัวหน้าของชั้นเรียนร่างทรงอสูรฝึกหัด


            เขานั้นมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และรู้สึกว่าตัวเขานั้นมีคุณสมบัติที่คู่ควรที่จะตามจีบเสี่ยวหนิงเอ๋อและเย่ จื้อหวิ๋น อย่างไรก็ตาม


             ในตอนนี้ ความภาคภูมิใจของเขาได้แตกเป็นเสียง ๆ เสียแล้ว มันกลายเป็นว่าทั้งเย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อไม่ได้อยู่ที่ระดับเดียวกันกับเขา


             “เหล่าของผู้อัจฉริยะ” ชี่หัวพึมพำอย่างใจลอย





ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: