วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 44 – Passed…

Tale of the demon and god novel Chapter 44 – Passed…

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 44 สอบผ่าน




บทที่ 44 สอบผ่าน


ตระกูลบันทึกสวรรค์เช่นนั้นรึ นักปรุงยาผู้รอบรู้ทั้งสองคนต่างระลึกเรื่องราวประทับใจของตระกูลบันทึกสวรรค์ ตระกูลบันทึกสวรรค์เป็นตระกูลที่มีขนาดเล็กอย่างมากท่ามกลางตระกูลเหล่าขุนนางต่าง ๆ  และยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากนักและอีกทั้งกำลังก็มีไม่มากอีกด้วย



                ทั้งคู่ต่างยิ้ม ถ้าเนี้ยหลี่มาจากตระกูลชั้นสูงหรือตระกูลหลักแล้ว แม้พวกเขาได้แสดงว่าเนี้ยหลี่เป็นผู้ที่เจิดจรัสผู้หนึ่ง เนี้ยหลี่ก็จะไม่รู้สึกใส่ใจกับมันแม้แต่น้อย แต่ในเมื่อเนี้ยหลี่นั้นมาจากตระกูลเล็ก ๆ มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะจัดการ



                ผู้รอบรู้ทั้งสองได้สนทนากับเนี้ยหลี่ อยู่ครู่หนึ่ง และตระหนักแล้วว่า เนี้ยหลี่นั้นไม่ได้เชี่ยวชาญแต่เฉพาะหลักการของการปรุงยาเท่านั้น แต่ยังคงช่ำชองเป็นอย่างดีเกี่ยวกับกระบวนการทำให้ตัวยาบริสุทธิ์โดยสมบูรณ์



                น่ากลัว!



                พวกเขาทั้งสองได้กลายมาเป็นนักปรุงยามาเป็นเวลาหลายสิบปี และก้าวถึงระดับแค่เพียงผู้รอบรู้ขั้นต้นเท่านั้นตอนที่อายุได้ 40 – 50 ปี เมื่อคิดถึงเกี่ยวกับอายุของเนี้ยหลี่อีกครั้ง ช่วยไม่ได้เลยที่พวกเขาทั้งสองจะมีความรู้สึกอับอายเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องที่น่าผิดผวัง! เนี้ยหลี่ที่มีอายุเพียงเท่านี้? เขาก็มีความรู้ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกเขาเสียแล้ว



                ความรู้นั้นไม่ได้สะท้อนไปที่อายุของผู้ใดจริง ๆ!



                มันเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาทั้งสองต้องไม่ทำใหญ่ทำโตต่อเนี้ยหลี่




                ผู้รอบรู้ทั้งสองได้รวบรวมกระดาษคำตอบทั้งหลายของเนี้ยหลี่ เตรียมตัวเพื่อที่จะนำเสนอเป็นส่วนตัวต่อท่านประธาน พวกเขาจะปล่อยให้อัจฉริยะผู้นี้นั้นหลุดมือของพวกเขาไปได้อย่างไร?



                “เนี้ยหลี่ ท่านจงรออยู่ที่นี่สักชั่วครู่” พวกเราทั้งสองจะไปพบท่านประธาน คอยดูว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเราจะนำท่านเข้าสู่สมาคมปรุงยาโดยตรงและไม่ต้องผ่านซึ่งการสอบอื่น ๆ อีก” ผู้รอบรู้ทั้งสองกล่าวและหัวเราะออกมา



                “ข้าคงต้องมอบให้เป็นปัญหาของท่านผู้รอบรู้อันทรงเกียรติทั้งสองแล้วล่ะ” เนี้ยหลี่พูดด้วยท่าทีที่สุภาพมากกว่าเดิม และโค้งคำนับเล็กน้อย



                จากการที่ได้เห็นท่าทีของเนี้ยหลี่ ผู้รอบรู้ทั้งสองต่างรู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นพร้อมกับกุมกระดาษคำตอบและออกไปอย่างรีบเร่ง



                ห้องถัดไปด้านข้าง



                ชูหนิงกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถในการตอบถาม หนึ่งชั่วโมงได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้วและเขาเพิ่งตอบเสร็จไปเพียง 3 แผ่นเท่านั้น ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาเข้ารับการสอบเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ ในครั้งที่สองก่อนหน้านี้ คะแนนเขาไม่ถึงแม้เพียง 60 % ของคำตอบที่เสร็จแล้วและยังคงเหลือคำถามอีก 3 แผ่นที่เขาไม่สามารถทำให้เสร็จได้ ก่อนที่เขาจะมาสอบนี้เขาได้ศึกษาในเรื่องที่เขาไม่คุ้ยเคยมาเรียบร้อยแล้ว และเข้ามาทดสอบอีกครั้ง



                ก่อนมาที่นี่ เขาได้สาบานแก่ตัวเองแล้วว่าเขานั้นจะต้องผ่านการทดสอบในรอบนี้ให้ได้!



                อย่างไรก็ตาม การสอบในครั้งนี้ยากยิ่งกว่าคราวที่แล้ว



                ชูหนิงรู้สึกเศร้าใจไม่หยุดหย่อน ก่อนเข้ามาที่นี่ เขาได้วางกระดาษคำตอบมากมายลงไปในกระเป๋าต่างมิติของเขา อย่างไรก็ตามเมื่อมีนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ทั้งสองคอยมองดูเขาอยู่ เขาไม่สามารถหาโอกาสเพื่อโกงการสอบได้เลย เวลาหนึ่งชั่วโมงได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้วและกระดาษหลายแผ่นของเขายังคงมีเพียงคำตอบเล็กน้อยเท่านั้น



                เมื่อเห็นคำตอบของชูหนิง นักปรุงยาผู้รอบรู้ซึ่งคุมสอบทั้งสองต่างช่วยไม่ได้ที่จะส่ายหัวของพวกเขา คำตอบของเขานั้นอย่างมากที่สุดก็ถูกต้องเพียง 60 % เท่านั้น ในการที่จะเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นั้น เขาต้องได้คะแนนถูกต้องอย่างน้อย 90 % ขึ้นไป



                ไม่มีความจำเป็นใดที่จะพูด ชูหนิงรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถผ่านการสอบรอบนี้ได้อย่างแน่นอน เขายืนขึ้นด้วยจิตใจหดหู่และเดินออกไป   ด้วยความล้มเหลวนี้ เขาจะต้องรอไปอีกหนึ่งปีถึงจะสามารถมาเข้ารับการสอบเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ได้อีกครั้ง



                ในทางเดินด้านนอก พวกที่เข้ารับการทดสอบทีละคนค่อย ๆ ทยอยเดินออกมา มีเพียงชายผู้หนึ่งซึ่งอายุประมาณ 30 ปีที่ออกมาพร้อมกับความสุข ส่วนพวกที่เหลือมีแต่ความเศร้าปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา การทดสอบครั้งแรกนี้ยากมากเกินไป



                ห้องโถงของสมาคมนักปรุงยาอาวุโส



                “ท่านประธาน มองที่กระดาษคำตอบนี่สิ”



                ภายในสมาคมปรุงยาทั้งหมด มีนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นสูงเพียงแค่สองคนเท่านั้น กู้ เหยียนเป็นหนึ่งคนในนั้นและในขณะเดียวกันเขาก็เป็นประธานของสมาคมนักปรุงยาแห่งนี้ด้วย ผมของเขามีสีขาวและเขามีอายุมากกว่า 60 ปี



                มันเป็นเพียงแค่ชุดของกระดาษคำถามและพวกนักปรุงยาระดับรอบรู้ขั้นต้นทั้งสองเหล่านี้ยังคงต้องการเร่งให้เขามองสิ่งนี้ ด้วยขณะนั้นกู้ เหยียนกำลังอยู่ในกระบวนการทำยาทิพย์ให้บริสุทธิ์อยู่และการถูกขัดจังหวะนี้เป็นเหตุให้อารมณ์ของเขาไม่ใคร่ดีนัก



                “ท่านประธาน เหล่านี้คือกระดาษของนักเรียนผู้หนึ่ง โปรดมองดูด้วย!”



                ฮู่เหยียนหมิงกล่าว ด้วยท่าทีตื่นเต้น แม้ว่าเขานั้นเห็นแล้วว่าอารมณ์ของประธานกู้ เหยียนนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่พวกเขาทั้งสองยังคงไม่สนใจและยื่นกระดาษเหล่านี้ให้แก่เขา



                กู้ เหยียนพ่นลมหายใจออกมาด้วยหน้าตาเย็นชาในขณะที่ทำการมองไปที่กระดาษและกล่าวขึ้นว่า “นักเรียนผู้นี้ทำได้ยอดเยี่ยมมาก คำตอบทั้งหมดล้วนถูกต้อง คำตอบบางข้อนั้นเป็นคำตอบที่สร้างสรรค์ยิ่ง จงนำเขาไปสู่การสอบรอบที่สองต่อไป!” ใบหน้าของกู้ เหยียนผ่อนคลายลงเล็กน้อย เท่าที่ผ่านมา มีคนจำนวนไม่มากเท่าไหร่จะที่สามารถตอบคำถามทั้งหมดนี้ได้อย่างถูกต้อง



                ฮู่เหยียนหมิงและมู่หยางต่างคนต่างมองหน้ากันและยิ้ม ฮูเหยียนหมิงเงยหน้าไปและพูดว่า “ข้าต้องการร้องขอให้ท่านประธานอนุญาตให้เขาผู้นี้ผ่านการทดสอบที่เหลือและนำเขาเข้าสู่สมาคมปรุงยาโดยตรงเลยครับท่าน”



                “ผ่านการสอบและเข้าเป็นสมาชิกโดยตรงรึ?” คิ้วของกู้เหยียน เริ่มขมวด เขาได้ส่ายหัวของเขาและพูดว่า “นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อที่จะเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้นนี้ นอกจากต้องมีความรู้อย่างมากเกี่ยวกับทฤษฎีการปรุงยาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ยังต้องมีด้วยนั้นก็คือความเชี่ยวชาญซึ่งขั้นตอนการทำให้ตัวยาบริสุทธิ์” แม้เขาผ่านมาได้ซึ่งรอบแรกแต่ถ้าหากเขาไม่มีประสบการณ์ฝึกฝนอย่างแท้จริงแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลายมาเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้น!”



                “ท่านประธาน จะเป็นเช่นไรถ้าหากบุคคลผู้นั้นคือเด็กที่มีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้นล่ะท่าน? แม้ว่าเขาไม่มีซึ่งประสบการณ์เกี่ยวกับการปรุงยาเลย พวกเราก็สามารถเสริมให้เขาได้! ถ้าหากเราเสียอัจฉริยะผู้นี้ไป พวกเราจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน” มู่หยางที่อยู่ด้านข้างได้กล่าวขึ้น



                เมื่อได้ยินคำของมู่หยาง น้ำเสียงที่สงบนิ่งของกู้ หยางได้เปลี่ยนมาเป็นเสียงที่ตื่นเต้น



                “เจ้าพูดว่าอะไรนะ ? เขาเป็นเพียงแค่เด็กน้อยอายุ 13 ปีเท่านั้นรึ?”



                “ใช่แล้ว ท่านประธาน! มู่หยางและฮู่เหยียนหมิงพูดพร้อมกันพร้อมผงกศรีษะของพวกเขา”



                “ท่านทั้งสองกำลังร่วมมือกันแกล้งข้ารึ? เป็นเป็นได้เยี่ยงไรที่เด็กน้อยอายุ 13 ปีสามารถจะจำได้ซึ่งหนังสือมากมายเกี่ยวกับการปรุงยาและได้ตอบคำถามอย่างถูกต้องในกระดาษคำถามสำหรับนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้นนี้?” กู้ หยานนั้นมีท่าทีเฉียบแหลม ดวงตาทั้งสองกวาดไปทั่ว ที่มู่หยางและฮู เหยียนหมิง





“ทำไมพวกเราจะกล้าหลอกลวง ท่านประธานได้?”

“จงนำตัวเขามาที่นี้ นอกจากนี้ ไปเชิญผู้อำนวยการหยางมาที่นี่ในทันทีด้วย เรื่องนี้จะต้องไม่บอกแก่ผู้ใด ไม่แม้แต่กระทั่งผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ด้วย เข้าใจมั้ย? กู้ เหยียนพูดพร้อมกับมองไปที่มู่หยางและฮูเหยียนหมิง ถ้ามีเช่นอัจฉริยะแบบนี้ เขาจะต้องเป็นผู้คอยเลี้ยงดูเขาผู้นี้จนกลายมาเป็นหนึ่งในคนที่จงรักภักดีต่อเขา


               “ครับท่าน!” ใจของฮูเหยียนหมิงและมู่หยางเต้นแรง ความตื่นเต้นเต็มไปทั่วหน้าของเขาทั้งสอง



               ภายในสมาคมนักปรุงยา มีผู้อาวุโสทั้งสิ้น 6 คนซึ่งรวมถึงกู้ เหยียนด้วย ผู้อาวุโสทุกคนต่างมีผลประโยชน์เป็นของตัวเอง การเก็บรักษาซึ่งความลับของกู้เหยียนไว้ ยังหมายความว่าจากแต่นี้ไปพวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้อาวุโสคนนี้ด้วย



               มู่หยางเดินทางไปหาผู้อำนวยการหยาง ในขณะที่ฮูเหยียนหมิง เร่งรีบไปเรียกเนี้ยหลี่



               บนทางเดิน



               ชูหนิงได้เดินออกมาแล้ว มีท่าทีเสียใจเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นเนี้ยหลี่ซึ่งได้อยู่ข้างนอกมานานแล้ว คิ้วทั้งสองของเขากระตุกขึ้นทันใด



               ผู้คนจำนวนหนึ่งข้าง ๆ ตัวเขากำลังแหย่เนี้ยลี่อยู่ในขณะนี้



               “น้องชาย มีคำถามกี่ข้อกันที่เจ้าทำเสร็จแล้ว?” ผู้ชายคนหนึ่งพูดและได้หัวเราะเสียงดัง เขาเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถผ่านการทดสอบได้



               เนี้ยหลี่ยักไหล่ของเขา และพูดว่า “คำถามเหล่านั้นช่างแสนง่ายเหลือเกิน ข้าไม่รู้สึกท้าทายแต่อย่างใด”



               เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ ทุก ๆ คนต่างมองหน้ากัน



               คำพูดของเนี้ยหลี่ได้เสียดแทงชูหนิงโดยตรงผู้ซึ่งต้องฝ่าฟันกับคำถามเหล่านั้น เขาชะงักและพูดว่า “เจ้าเด็กอวดดี ถ้าเจ้าสามารถตอบคำถามถูกได้แม้เพียง 10 % แล้วล่ะก็ ข้าจะวิ่งแก้ผ้าไปรอบ ๆ เมืองกลอรี่สามรอบโดยเร็วพลัน!”



               “ถ้าเช่นนั้นท่านสามารถเริ่มการวิ่งได้นับแต่บัดนี้” เนี้ยหลี่พูดและหัวเราะเล็กน้อย



               ทุก ๆ คนต่างรู้สึกแปลกใจเมื่อได้ยินคำของเนี้ยหลี่ ต่างสงสัยว่าความมั่นใจเหล่านั้นที่เขาแสดงออกมา มาจากที่ใด เขายังคงสงสัยด้วยว่าเนี้ยหลี่ทำการสอบด้วยความสุจริตหรือไม่



               ขณะนี้ ฮูเหยียนหมิงรีบเร่งวิ่งเข้ามา



               เมื่อได้เห็นชุดคลุมสีขาวของนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้บนตัวของฮูเหยียนหมิง ทุก ๆ คนได้ยืนขึ้นด้วยความเคารพในทันใด



               “เนี้ยหลี่ ท่านได้ผ่านซึ่งการทดสอบรอบแรกแล้ว!ตามข้ามานี่!” ฮูเหยียนหมิงกล่าว โดยไม่สนใจซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นที่อยู่ข้าง ๆ เลย



               “ตกลง” เนี้ยหลี่ผงกศรีษะของเขาเล็กน้อย



               “ผ่านการสอบรอบแรก?”



               เมื่อได้ยินคำพูดของฮูเหยียนหมิงทุก ๆ คนเข้าสู่ภาวะงงงวย โดยเฉพาะชูหนิงชะงักราวกับถูกฟ้าผ่า



               'สิ่งนี้ เป็นไปได้ เยี่ยงไร? เนี้ยหลี่เป็นแค่เจ้าหนูอายุ 13 ปีเท่านั้น'



               'พวกเขาทั้งหลายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?'



               'ข้ากำลังฝันอยู่หรือนี่?'



               เด็กน้อยอายุ 13 ปีได้ผ่านการสอบรอบแรกได้ สิ่งนี้เป็นเรื่องจริง เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบไม่รู้กี่หลายร้อยปี ต่างส่งสัยว่าทำใม ฮูเหยียนหมิงต้องนำเนี้ยหลี่ออกไปเป็นการส่วนตัวด้วย



               ทุก ๆ คนยังจำได้ถึงการเยาะเย้ยทั้งหลายที่พวกเขานั้นได้พูดกับเนี้ยหลี่และในทันใดแก้มของพวกเขารู้สึกร้อนผ่าว เด็กน้อยอายุเพียง 13 ปีได้ผ่านการสอบแล้วอย่างแท้จริง ในขณะที่พวกเขาไม่สามารถสอบให้ผ่านรอบแรกไปได้



               ชูหนิงรู้สึกตกใจมากกับคำพูดเหล่านั้น เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเนี้ยหลี่คนนั้นจะสามารถผ่านการสอบรอบแรกได้จริง



               'เขาต้องโกงการสอบเป็นแน่! ใช่มันต้องเป็นกรณีนั้นอย่างแน่นอน!' ชูหนิงสงสัยอยู่ในใจในขณะที่เขาเดินออกมากอย่างโงนเงน ไม่ว่าอย่างไร เขาไม่สามารถผ่านการสอบรอบแรกไปได้ดังนั้นการถูกลงโทษโดยลุงของเขาจึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้



               “เฮ้  ชูหนิงไปแล้วรึ”



               “เขาไม่ได้พูดว่าเขาจะวิ่งแก้ผ้ารอบเมืองกลอรี่ 3 รอบเมื่อครู่นี้ รึ?”



               ในสายตาของทุก ๆ คน ชูหนิงหลบหนีอย่างสิ้นหวัง ถ้าให้เขาต้องวิ่งแก้ผ้าสามรอบไปรอบเมืองกลอรี่แล้ว เขาจะสามารถเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีกในวันข้างหน้า? ทุก ๆ คนมองไกลออกไปยังร่างของเนี้ยหลี่ เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องซึ่งพนันไว้นั้นเลย เขาไม่แม้แต่จะต้องการข้องแวะกับชูหนิง



               เนี้ยหลี่และชูหนิงนั้นมาจากสองโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ความสำเร็จของเนี้ยหลี่ที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้วนั้นทำให้ชูหนิงทำได้เพียงมองเขาจากที่แสนไกล



               เมื่อได้เห็นฮูเหยียนหมิง ซึ่งเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้นมองอย่างพอใจไปที่เนี้ยหลี่แล้ว ผู้คนรอบ ๆ ก็ช่วยไม่ได้เลยที่จะแสดงถึงสายตาอันชื่นชมต่อเนี้ยหลี่ด้วย



               สมาคมนักปรุงยา ห้องโถงของสมาคม



               “เนี้ยหลี่ เจ้าจงรออยู่ที่นี่ ท่านประธานและผู้อำนวยการหยางจะมาที่นี่ภายในไม่ช้านี้” ฮูเหยียนหมิงกล่าว ตาของเขามองดังเหยี่ยวไปยังอัจฉริยะที่อยู่เบื้องหน้าเขา พลังงานรอบตัวของเนี้ยหลี่ทำให้ฮูเหยียนหมิงรู้สึกราวกับว่าเด็กผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ไม่ใช่เด็กอายุ 13 ปีคนหนึ่งแต่เป็นนักปรุงยาผู้หนึ่งที่อยู่ในระดับเท่าเทียมกัน



               “ตกลง” เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมผงกศรีษะของเขาเล็กน้อย เขาเริ่มมองไปยังรอบ ๆ ห้องโถงของสมาคมแห่งนี้นี้ มันค่อนข้างใหญ่พอสมควร ที่กลางห้องนั้นมีโต๊ะกลมตัวหนึ่งพร้อมกับเก้าอี้อีกหลายตัว และกำแพงเหล่านี้ต่างเต็มไปด้วยแผ่นกระดาษติดคลุมไปทั่ว



               “สิ่งเหล่านี้คืออะไร?” เนี้ยหลี่ถามและมองไปที่ฮูเหยียนหมิง



               “ที่นี่คือสถานที่ซึ่งนักปรุงยาผู้รอบรู้ได้มาแลกเปลี่ยนแนวความคิดและความเชื่อกัน นักปรุงยาผู้รอบรู้เขียนลงไปซึ่งปัญหาที่พวกเขาได้พบในขณะการปรับปรุงตัวยาของพวกเขา เพื่อค้นหาคำตอบจากเหล่านักปรุงยาระดับผู้รอบรู้คนอื่น” หรือในบางครั้งท่านประธานและผู้อาวุโสผู้อื่นๆ จะมาช่วยเหล่านักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นี้โดยตอบคำถามของพวกเขา และบางคนก็จะพิสูจน์มัน” ฮูเหยียนหมิงกล่าว“โดยผ่านซึ่งวิธีการเช่นนี้แล้วนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้จะสามารถเพิ่มซึ่งทักษะการปรุงยาให้แก่กันและกันได้



               “โอ้” เนี้ยหลี่พูด ผงกศีรษะของเขา เขาเริ่มมองไปทั่วกำแพงเหล่านี้ เขาจำต้องแสดงซึ่งความสามารถให้สูงพอที่จะดึงความสนใจของประธานกู้ เหยียนและคนอื่น ๆ มิเช่นนั้นแล้วจะถูกเพียงเลี้ยงดูอยู่ภายในสมาคมปรุงยา ซึ่งสิ่งนั้นไม่เพียงพอ สิ่งที่เนี้ยหลี่ต้องการคือการยืมซึ่งพลังของสมาคมนักปรุงยามาใช้



               'ดูเหมือนว่าเนี้ยหลี่มีความสนใจต่อองค์ความรู้ของการปรุงยา'' ฮูเหยียนหมิงคิดพร้อมกับยิ้มในขณะที่เขาตามเนี้ยหลี่ เขาไม่คิดว่าเนี้ยหลี่จะสามารถไขซึ่งหลายปัญหาที่ปรากฏบนกำแพงนี้ได้ คำถามเหล่านั้นไม่ได้รับการตอบมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว บางคำถามก็ไม่สามารถตอบได้แม้กระทั่งนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นสูงอย่างกู้ เหยียน


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: