วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 36 – Numerology

Tale of the demon and god novel Chapter 36 – Numerology

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 36 ปริศนาตัวเลข


บทที่ 36 ปริศนาตัวเลข

ระหว่างการวิ่งไปพร้อมกับเย่จื้อหวิ๋น และคอยหลีกเลี่ยงเจ้าพวกวานรยักษ์ฟ้าระดับทั่วไปไปด้วยนั้น เวลากลางคืนเริ่มมืดลง ถ้าพวกเขายังคงยังคงมุ่งหน้าต่อไปเรื่อย พวกเขาจะต้องพบเจอกับอันตรายอยู่เบื้องหน้าแน่นอน


               “คงต้องตั้งแคมป์ที่นี่ !” เนี่ยหลี่มองตรงไปยัง เย่จื้อหวิ๋นและกล่าวขึ้น


               แม้ว่าคืนนี้นั้นจะเป็นคืนที่มืดสนิท เย่จื้อหวิ๋นยังคงแสดงท่าทีที่กล้าหาญมากกว่าผู้หญิงปกติทั่วไป ดวงตาที่เฉียบคมของเธอเพ่งมองไปยังป่ารกเบื้องหน้า และมองเห็นเงาอะไรบางอย่าง


               “นั่นคืออะไร?” เย่จื้อหวิ๋น ถาม ด้วยความสงสัย


               “เหมือนจะเป็นอาคารบางอย่าง” เนี่ยหลี่พูดพร้อมกับครุ่นคิด มันน่าจะเป็นซากปรักหักพังของอาคาร


               “พวกเราไปดูสิ่งนั้นกันเถอะ”เย่จื้อหวิ๋นเชิญชวนพร้อมกับก้าวยาว ๆ ไปสู่ทิศทางที่ของสิ่งนั้นตั้งอยู่ สำหรับเธอการที่ต้องมาอยู่กับเนี้ยหลี่ตามลำพังนั้น ทำให้เธอหวาดหวั่นเล็กน้อย และจริง ๆ แล้ว นี้เป็นครั้งแรกของเธอที่ต้องมาอยู่กับเด็กผู้ชายในเวลากลางคืนเช่นนี้ แม้ว่าเธอมั่นใจว่าเนี้ยหลี่นั้นจะไม่ทำเรื่องที่ไม่ดีกับเธอ แต่หัวใจของเธอยังคงเต้นอย่างรุนแรง ดังนั้นเธอจึงพยายามที่จะเปลี่ยนประเด็นไปสู่การมุ่งไปที่ซึ่งสิ่งนั้นตั้งอยู่ เนี้ยหลี่ตามหลังเย่จื้อหวิ๋นและมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้น


               “สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นรูปปั้นของบางอย่าง!” เนี้ยหลี่พูด เขาไม่สามารถคิดออกได้เกี่ยวกับรูปปั้นนี้ว่ามันคืออะไรเมื่อมันได้พังทลายคงเหลือไว้แต่ซากแบบนี้


               นี่คงจะเป็นเศษซากของอารยะธรรมที่มีเคยอยู่ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคมืด


               “คำเหล่านี้มันคืออะไรกัน”เย่จื้อหวิ๋นมองไปยังเนี้ยหลี่และถามขึ้น




               มีแผ่นจารึกที่ทำจากหินอยู่ข้างใต้รูปปั้น เนี้ยหลี่ปัดฝุ่นออกจากแผ่นจารึกและด้วยแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา เขาสามารถที่จะอ่านและเข้าใจเนื้อความที่ปรากฎอยู่บนแผ่นหินนี้ได้อย่างชัดเจน


               “นี่คือภาษาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์” เขาอธิบาย “มันพูดว่า ใครก็ตามที่ติดตามข้านั้นจะเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่อง ส่วนใครก็ตามที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับข้า จะต้องถูกกำจัด” มันช่างเป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่อะไรปานนี้!


               คำเหล่านี้เป็นไปได้ว่ามาจากกษัตริย์ที่มีรูปแบบการปกครองชาวเมืองแบบกดขี่ อำนาจและตำแหน่งของกษัตริย์ชั่วผู้นี้น่าจะสูงมาก แต่แล้วอะไรกันล่ะ เขาและอาณาจักรของเขาในท้ายที่สุดก็ถูกทำลายโดยกองกำลังของเหล่าสัตว์อสูร ครั้งหนึ่งบุคคลที่เคยมีพลังอำนาจอย่างมากนั้นท้ายที่สุดก็จบชีวิต ลงเหลือเพียงแต่เถ้าธุลี และทำได้เพียงทิ้งรูปปั้นหัก ๆ ไว้เบื้องหลังเท่านั้น


               “เนี้ยหลี่ เจ้าเข้าใจภาษาของของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?”เย่จื้อหวิ๋น ถามโดยเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความสามารถของเนี้ยหลี่ มีคนเพียงจำนวนน้อยมากที่จะรู้ และถึงรู้ก็ซึ่งเพียงเล็กน้อยเกี่ยวภาษาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์


               “ข้าเข้าใจมันได้อย่างไร งั้นหรือ” เนี้ยหลี่ยิ้ม เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเขานั้นเรียนรู้ทั้งหมดเลยนั่นจากดินแดนแห่งพระเจ้า ทั้งภาษาและเทคนิคการผสานพลังมาจากที่แห่งนั้น


               “ถ้าเพียงแต่เจ้าไม่อยากบอก ก็ลืมมันไปซะ” เย่จื้อหวิ๋นพูดด้วยสีหน้าบูดบึ้ง


               เนี้ยหลี่กระอักกระอ่วน มันไม่ใช่ว่าเขานั้นไม่เต็มใจที่จะบอกเธอ เพียงแต่ว่าถึงแม้เขาจะบอกเธอไป เย่จื้อหวิ๋นก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจมันได้


               เย่จื้อหวิ๋นเดินผ่านรูปปั้นนั้นไป ขณะที่เธอเพียงต้องการเดินมาตรวจสอบดูรอบ ๆ ซากทั้งหลายเหล่านี้ ทันใดนั้นเธอร้องอย่างสุดเสียง


               เมื่อเนี่ยหลี่ตระหนักได้ว่าสถานที่เย่จื้อหวิ๋นยืนอยู่นั่นเริ่มสั่นไหวอย่างรวดเร็วอยู่ภายใน ใบหน้าเขาถอดสีและเขาเร่งเข้าไปหาเย่จื้อหวิ๋นโดยทันที อย่างไรก็ตามพื้นดินเหมือนยุบตัวลงมากขึ้น การยุบตัวนั้นมาพร้อมกับพลังดูดอันรุนแรงที่ดูดกลืนร่างของเขาทั้งสองลงไปข้างล่างด้วย เมื่อร่วงหล่นไปข้างใต้นั่นดูเหมือนว่าพวกเขาจะร่วงลงลึกไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด'ทำไมนครกล้วยไม้โบราณถึงได้มีสถานที่แบบนี้อยู่ได้เล่า?' เนี้ยหลี่ถามตัวเองเบา ๆ ขณะที่เขากอดเย่จื้อหวิ๋นแน่นตัวเขานั้นได้นำดาบออกมาและพยายามปักไปที่ขอบผาข้าง ๆ พวกเขา เมื่อเขาพยายามที่จะปักดาบเข้าไปที่กำแพงหิน *แพล๊งค์* มันแตกหักทันที ไอ้กำแพงหินอันนี้มันแข็งมากเกินไป


               'สถานที่แห่งนี้มันคือที่ อะไรกัน?


               เขาได้มองลงที่ด้านล่างเพื่อมองหาก้นของหุบเหวนี้และตระหนักได้ว่าที่ข้างใต้ของพวกเขาลึกลงไปนั้นยังคงมืดสนิท


               ทันใดนั้นเย่จื้อหวิ๋นใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้ ที่ความเร็วในการร่วงของพวกเขานั้นลดลงชั่วครู่จากการพยายามปักดาบเข้ากับกำแพงของเนี้ยหลี่ เธอนำเชือกออกมาจากกระเป๋าต่างมิติอย่างรวดเร็ว แล้วโยนมันไปเกี่ยวกับบริเวณหนึ่งที่นูนออกมาจากหน้าผา *ผ้าง* ทั้งสองคนถูกดึงอยู่บนเชือกบางอย่างและสามารถหยุดการร่วงลงไปได้


               'ใยของอสูรแมงมุมหิมะเหมันต์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้นั้นเหนียวเพียงใด!'เนี้ยหลี่คิด เขารู้สึกโล่งอก พวกเขายังคงรู้สึกถึงพลังดูดจากข้างใต้นั่น แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็สามารถหยุดมันลงได้


               “เนี่ยหลี่ นี่คือที่ไหนกัน?” เย่จื้อหวิ๋นถามอย่างหวาดหวั่น ทั้งเนี้ยหลี่และเธอต่างแขวนค้างอยู่ในอากาศ อย่างไรก็ตามเนื่องจากหน้าผาที่เป็นกำแพงหินนั้นเรียบมาก มันเป็นเรื่องธรรมดาเลยที่จะไม่สามารถไต่ขึ้นไปและพวกเขาก็ไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดเบื้องล่างได้ด้วย


               “ข้าก็คิดไม่ออกเหมือนกัน” เนี้ยหลี่ตอบด้วยความเห็นใจ เขายิ้ม เขานั้นไม่รู้ว่ามีสถานที่แห่งนี้นั้นอยู่ภายในนครกล้วยไม้โบราณและก็ไม่เคยได้ยินเย่จื้อหวิ๋น พูดถึงสถานที่แห่งนี้เมื่อชาติที่แล้วของเขา พวกเขาได้เข้ามาอย่างบังเอิญสู่สถานที่ลับสุดยอดภายในนครกล้วยไม้โบราณนี้


               เมื่อเขาทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่พื้นดินจะเริ่มสั่นไหวนั้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจ กลุ่มคำที่เขาได้อ่านไปนั้น จะต้องเป็นกุญแจสำหรับเข้ามาสู่สถานที่แห่งนี้


               “พวกเราสามารถลงไปข้างล่างได้” เนี้ยหลี่พูด ในเมื่ออีกทางเลือกที่พวกเขาจะไต่ขึ้นไปตามกำแพงหินนั้นไม่สามารถเป็นไปได้เนื่องจากมันลื่นมาก


               เนี่ยหลี่เงยหน้าขึ้น ภายใต้แสงจันทร์นี้เขาสามารถมองเห็นความเฉลียวฉลาดผ่านดวงตาของเย่จื้อหวิ๋น ขนตาที่กระดกไปมาเบา ๆ และผิวพรรณที่เปล่งปลั่งดังคริสตัลไร้ตำหนิของเธอ ความงดงามจากภาพที่ได้เห็นนี้นั้นไม่สามารถจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ ปากสีชมพูของเธอนั้นเห็นเป็นชั้นคลื่นบาง ๆ ปรากฏอยู่ ณ ตอนนี้ พวกเขาทั้งสองนั้นอยู่ใกล้ชิดกันอย่างแนบแน่น เนี้ยหลี่รู้สึกได้ถึงคู่สัมผัสอันอ่อนนุ่มที่อยู่ด้านหน้าของทรวงอกเย่จื้อหวิ๋น และกลิ่นหอม ๆ ของเด็กสาวที่ออกมาจากตัวเธอ


               เย่จื้อหวิ๋นนั้นก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความเสน่หาที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาเช่นกันและทันใดนั้นแก้มของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที

“อย่าขยับนะ ข้าจะลงไปก่อนเป็นคนแรก” เย่จื้อหวิ๋นพูดอย่างเร่งรีบ


        เมื่อได้เห็นท่าทีขึงขัง ของเย่จื้อหวิ๋นที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือจากเมื่อชั่วครู่นี้ ช่วยไม่ได้ที่เนี้ยหลี่จะหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ในชาติที่แล้วของเขา เมื่อพวกเขาทั้งสองได้อยู่ร่วมกันนั้นและคิดถึงว่าความรู้สึกรักใคร่อันแสนอ่อนโยนที่เขาได้รับจากเธอนั้นมันช่างซาบซึ้งและประทับอยู่ในใจของเขาเพียงไร


        เขาคว้าไปที่ข้อมือของเย่จื้อหวิ๋นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจที่เธอพูด แล้วยิ้มพร้อมกับพูดว่า“กอดข้าให้แน่น ๆ” พวกเราจะลงไปข้างล่างพร้อม ๆ กัน


        'เนี้ยหลี่ชักจะทำมากเกินไปแล้ว' เย่จื้อหวิ๋นคิดในตอนนี้เธอรู้สึกได้ถึงแขนของเนี้ยหลี่ในท่ากอดกำลังยกก้นของเธออยู่ เธอชักจะโมโหมากอย่างไรก็ตามถ้าเธอเกิดขัดขืนในตอนนี้ พวกเขาทั้งคู่นั้นจะต้องร่วงหล่นลงไปอย่างแน่นอน


        'เนี้ยหลี่ช่างขี้โกงอย่างรายกาจ' ความรู้สึกโดนแกล้งฝังในหัวใจเธอ และเธอรู้ว่าไม่มีอะไรช่วยเธอได้


        เมื่อได้เห็นหน้าตาโมโหของเย่จื้อหวิ๋น เขายิ้มเล็กน้อย ๆ ความรู้สึกอ่อนนุ่มที่แขนของเขาทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง และเขาอดไม่ได้ที่จะหยิกมันเบา ๆ   สะโพกของเย่จื้อหวิ๋นนั้นเริ่มโค้งมนได้รูป และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้มันจะเข้ารูปอย่างสมบูรณ์


        “เนี่ยหลี่ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องข้าอย่างไม่อายอีก ข้าจะจัดการเจ้าด้วยทุกวิธีทาง ในที่สุดพวกเราก็จะหล่นลงไปด้วยกัน!” เธอกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วและจ้องมาที่เนี้ยหลี่ แม้กระทั่งผู้หญิงที่สง่างามเรียบร้อยแบบเธอก็ไม่สามารถทนสิ่งนี้ได้อีกต่อไป


        “ตกลง ตกลง ข้าจะไม่แตะตัวเจ้า อีกครั้ง!” เนี้ยหลี่ยิ้ม และเริ่มระลึกไปถึงชาติที่แล้วของเขารับรู้ได้ว่าเย่จื้อหวิ๋นโกรธเมื่อใด เธอนั้นจะมีอารมณ์เช่นนี้เสมอ เขาค่อย ๆ ปล่อยเชือกอย่างช้า ๆ และพวกเขาทั้งสองก็ได้เคลื่อนตัวลงไปด้านล่าง


        หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที ในที่สุด เท้าของเนี้ยหลี่ก็สัมผัสถึงพื้นดิน เขารู้สึกเสียดายนิดหน่อย เขาไม่มีทางเลือกต้องยอมปล่อยเย่จื้อหวิ๋นออกจากมือ


        เธอกัดฟันเอาไว้โดยไม่พูดสิ่งใดออกมาและ เริ่มสำรวจรอบสถานที่แห่งนี้ ตั้งแต่เธอยังเด็กจนถึงบัดนี้นั้น เธอไม่เคยถูกชายใดฉวยโอกาสจากเธอเช่นนี้มาก่อน และสิ่งที่น่าเกลียดที่สุดก็คือ ใบหน้าของเนี้ยหลี่ตอนนี้ที่ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นและตั้งหน้าตั้งตามองไปรอบ ๆ ที่แห่งนี้ เธอโกรธและโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นจนเธอทนไม่ไหว เธอเร่งตรงเข้าไปเหยียบที่เท้าของเนี้ยลี่


        “โอ้ย” เนี่ยหลี่ร้อง เขายกเท้าขึ้นและกระโดดไปมา พร้อมสูดหายใจเอากลุ่มก้อนอากาศเย็นเหล่านี้เข้าไปเป็นเฮือก ๆ


        เมื่อได้เห็นการตอบสนองที่เหมือนจะมากเกินไปของเนี้ยหลี่นั้น ช่วยไม่ได้เลยที่เธอนั้นจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่


        “ถ้าเจ้ากล้าเล่นไม่ซื่อกับข้าอีก ระวังตัวไว้ให้ดี ข้าจะไม่ให้อภัยแก่เจ้า”


        ภาพขณะที่เย่จื้อหวิ๋นกำลังหัวเราะอยู่นั้นนางช่างงดงามและมีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ มันทำให้เนี้ยหลี่หยุดนิ่งและมองเธอด้วยความหลงใหล


        เมื่อรู้สึกถึงแววตาที่เปลี่ยนไปของเนี้ยหลี่ เย่จื้อหวิ๋นหลบสายตาในทันทีทันใด แก้มของเธอรู้สึกร้อนผ่าว และไม่รู้ว่าทำไม หัวใจของเธอถึงได้เต้นอย่างรุนแรงอยู่ภายใน


        “รีบหาทางออกกันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราจะไม่สามารถออกไปได้!” เย่จื้อหวิ๋นรีบพูดอย่างรวดเร็ว


        “ตกลง” เนี้ยหลี่ตอบ พร้อมกับหยิบคบไฟออกมาจากที่เก็บของต่างมิติและยกมันขึ้น สาดส่องคบเพลิงไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ปรากฏว่าพวกเขาได้หล่นลงมาที่พระราชวังใต้ดิน มันเหมือนกับเขาวงกตที่ลึกมาก มีเส้นทาง 5 หรือ6 เส้นทางที่พวกเขาสามารถเลือกไปได้ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าแต่ละเส้นทางจะนำพาพวกเขาไปสู่ที่ใด


        'ข้าไม่รู้เลยว่าภายในของเขาวงกตนี้กว้างใหญ่เพียงใด' เนี้ยหลี่คิด

เขาพบข้อความบรรทัดหนึ่งปรากฏที่กำแพงข้างตัวเขา


        “พระราชวังของจักรพรรดิคงหมิง” เนี่ยหลี่พึมพำ และทันใดนั้นเขารู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก  "ที่แห่งนี้คือสุสานอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิคงหมิง"


     “จักรพรรดิคงหมิงรึ?” เอียจืมอวิ้นถามด้วยความสงสัย


        “ใช่” เนี้ยหลี่พยักหน้าเบา ๆและเริ่มเล่าว่า “เขาเป็นจักรพรรดิที่ลึกลับที่สุดในประวัติศาตร์ของอาณาจักรศักดิสิทธ์” ในฐานะของจักรพรรดิของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ เขาใช้ชื่อของเขาเหมือนดังเช่นอาณาจักรของตัวเอง  นั่นเป็นเรื่องที่แปลกมาก โดยเฉพาะจักรพรรดิองค์นี้ได้สละตำแหน่งและออกจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ระหว่างที่เขากำลังปกครองอยู่โดยได้ส่งมอบอาณาจักรให้บุตรชายดูแลแทน มีเรื่องเล่าว่าทักษะผสานพลังของเขาได้ก้าวขึ้นไปถึงระดับที่สูงยิ่งจนน่าตกใจและกลายเป็นอมตะ แม้กระทั่งลูกหลานของเขาก็ไม่สามารถหาสุสานของเขาพบ ข้าไม่คิดเลยว่าเขานั้นจะถูกนำมาฝังไว้ ณ ที่แห่งนี้


        “มีคนที่สามารถวิชา จนก้าวผ่านไปสู่ความเป็นอมตะได้จริง ๆ หรือ ?”เย่จื้อหวิ๋นถาม มองตรงไปยังเนี้ยหลี่


        “ไม่ นั่นเป็นเพียงเรื่องเล่า แม้คนผู้หนึ่งนั้นจะมีวรยุทธข้ามผ่านระดับตำนานไปแล้ว พวกเขาสามารถอยู่ได้เพียง 2 ถึง 3 ร้อยปีเท่านั้น พวกเขานั้นไม่สามารถหลบหนีซึ่งวัฎจักรของชิวิตได้หรอก!” เนี้ยหลี่หัวเราะ


        ผู้ที่ก้าวข้ามผ่านระดับตำนานอย่างงั้นรึ? มันเป็นแบบไหนกัน ? เย่จื้อหวิ๋นถามในใจเธอเต็มไปด้วยความสงสัย  ในความเข้าใจของเธอ ระดับตำนานนั้นเป็นระดับที่สูงที่สุดแล้วที่ยังคงมีอยู่

    “เจ้าจะได้รู้เรื่องราวพวกนี้ภายหลัง” เนี้ยหลี่ยิ้มโดยสั่นหัวของเขาและไม่เริ่มพูดต่อ


        เย่จื้อหวิ๋นรู้สึกสับสน เนี้ยหลี่นั้นเคยพบผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับตำนานได้อย่างไร ? ทั้งที่เนี้ยหลี่ก็เหมือนกับเธอ เขานั้นไม่เคยออกจากเมื่อกลอรี่มาก่อน หรือเขาจะอ่านเจอมันในหนังสือ แม้เธอจะยังคงสงสัยอยู่แต่เธอก็ไม่ได้คิดไปไกลอีก


        “ที่นี่เป็นเขาวงกต ดังนั้นมันอาจจะมีหลุมพรางของกับดัก พวกเราต้องระวังตัวให้มาก เจ้าสามารถก้าวไปบนพื้นที่ซึ่งข้านั้นก้าวผ่านไปแล้วเท่านั้น!” เนี้ยหลี่มองไปที่ยัง เย่จื้อหวิ๋นและพูด


        แม้ว่าเธอรู้สึกหดหู่เมื่อได้ยินเนี้ยหลี่พูดด้วยน้ำเสียงเชิงสั่งเธอตลอดเวลา เขาทำเสียงโดยเหมือนกับเขาคิดว่าตัวเองนั้นแก่กว่าเธอ แต่เธอก็ผงกหัวอย่างเชื่อฟังและตอบว่า “อืม!”


        แม้เนี้ยหลี่ไม่ตระหนักถึงความจริงที่ว่าเย่จื้อหวิ๋นนั้นยังคงเด็กนัก แต่เขามีความคิดในรูปแบบที่อยากจะปกป้องเธอ อย่างไรก็ตามน้ำเสียงที่เขาใช้ก็แตกต่างอย่างเลี่ยงไม่ได้กับชีวิตที่แล้วของเขาตอนเป็นคนรักกัน


        “มีเส้นทางให้เลือก 5 เส้นทางจากที่นี่ พวกเราจะเลือกไปทางไหนกัน ?” เย่จื้อหวิ๋นถาม ขณะกำลังมองตรงไปยังรอบ ๆ ทางเดินลึกเบื้องหน้า


     

        “เป็นเรื่องง่ายมาก” พวกเราควรมุ่งไปยังทิศเหนือ เพราะด้วยโชคชะตาของจักรพรรดิคงหมิง สุสานของเขาจะตั้งอยู่ที่ซึ่งหันหน้าไปทางทิศใต้ “


     

        “ทำไมกัน” เย่จื้อหวิ๋นถามด้วยความงุนงง “ทำไมสุสานของจักรพรรดิคงหมิงถึงจะต้องอยู่ตำแหน่งที่หันไปทางทิศใต้ด้วย”


        “เพราะว่ามันเขียนอยู่ไว้ในหนังสือตัวเลขวิทยาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์นะซิ ทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับโชคชะตาของคน ๆ นั้นจะมีบางสิ่งที่ให้คุณและให้โทษอยู่เสมอ นี่รวมถึงตำแหน่งในการจัดวางสุสานด้วย
และผู้คนที่มาจากอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ก็ล้วนแต่เชื่อในเรื่องเหล่านี้ทั้งสิ้น!” เนี้ยหลี่พูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย


        'หนังสือตัวเลขวิทยาของอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์' ช่วยไม่ได้ที่เย่จื้อ หวิ๋น จะพูดพึมพำไปมาถึงข้อความนี้ '  มีหนังสือกี่เล่มกันนะที่เนี้ยหลี่อ่านมาแล้ว' “ถ้าเป็นเช่นนั้น แล้วทิศเหนืออยู่ทางไหนกันเล่า! พวกเรา

กำลังอยู่ใต้พื้นดิน พวกเราจะรู้ถึงทิศทางได้อย่างไร?” เย่จื้อหวิ๋นถาม

เนี้ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “การระบุทิศทางนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย”


เทือกเขา บรรพบุรุษนั้นตั้งอยู่ในแนวทิศเหนือไปใต้ จากการมอง


การเลื้อยของเถาวัลย์ไปตามก้อนหิน พวกเราก็จะสามารถระบุทิศทางได้. อ้า ต้องไปทางนี้ !” หลังจากนั้นเนี้ยหลี่ก็ได้เดินทอดน่องตรงไปยังเส้นทางหนึ่งที่เขาเลือก


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: