วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 38 – Remnant Pages

Tale of the demon and god novel Chapter 38 – Remnant Pages

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 38 หนึ่งหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ


บทที่ 38 หนึ่งหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ

     โดยที่ไม่รู้ว่าทำไม, เหล่าพลังงานที่แผ่ออกมาจากโลงศพศิลานี้ทำให้เนี้ยหลี่รู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง

       ระลอกคลื่นของพลังนี้มาจากทุกทิศทาง พลังวิญญาณอันมหาศาลนี้มันคงมาจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญเป็นแน่


         พลังวิญญาณนั้นเป็นพลังภายในชนิดหนึ่ง แม้จะผ่านมาแล้วเป็นพันปี มันสามารถผนึกอยู่ในวัตถุบางชนิดได้โดยไม่สูญสลาย

           โลงศพศิลานี้ทำมาจากชิ้นส่วนของแผ่นศิลาแล้วประกอบมันเข้าด้วยกัน มันไม่มีร่องรอยของการเปิดออกมาก่อน เป็นไปได้หรือไม่ว่า แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญของกล้วยไม้โบราณ


ศักดิ์สิทธิก็ยังไม่สามารถเปิดมันได้

           เนี่ยหลี่รู้สึกว่าพลังวิญญาณในตัวเขากำลังกระเพื่อมอยู่ภายใน เสียงคำรามดัง มังกรที่อยู่ลึกภายในเขตแดนวิญญาณของเขานั้นดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อย ๆ เขาก้าวตรงไปอีกหนึ่งก้าวยังโลงศพศิลา และมองดูไปที่รูปร่างลึกลับบางอย่างที่แสดงถึงการเกิดใหม่ด้านบน ความคิดหนึ่งได้แล่นเข้ามาสู่จิตใจของเขา เนี้ยหลี่ได้วางมือซ้ายลงไปที่โลงศพศิลา



           ทันใดนั้น ลำแสงอันหนึ่งพวยพุ่งออกมาตรงไปสู่ท้องฟ้า แล้วลำแสงเหล่านั้นก็ค่อย ๆไหลลงปกคลุมที่ด้านหน้าของโลงศพศิลา

           บูม !!



           ความรุนแรงของลำแสงเหล่านั้นระเบิดออกและโดนร่างกายของเนี้ยหลี่

           “อ้าก” เนี่ยหลี่รู้สึกราวกับว่ากระดูกทั่วร่างของเขานั้นแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แม้ว่าเนี้ยหลี่นั้นจะมีความอดทนทางจิตที่แข็งแกร่งมาก ก็ไม่สามารถทนทานต่อความเจ็บปวดที่สาหัสนี้ใด

           แสงนั้นเปรียบได้ดังเข็มนับสิบล้านเล่มที่พุ่งเข้าใส่ร่างกายของเนี้ยหลี่

           ภายในส่วนของพลังวิญญาณของเขานั้นรู้สึกราวเหมือนกับว่าถูกเผาไม้


           ห่างออกไปไม่ไกลนัก เย่จื้อหวิ๋นที่มักจะมองดูมายังทิศทางที่เนี้ยหลี่อยู่เป็นบางครั้งบางคราว เมื่อได้เห็นเนี้ยหลี่ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เธอเริ่มรู้สึกตกใจอย่างมาก


           'เกิดอะไรขึ้น? เนี่ยหลี่เป็นอะไรไป?' เย่จื้อหวิ๋นคิด พร้อมกับรีบวิ่งไปหาเนี้ยลี่ อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเข้าสู่ระยะห่าง 5 ถึง 6 เมตรจากเนี้ยหลี่ *เพ้ง* พลังอันรุนแรงได้ผลักเธอกระเด็นออกมา

         
เธอไม่สามารถเข้าใกล้โลงศพศิลานั่นได้

    แต่เนี้ยหลี่เข้าไปได้อย่างไร

         

         เย่จื้อหวิ๋นถูกยิงโดยลำแสงสีขาวบางส่วนปรากฏเป็นบาดแผลหลายแห่งบนร่างกายของเธอ ตอนนี้ร่างกายเธอนั้นล้วนปกคลุมไปด้วยเลือด อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้สนใจเกี่ยวกับความเจ็บปวดบนร่างกายเธอ เธอนำดาบเล่มยาวออกมาจากกระเป๋าต่างมิติ และฟาดมันลงไปยังพลังงานที่ผนึกอยู่รอบ ๆ โลงศพศิลา


           บูม!!


           เย่จื้อหวิ๋นถูกผลักให้กระเด็นออกมาอีกครั้ง พลังของสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะสามารถจัดการได้ เพียงแค่ลำแสงสีขาวที่กระจายออกมาก็ส่งผลให้เธอได้รับบาดเจ็บไปทั่วทั้งร่างกาย สิ่งเหล่านี้จะสาหัสแก่เนี้ยหลี่เพียงใดเมื่อเขาต้องอยู่ท่ามกลางแสงเหล่านั้น?


        หลังจากถูกผลักออกมา 2 ครั้งจากพลังผนึกนั้น พลังวิญญาณภายในของเธอถูกกระแทกจนสับสนและอวัยวะภายในก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน ม่านตาของเธอทั้งสองเริ่มหนักและหนักขึ้นเรื่อย ๆ

           'เนี้ยหลี่ เจ้าจะต้องปลอดภัย' ความคิดสุดท้ายผุดขึ้นในใจของเย่จื้อหวิ๋น ก่อนจะสลบไป

         
       ณ ขณะนี้ ภายในแสงสีขาว รอบๆร่างกายของเนี้ยหลี่ปกคลุมไปด้วยไอน้ำ ความเจ็บปวดสาหัสที่เกิดขึ้นทั่วร่างกายของเขานั้นทำให้มีเหงื่อไหลออกมาทั่วร่าง และเมื่อเหงื่อได้สัมผัสกับแสงสีขาวรอบ ๆ มันระเหยออกเป็นไอน้ำในทันที

           “กระหายมาก!” เนี่ยหลี่อุทานออกมาก รู้สึกเหมือนกับว่าน้ำทั้งหมดภายในตัวกำลังระเหยออกไป

           เขาได้ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง เขารู้ว่าถ้าหากเขาไม่ตั้งสติให้มั่น เขาจะต้องถูกลำแสงพวกนี้ทำลายอย่างแน่นอน

         

  บูม บูม บูม !

         

       ภายในส่วนวิญญาณของเนี้ยหลี่ถูกกระแทกและแตกออกไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามมันก็ถูกรักษาและฟื้นฟูไม่หยุดด้วยอัตราเร็วที่เท่ากัน

           พลังวิญญาณของเขาก่อตัวเป็นคลื่นวนใหญ่ดั่งปลาวาฬยักษ์ และกำลังดูดกลืนแสงขาวเหล่านี้เข้าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

           เนี่ยที่เหลือสติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น พยายามปกปกป้องส่วนวิญญาณไว้อย่างเต็มที่


ณ ขณะนี้เขารู้สึกสงสัยลึก ๆ ว่าสิ่งนั่นมันคืออะไรกัน เหมือนมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในส่วนวิญญาณของเขา

           'ข้าจะไปสนใจสิ่งนั้นทำไมกัน ในเมื่อเขาสามารถดูดแสงขาวเหล่านี้ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็รับมันเข้ามา!'

           เนี่ยหลี่ใช้พลังงานที่เหลือเพียงเล็กน้อยเคลื่อนพลังในส่วนวิญญาณของเขาและได้ดูดกลืนแสงสีขาวทั้งหมดเข้ามาอย่างบ้าระห่ำ

           บูม บูม บูม !

           แสงสีขาวเหล่านั้นเข้ามาภายในส่วนวิญญาณของเนี้ยหลี่ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมันไม่ได้รบกวนในส่วนของพลังวิญญาณทางจิตของเนี้ยหลี่เลย และหลังจากนั้นมันก็หายไป

           เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่า แม้ลำแสงสีขาวจะได้หายไปแล้วโดยไม่เหลือร่องรอยไว้ในส่วนวิญญาณของเขา แต่มันได้ขยายเขตแดนวิญญาณของเขาให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

           พลังวิญญาณอันร้ายกาจนี้ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของเนี้ยหลี่แข็งแกร่งขึ้น ความรู้สึกบริสุทธ์เกิดขึ้น ที่ผิวหนังของเขาหลังจากขับเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก โครงร่างของเนี้ยหลี่รู้สึกเหมือนได้จัดรูปขึ้นใหม่

           โรวว !!


           เนี้ยหลี่คำรามออกมาอย่างรุนแรง แม้ว่าความแตกต่างระหว่างพลังของเขาในปัจจุบันกับพลังในชาติที่แล้ว ของเขานั้นยังคงมีความต่างอยู่มาก แต่ความรู้สึกว่าพลังของเขาได้เพิ่มขึ้นมานั้นก็ยังเป็นเรื่องที่ดีมิใช่น้อย


         หลังจากเปิดตาขึ้น ภาพที่เห็นเบื้องหน้าค่อย ๆ ปรากฏแจ่มชัด


      เนี้ยหลี่รีบหยิบขวดน้ำออกมาจากที่เก็บของต่างมิติและดื่มมันอย่างกระหาย ผิวหนังซึ่งเคยเหี่ยวแห้งเนื่องจากผลของการขาดน้ำได้เปลี่ยนไปอย่างมหัศจรรย์ มันกลับมาชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว


     ในตอนนี้เนี่ยหลี่นั้นหล่อเหลาขึ้นมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

           เมื่อมองตรงไปข้างหน้า โลงศพศิลาที่อยู่เบื้องหน้าเขาสั่นไหวไม่ยอมหยุด ฝาของโลงศพค่อย ๆเปิดขึ้นอย่างช้า ๆ เนี้ยหลี่คิดว่าเขาจะได้เห็นซากศพที่ไม่เน่าเปื่อย เพราะโลงศพนี้ถูกปิดเป็นอย่างดีและไม่เคยเปิดมาก่อน


        อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เนี้ยหลี่รู้สึกแปลกใจเป็นที่สุดก็คือภายในของโลงศพนั้นว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง

           'มันเป็นไปได้อย่างไร?'

           เนี่ยหลี่คิดว่าเขาตาฝาดไป เขาพยายามมองรอบ ๆ อีกครั้ง อย่างไรก็ตามภายในของโลงศพศิลานี้ก็ยังคงว่างเปล่าอยู่เช่นเดิม มันไม่มีศพอยู่ภายในเลยและไม่มีแม้กระทั่งร่องรอยว่าเคยบรรจุศพเอาไว้ ที่พื้นด้านล่างของโลงศพนั้นเรียบมากไม่มีแม้กระทั่งเศษฝุ่นใด ๆ


           ถ้าเกิดว่าศพนั้นเน่าเปื่อย มันน่าจะเหลือกระดูกไว้บ้าง


           ภายในด้านล่างของโลงศพนั้นมีของสองสิ่งวางอยู่สิ่งหนึ่งนั้นคือเศษหน้ากระดาษและสร้อยคออัญมณี

           เนี่ยหลี่ไม่สามารถรู้ได้ว่าวัสดุที่สร้างหน้ากระดาษนี้ทำมาจากสิ่งใด มันเหมือนกับวัสดุบาง ๆ มีความโปร่งใสเล็กน้อยคล้ายกับปีกของจั๊กจั่น มันได้บันทึกตัวอักษรลึกลับอยู่เต็มแผ่น

           ถ้าเป็นผู้อื่นได้มาเห็นเศษหน้ากระดาษนี้ พวกเขาเหล่านั้นคงไม่รู้ว่าของสิ่งนี้นั้นจะใช้เพื่อการใด อย่างไรก็ตามเมื่อเนี้ยลี่เห็นเศษหน้ากระดาษนี้ เขารู้สึกหยุดนิ่งราวกับโดนฟ้าผ่า


ท่าทีเขาแสดงออกเริ่มติดขัด(เงอะงะ) ในชีวิตที่แล้วของเขา เขาคุ้นเคยซึ่งสิ่งนี้เป็นอย่างดี

           นี่คือเศษหน้ากระดาษของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ!

           เขาจะลืมมันได้อย่างไรกัน ? เป็นเพราะตำราภูติห้วงกาลลี้ลับนี้เองที่ทำให้เขามีพลังอันมหาศาล โดยเขาได้ใช้พลังของหนังสือเข้าไปอาศัยอยู่ภายในพื้นที่แห่งหนึ่งในหนังสือนี้เป็นเวลาหลายร้อยปี ด้วยสิ่งนี้นั่นทำให้เขารวบรวมความรู้ได้อย่างมากมาย

     
       มันยังคงเป็นเพราะหนังสือเล่มนี้ที่เลือดของเขานั้นได้ไหลผ่านมัน ระหว่างต่อสู้กับจักรพรรดินักปราชญ์และได้ส่งตัวเขาให้ย้อนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

           อย่างไรก็ตาม ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับยังไม่สมบูรณ์มีจำนวน 8หน้าภายในนังสือนี้ที่ถูกฉีกออก เนี้ยหลี่ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าตำราภูติห้วงกาลลี้ลับที่สมบูรณ์แล้วจะเป็นเช่นไร

           ด้วยเหตุที่คำในหนังสือนี้นั้นซับซ้อนและลึกลับยิ่ง เนี้ยหลี่ไม่สามารถเข้าใจเกี่ยวกับคำเหล่านี้ได้เลยแม้ว่าเขาจะพยายามที่จะจำคำเหล่านี้ไว้

          แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง เขาก็ไม่สามารถจำได้เลยว่าคำเหล่านี้เคยผ่านตามาก่อน เหมือนมันไม่เคยปรากฏบนสมองของเขา

           ในชีวิตที่แล้วนั้น เนี้ยหลี่พยายามที่จะค้นหาอีก 8 หน้าที่เหลือ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถหาร่องรอยของสิ่งเหล่านี้ได้เลย เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลังจากที่เขาถือกำเนิดใหม่


เขาจะได้มาพบกับเศษหน้ากระดาษของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับที่นี่

           น่าเสียดายที่ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับไม่ได้ติดตัวเขากลับเมื่อถือกำเนิดใหม่

          เขาคงต้องทำเหมือนกับชิวิตที่แล้วของเขา เดินทางท่องไปในทะเลทรายไม่สิ้นสุดและในพระราชวังแห่งทะเลทรายนั้นเป็นเพียงที่เดียวที่เขาจะได้ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับกลับมา

           เนี่ยหลี่สงสัยว่าตำราภูติห้วงกาลลี้ลับนี้จะพัฒนาและเปลี่ยนไปเช่นไร


เมื่อหนึ่งหน้าบันทึกของมันกลับมา

           เนี่ยหลี่วางเศษหน้ากระดาษของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับแนบติดไว้ที่หน้าอกของเขา ส่วนพลังวิญญาณของเขารับรู้ได้ถึงเศษหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับนี้และเริ่มสั่นไหวมันเป็นสิ่งเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา

           เจ้าหน้ากระดาษพวกนี้นั้นก็คล้ายกับตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ มันส่งผลไปหล่อเลี้ยงให้ส่วนของวิญญาณได้เช่นกัน

           สายตาของเนี้ยหลี่เลื่อนไปจับจ้องสร้อยคออัญมณี หน้าของเขาแสดงถึงบางสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจ
       
           “ มันเป็นชิ้นส่วนของอัญมณีพิศวงแน่นอน! มันเป็นของที่หาได้ยากยิ่ง!” เนี่ยหลี่อุทานออกมาอย่างตื้นเต้นแม้กระทั้งลอร์ด เย่ โม


        ซึ่งอยู่ที่ระดับตำนานแล้วนั้นก็เป็นไปได้ว่าจะไม่เคยเห็นอัญมณีพิศวงอันนี้มาก่อน อัญมณีพิศวงเป็นสมบัติโบราณที่เก่าแก่ยิ่ง


           “อัญมณีพิศวงนี้สมควรที่จะมอบให้แก่เย่จื้อหวิ๋นเป็นของขวัญ”


         เนี่ยหลี่คิดพร้อมยิ้มไปพราง ด้วยความรู้สึกผูกพันธ์ที่เขามีต่อเธอ แม้เขาจะต้องมอบเศษหน้ากระดาษล้ำค่านี้ให้แก่เย่จื้อ หวิ๋นเขาจะมิลังเลแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเย่จื้อ หวิ๋นนั้นไร้ประโยชน์สำหรับเธอ แต่สร้อยคออัญมณีพิศวงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการฝึก ด้วยสิ่งนี้ความรวดเร็วในผสานพลังจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็น 3 เท่า


           เรื่องที่เศษหน้ากระดาษของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับนั้นทำไมถึงมาปรากฏอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้นั้นได้สร้างความสงสัยให้เนี่ยหลี่

            รวมถึงเรื่องที่ภายในโลงศพศิลานั้นว่างเปล่า สิ่งนี้นั้นหมายความว่าจักรพรรดิคงหมิงนั้นไม่ได้อยู่ที่นี้ด้วยเช่นกันหรือ แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนกันเล่า?

           เรื่องเหล่านี้ยังคงเป็นเรื่องลึกลับมากมายอีกต่อไป

           เนี่ยหลี่เก็บซึ่งของสองสิ่งนี้ และเมื่อเขาหันไปรอบ ๆ เขาพบว่าเย่จื้อหวิ๋นได้ทอดตัวนอนอยู่ที่บนพื้น

      “มีบางสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้น เย่จื้อหวิ๋นอย่างนั้นหรือ” เนี่ยหลี่ถามตัวเอง เขาเต็มไปด้วยความกังวลในหัวใจ


เขารีบกระโจนไปหาเย่จื้อหวิ๋นในทันที

         
          เมื่อเขานั่งลงข้าง ๆ เย่จื้อหวิ๋น เนี้ยหลี่สังเกตุเห็นบาดแผลไหม้ หลายแห่งบนเรือนร่างของเธอทั้งที่น่าอก แขนทั้งสอง และที่ขา 2ข้างก็มีบาดแผลที่ลึกปรากฏอยู่ เนี้ยหลี่รีบวางมือของเขาไปที่ข้อมือและส่งพลังวิญญาณเข้าไปในร่างกายของเย่จื้อหวิ๋น เมื่อเขาพบว่า


เธอนั้นยังมีชีวิตอยู่ เขาถึงกับถอนใจด้วยความโล่งอก

           การมองไปที่ผาดแผลสาหัสและร่างที่หมดสติของเย่จื้อหวิ๋นช่วยไม่ได้เลยที่เนี้ยหลี่จะรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก มันต้องเป็น
ตอนที่เธอได้ยินเสียงตะโกนของเขาและพยายามที่จะมาช่วยเขาเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เธอไม่สามารถจะเข้ามาใกล้โลงศพศิลานี้ได้

      และเป็นไปได้ว่าเธอนั้นได้พยายามเข้ามาด้วยพละกำลังทั้งหมดของเธอแต่กลับได้รับบาดเจ็บสาหัสจากพลังป้องกันที่ผนึกเอาไว้

           รอยไหม้เหล่านี้ได้ถูกทิ้งไว้จากแสงสีขาวพวกนั้นเมื่อได้มองภาพของเย่จื้อหวิ๋นในตอนนี้ ในหัวใจเนี้ยหลี่นั้นรู้สึกเต็มไปด้วยความสงสารเธอ เขาแขวนสร้อยคออัญมณีพิศวงลงไปบนคอของเย่จื้อหวิ๋น

            แสงสว่างสีฟ้าส่องสว่างมาจากอัญมณีพิศวง สาดแสงปกคลุมไปที่บาดแผลของเธอ ทำให้บาดแผลจากการเผาไหม้นั้นดีขึ้นเล็กน้อย

           “เลือดไหลมาอย่างไม่หยุดเลย! ข้าจะต้องปิดบาดแผลใหญ่ของเจ้าเดี๋ยวนี้!”


          เนี้ยหลี่นิ่งเงียบไปเมื่อมองดูที่แก้มอันงดงามของเย่จื้อหวิ๋น หลังจากที่คิดชั่วครู่ เขาไม่ควรกังวลมากเกินไปนัก ในท้ายที่สุดถึงแม้เย่จื้อหวิ๋นจะเข้าใจเขาผิด แต่นั้นก็ดีกว่าปล่อยบาดแผลของเธอไว้

           เนี้ยหลี่นั่งลงและค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของเย่จื้อหวิ๋นออกอย่างช้าๆ แขนและหัวไหล่ของเธอปรากฏแก่สายตาเนี้ยหลี่ หน้าอกของเย่จื้อหวิ๋นถูกพันไว้ด้วยผ้าสีม่วง

     ทำให้รู้สึกต่อเธอว่าช่างน่าหลงใหลยิ่งนัก


           เมื่อเปรียบเทียบกับสองคู่ที่ชูชันของเย่จื้อหวิ๋นเมื่อชีวิตที่แล้ว ของเธอในตอนนี้นั้นยังไม่สามารถเทียบตอนนั้นได้

         แต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นภาพที่น่ามองอย่างยิ่งหลังจากเขาได้ถอดเสื้อผ้าของเย่จื้อหวิ๋นแล้ว



       เนี้ยหลี่เคลื่อนสายตาและเพ่งมองไปยังบาดแผลต่าง ๆ ตามร่างกายเธอ เขาได้นำน้ำมันสมานแผลออกมาจากที่เก็บของต่างมิติและค่อย ๆ ทามันลงไปยังบาดแผลหลังจากทาน้ำมันสมานแผล ในท้ายที่สุดเลือดก็หยุดไหล


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: