วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 43 – Alchemy Master?

Tale of the demon and god novel Chapter 43 – Alchemy Master?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 43 นักปรุงยาผู้รอบรู้


บทที่ 43 นักปรุงยาผู้รอบรู้

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับคำขอของเนี้ยหลี่ เซี่ยว หลานไม่สามารถปฏิเสธได้เพราะว่ามีข้อกำหนดตายตัวระบุไว้ในสมาคมนักปรุงยา ว่าสำหรับระดับของผู้ฝึกหัดเริ่มต้น และผู้รอบรู้เบื้องต้นการสอบทั้งสองนั้นเปิดกว้างไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้ใดก็ตามที่มาเพื่อทดสอบ ก็สามารถมาสอบได้โดยไม่จำกัดอายุ พวกเขาเพียงแค่ต้องจ่ายเงินจำนวน 200 จิตรมารสำหรับการทดสอบนี้



               ผู้ฝึกหัดระดับสูงบางคนมายังที่แห่งนี้และเข้ารับการทดสอบทุกเดือน ถ้าพวกเขาผ่านการทดสอบได้ทั้งหมด พวกเขาจะได้รับตำแหน่งผู้รอบรู้ขั้นต้น ตำแหน่งและสถานะของเขานั้นจะก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สั่นโลกใบนี้ได้



               อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านการสอบการปรุงยาในระดับผู้รอบรู้นี้ โดยทั่วไปแล้วรอบแรกของการสอบของผู้คนจำนวนนับร้อย จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เหลืออยู่ ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับรอบที่2 และรอบที่ 3 นั้นก็เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า



               “การเข้าร่วมการทดสอบสำหรับนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นี้ เจ้าจำเป็นต้องจ่ายเงินล่วงหน้าจำนวนสองร้อยเหรียญจิตมาร และต้องจ่ายก่อนที่จะเข้ารับการทดสอบ” แม่นางเซี่ยว หลานพูดพร้อมกับมองไปยังเนี้ยหลี่



               “เพียงแค่สองร้อยเหรียญจิตมากเท่านั้นหรือ? ได้เลย นำทางข้าไป!” เนี้ยหลี่พูดกับ เซี่ยว หลาน เขาหันหน้าไปทางเสี่ยวหนิงเอ๋อและพรรคพวก

พวกท่านจงรออยู่ที่นี้ เมื่อครั้งเสร็จซึ่งการทดสอบแล้ว ข้าจะมาหาพวกเจ้า” เนี้ยหลี่พูดอย่างสบาย ๆ




               “ตกลง พวกเราจะไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันหลังจากเจ้าสอบเสร็จแล้ว” ลู่เพรียวหัวเราะ เขาดูเหมือนจะมีความมั่นใจในตัวของเนี้ยหลี่เป็นอย่างมาก



               “เนี้ยหลี่โชคดีนะ” เสี่ยวหนิงเอ๋อพูดอย่างสุภาพ เธอนำมือทั้งสองข้างของเธอไปวางด้านหน้าของหน้าอกเธอ



               เมื่อได้ยินการสนทนาของเนี้ยหลี่และลู่เพรียว เซี่ยวหลาน กรอกตาเธอไปมา นี่คือการสอบของนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นะ ไม่ใช่การสอบของระดับผู้ฝึกหัด เนี้ยหลี่และพวกของเขาช่างน่าขันเสียจริง พวกเขาคิดว่าการสอบเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นี้เป็นเรื่องง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ? เงินจำนวนสองร้อยเหรียญจิตมารที่เนี้ยหลี่จ่ายไปจะสูญเปล่า อย่างไรก็ตามมันคือเงินของเนี้ยหลี่ไม่ใช่ของเธอ ดังนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาของเธอแต่อย่างใด เธอแค่ต้องการทำหน้าที่ของเธอให้ถูกต้องเท่านั้น



               “ตามข้ามา” เซี่ยวหลานอารมณ์บูดบึ้ง ไม่พูดซึ่งอะไรทั้งสิ้นอีก

การสอบของนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นั้นได้ตั้งอยู่ตามทางยาว ทางหนึ่งที่ยืดออกไป แต่ละด้านของทางเดินล้วนมีห้องเล็ก ๆ หลายห้องเรียงอยู่ ผู้เข้ารับการทดสอบทุกคนต้องเข้าไปในห้องหนึ่งของห้องเหล่านี้เพื่อทำให้เสร็จสิ้นซึ่งการสอบเกี่ยวกับความรู้การปรุงยาอันแสนซับซ้อน หลังจากสอบเสร็จคำตอบของเขาจะถูกตรวจสอบด้วยนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้นพวกหนึ่งก่อนที่จะผ่านไปสู่รอบต่อไปของการทดสอบ



               การทดสอบในรอบนี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 6 คน ซึ่งทั้ง 6 คนนี้ 3 คนนั้นมีอายุเกินกว่า 30 ปีและอีก 2 คนก็มีผมขาว ๆ เต็มไปทั่วศรีษะของพวกเขา



               เมื่อพวกเขาได้เห็นเซี่ยว หลานนำเนี้ยหลี่เข้ามาภายใน พวกเขาทั้งหมดต่างเต็มไปด้วยความงุนงงเล็กน้อย



               คนหนึ่งในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุเกินกว่า 30 ปีได้จับตามองมาที่เนี้ยหลี่ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยและพูดว่า



               “เจ้ามาทำอะไรในที่แห่งนี้”



               เนี้ยหลี่เงยศรีษะของเขาขึ้นและมองไปยังชายผู้นั้นและพูดเบา ๆ ว่า “ข้าก็เหมือนกับท่าน ข้ามาที่แห่งนี้เพื่อเข้ารับการทดสอบ”



               ผู้ชายคนนั้นมองที่เสื้อผ้าของเนี้ยหลี่ เมื่อมองดูจากการแต่งตัวแล้ว เขาสามารถเห็นได้ว่าเนี้ยหลี่ไม่ใช่คนของตระกูลหลักทั้งสามแต่อย่างใด เขาหัวเราะอย่างดูถูก “ฮ่า! ฮ่า!  เด็กคนหนึ่งมาที่นี่เพื่อเข้ารับการทดสอบนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้อย่างงั้นรึ เด็กน้อย เจ้ามาอยู่ผิดที่เสียแล้ว เจ้าควรไปยังการสอบของนักปรุงยาระดับฝึกหัดซะมากกว่า”



               เด็กคนหนึ่งที่มีอายุเพียง 13 -14 ปีมาที่นี่เพื่อ เข้ามาขอรับการสอบนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้จริง ๆ เหรอ? มันเป็นธรรมดาที่จะสร้างความกวนใจให้แก่พวกเขา



               “ท่านเป็นใครกัน?” เนี้ยหลี่ชำเลืองมองเล็กน้อยไปทางชายผู้นั้น



               ข้ามาจากตระกูลนักปรุงยา ข้าเป็นสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลชู นามของข้านั้นคือ ชู หนิง” ชู หนิงพูดอย่างภาคภูมิใจ



               “ตระกูลนักปรุงยาเช่นนั้นเหรอ? ตระกูลชู สามารถเรียกตัวเองได้ว่าตระกูลนักปรุงยาได้ด้วยหรือ?” เนี้ยหลี่ดูหมิ่นอย่างเย้ยหยัน เขาจำขึ้นได้ในทันทีว่าชู หยวนผู้ที่เป็นร่างทรงอสูรระดับทองแดง 3 ดาว ที่เขามีเรื่องขัดแย้งกันที่นครกล้วยไม้โบราณเขานั้นก็มาจากตระกูล ชู เช่นกัน



               “ตระกูลชู ของข้านั้นมี นักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นสูงจำนวน 3 คน ระดับผู้รอบรู้ขั้นกลางมีจำนวนอยู่ 6 คน และอีกมากกว่า 20 คนที่อยู่ระดับผู้รอบรู้ขั้นต้น เช่นนี้แล้วทำไมถึงไม่สามารถจัดว่าเป็นตระกูลแห่งนักปรุงยาได้กันเล่า” ชูหนิง ประกาศอย่างภาคภูมิใจ



               “เรื่องของเจ้าที่ได้เล่ามานี้ เมืองกลอรี่ที่ผ่านมานั้นนั้นเป็นไปตามลมปากของเจ้าเช่นนั้นเหรอ?*ในตอนนี้น่ะเหรอ? ตระกูลชู มีเพียงนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้นเพียง 1 คนเท่านั้น เนี้ยหลี่ดูถูกพลางหัวเราะไปด้วย



               ชูหนิงไม่คิดเลยว่าเจ้าเด็กคนนี้ เช่นเนี้ยหลี่จะรู้อย่างถ่องแท้ในเรื่องตระกูลของเขา



               “ฮืม แล้วทำไมกันล่ะ? ข้า ชู หนิง จักต้องกลายเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ผู้หนึ่งได้อย่างแน่นอน เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้า ไปไปซะ ที่นี่คือสนามสอบของนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ไม่ใช่สถานที่ให้เจ้านั้นเข้ามาวิ่งเล่นได้!" ชูหนิงดูถูกกลับ



               แม้ว่าเขาจะเข้ารับการทดสอบมาแล้วสองครั้งก่อนหน้านี้ เขานั้นก็ยังมีความมั่นใจอย่างยิ่งในรอบที่สามนี้



               เมื่อได้ยินคำของ ชูหนิง กลุ่มคนจำนวนหนึ่งข้าง ๆ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ พวกคนอย่างเขาได้อยู่บนเส้นทางของนักปรุงยามาเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ก็เพิ่งได้มาเข้ารับการทดสอบนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ ถ้าเจ้าหนูอย่างเนี้ยหลี่สามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้ มันจะไม่ใช่เป็นเรื่องน่าอับอายอย่างมากแก่พวกเขาหรือ?



               เนี้ยหลี่ยักไหล่ของเขาและพูดอย่างสบาย ๆ ว่า “เดี่ยวพวกเราก็จะได้เห็นกัน”



               เขาผลักประตูออกและได้เดินเข้าไปข้างใน



               ชูหนิง ยิ้มเยาะ เขาไม่เชื่อว่าเจ้าเด็กน้อยนี้สามารถฝึกฝนการเป็นนักปรุงยามาแล้วอย่างหนักก่อนเข้ามาสู่ห้องนี้



               หลังจากที่เนี้ยหลี่เข้ามาภายในห้อง มีนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้อยู่สองคนที่เบื้องหน้า พวกเขาทั้งคู่อายุประมาณ 50-60 ปี ข้างตัว ๆ คือโต๊ะและเก้าอีอย่างละตัว บนโต๊ะตัวนั้นวางไว้ซึ่งกองหนังสือและปากกาเขาแกะอยู่ 1 ด้าม



               เมื่อมองเนี้ยหลี่ได้เข้ามา ทำให้หนึ่งในนักปรุงยาผู้รอบรู้ขั้นต้นชะงักไปชั่วขณะ เต็มไปด้วยความสงสัย เขาได้ถามว่า “นักเรียนผู้นี้นั้น เจ้ากำลังอยู่ในสถานที่ที่ผิดหรือเปล่า?ที่นี่คือการทดสอบของนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นะ”



               “ผู้รอบรู้อันทรงเกียรติทั้งสอง ข้านั้นไม่ได้อยู่ผิดที่แต่อย่างใด ข้ามาที่นี่เพื่อเข้ารับการทดสอบนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้” เนี้ยหลี่พูดด้วยความสุภาพ สำหรับผู้คุมสอบ มันเป็นเรื่องดีที่สุดที่จะต้องสุภาพให้มากต่อพวกเขา



               นักปรุงยาผู้รอบรู้ทั้งสองต่างมองซึ่งกันและกัน พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าเด็กคนนื้คือใคร เด็กคนนี้ตั้งใจมาทดสอบของนักปรุงยาระดับผู้รอบนี้แน่หรือ ในไม่ช้านี้ เขาจะได้รู้ว่าการสอบเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นั้นมันยากเพียงใด ถ้าเขาไม่เคยผ่านเส้นทางของนักปรุงยามาอย่างน้อยสักหลายสิบปีแล้วล่ะก็ เขาไม่สามารถที่จะมาเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบได้เลย



               “ตกลง ถ้าเช่นนั้น” มีจำนวนหน้ามากกว่า 360 หน้าภายในตำราเล่มนี้



               เจ้าจงเลือกซึ่งบางหน้าของหนังสือเล่มนี้ โดยในแต่ละหน้านั้นจะมีคำถามทุกชนิดเกี่ยวกับการปรุงยา เจ้าจงเขียนคำตอบลงบนกระดาษ และเจ้าต้องเลือกมาทั้งหมดยี่สิบหน้าและตอบคำถามเหล่านั้นให้เสร็จภายในสองชั่วโมง ถ้าคำตอบของเจ้าถูกเกิน 90 % เจ้าจะสามารถผ่านไปสู่รอบถัดไปได้”หนึ่งในนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้อธิบาย



               “ผู้รอบรู้อันทรงเกียรติ ช่วยข้าเลือกคำถามของจำนวนนี้ที” เนี้ยหลี่พูด พร้อมกับมองไปที่นักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ ถ้ากระดาษถูกหยิบโดยนักปรุงยาผู้รอบรู้นี้จะสามารถขจัดข้อสงสัยที่เป็นไปได้ว่าเขานั้นได้โกงการสอบ



               นักปรุงยาผู้รอบรู้ผู้นั้นมองไปยังตาที่ใสซื่อของเนี้ยหลี่ ผงกศรีษะและพูดว่า “ตกลง!” เขาสุ่มเลือก 20 หน้ากระดาษออกมาและวางมันลงที่หน้าของเนี้ยหลี่ “ท่านสามารถเริ่มทำมัน เหล่านี้ได้”



               เนี้ยหลี่หยิบปากกาเขาสัตว์ขึ้นมา สายตาของเขากวาดผ่านไปทั่วคำถามบนกระดาษเหล่านี้ ที่มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย คำถามเหล่านี้นั้นช่างแสนง่ายนักสำหรับเขา มันเหมือนกับนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ผู้หนึ่งกำลังตอบคำถามของนักปรุงยาระดับฝึกหัดอยู่ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปรุงยาของเนี้ยหลี่ได้ก้าวผ่านระดับของนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ไปไกลแล้ว เขากังวลว่าเหล่านักปรุงยาผู้รอบรู้เหล่านี้จะไม่สามารถเข้าใจได้ถ้าคำตอบของเขานั้นซับซ้อนเกินไป เขาตอบคำถามอย่างเรียบงายเป็นธรรมชาติ บางคำตอบของเขาต่อคำถามบางข้อเพื้อนไปบ้าง(เมื่อเรียนรู้ลึกซึ้ง แต่ในเบื้องต้นหลายคนในที่นี้เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ) อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่สามารถจักตอบแต่แนวทางเช่นนี้เพราะว่าเหล่านักปรุงยาระดับผู้รอบรู้นี้ยังไม่ก้าวผ่านไปถึงระดับนั้น



               ปากกาของเนี้ยหลี่กำลังเคลื่อนตัวรวดเร็วอย่างกับมันสามารถบินได้ โดยการเขียนอย่างหวัด ๆ ไปมาและเขาได้ตอบถามหลายข้อเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว



               นักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ทั้งสองนั้นเริ่มแรกได้คิดว่าเนี้ยหลี่นั้นไม่มีทางที่จะสามารถตอบคำถามเหล่านั้นได้ อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดว่าเนี้ยหลี่จะสามารถเขียนตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้! หลังจากเขาตอบเสร็จไปหลายคำถาม พวกเขาคิดว่าเนี้ยหลี่เพียงแค่ทำการเขียนหวัด ๆ ไปอย่างมั่ว ๆเท่านั้น (ด้วยความประหลาดใจ)พวกเขาได้ยืนศีรษะของพวกเขาขึ้นมาเพื่อมองไปที่เนี้ยหลี่



               “คำถามแรกเกี่ยวกับวิธีใช้ 16 อย่างของ Spirit Core Grass(หญ้าแห่งแกนจิตอสูร)โอ้ คำตอบนี้ตอบได้ดีเลยทีเดียว ไม่ผิดเลยสักจุดเดียว!.



               “คำถามข้อที่ 2 เกี่ยวกับการกระบวนการปรุงยาให้บริสุทธ์ของยาทิพย์เพิ่มพลังจิตอสูร” กระบวนการทั้ง 26 ขั้นตอนเขียนได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์เป็นอย่างมาก



               นักปรุงยาผู้รอบรู้ทั้งสองต่างมองหน้ากันไปมา การสนองตอบสิ่งแรกที่พวกเขาคิดคือเนี้ยหลี่คนนั้นกำลังโกงการสอบ! เป็นไปได้อย่างไรที่เด็กวัยเยาว์อายุ 14 ถึง 15 ปีจะสามารถทำความเข้าใจกระบวนการเหล่านี้อย่างทะลุปรุโปร่งเช่นนี้? เป็นความจริงที่แค่เพียงหนึ่งหน้ากระดาษที่ทำได้เป็นเรื่องที่แสนง่ายยิ่งนัก อย่างไรก็ตามคำถามของหน้ากระดาษแผ่นนี้ได้ถูกเลือกออกมาจากสมุนไพรกว่าหนึ่งหมื่นชนิดและอีกกว่าหลายพันของยาทิพย์ ผู้ที่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างง่าย ๆ นั้นจะมีความรู้ลึกซึ้งเพียงใดกัน?



               แต่กระดาษเหล่านี้ถูกหยิบออกมาโดยหนึ่งในนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ ซึ่งขจัดข้อสงสัยที่ตามมาทั้งหมดว่าเนี้ยหลี่โกงการสอบ



               เด็กน้อยอายุ 13 – 14 ปี แม้กระทั่งเขาเริ่มต้นอ่านตั้งแต่เขายังอยู่ในท้องแม่ ก็มิสามารถที่จะอ่านหนังสือมากมายเหล่านี้ได้จบ



               นักปรุงยาผู้รอบรู้ทั้งสองต่างมองหน้ากันไปมาและยิ้มออกมาเล็กน้อย สามารถเป็นไปได้หรือไม่ ภายในโลกนี้ยังมีอัจฉริยะที่มีความรู้ลึกซึ้ง ซึ่งได้ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด?



               ภายในสถานการณ์ทั่วไป บุคคลทั่วไปต้องใช้เวลาอย่างน้อย 15 นาทีเพื่อตอบคำถามเสร็จหนึ่งแผ่น การที่จะตอบคำถามเสร็จได้ 10 แผ่นภายในเวลาที่กำหนดนั้นยังเป็นเรื่องที่ยากเลย ผู้คนส่วนมากจะติดอยู่กับคำถามที่ยากบางข้อ(ตัวเลขตอนต้นระบุ 20 ตอนนี้ระบุ 10 ได้ถูกระบุไว้และแปลตามตัวเลขนี้ ถึงแม้จะต่างกันแต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญที่ควรใส่ใจ)



               อย่างไรก็ตามระหว่างการตอบคำถามเหล่านั้นเนี้ยหลี่สามารถทำได้โดยไม่ต้องหยุดคิดเลย เขาได้ตอบคำถามไปแล้วสามหน้าโดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น



               ก่อนที่ชั่วโมงแรกจะผ่านไป กระดาษทั้ง 10 แผ่นล้วนเต็มไปด้วยคำตอบมากมายเรียบร้อยแล้ว



               หลังจากที่ทุก ๆ หน้ากระดาษได้ตอบเสร็จไปแล้วนั้น พวกนักปรุงยาผู้รอบรู้ทั้งสองได้ตรวจสอบพวกมัน มันช่างน่ากลัวยิ่ง กระดาษทั้งสิบแผ่นนี้ไม่มีคำตอบใดที่ผิดเลยและบางคำถามได้ถูกตอบอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย คำตอบเหล่านี้ได้ก้าวผ่านซึ่งการบันทึกไว้ของหนังสือไป สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้พวกเขารู้สึกอัศจรรย์ใจเป็นอย่างมาก



               อัจฉริยะ !



               อัจริยะคนหนึ่ง อัจฉริยะ!



               นักปรุงยาผู้รอบรู้ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก อารมณ์ของพวกเขากำลังตื่นเต้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาต้องรายงานไปที่กลุ่มผู้อาวุโสอย่างแน่นอน อายุของเนี้ยหลี่ยังน้อยนักแต่เขาก็มีพร้อมซึ่งความรู้ที่น่ากลัวเช่นนี้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับเขาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้กัน?



               เนี้ยหลี่อาจะเป็นผู้ที่ทำให้สมาคมปรุงยาพัฒนาก้าวไปข้างหน้า! เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว ในเวลานั้นใครบางคนซึ่งได้ระบุไว้ที่กระดาษของเนี้ยหลี่(ว่าเป็นผู้มีอัจฉริยะ)ก็จะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงไปด้วย



               “ข้าขอถามได้ไหมว่านายน้อยนั้นมาจากที่แห่งใดกัน” หนึ่งในชายชรากล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม “ข้านั้นมีนามว่าฮูเหยียน หมิง ส่วนเขานั้นคือ มู่ หยาง พวกเราเป็นนักปรุงยาระดับผู้รอบรู้ขั้นต้น”



               “อาจารย์ผู้ทรงเกียรติ พวกท่านสามารถเรียกเพียงแต่ชื่อของข้าก็ได้ ข้าคือเนี้ยหลี่ มาจากตระกูลบันทึกสวรรค์” เนี้ยหลี่พูดอย่างถ่อมตัว ยังคงมีบุคคลอื่นอีกด้วยที่ชื่อขึ้นต้นว่า ฮูเหยียน เนี้ยหลี่สงสัยว่าเขานั้นมาจากตระกูล ฮูเหยียน หรือไม่



               เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ ฮูเหยียน หมิง และมู่หยางเลื่อนตาขึ้นด้วยความยินดี ด้วยการกล่าวของเนี้ยหลี่ว่าอาจารย์ผู้ทรงเกียรติทำให้เขาทั้งสองมีความสุข ไม่เลว ไม่เลวเลยสำหรับหนุ่มน้อยวัยเยาว์คนนี้ เขามีความรู้ที่มหาศาลแต่ยังคงถ่อมตน ถ้าเนี้ยหลี่ได้ฉายแสงภายในสมาคมนักปรุงยานี้แล้วล่ะก็ การกล่าวว่าพวกเขาเป็นอาจารย์ผู้ทรงเกียรตินี้จะทำให้สถานะของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/

#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: