วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 39 – Abstruse Gemstone

Tale of the demon and god novel Chapter 39 – Abstruse Gemstone

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 39 อัญมณี พิศวง



บทที่ 39 อัญมณี พิศวง

 เย่จื้อ หวิ๋นดูเหมือนว่ากำลังรู้สึกเจ็บปวดด้วยอาการที่เธอขมวดคิ้วเข้าหากัน 


              เมื่อเนี้ยหลี่มองดูเธอนั้นมีใบหน้าที่เข้ารูปเรือนร่างและผมที่แผ่สยายมาอยู่บนหัวไหลของเธอ ทั้งหมดนี้ต่างแผ่รังสีความงดงามของเธอออกมา


              แม้ว่าเธอกำลังทำสีหน้าเจ็บปวด แต่มันก็ยังไม่สามารถบอกถึงความรู้สึกทั้งหมดของเธอในตอนนี้ได้


              ในขณะนี้ เย่จื้อ หวิ๋นสวมใส่อยู่เพียงผ้าที่คาดหน้าอกของเธอไว้เท่านั้น ชุดของเธอนั้นขาดวิ่นไปเป็นอย่างมาก เผยให้เห็นโคนขาอ่อนขาว ๆ ของเธอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเพิ่มความยั่วยวนสเน่ห์ในตัวเธอเข้าไปอีก


              หลังจากเกิดใหม่ เนี้ยหลี่นั้นสามารถควบคุมจิตใจให้ไม่สนใจซึ่งแรงดึงดูดจากสิ่งต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ความงดงามของเย่จื้อ หวิ๋นทำให้เขาหายใจแรงขึ้น เมื่อใดก็ตามที่เขาได้เห็นเย่จื้อ หวิ๋นเขามักหวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขาทั้งสองได้อาศัยอยู่ร่วมกันเมื่อชาติที่แล้ว ถึงแม้ว่าช่วงเวลาทีทั้งสองอยู่ด้วยกันนั้นช่างแสนสั้น แต่มันก็ได้ตราตรึงอยู่ในหัวใจของเขาตลอดมา มันเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าที่สุดแล้วในชีวิตของเขา



              มีเพียงแต่เนี้ยหลี่ที่รู้ว่าเย่จื้อ หวิ๋นจะงดงามเพียงใดในอีกไม่กี่ปีในภายภาคหน้านี้ เหมือนดอกบัวที่ตูมได้ที่และบานออก ทั้งงดงามและน่าหลงใหล ทั้งเหมือนกับดังนางฟ้าที่ร่วงลงมาจากสวรรค์ สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก


              เมื่อถึงตอนนั้น ผู้คนที่จะตกหลุมรักในเย่จื้อ หวิ๋นซึ่งมีมากมายจนนับไม่ถ้วน ผู้ชายหลายคนพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อเธอ เสิ่น เหย่ก็รวมอยู่ในนั้นด้วน เสิ่น เหย่พยายามที่จะพาเธอออกจากเมืองกลอรี่นับครั้งไม่ถ้วน เมื่อสงครามจวนใกล้จะมาถึง อย่างไรก็ตามเย่จื้อ หวิ๋นได้ปฏิเสธ เขาไม่มีทางเลือกจำใจต้องยอมแพ้ เย่จื้อ หวิ๋นเลือกปกป้องเมืองและได้เลือกคนธรรมดาอย่างเนี้ยหลี่ และนั่นถือเป็นเกียรติสูงสุดแล้วในชีวิตของเขา


              หลังจากรักษาบาดแผลของเธอ แม้ว่าเขาจะไม่เต็มใจเท่าใดนัก เนี่ยหลี่ได้คลุมร่างเย่จื้อ หวิ๋นไว้ด้วยเสื้อผ้าของเขา เพราะเสื้อผ้าของเธอไม่สามารถใส่ได้อีกต่อไป


              เขามีความอดทนที่จะรอคอยให้เย่จื้อ หวิ๋นยอมรับในตัวเขา ปล่อยให้ตัวเธอค่อย ๆ เติบโตขึ้นไปพร้อมกับเขาดังเช่นเป็นมาในอดีต


              เนี้ยหลี่ นั่งเอาขาไขว้กันไว้ทั้งสองข้าง นั่งลงข้างเย่จื้อ หวิ๋น ความรู้สึกลึกลับของเศษหน้ากระดาษของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ ส่งผลต่อพลังวิญญาณซึ่งอยู่ในส่วนของเขตแดนวิญญาณเขานั้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้น


              ถ้ามีโอกาสเขาต้องไปที่พระราชวังแห่งทะเลทรายอย่างแน่นอนเพื่อไปเอาตำราภูติห้วงกาลลี้ลับมาให้ได้!


              หลังจากเขาได้รับพลังจากแสงสีขาวนั้น เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ในตอนนี้ พลังวิญญาณของเนี้ยหลี่นั้นได้มากกว่า 150แล้ว เนี่ยหลี่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนจากส่วนของวิญญาณเขา ว่ามีเหล่าพลังงานอื่นอยู่อีก มันอยู่ภายในแสงที่ไกลออกไป มันเต็มไปด้วยพลังงานมากกว่าที่เขามีอยู่ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามพลังเหล่านั้นยังคงอยู่ในส่วนที่ลึกมาก ภายในส่วนของเขตแดนวิญญาณของเขา โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขานั้นจะสามารถนำพลังนั้นมาเป็นของตัวเองได้


              เนี้ยหลี่ค่อยเริ่มเคลื่อนพลังวิญญาณ พลังวิญญาณทางจิตแผ่ออกมาคล้าย ๆ กับสสารที่ไหลเวียนรอบ ๆ เนี้ยหลี่


              เมื่อเนี้ยหลี่เริ่มดำดิ่งไปภายในจิตใจของเขา เย่จื้อ หวิ๋นก็ได้ตื่นขึ้น


              เธอเริ่มสัมผัสไปที่ร่างกายส่วนต่าง ๆ ของเธอ และเธอก็รู้ว่าเธอนั้นไม่ได้สวมใส่เสื้อเลย ทันใดนั้นหน้าของเธอซีดเผือก


              'เนี่ยหลี่เจ้าคนชั่ว เขาทำเกินไปแล้ว'


              ด้วยความรู้สึกว่าเธอยังคงสวมกระโปรงอยู่ หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกโล่งใจ อย่างไรก็ตาม เธอยังคงเต็มไปด้วยความอับอายและขุ่นเคืองในหัวใจของเธอ ตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายของเธอไม่เคยถูกเห็นโดยเด็กผู้ชายคนไหนมาก่อน และเนี่ยหลี่นั้นก็ได้ถอดเสื้อของเธอออกตอนเธอไม่ได้สติ


              ความรู้สึกของเธอนั้นค่อนข้างยุ่งเหยิงเพราะเธอรู้ว่าเนี้ยหลี่ถอดเสื้อของเธอออกนั้นก็เพื่อที่จะรักษาบาดแผลของเธอ อย่างไรก็ตามเย่จื้อ หวิ๋นก็ยอมรับมันไม่ได้ เนี้ยหลี่ต้องทำมันเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่นอน เธอยังคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขานั้นได้ทำอะไรกับเธอหรือไม่ตอนเธอนั้นไม่ได้สติ


              ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังไม่สามารถเข้าใจเนี้ยหลี่ได้มากนัก ดังนั้นใจของเธอจึงยังไม่ได้เปิดรับเขา


              เนี้ยหลี่ซึ่งในตอนนั้นนั่งอยู่ข้างเย่จื้อ หวิ๋นค่อยลืมตาขึ้นช้า ๆ ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า เจ้าตื่นแล้วรึ” 


              เมื่อเห็นสายตาของเนี้ยหลี่ ทันใดนั้นเย่จื้อ หวิ๋นตระหนักได้ว่าเธอยังคงไม่ได้สวมใส่เสื้อ เธอจับเสื้อคลุมของเนี้ยหลี่ไว้แน่นกับตัว และพูดด้วยเสียงกังวลว่า หันหลังไปข้าต้องการสวมเสื้อผ้าของตัวเอง


              เนี่ยหลี่หันศรีษะของเขาไปทางอื่น แล้วยิ้ม เจ้าทำเหมือนกับว่าข้าไม่เคยได้เห็นมันมาก่อน


              เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ หน้าของเย่จื้อ หวิ๋นเป็นสีแดงระเรื่อ เธอมีความคิดถึงขั้นที่ว่าจะไม่สนใจภาพลักษณ์ของผู้หญิงเรียบร้อยอีกต่อไปและจะบดขยี้เนี้ยหลี่ให้รู้แล้วรู้รอด เธอรู้สึกอับอายและไม่พอใจอย่างมาก เพราะเนี้ยหลี่พูดมันออกมาเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ก่อนหน้านี้เมื่อเนี้ยหลี่พูดถึงรอยสักรูปผีเสื้อบนร่างกายของเธอ เธอเริ่มสงสัยเนี้ยหลี่ว่าเขาเคยได้แอบดูเธอในขณะที่กำลังอาบน้ำ


             เย่จื้อ หวิ๋นรีบสวมเสื้อผ้าของตนอย่างเร่งรีบและพูดด้วยเสียงต่ำ ๆ ว่า เรียบร้อยแล้ว


              เนี้ยหลี่หันหลังกลับมาและดวงตาเขาเป็นประกาย เย่จื้อ หวิ๋นได้สวมใส่ชุดสีม่วง(น่าจะหยิบมาที่เก็บของต่างมิติของเธอความงดงามของเธอนั้นช่างเลอค่ายิ่งนัก เย่จื้อ หวิ๋นนั้นงดงามไม่ว่าจะสวมชุดใดก็ตาม


              เย่จื้อ หวิ๋นจ้องมองไปที่เนี้ยหลี่และรู้สึกเศร้าใจ เนี้ยหลี่เป็นคนที่ไม่มียางอายเลย มันทำให้เธอรู้สึกจนปัญญา


       เย่จื้อ หวิ๋นก้มหัวเธอลงต่ำแล้วคิดอยู่ชั่วครู่หลังจากนั้นเธอนั้นจึงได้เอ่ยถามเนี้ยหลี่


              เนี่ยหลี่เจ้าชอบข้าหรือไม่


              ใช่แล้ว” เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย เขายอมรับอย่างเปิดเผย


              แม้ว่าเธอจะรู้เรื่องนี้ดีอยุ่แล้ว แต่เมื่อได้ยินมันจากเนี้ยหลี่ หัวใจเย่จื้อ หวิ๋นเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอสูดหายใจลึก ด้วยท่าทีจริงจังเธอพูดกับเนี้ยลีว่า เนี้ยหลี่ พวกเรายังเด็กนัก ใครจะรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ไม่แน่ในอีกไม่กี่ปีเจ้าอาจจะพบคนอื่นที่เจ้าชอบอีกก็เป็นไป พวกเราควรสนใจในการเล่าเรียนเป็นอันดับแรก ด้วยการฝีกอย่างหนักนั้นพวกเราจักสามารถก้าวต่อไปบนเส้นทางของการฝึกบ่มเพาะพลังได้ เจ้าควรฝึกฝนจนได้ระดับทองเสียก่อน และถ้าเจ้าสามารถทำได้แล้ว เมื่อนั้นถ้าเจ้ายังคงชอบข้าอยู่ ข้าตกลงที่จะเป็นผู้หญิงของเจ้า


              เย่จื้อ หวิ๋นหน้าแดงระเรื่อ หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างอธิบายไม่ได้


              เมื่อได้เห็นเย่จื้อ หวิ๋นทำท่าเอียงอายและได้ฟังคำพูดของเธอ เนี้ยหลี่พบว่ามันช่างน่าขบขันยิ่งนัก เนี้ยหลี่มองที่เย่จื้อ หวิ๋นด้วยความขบขัน เธอนั้นช่างเป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรเสียเลย เขาทำดวงตาโต แกล้งทำเป็นเหมือนตื่นเต้นและพูดว่า เรื่องจริงรึนั่นวิเศษมาก การฝึกนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับข้า ถ้าข้าพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ข้าสามารถไปถึงระดับทองได้ในเพียงปีหน้านี้เท่านั้นแหละเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าห้ามกลับคำพูดของตัวเจ้าเองนะ!” หลังจากพูดไปแบบนั้น เนี้ยหลี่ก็เก็บอาการหัวเราะไว้อยู่ภายใน


              “ปีหน้านี้เองรึ?” เย่จื้อ หวิ๋นเต็มไปด้วยความงุนงง ปีหน้านี้ นั้นเร็วมากเกินไป และเนี้ยหลี่สามารถที่จะถึงระดับทองได้ในปีหน้านี้ เช่นนั้นเหรอเธอมีสีหน้าตื่นตระหนกปรากฏขึ้นในทันที ที่ข้าอยากจะบอกคือพวกเราจำเป็นต้องค่อย ๆ คิดถึงเรื่องนี้อย่างช้า ๆ


              ทันใดเนี้ยหลี่ก็แสดงท่าทีเปลี่ยนไปและพูดว่า แม่นางเย่จื้อ หวิ๋นกำลังกลับคำพูดของท่านอยู่รึ?” เนี้ยหลี่ยักไหล่ และเปลี่ยนไปมีท่าทีอีกแบบพร้อมกับพูดว่า ข้ารู้แล้วว่า คำพูด คนในตระกูลชั้นสูงพูดนั้นเชื่อถือไม่ได้ ลืมมันไปเสียเถอะ มันไม่สำคัญหรอก


              เธอเห็นว่าในท่าทีผิดหวังของเนี้ยหลี่นั้นมีความดูถูกได้ซ่อนไว้อยู่ เย่จื้อ หวิ๋นกัดปาดของเธอ และขบฟันของเธอพร้อมกับพูดว่า ข้อตกลงนั้น ก็ยังคงมีอยู่!ถ้าเจ้าสามารถก้าวไปถึงระดับทองได้ เมื่อนั้นข้อตกลงก็จะมีผล


              เมื่อเห็นเย่จื้อ หวิ๋นแสดงออกถึงท่าทีเคร่งเครียด ที่มุมปากของเนี้ยหลี่ค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย

เมื่อเห็นเย่จื้อ หวิ๋นแสดงออกถึงท่าทีเคร่งเครียด ที่มุมปากของเนี้ยหลี่ค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อย เขารู้ว่าเย่จื้อ หวิ๋นนั้นไม่เคยกลับคำพูดของเธอ อย่างไรก็ตาม การหลอกล่อจนเธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าและคายไม่ออกนี้ มันจะมากเกินไปสำหรับเธอหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญที่เขาสนใจนั้นคือ ด้วยความเข้าใจจากคำพูดและการแสดงออกของเย่จื้อ หวิ๋นนั้นแสดงว่าในสักวันหนึ่งนั้น ตัวเขาจะสามารถชนะหัวใจของเด็กหญิงผู้งดงามนี้ได้


             'ข้าจะต้องตกเป็นผู้หญิงของเนี้ยหลี่จริง ๆ หรือนี่เมื่อข้าเป็นผู้หญิงของเขาแล้วข้าจักต้องทำสิ่งใดบ้าง?' เย่จื้อ หวิ๋นรู้สึกสับสนเล็กน้อย แม้ว่าเธอยังคงมีความประทับใจต่อเนี้ยหลี่อยู่ไม่น้อย แต่นั่นเป็นความรู้สึกระหว่างเพื่อนกันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเกิดเขาทั้งสองต้องมาอยู่คู่กัน เย่จื้อ หวิ๋นคิดขึ้นมา และรู้สึกวิงเวียนในทันที


             เย่จื้อ หวิ๋นนั้นทุ่มหัวใจของเธอให้แก่การบ่มเพาะพลัง แต่การปรากฏตัวของเนี้ยหลี่นั้นได้ทำลายความสงบของใจเธออย่างสิ้นเชิง


             อะไรกันนี่” เย่จื้อ หวิ๋นมองไปที่อัญมณีสีไพลิน ที่ได้สวมอยู่บนคอของเธอ  


         สีสันของของอัญมณีนี้ช่างเจิดจรัสยิ่ง ภายในอัญมีนั้นเหมือนกับว่ามีกลุ่มดาวนับล้านดวงเคลื่อนตัวอยู่ เธอสามารถสัมผัสมันได้ถึงพลังอันไม่สิ้นสุดภายในอัญมณีนี้


             มันคืออัญมณีพิศวง นี่คือของขวัญที่ข้าได้มอบให้แก่เจ้า การสวมใส่มันจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วของการฝึกเป็น เท่าและมันสามารถหล่อเลี้ยงพลังวิญญาณของเจ้าไปด้วยในขณะเดียวกัน แม้กระทั่งตอนที่เจ้าเดิน มันก็ช่วยฝึกพลังวิญญาณของเจ้าด้วย” เนี้ยหลี่ยิ้ม ด้วยความช่วยเหลือของเขาแม้ว่าเธอจะไม่ได้ฝึกอย่างหนัก

การบรรลุระดับทองได้นั้นไม่ได้ยากเย็นแต่อย่างใด และการไปถึงระดับที่สูงกว่านั้นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ (เนี้ยหลี่ยิ้มเพราะ เมื่อเธอก้าวหน้าได้เร็วจนพอใจแล้วตอนนั้นก็สามารถคิดถึงเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ได้แล้วสิ )


             ข้าไม่สามารถรับสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ได้” เย่จื้อ หวิ๋นรีบพูดและเตรียมที่จะถอดอัญมณีออกจากจากคอของเธอ


     เนี้ยหลี่คว้าข้อมือเธอไว้และพูดว่า ข้านั้นได้บางสิ่งที่ดีกว่ามาไว้แล้ว” เจ้าสามารถรับสิ่งนี้เอาไว้ได้


             เธอรีบสลัดมือของเธอออก ที่แก้มทั้งสองของเธอรู้สึกร้อนผ่าว เธอนั้นนิ่งเงียบไปชั่วครู่และพูดว่า ถ้าเช่นนั้น ข้าจักเก็บสิ่งนี้ไว้ให้เจ้า เจ้าสามารถรับมันคืนไปได้ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าจักต้องการมัน

ตกลง!” เนี้ยหลี่ยิ้ม หลังจากนั้นเขายืนขึ้น ไปหาทางออกจากที่นี่กันเถอะ


             เมื่อเย่จื้อ หวิ๋นเตรียมพร้อมที่จะลุกขึ้นนั้น เนี้ยหลี่ยิ้มและได้ยื่นมือของเขาออกไปหาเธอ เธอลังเลอยู่ชั่วขณะแต่ก็ได้ยื่นมืออันเรียบเนียนดั่งหินหยกของเธอวางบนฝ่ามือของเนี้ยหลี่


             เนี้ยหลี่ออกแรงของเขาเล็กน้อยและดึงเธอขึ้นมา หัวใจของเขานั้นพองโตเพราะว่าหญิงที่งดงามที่อยู่ตรงหน้าเขานี้อย่างน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาเท่าใดนัก


             ทุก ๆ สิ่งภายในห้องโถงนี้ได้ถูกเก็บรวบรวมมาเรียบร้อยแล้ว รวมถึงเย่จื้อ หวิ๋น(น่าจะหมายถึงเก็บอยู่ในหัวใจพวกเขาทั้งสองเริ่มสำรวจเพื่อหาทางออกภายในทางเดินลึก ๆ นี้ ภายในสถานที่นี่นั้นเหมือนกับเขาวงกตยิ่งนัก


             หลังจากผ่านไปสองวันติดต่อกัน เนี้ยหลี่และเย่จื้อ หวิ๋นยังคงอยู่ภายในเขาวงกตใต้พื้นดิน เดินทางด้วยความสับสนขณะที่พวกเขาสำรวจเพื่อหาทางออก


             ขณะนี้ ภายในป้อมหินของนครกล้วยไม้โบราณ เฉินหลินเจียน ฮูหยาน หลานเร่อและคนอื่น ๆ ได้รวมตัวกันอยู่ภายในป้อมหินนี้


             ผู้คน 29 คน” เฉินหลินเจียนพูดด้วยความหดหู่ใจเล็กน้อย การเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อมาสำรวจ อย่างไรก็ตาม พวกเขายังไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือเลยและพวกเขายังสูญเสียคนไปถึง คน ถ้าพวกที่สูญเสียเป็นคนธรรมดาทั่วไป เขายังพอยอมรับมันได้ แต่พวกเขาไม่สามารถหาเย่จื้อ หวิ๋นพบได้ไม่ว่าที่ใด และสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกแย่มาก


             เย่จื้อ หวิ๋นนั้นเป็นถึงลูกสาวของจ้าวเมืองและเป็นหลานของเย่ โม่ ซึ่งเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนาน ถ้าเกิดมีสิ่งใดเกิดขึ้น เขาคงไม่สามารถที่จะรับผลจากสิ่งนี้ได้


             ฮูหยาน หลานเร่อมองตรงไปยังป่ารกชัฏไม่ไกลนัก เธอพยายามมองหาเงาของเนี้ยหลี่ที่อาจปรากฏตัวขึ้น


             ลืมมันเสียเถอะ” ชีวิตที่แสนสั้นของหนุ่มน้อยนั้นได้จบไปแล้ว ชูหยวน เดินตรงไปด้านข้างของฮูหยาน หลานเร่อ เขาได้พูดด้วยน้ำเสียงชิงชัง


             หุบปากเดี๋ยวนี้!” ฮูหยาน หลานเร่อสวนกลับด้วยความโกรธ เธอรู้สึกว่าคนที่มีความสามารถ เช่นเนี้ยหลี่นั้นจ ะสามารถรอดกลับมาได้

             สิ่งนี้เป็นความจริงแน่นอนแล้วศพของเขาต้องถูกวานรยักษ์ฟ้าระดับผสานวิญญาณกินไปเรียบร้อยเป็นแน่!” ชูหยวนหัวเราะ ความคิดที่ว่าพลังวิญญาณของเขานั้นได้ถูกดูดออกไปโดยเนี้ยหลี่ เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เนี้ยหลี่ได้ตายไป เพราะเนี้ยหลี่การฝึกนับหลายปีของเขาจึงสูญเปล่า


             เจ้าคนถ่อย” ฮูหยาน หลานเร่อ ประณามอย่างโกรธเกรี้ยว ถ้าเจ้ายังไม่หยุดทำเช่นนี้อีก อย่าหาว่าข้าหยาบคายกับเจ้าก็แล้วกัน


             ชูหยวนอ้าปากของเขาโดยต้องการพูดบางสิ่ง แต่เมื่อเขาได้เห็นท่าทีของฮูหยาน หลานเร่อที่แสดงออก เขายิ้มเล็กน้อย ยักไหล่แล้วเดินไปที่อื่น


             เฉินหลินเจียนทำหน้าถมึงทึง เขาไม่ควรปล่อยให้เย่จื้อ หวิ๋นอยู่กับเนี้ยหลี่ ถ้าเธอถูกป้องกันโดยนักสู้ระดับเงิน เย่จื้อ หวิ๋นคงไม่หายไปเช่นนี้


             ข้าจะทิ้งคนไว้สองคนรอคอยการกลับมาของพวกเขา ผู้อื่นจงตามข้ามาที่พื้นที่ทางการทหารเฉินหลินเจียนตะโกน เขาเป็นคนเด็ดขาดและรู้แน่ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะรออยู่ที่นี่ พวกเขาควรมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทางทหารเป็นอันดับแรก และจะกลับมาค้นหาเย่จื้อ หวิ๋นและเนี้ยหลี่ในภายหลังด้วยความหวังอย่างยิ่งว่า เย่จื้อ หวิ๋นยังปลอดภัยอยู่



             ข้าจะรออยู่ที่นี่เพื่อรอคอยพวกเขา!” ฮูหยาน หลานเร่อได้คิดชั่วครู่ก่อนพูดออกไปภายในดวงตาทั้งสองของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า ถ้าเธอไม่สามารถรอจนกระทั่งเนี้ยหลี่กลับมาได้ เธอก็จะไม่ย้ายไป ณ สถานที่แห่งใด

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: