วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 40 – Shadow Devil Spirit Lamp

Tale of the demon and god novel Chapter 40 – Shadow Devil Spirit Lamp

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 40 ตะเกียงเงาพราย



บทที่ 40 ตะเกียงเงาพราย


เฉินหลินเจียนและคณะได้มาถึง ณ บริเวณพื้นที่ทางทหาร ด้วยความที่พื้นแห่งนี้มีความราบเรียบยิ่ง ทำให้สามารถถูกสังเกตได้อย่างง่ายดาย



             จงขุดลึกลงไป 3 เมตร!”



 คนของเฉินหลินเจียนเริ่มนำเครื่องไม้เครื่องมือของพวกเขาออกมาและได้เริ่มลงมือขุด



พระราชวังใต้ดิน



             เนี้ยหลี่ทางออกนั้นอยู่ที่แห่งใดกัน?” เย่ จื้อหวิ๋นถาม พวกเขาได้ค้นหาซึ่งทางออกมาประมาณ 2 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาทางออกได้แต่อย่างใด



             “ทางออกนั้นไม่มีอยู่หรอก” เนี้ยหลี่สั่นหัวของเขาแล้วพูดว่า “ถ้าเกิดว่าทางออกนั้นมีอยู่ พวกคนเหล่านั้นคงไม่ติดอยู่ซึ่งที่แห่งนี้และได้จบชีวิตลงที่ห้องโถงหลัก



             “ไม่มีทางออก?” เย่ จื้อหวิ๋นชะงักไปชั่วครู่และถามอย่างเศร้าใจว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเราคงไม่สามารถจักออกไปจากที่นี่ได้งั้นหรือ?”



             “พวกเรานั้นไม่ต้องหาซึ่งทางออกเองหรอก เหล่าผู้คนจากห้องโถงหลักได้เข้ามาที่แห่งนี้ได้จากภายนอก ซึ่งนั่นหมายความว่า เหล่าคนจากภายนอกนั้นจักสามารถขุดเข้ามาซึ่งทำให้ทางออกปรากฏ พวกเราได้แต่เพียงหวังว่า เฉินหลินเจียนนั้นจะสามารถช่วยพวกเราขุดหาทางออกเจอ ถ้าเกิดความคิดของข้านั้นถูกต้อง ทางออกจักตั้งอยู่ที่บริเวณฝึกทหาร” เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดว่า “พวกเขาจะต้องหาสถานที่นี้ได้อย่างแน่นอน!”



             แล้วเจ้ารู้แน่ได้อย่างไรว่าพวกเขานั้นจะสามารถหาซึ่งสถานที่แห่งนี้พบ” เย่ จื้อหวิ๋นถามกลับ เนี้ยหลี่นั้นดูจะมีความมั่นใจเป็นอย่างมากเหมือนกับว่าเขาสามารถควบคุมทุกสิ่งอย่างให้เป็นไปตามที่ของต้องการได้ แม้กระทั่งคิดอย่างดื้อดึงว่าเธอจะตกหลุมรักเขาอย่างแน่นอน ถ้าทุกสิ่ง อย่างไปเป็นตามที่เขาคาดหวังดังนั้นเขาไม่ได้เปรียบดั่งเทพเจ้าเช่นนั้นหรือ?




             เพียงแต่เมื่อเย่ จื้อหวิ๋นพูดจบลง ผนังกำแพงหินเหล่านี้เริ่มสั่นขึ้นเล็กน้อยทันทีทันใด



             “มันเริ่มต้นขึ้นแล้ว” เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย เขาสามารถคาดเดาตำแหน่งซึ่งทางออกนั้นตั้งอยู่ได้จ ากการสั่นไหวที่เกิดขึ้น เขาหันไปและพูดกับเย่ จื้อหวิ๋นว่า “ไปกันเถอะ



             หลังจากพูดเสร็จเนี่ยหลี่ก็เริ่มเดินไป



             เย่ จื้อหวิ๋นอ้าปากกว้าง เธอนั้นไม่สามารถประเมินเขาได้เลย เนี้ยหลี่คนนี้จักต้องเป็นปีศาจอย่างแน่นอนเขารู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้เช่นไร ? จะมีวันนั้นจริง ๆ หรือวันที่เธอจักต้องตกเป็นของเขา ? เย่ จื้อหวิ๋นไม่สามารถบอกได้ว่าอะไรทำให้แก้มทั้งสองของเธอรู้สึกร้อนผ่าวขึ้น หลังจากนั้นเธอได้เดินก้มหน้าตามเขาไปเงียบ ๆ



             ตึง ตึง ตึง !

             “เฉินหลินเจียนและกลุ่มของเขากำลังขุดกันอย่างขมักเขม่น

             “นั่นไงทางออกอยู่ที่แห่งนั้น!” เนี้ยหลี่พูดกับเย่ จื้อหวิ๋น ทั้งคู่เดินไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้นและได้หยุดอยู่ที่หน้ากำแพงหินอันหนึ่ง เขาพิจารณากำแพงอันนี้อยู่ชั่วครู่ กำแพงนี้น่าจะมีประตูลับซ่อนอยู่ ก่อนหน้านั้นเมื่อพวกเขาได้ผ่านซึ่งที่แห่งนี้ พวกเขาไม่สังเกตุเห็นซึ่งสิ่งใดเลย



             เนี้ยหลี่ได้วางมือทั้งสองของเขาไปที่กำแพงหินและค่อยผลักมันช้า ๆ

             

             ครืน ครืน ครืน!



             เจ้ากำแพงหินนี้ค่อย ๆ เปิดออก ห้องสมบัติที่ทำจากหินขนาดมหึมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเนี้ยลี่และ เย่ จื้อหวิ๋น ภายในห้องสมบัตินี้มีทางเดินเชื่อมต่อสู่เบื้องบน อย่างไรก็ตามทางออกนั้นถูกปิดไว้ด้วยก้อนหินขนาดใหญ่และที่ด้านหลังของมันนั้นมีเสียงดังเป็นอย่างมาก มีใครบางคนกำลังพยายามที่จะเปิดทางเข้านี้อยู่



  สิ่งของซึ่งอยู่ภายในห้องสมบัติเหล่านี้ทำให้ทั้งเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋นตกใจเป็นอย่างมา



             สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งของระดับทองแดงและเกราะระดับเงิน แม้กระทั่งคัมภีร์อักขระก็มีอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก คริสตัลอสูร ขนสัตว์และเขาของสัตว์มากมาย มันยังคงเต็มไปด้วยโลหะมีค่าและกองเหรียญทองหลายกอง สิ่งเหล่านี้น่าจะใช้สำหรับเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนของอาณาจักรศักดิ์สิทธ์ และยังคงมีสิ่งของมากมายที่ไม่สามารถระบุค่าได้ ซึ่งของเหล่านี้นั้นคงจะเป็นสมบัติล้ำค่าของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน



             ถ้ามีใครบางคนนำทรัพย์สมบัติเหล่านี้กลับไปยังเมืองกลอรี่เพื่อขายแล้ว พวกเขานั้นจักสามารถกลายเป็นเศรษฐีได้อย่างแน่นอน จากการขายพวกมัน



             “จืออวิ้น” ไปเก็บซึ่งของบางสิ่งบ้างสิ !” เนี้ยหลี่มองไปที่เย่ จื้อหวิ๋นและพูดขึ้น จำนวนของทรัพย์สมบัตินี้มีมากมายมหาศาล กระเป๋าต่างมิติของเขานั้นไม่สามารถเก็บซึ่งของเหล่านี้ได้ทั้งหมด และถ้าพวกเขาเก็บซึ่งสมบัติเหล่านี้ทั้งหมดไป มันจะเลี่ยงไม่ได้ที่เฉินหลินเจียนและคณะจะเกิดความสงสัยขึ้น



             เนี้ยหลี่นั้นไม่ได้โลภมากแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ต้องการหยิบของที่ซึ่งเขาต้องการเท่านั้นและทิ้งไว้ซึ่งของที่เหลือ



             สายตาของเนี้ยหลี่ได้ไปตกอยู่ที่แท่นหินขนาดใหญ่ เขาได้สังเกตุเห็นว่าบนแท่นหินนี้นั้นตะเกียงอันหนึ่งกำลังส่องแสงกระพริบไปมา และแสงนั้นช่างน่าลึกลับยิ่งนัก



             เมื่อได้เห็นตะเกียงอันนี้ หน้าของเนี้ยหลี่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข มันคือตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพรายอย่างแน่นอน

             

             อสูรเงาพรายนั้นเป็นสัตว์อสูรที่หายากและลึกลับยิ่ง มีเรื่องเล่าว่าเมื่อครั้งอาณาจักรหิมะเหมันต์ได้สูญสิ้น มีเพียงแค่ 7 ดวงจิตแห่งอสูรเงาพรายที่เหลืออยู่และได้ถูกนำไปทำเป็นตะเกียง 7 ชิ้น ทั้งหมดนั้นได้ถูกนำไปวางไว้ภายในวัดซึ่งอยู่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้น ตะเกียงเหล่านี้ได้ถูกขโมยโดยกลุ่มโจรบางพวกและสูญหายไปจากโลกใบนี้



             เหตุผลที่เนี้ยหลี่สนใจซึ่งตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพรายนี้เป็นเพราะว่าเขาต้องการจิตอสูรแห่งเงา ซึ่งอยู่ภายในตัวของมัน!



             หลังจากที่เขาได้ถึงระดับเงินแล้ว เนี้ยหลี่นั้นจะสามารถรวมร่างกับจิตอสูรหนึ่งดวงได้ ด้วยเทคนิคบ่มเพาะพลังด้วยเทคนิค เทพวิถีฟ้า นั้น สามารถยอมให้เนี้ยหลี่รวมร่างกับจิตอสูรที่แตกต่างกันได้ทั้งหมด 7 ดวง ดังนั้นสำหรับจิตอสูรดวงแรก เนี้ยหลี่ไม่คาดหวังว่าจะเป็นแค่เพียงจิตอสูรธรรมดาอย่างไรก็ตาม หากจิตอสูรนั้นแข็งแกร่งเกินไปเนี้ยหลี่ก็ไม่สามารถรวมร่างกับมันได้ ด้วยเหตุดังนี้จิตแห่งอสูรเงาจึงเหมาะสมที่สุดแล้ว



             แม้ว่าจิตแห่งอสูรเงานั้นไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่มันก็ยังเป็นจิตอสูรที่ลึกลับที่สุด มันมีความสามารถเฉพาะตัวมากมาย แม้ว่าหลังจากที่ได้รวมกับจิตอสูรนี้ และเนี้ยหลี่ได้ก้าวผ่านไปถึงจุดสูงสุดแล้ว จิตวิญญาณอสูรแห่งเงานี้นั้นก็ยังคงมีบทบาทที่ทรงพลังให้เขาได้อยู่



          เมื่อรวมกับจิตอสูรแห่งเงา เนี้ยหลี่สามารถเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้บางประเภทได้!



             ในชีวิตที่แล้วของเขา ตะเกียงจิตอสูรแห่งเงาได้ตกอยู่ในมือของเสิ่น เหย่ และมันได้ถูกขายภายในการประมูลที่เสิ่น เหย่จัดขึ้น และในชาตินี้นั้นมันก็ตกอยู่ซึ่งมือของเนี้ยหลี่เหมือนกัน



             เนี้ยหลี่เก็บตะเกียงแล้ววางมันลงไปยังที่เก็บของต่างมิติ เขาหันไปมองทางเย่ จื้อหวิ๋น ด้วยความที่เธอมีอัญมณีพิศวงอยู่ เธอนั้นไม่สนใจซึ่งอัญมณีอื่นใดอีก เธอได้เลือกเพียงคริสตัลอสูรและกำไลข้อเท้าเขี้ยวอสูร



             เย่ จื้อหวิ๋นนั้นสายตาเฉียบแหลมยิ่ง คริสตัลอสูรจำนวนหนึ่งที่เธอถืออยู่เป็นคริสตัลของสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ สัตว์อสูรระดับนั้นหาได้ยากยิ่ง ถ้าคริสตัลเหล่านั้นได้นำไปทำซึ่งอาวุธหรือเกราะแล้ว มีโอกาสที่พวกมันจะได้เป็นซึ่งอาวุธและเกราะระดับแบล็คโกลด์



             สำหรับกำไลข้อเท้าเขี้ยวอสูร มันเป็นเศษชิ้นส่วนของกระดูกสัตว์อสูรหิมะเหมันต์ระดับตำนาน แม้มันจะเป็นเพียงแค่เศษชิ้นส่วนของกระดูก มันก็ยังคงหาได้ยากยิ่งและสามารถเสริมพลังวิญญาณแห่งอสูรได้



             หลังจากเก็บซึ่งสมบัติ * บูม * ผนังกำแพงขนาดใหญ่ได้เปิดออกปรากฏทางเข้า สาดแสงสุกสว่างส่องมายังห้องเก็บสมบัติ เฉินหลินเจียนและคณะในไม่ช้าก็ได้ลงมาอยู่ภายในรอบ ๆ ห้อง



      “เป็นพวกเจ้าเองเรอะ” เฉินหลินเจียนพูด ชะงักไปชั่วขณะเมื่อเขาเห็นเย่ จื้อหวิ๋นและเนี้ยหลี่ เขาไม่คาดคิดเลยว่าเนี้ยเหลี่และเย่ จื้อหวิ๋นจะเป็นสิ่งแรกที่เขาพบหลังจากการเข้ามาในที่แห่งนี้ เมื่อได้มองเย่ จื้อหวิ๋น เฉินหลินเจียนรู้สึกโล่งอก ถ้าเกิดมีสิ่งใดได้เกิดขึ้นกับเย่ จื้อหวิ๋น แม้เขาจะนำสมบัติเหล่านี้กลับไปได้ แต่เขาจะยังคงต้องพบกับความพิโรธของเจ้าเมืองและลอร์ดเย่ โม่ แต่เมื่อเย่ จื้อหวิ๋นได้ปลอดภัยแล้ว นั้นก็ไม่จำเป็นต้องกังวลซึ่งเรื่องเหล่านั้นอีก



             “หัวหน้า พวกเรากำลังจะรวยแล้วมีสมบัติมากมายเหลือเกิน!”



             คนของเฉินหลินเจียน อุทาน สมบัติทั้งหลายที่มีอยู่เต็มไปหมดในห้องสมบัตินี้ ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก



             ชูหยวนและกลุ่มคนต่างเข้ามาและชะงักไปกับภาพเบื้องหน้าของพวกเขาเช่นกัน ของเหล่านี้ได้ถูกกองสูงอยู่ดังภูเขาขนาดย่อม ๆ สิ่งของมากมายที่นี่ล้วนแล้วแต่ล้ำค่ายิ่ง พวกเขาสามารถขายได้เป็นเงินจำนวนหลายสิบล้านหรือแม้กระทั่งเป็นพันล้านซึ่งของเหล่านี้



             “เนี้ยหลี่ ตามที่ได้ตกลงกันไว้ของพวกเรา ท่านจักเป็นคนเลือกซึ่งสิ่งของเป็นคนแรก” เฉินหลินเจียนมองไปที่เนี้ยหลี่และพูด เขาเป็นคนหนึ่งที่ยึดถือในคำมั่นของเขา และเขานั้นได้ให้คุณค่าของมิตรภาพระหว่างเขาและเนี้ยหลี่



             “ข้านั้นได้เลือกเรียบร้อยแล้ว” สมบัติทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของท่าน!” เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยและกล่าวขึ้น ซึ่งภูเขาสมบัติเหล่านี้นั้นดูเหมือนจะไม่ส่งผลต่อเขาแต่อย่างใด



             “ข้าเองก็ได้เลือกแล้วซึ่งของบางสิ่ง” เย่ จื้อหวิ๋นพูด “ตัวข้านั้นไม่ต้องการซึ่งทรัพย์สมบัติเหล่านี้อีกเช่นกัน



             เฉินหลินเจียนผงกศรีษะรับ และสั่งให้คนของเขาเก็บทรัพย์สมบัติลงสู่กระเป๋าต่างมิติของพวกเขา



             ชูหยวนเดินไปข้าง ๆ เฉินหลินเจียน ลดเสียงของเขาลงและพูดว่า “นายน้อยเฉิน ท่านตั้งใจเช่นนี้จริง ๆ รึพวกเขาทั้งสองได้อยู่ที่นี่เป็นเวลานานนัก พวกเขาต้องเก็บซึ่งสิ่งของล้ำค่ามากมายไปแล้วอย่างแน่นอนพวกเขาน่าจะได้เก็บของที่มีค่ามากที่สุดไปแล้วด้วยเหตุนี้พวกเขานั้น จึงไม่สนใจซึ่งสมบัติเหล่านี้เลย



             “เจ้ากำลังบอกถึงซึ่งสิ่งใดกัน?”เฉินหลินเจียนขมวดคิ้วของเขา จ้องไปที่ชูหยวน



             ชูหยวนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ท่านต้องเรียกพวกนั้นทั้งสองให้นำทุกสิ่งอย่างของพวกเขาออกมาเพื่อตรวจสอบก่อนจะออกไปจากที่แห่งนี้ ของชิ้นที่มีค่ามากที่สุดน่าจะอยู่ในมือของพวกเขา



             เมื่อได้ยินคำพูดของ ชูหยวน เฉินหลินเจียนพ่นลมหายใจออกและพูดว่า “พวกเขานั้นได้มาถึงที่นี่ก่อนพวกเรา และพบซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นกลุ่มแรก แม้พวกเขาจะนำซึ่งสมบัติเหล่านี้ทั้งหมดไป พวกเรา ก็มิสามารถจะพูดอะไรได้ พวกเขาทิ้งไว้ซึ่งของมากมายไว้ให้แก่พวกเราแล้ว สิ่งนี้นั้นได้แสดงแล้วถึงความมีมนุษยธรรมของพวกเขาแล้ว



             “นายน้อยเฉิน” ข้ารับรองได้เลยว่าของที่พวกนั้นได้ไป ทุก ๆ สิ่งนั้นล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ท่านไม่เสียดายมันหรือ” ชูหยวนพูดอย่างเป็นกังวล



             “ไปตายซะ เจ้าไม่คิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดซึ่งสิ่งใดอยู่ เจ้านั้นมีเรื่องขัดแย้งกับเนี้ยหลี่และต้องการใช้ข้าเป็นดั่งตัวกลาง เลวมาก!” เฉินหลินเจียนยกเท้าของเขาและได้เตะไปที่คางของชูหยวน ทำให้เขากระเด็นไป



             “พ่าง” หน้าของชูหยวนตกลงก่อนและฟันของเขาซี่หนึ่งได้กระเด็นออก ภายในปากของเขาล้วนเต็มไปด้วยเลือด



             ชูหยวนยกหัวของเขาขึ้นมาอย่างดุร้ายและจ้องไปที่เฉินหลินเจียน แต่ในไม่ช้าความโกรธเขาก็ลดลง เฉินหลินเจียนเป็นถึงสมาชิกของตระกูลหลัก สืบเชื้อสายตรงมาจากตระกูลปราชญ์วิเศษ เขาจะมีเรื่องกับเฉินหลินเจียนได้เช่นไร?



             'เนี้ยหลี่ เป็นความผิดของเจ้าทั้งหมดข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ แน่!'



             เฉินหลินเจียนได้ทำให้ห้องสมบัติกลายเป็นห้องว่างเปล่า แม้ว่าเนี้ยหลี่ได้เก็บตะเกียงแห่งจิตอสูรเงาพรายและเย่ จื้อหวิ๋นได้เก็บซึ่งของบางสิ่งไปแล้วเช่นกัน แต่ยังคงมีของล้ำค่ามากมายเหลืออยู่และสามารถนำไปขายทำกำไรได้ ดังนั้นการเก็บของเหล่านี้ได้ยังคงเป็นผลดีต่อเขาอย่างมาก



             เฉินหลินเจียนแตะที่ไหล่ของเนี้ยลี่และพูดว่า “ น้องข้า ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าที่แนะนำให้ข้ามาซึ่งพื้นที่ทหารแห่งนี้ ข้าคงไม่สามารถเก็บได้ซึ่งของมากมายเหล่านี้ ในครั้งนี้ นั้น เฉินหลินเจียนได้ติดหนี้เจ้าอยู่หนึ่งครั้ง ถ้าหากมีสิ่งใดในภายภาคหน้า ขอเพียงแค่ให้เจ้าเข้ามาหาข้าได้โดยตรง!”



             เฉินหลินเจียนไม่เคยถามซึ่งสิ่งใดเกี่ยวกับของที่เนี้ยหลี่ได้ไป แต่เพียงแค่ขอบคุณเขา สิ่งนี้ทำให้เนี้ยหลี่รู้สึกประทับใจในตัวเขาอย่างมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เฉินหลินเจียนจะกลายเป็นผู้ที่โดดเด่นท่ามกลางเหล่าขุนนางของตระกูลหลักทั้งสาม



             “ตกลง” เนี้ยหลี่ได้พูดต่อไปว่า “พวกท่านต้องรีบและนำสมบัติไป พวกเราต้องออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว



             “ทำไมกัน” เฉินหลินเจียนถามด้วยความสงสัย



             “ข้าได้วิ่งไปพบบางคนที่มาจากสมาคมทมิฬ พวกมัน นั้นกำลังตามหาพวกเราอยู่!”เนี้ยหลี่พูด “โชคดีที่เจ้าอสูรวานรยักษ์ฟ้าระดับผสานวิญญาณได้ขวางทางพวกมันเอาไว้” ไม่อย่างนั้นข้าคงมิสามารถหลบหนีออกมาได้!”



             เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เฉินหลินเจียนตกใจเล็กน้อย เขารู้ว่าพวกคนจากสมาคมทมิฬเป็นเช่นไร ถ้าพวกเขาถูกพบโดยกลุ่มเงาทมิฬ มันจะเกิดปัญหาได้

             “ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเราพบอสูรวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณได้รับบาดเจ็บ มันเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง” คนของเฉินหลินเจียนพูด



             ด้วยความโชคดีที่พื้นที่ของนครกล้วยไม้โบราณนั้นค่อนข้างกว้างใหญ่ คนเหล่านั้นจากสมาคมทมิฬจึงไม่ทราบว่าพวกเขาอยู่บริเวณใด มีความเป็นไปได้ที่คนกลุ่มนั้นกำลังค้นรอบ ๆ ที่แห่งนี้อยู่เพื่อตามหาซึ่งพวกเขา ซึ่งหมายความว่าพวกเขานั้นต้องรีบออกจากที่แห่งนี้ในเร็วพลัน



             เฉินหลินเจียนมองไปยังทิศทางซึ่งมุ่งสู่พระราชวังใต้ดิน 

             “ที่แห่งนั้นไม่เหลือซึ่งอะไรแล้ว  ข้าได้สำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” เนี้ยหลี่พูด เฉินหลินเจียนผงกศรีษะรับ และได้หันศรีษะของเขาไปบอกับทุกคนและตะโกนว่า

             ไปกันได้แล้ว!” 

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: