วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 48 – Heavenly Sacred Border

Tale of the demon and god novel Chapter 48 – Heavenly Sacred Border

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 48 พรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์

http://www.dev.online-station.net/index.php/news/game/18276


บทที่ 48 พรมแดนศักดิ์แห่งสวรรค์


ภายในสนามประลองการต่อสู้ ธงมากมายได้โบกสะบัดไปมา เสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า การสอบแห่งปีที่ทุกคนคาดหมายไว้เป็นอย่างมากนี้ได้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว สิ่งนี้สำหรับนักเรียนแล้วมีความหมายอย่างมาก




                 นักเรียนทุกคนจากชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัดและชั้นเรียนร่างทรงอสูรฝึกหัดได้รวมตัวกัน ณ บริเวณสนามต่อสู้แห่งนี้ แม้แต่เนี้ยหลี่และคณะผู้ซึ่งได้หายตัวไปเมื่อสองเดือนที่แล้วก็ได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งบนสนามต่อสู้แห่งนี้ โดยยืนอยุ่ด้วยกันกับเหล่านักเรียนคนอื่น ๆ




                 เมื่อเห็นว่าเนี้ยหลี่ได้มาแล้ว ทั้งเย่จื้อ หวิ๋นและเสี่ยว หนิงเอ๋อได้เดินตรงเข้ามา




                 ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ชายจากชั้นเรียนของเขาหรือเด็กผู้ชายจากชั้นเรียนอื่น ๆ เมื่อได้เห็นผู้หญิงทั้งสองผู้แสนงดงามยืนอยู่ด้วยกันกับเนี้ยหลี่ พวกเขาต่างเต็มไปด้วยความอิจฉา




                 เนี้ยหลี่ชักจะมากไปแล้ว เก็บของดีมากมายไว้กับตัวผู้เดียว






                 เนี้ยหลีได้มองไปยังเย่จื้อ หวิ๋นและเสี่ยว หนิงเอ๋อ ผู้หญิงทั้งสองในตอนนี้งดงามขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน มีแต่คำว่านางฟ้าเท่านั้นที่สามารถใช้อธิบายได้ ด้วยทั้งเทคนิค[ปีกมังกรอัสนีเหมันต์] และ [ฟีนิกซ์น้ำแข็งเก้าชีวิต] ไม่ต้องสงสัยเลย เทคนิคการเคลื่อนพลังที่แข็งแกร่งทั้งสองนี้ พวกมันสามารถขจัดซึ่งสิ่งมัวหมองภายในร่างกายออกไปได้ ทำให้ผู้หญิงทั้งสองนี้มีออร่าเปล่งปลั่งดุจดั่งนางฟ้า




                 เมื่อไม่นานมานี้ เย่จื้อ หวิ๋นและเสี่ยว หนิงเอ๋อวรยุธของพวกเธอได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้าวหน้าไปไกลเหล่าเพื่อนของพวกเธอ




                 ทั้งเย่จื้อ หวิ๋นและเสี่ยว หนิงเอ๋อ พวกเธอทั้งสองต่างรู้สึกขอบคุณเนี้ยหลี่ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือของเขาแล้ว พวกเธอคงจะไม่สามารถมีระดับการเคลื่อนพลังเพิ่มขึ้นสูงเช่นนี้




                 เย่จื้อ หวิ๋นดูเหมือนว่าจะเริ่มนึกอะไรบ้างสิ่งบางอย่างใด้ หลังจากคุยกับเนี้ยหลี่อยู่ชั่วครู่ เธอได้เดินออกไป




                 “เนี้ยหลี่ข้าได้ยินมากจากสมาชิกภายในตระกูลของข้าว่ากิจการของตระกูลบันทึกสวรรค์ได้ถูกกดดันอย่างหนักโดยตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์” เสี่ยว หนิงเอ๋อได้เดินไปข้างเนี้ยหลี่และกระซิบบอกเช่นนั้น




                 “แค่เพียงการค้าขายถูกยกเลิกเท่านั้นหรือ” เนี้ยหลี่ถามกลับ




                 “อืม!” เสี่ยว หนิงเอ๋อผงกศรีษะของเธอ ถึงแม้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะมีอิทธิพลมาก พวกเขายังคงเพียงแค่สามารถสามารถยกเลิกการค้าขายกับตระกูลอื่น ๆ ได้เท่านั้น เนื่องจากเมืองกลอรี่มีกฏห้ามการขัดแย้งภายใน ถ้าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ทำลายตระกูลบันทึกสวรรค์แล้ว ทั้งร่างทรงอสูรลอร์ดเย่ โม่ และท่านจ้าวเมืองจะไม่ปล่อยให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เอาไว้




                 “ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่เป็นไรหรอก” เนี้ยหลี่พูดอย่างมีความสุข ตั้งแต่การเริ่มต้นการขายยาทั้งหลายเงินที่เนี้ยหลี่ได้มาต่อวันนั้นมีมากกว่า 1ล้านเหรียญจิตมาร รายได้ต่อวันของเขานั้นสามารถเทียบได้กับรายได้ทั้งปีของตระกูลบันทึกสวรรค์ แค่ถูกยกเลิกการติดต่อค้าขายของตระกูลคงไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนัก เมื่อเขาเสร็จซึ่งการสอบและได้กลับสู่ตระกูล  เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ทุกสิ่งภายในตระกูลบันทึกสวรรค์ได้




                 แม้ว่าเขาไม่ได้กังวลในสิ่งที่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์คิดจะทำ แต่เขาต้องคอยระวังตัวต่อสมาคมทมิฬที่ได้เข้าร่วมกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ คนจากสมาคมทมิฬจะไม่ทำตามกฏของเมืองกลอรี่ โชคยังดีที่เมืองกลอรี่อยู่ภายใต้การควบคุมเป็นอย่างดี ดังนั้นสมาคมทมิฬจึงไม่สามารถทำสิ่งใดภายในเมืองกลอรี่ได้โดยง่าย




                 ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งได้เดินเข้ามา เขาคือเสิ่น เฟยเสิ่น เหย่และคณะ เมื่อมองดูว่าเนี้ยหลี่ได้พูดคุยอย่างสนุกสนานกับเสี่ยว หนิงเอ๋อ ความโกรธเป็นฟืนไฟในดวงตาของเสิ่น เฟยได้ถูกจุดขึ้น




                 เมื่อได้เห็นเสิ่นเฟยเดินตรงเข้ามา หน้าของเสี่ยว หนิงเอ๋อได้ซีดลงเล็กน้อย กัดริมฝีปากของเธอและได้เดินออกไป เธอไม่ได้เกรงกลัวเสิ่นเฟย เพราะว่าเธอได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้วที่จะต่อสู้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จนถึงที่สุด อย่างไรก็ตามเธอเป็นกังวลว่าเธอนั้นจะนำมาปัญหามาให้กับเนี้ยหลี่




                 เมื่อสังเกตุสีหน้ากังวลเล็กน้อยของเสี่ยว หนิงเอ๋อ เนี้ยหลี่ขว้าไปที่แขนของเสี่ยว หนิงเอ๋อ และพูดเบา ๆ ว่า ”เจ้ากำลังจะไปที่แห่งใดกัน”




                 “เนี้ยหลี่ ท่านจงปล่อยข้าโดยเร็ว!” มิเช่นนั้นข้าจะนำปัญหามาให้ท่านได้!” เสี่ยว หนิงเอ๋อกระซิบ




                 เนี้ยหลีได้ยักไหล่ของเขา และพูดอย่างเป็นปกติว่า “นี่ใช่ครั้งแรกหรอกรึที่ข้าได้หยามตระกูลเทพศักดิ์สิทธ์ มีเรื่องอันใดให้ต้องกลัวกัน”แม้ว่าจะถูกกั้นไว้ด้วยผ้าไหมบาง ๆ เนี้ยหลี่ยังรู้สึกได้ลาง ๆถึงผิวอันนุ่มนวลของเสี่ยว หนิงเอ๋อ




                 แก้มของเสี่ยว หนิงเอ๋อเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยท่าทีเอียงอาย ความมีเสน่ห์ที่เธอแสดงออกมานั้นทำให้เด็กผู้ชายรอบตัวเธอนั้นจ้องมองด้วยความงงงวย เสี่ยว หนิงเอ๋อรู้สึกซาบซึ้งจนเอ่อล้นภายในหัวใจเธอ เพื่อเธอแล้ว เนี้ยหลี่เต็มใจที่จะมีเรื่องกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์




                 “ปล่อยมือของเจ้าซะ!” เมื่อได้เห็นท่าทีเอียงอายของเสี่ยว หนิงเอ๋อแล้ว เสิ่นเฟยช่วยไม่ได้เลยที่จะรู้สึกโกรธหึงหวงอย่างมากและผลักมือข้างหนึ่งออกไปยังเนี้ยหลี่




                 เนี้ยหลี่และเสี่ยว หนิงเอ๋อที่กำลังใกล้ชิดกันนั้น ดูเหมือนว่ากำลังตบหน้าเสิ่น เฟยในที่สาธารณะ เกือบทุกคนรู้ว่าเสี่ยว หนิงเอ๋อเป็นคู่หมั่นของเสิ่น เฟย แต่การแสดงออกกลับไปของเธอต่อเนี้ยหลี่ดูเหมือนกับว่ากำลังทำให้เขาขายหน้าอยู่




                 เมื่อรู้สึกได้ถึงฝ่ามือของเสิ่นเฟยที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาได้เคลื่อนตัวและได้ดึงแขนขวาของเขา เขาหลบซึ่งฝ่ามือของเสิ่นเฟยโดยที่เสี่ยว หนิงเอ๋อยังอยู่ในแขนของเขาทั้งสองสิ่งนี้เขาทำได้ในเวลาเดียวกัน และเขาได้ผลักมือข้างหนึ่งออกไปที่เสิ่นเฟย




                 เสิ่นเฟยไม่รู้เลยว่าเนี่ยหลี่นั้นสามารถหลบพ้นได้อย่างไร และชั่วขณะถัดไป ฝ่ามือหนึ่งได้เข้ามา เป็นเหตุให้ตัวเขาต้องก้าวถอยหลังไปหลายก้าว ตาของเขาเบิกกว้าง จ้องไปที่เนี้ยหลี่ เขาเริ่มรู้สึกได้ว่าเขาประมาทเนี้ยหลี่มากเกินไป ทุกคนต่างรู้ว่าเสิ่นเฟยนั้นได้ถึงระดับเงิน 3 ดาวแล้ว เนี้ยหลี่ยังคงสามารถหลบการโจมตีของเขาได้และยังสวนกลับด้วยฝ่ามือมาอีก




                 เหล่าผู้ที่มองอยู่ด้านข้างต่างตกตะลึง เสิ่น เฟยนั้นมาจากชั้นเรียนระดับอัจฉริยะของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ แต่เขายังพ่ายแพ้ให้แก่เนี้ยหลี่ สิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก ทุก ๆ คนต่างสงสัยว่าในตอนนี้นั้นเนี้ยหลี่อยู่ที่ระดับเท่าใดกันแน่?




                 “เจ้าคือเนี้ยหลี่รึ?” ตาของเสิ่น เฟย ปรากฏแสงไฟวูบวาบ มองอย่างเย็นชาไปที่เนี้ยหลี่




                 “ข้าเอง และเจ้าเป็นใคร?” เนี้ยหลี่ถามกลับ โดยแสร้งทำเป็นไม่สนใจว่ามือขวาของเขานั้นกำลังจับที่ข้อมือของเสี่ยว หนิงเอ๋ออยู่ เนี้ยหลี่ตั้งใจทำซึ่งเรื่องอันกำกวมนี้ โดยมุ่งหวังไปที่เสิ่นเฟยให้ความเกลียดชังปรากฏบนตัวเขา การทำให้เสิ่นเฟยคิดว่าเขาเป็นผู้หนึ่งที่ได้ล่วงเกินเสี่ยว หนิงเอ๋อไปแล้วนั้น แบบนี้แล้วเสิ่นเฟยคงจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเสี่ยว หนิงเอ๋ออีก




                 แม้ว่าเธอนั้นจะมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับเนี้ยหลี่มาก่อน แต่การถูกคว้าข้อมือโดยเนี้ยหลี่ต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ ทำให้หน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกร้อนผ่าว




                 เหล่าผู้ชมที่อยู่ด้านข้างพวกเขาต่างแสดงท่าทีชื่มชมปรากฏบนใบหน้าของเขา เนี้ยหลี่กล้าที่จะทำเรื่องอวดดีต่อหน้าสาธารณะและคว้าข้อมือคู่หมั้นของบุคคลอื่นโดยที่ไม่รู่ว่าคู่หมั้นของเธอนั้นเป็นใคร และพวกเขายังสังเกตุเห็นบางสิ่งอีกว่า เสี่ยว หนิงเอ๋อไม่ได้ต่อต้านเนี้ยหลี่เมื่อเขานั้นคว้าข้อมือเธอไว้ มันดูเหมือนกับว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองจะไม่ธรรมดาเลย




                 เมื่อได้ยินคำของเนี้ยหลี่ เสิ่นเฟยแทบระเบิดด้วยความโกรธ ดวงตาทั้งสองของเขาเปิดกว้าง เส้นเลือดมากมายบนคอของเขาปูดขึ้น เขามองอย่างมุ่งร้ายไปที่เนี้ยหลี่และพูดว่า “จำเรื่องนี้ไว้ให้ดี ข้าชื่อเสิ่นเฟย คู่หมั่นของ หนิงเอ๋อ”




                 “คู่หมั่นของหนิงเอ๋อ? ใครกัน? หนิงเอ๋อเจ้ามีคู่หมั้นแล้วรึ?” เนี้ยหลี่มองไปทางหนิงเอ๋อและได้ถามขึ้น




                 โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอตอบกลับ เขายิ้ม มองไปทางเสิ่นเฟยและพูดว่า “เห็นมั้นยมันไม่ใช่เรื่องจริง เจ้าเป็นใคร” หมาวัดจะมาดหมายดอกฟ้างั้นรึ* ตื่นได้แล้ว! เจ้ามีสิทธ์อะไรที่จะมาแต่งงานกับหนิงเอ๋อของข้า?”


            เสี่ยว หนิงเอ๋องุนงง เธอไม่แม้กระทั้งมีโอกาสที่จะตอบกลับเหล่าผู้ชมด้านข้างต่างรู้สึกงุนงงไปด้วย เนี้ยหลี่ชักจะอุกอาจมากเกินไปแล้ว เขาไม่ได้ให้แม้กระทั่งโอกาสแก่เทพธิดาหนิงเอ๋อได้พูดเลย !


                 “เขาไม่ใช่คู่หมั้นของข้า ข้าไม่เคยจำซึ่งสิ่งนั้นได้เลย !” เสี่ยว หนิงเอ๋อประกาศ เธอมองไปที่เสิ่นเฟย ดวงตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจ เธอรู้ชัดว่าเสิ่นเฟยนั้นเป็นคนแบบใด เมื่อก่อนช่วงหนึ่ง เสิ่นเฟยได้เล่นกับเด็กนักเรียนสามัญสองคนแต่โยนความคิดผิดไปให้ผู้หนึ่ง จนรอดพ้นสถานการณ์ติดคุก ในอดีตเธอไม่กล้าพิสูจน์มันเพราะการกดดันของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามเธอจะไม่ยอมให้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแม้เพียงครั้งเดียว



                 เมื่อได้ยินที่เสี่ยว หนิงเอ๋อกล่าว ตาของเสิ่นเฟยมีความเย็นชา เขาหัวเราะอย่างโมโหร้าย “เสี่ยว หนิงเอ๋อ นี่คือสิ่งที่เจ้าประกาศออกมา อย่าได้เสียใจภายหลังล่ะ!” ตระกูลเล็ก ๆ อย่างตระกูลปีกมังกรกำลังพยายามที่จะต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ มันก็เหมือนกำลังต่อต้านกับสวรรค์อยู่
               

         เมื่อได้ฟังคำพูดของเสิ่นเฟย หน้าของเสี่ยว หนิงเอ๋อเปลี่ยนเป็นซีดลงไปบ้าง เธอเข้าใจดีว่าด้วยกำลังของตระกูลปีกมังกรในตอนนี้ มันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่จะเป็นปฏิปักษ์กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แม้ตระกูลของเธอต้องถูกกดดันแต่เธอก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปเพราะถ้าเธอต้องได้อยู่ร่วมกับเขา เธอจะมีความรู้สึกเกลียดชังอยู่ตลอดเวลา
               

          เมื่อได้ยินชัดเจนซึ่งบทสนทนาระหว่างเสี่ยว หนิงเอ๋อกับเสิ่นเฟย ผู้คนที่มองอยู่รอบ ๆ ต่างเข้าใจ เสิ่นเฟยได้ใช้กำลังของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เพื่อบังคับให้เสี่ยว หนิงเอ๋อแต่งงานกับเขา เสี่ยว หนิงเอ๋อเองไม่ได้ชอบเสิ่น เฟยแม้แต่น้อย



                 “ เลวทราม!”

                 “ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นคนแบบนี้เองเหรอ!”

                 “ไม่ต้องสงสัยเลย การที่เซี่ยวหนิงที่เป็น

คู่หมั้นของเสิ่นเฟย ไม่เคยเต็มใจที่จะพบปะกับเสิ่นเฟยเลยสักครั้ง มันเป็นเพราะเหตุเช่นนี้เอง!”

                 ผู้คนรอบ ๆ ที่มองดูเหตุการณ์นี้อยู่กำลังเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ ในขณะนี้การมองของพวกเขาต่อเนี้ยหลี่นั้นไม่มีความมุ่งร้ายอีกต่อไป ในทางตรงกันข้ามพวกเขาได้ชื่นชมเนี้ยหลี่ นอกจากเนี้ยหลี่แล้วใครกันจะกล้าต่อต้านตระกูลศักดิ์ต่อหน้าผู้คนเช่นนี้ได้ ? ผู้ใดจะกล้าพอที่จะช่วยเหลือเทพธิดาหนิงเอ๋อออกมาจากขุมนรกกัน(burning stake) ?



                 เมื่อได้ยินการวิพากษ์วิจารญ์ของกลอรี่มุง หน้าที่หมดหวังของเสิ่นเฟยยิ่งน่าเกลียดขึ้นไปอีก สายตาอันเย็นชากวาดมองไปยังผู้คนรอบ ๆ ผู้คนรอบ ๆ เกิดกลัวขึ้นในทันทีทันใดและไม่กล้าพูดสิ่งใดอีก

             


            “ถ้ายังมีสิ่งใดอีกเข้ามาหาข้าคนนี้ได้เลย ไปหาเรื่องกับผู้หญิงเจ้าเป็นผู้ชายแบบไหนกัน? ไม่ว่าเจ้าจะมาไม้ไหน ข้า เนี้ยหลี่จะเป็นผู้จัดการเจ้าเอง!” เนี้ยหลี่ประกาศด้วยความภาคภูมิพร้อมกับมองไปที่เสิ่นเฟย บุคคลเช่นเสิ่นเฟยได้ถูกชะตากำหนดไว้ให้เป็นดังเช่นก้อนหินที่ถูกเนี้ยหลี่ก้าวผ่าน



                 “สิ่งนี้ไม่เกี่ยวกับเนี้ยหลี่ ทั้งหมดล้วนเป็นความคิดของข้า!” ตาของเสี่ยว หนิงเอ๋อมองอย่างแน่วแน่ไปที่เสิ่นเฟย  “เสิ่นเฟย แม้ข้าจะต้องตาย ข้าก็จะไม่ขออยู่ร่วมกับเจ้า”



                 เซี่ยวหนิงเป็นบางคนที่ยอมตายเสียดีกว่าถ้าต้องอยู่อย่างอัปยศอดสู แม้ว่าเธอดูอ่อนแอแต่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวยิ่งนักมิเช่นนั้นแล้วเธอคงไม่วิ่งไปสู่

ป่าอสูรทมิฬก่อนพิธีแต่งงานเริ่มขึ้น

                 โศกนาฏกรรมแบบนี้ในชีวิตที่แล้วของเนี้ยหลี่ เนี้ยหลี่จะไม่ยอมปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก ตั้งแต่เริ่มต้นที่เขาได้รักษาโรคของเสี่ยว หนิงเอ๋อจนถึงบัดนี้ พวกเขาทั้งสองมีความคุ้นเคยซึ่งกันและกันมากขึ้น เนี้ยหลี่ยังคงมีความประทับใจหลายอย่างซึ่งความสวยงาม ความใจกว้างและความเข้มแข็งของเธอ เขาปฏิบัติต่อเธอเหมือนกับน้องสาวของเขาเอง

                 “ฮืม การตัดสินใจนี้ไม่ตกอยู่แก่เจ้า!” เสิ่นเฟยหัวเราะอย่างเย็นชา


                 “เสิ่นเฟย ข้าจะเข้าไปยังพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ ถ้าข้าสามารถผ่านการทดสอบของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ได้แม้จะเป็นตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้”  เสี่ยว หนิงเอ๋อประกาศอย่างภาคภูมิใจ

                 “ห่ะ ห้ะ ห้า เสี่ยว หนิงเอ๋อ เจ้ากำลังคิดไกลไปมาก เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถผ่านการทดสอบของพรมแดนศักดิ์สิทธ์แห่งสวรรค์? ในระยะกว่าร้อยปีที่ผ่านมานี้ มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่สามารถผ่านการทดสอบของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ได้!” เสิ่น เฟยพูดอย่างล้อเลียน

                 พรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์เป็นดินแดนลึกลับภายในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงอัจฉริยะที่สมบูรณ์แบบถึงจะมีคุณสมบัติเข้าไปยังพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์ได้เมื่อครั้นผู้ใดนั้นได้ผ่านซึ่งการทดสอบของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์แล้ว พวกเขาจะกลายมาเป็นอัจฉริยะที่เจิดจรัสสูงสุดของเมืองกลอรี่ และแม้กระทั่งมีโอกาสที่จะได้กลายมาเป็นศิษย์ของร่างทรงอสูรในตำนานลอร์ดเอียมัว!


                 การที่จะเข้าสู่พรมแดนแห่งสวรรค์ได้นั้น ผู้นั้นจะต้องมีอายุต่ำกว่า 15 ปี ด้วยคุณสมบัตินี้ เสี่ยว หนิงเอ๋อมีอยู่ แต่เสี่ยว หนิงเอ๋อคิดจริง ๆ หรือว่าความฉลาดของเธอนั้นสามารถไปถึงระดับที่มาก เช่นนั้นได้?

                 ตลอดประวัติศาตร์ของเมืองกลอรี่ที่ผ่านมา มีเพียง 3 คนเท่านั้นที่สามารถจัดการจนผ่านการทดสอบของพรมแดนแห่งสวรรค์ได้ หนึ่งในนั้นคือลอร์ดเอียมัว และอีกสองคนคือได้จบชีวิตลงแล้วในการต่อสู้ อย่างไรก้ตามพวกเขาได้อยู่ในจุดสุงสุดของร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกล อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงระดับในตำนาน!
               
 

       พรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์นี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก

               

      ถ้าเสี่ยว หนิงเอ๋อสามารถผ่านการทดสอบของพรมแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์นี้ไปได้ ตระกูลศักด์สิทธิ์จะไม่สามารถทำสิ่งใดต่อตระกูลปีกมังกรได้อีก




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: