วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 34 – Spirit Grade Demon Beast

Tale of the demon and god novel Chapter 34 – Spirit Grade Demon Beast

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 34 สัตรอสูรระดับผสานวิญญาณ



บทที่ 34 สัตรอสูรระดับผสานวิญญาณ

มีหลากหลายวิธีที่จะนำหญ้าหมอกม่วงมาใช้. หนึ่งในนั้นคือนำมาทำยาพิษที่ร้ายแรงสำหรับอสูรร้ายประเภทวานร. เป็นเรื่องธรรมดาที่วานรอสูรร้ายระดับเงินจะไม่สามารถต้านทานพิษนี้ได้. ในโลกนี้สิ่งหนึ่งนั้นจะอยู่ใต้บางสิ่งเสมอ

              'เนี้ยหลี่ใช้เพียงธนูดอกเดียวเพื่อฆ่าเจ้าวานรยักษ์ฟ้านี่รึ?'

              ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา ,ด้วยความรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก

             
             มีฮูหยาน หลานเร่อ เย่จื้อหวิ๋นที่รู้ว่าเนี้ยหลี่ได้ทายาบางชนิดไปที่ลูกธนูนั้น.แต่อย่างไรก็ตาม,การที่สามารถยิงธนูไปที่วานรยักษ์ฟ้าอย่างง่ายดายเป็นเรื่องที่เหนือชั้นมาก

           

             เมื่อมองดูเนี้ยหลี่ที่ฆ่าวานรยักษ์ฟ้าด้วยธนูนั้น,เฉินหลินเจียนตะโกนบอกคณะของเขาว่า,”ทุก ๆ คนหยิบหน้าไม้ของตัวเองออกมา”

              คนของเฉินหลินเจียนต่างหยิบหน้าไม้ของตัวเองออกมา, ต่างคิดว่าด้วยสิ่งนี้พวกเขาสามารถใช้ต่อกรกับวานรยักษ์ฟ้าได้

              เสิ่นเหย่ก็หยิบหน้าไม้ออกมาเหมือนกัน.ด้วยความกระเหื้อนกระหาย,เขารู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก.เนี่ยหลี่เหนือกว่าเขาในทุก ๆ ด้านจริง ๆ .ตั้งแต่การปรากฏตัวของเนี้ยหลี่,เขารู้สึกว่าเย่ จื้อหวิ๋นนั้นมีแต่จะยิ่งห่างและไกลออกไปเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง.และตอนนี้,เย่ จื้อหวิ๋นก็ไม่สนในเขาแม้แต่น้อย.เธอเปลี่ยนไป เธอหันไปมองเนี้ยหลี่ นั่นทำให้เขารู้สึกคลุ้มคลั่งเป็นอย่างมาก

           

            เพียงแค่ยิงและฆ่าวานรยักษ์ฟ้าได้นั้น,มันจะยากเพียงไหนกัน?

           


               เสิ่นเหย่ขึ้นลูกธนูที่หน้าไม้ของเขาและเตรียมพุ่งไปที่ขอบของกำแพง.เขาเล็งหน้าไม้ของเขาไปที่วานรยักษ์ฟ้าตนหนึ่งซึ่งอยู่ในระยะห่างกำลังพอดี.ด้วยท่าที มุ่งมั่นและจริงจังอย่างมาก.เขามุ่งหมายกำจัดลิงยักษ์ที่อยู่ข้างหน้า.ในขณะนี้,ทุก ๆ คนที่มองไปยังเขาอยู่ต่างหยุดหายใจ ต่างลุ้นไปกับเสิ่นเหย่,ที่ยืนเล็งไปที่ขอบของกำแพง

           

          “ด้วยเป้าหมายที่มีขนาดใหญ่เช่นนั้น มันจะยากแค่ไหนกันเชียว ที่จะยิงให้โดน?” เสิ่นเหย่ตะโกน,แล้วเขาก็เหนี่ยวไก ในขณะที่เขาเหนี่ยวไกนั้น มือของเขานั้นสั่นเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว

              ซู่ว * ลำแสงเย็นเฉียบพุ่งตัดผ่านไป. *แบงง* ลูกธนู่พุ่งปักที่ต้นไม้ต้นหนึ่งห่างประมาณ 5 – 6 เมตรจากวานรยักษ์ฟ้า ในตอนนี้ ใบหน้าเสิ่นเหย่เริ่มเปลี่ยนไปและกลายเป็นหน้าขาวซีดจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

           

        เมื่อมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลายคนทำท่าแปลก ๆ พวกเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะกลั้นหัวเราะของพวกเขาเอาไว้ ถ้าพวกเขาปล่อยหัวเราะออกมา เสิ่นเหย่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ทุก ๆ คนต่างรู้ดีว่าเสิ่นเหย่ต้องการที่จะแข่งกับเนี้ยลี่ แต่....การแข่งขันเป็นเรื่องปกติ...แต่ทำไมมันกลับกลายเป็นเรื่องตลกขบขันไปได้

              เสิ่นเหย่แทบจะคลุ้มคลั่ง.เขาแน่ใจว่าเขาสามารถทีจะยิงเป้าหมายเข้าเป้า แต่ทำไมลูกธนูเกิดส่ายขึ้นมาได้เมื่อเขาปล่อยคันไก เมื่อเขามองผู้คนรอบตัวเขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หัวเราะออกมา เสิ่นเหย่รู้สักอับอายเป็นอย่างมาก เขายังคงสังเกตเห็นท่าทีหัวเราะในแววตาของ เย่ จื่อ หวิ๋นสิ่งนี้นั้นทำให้เขารู้สึกกดดันมาก



'บ้า เอ้ย! ข้าไม่เชื่อว่าข้าไม่สามารถยิงมันได้!' เขาคิด

           

       ทันใดนั้น เสิ่นเหย่นำลูกธนูอีกดอกขึ้นมาและขึ้นมันกับหน้าไม้อย่างรีบเร่ง เขาเล็งหน้าไม้ไปที่วานรยักษ์ตนหนึ่งทันที

              *ซู่ว*

           

        ลูกธนูพุ่งผ่านไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นลูกธนูเหมือนจะสูญเสียความเร็วลงและตกลงสู่พื้นดิน เสิ่นเหย่ไม่ได้ขึ้นหน้าไม้อย่างถูกต้อง นี่เป็นสาเหตุให้ลูกธนูล่วงลงหลังจากพุ่งไปได้ไม่ไกล

              ด้วยเหตุการณ์นี้ ทุก ๆ คนต่างอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดัง ๆ เสิ่นเหย่ดูเหมือนไม่มีทักษะเอาเสียเลย เขาต้องการเลียนแบบเนี้ยหลี่ด้วยการฆ่าวานรยักษ์ฟ้าด้วยลูกธนู อย่างไรก็ตาม ผลที่ออกมาตรงกันข้ามกับเนี้ยหลี่โดยสิ้นเชิง. หรือเขาเพียงต้องการออกมาสร้างเรื่องน่าขำนี้เท่านั้นเหรอ

           

             เฉินหลินเจียน เก็บอาการไม่หัวเราะออกมาและเดินเข้าไปข้าง ๆ เสิ่นเหย่ เขาตบที่บ่าของเสิ่นเหย่และพูด “น้องเสิ่นเหย่” ลืมมันเสียเถอะ.เจ้าไม่สามารถเล่นกับสิ่งนี้ได้

              หน้าของเสิ่นเหย่เริ่มออกเป็นสีม่วง มีแต่เสียงหัวเราะของฝูงชนเท่านั้นที่เขาได้ยิน.ความเกลียดของเขาที่มีต่อเนี้ยหลี่เพิ่มมากขึ้น.มันเป็นความผิดของเนี้ยหลี่ที่ทำให้เขาต้องมาอับอายขายหน้าต่อฝูงชนเช่นนี้

           

              ถ้าเนี้ยหลี่รู้ความคิดของเสิ่นเหย่ในขณะนี้, เขาคงจะรู้สึกว่ามันไร้สาระ.เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรต่อเสิ่นเหย่แม้แต่น้อย

              เสิ่นเหย่ยังคงถือหน้าไม้ของเขา,ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี, ช่วยไม่ได้เลยที่เขารู้สึกว่าตัวเขาอยากจะขุดฝังตัวเองด้วยความอับอายนี้

              ในชีวิตที่แล้วนั้น เสิ่นเหย่ภาคภูมิใจอย่างมากและมักทับถมเนี้ยหลี่ด้วยเรื่องที่เขาเก่งกาจ เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น ที่มุมปากของเนี้ยหลี่เริ่มปรากฏเป็นรอยยิ้มเยาะ เขาพูดเบา ๆ ว่า “เพียงเพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่ข้าสามารถทำได้ นั่นไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถทำมันด้วยได้” จำเอาไว้ !

              ความโกรธของเสิ่นเหย่พุ่งพล่านจนระเบิดออกเมื่อได้ยินคำของเนี่ยหลี่ เขาเข้าเผชิญหน้ากับเนี้ยหลี่และผู้แย้งว่า

              “ทุก ๆ อย่างเป็นความผิดของเจ้า ฉันจะสังหารแก!”

              เส้นเลือดมากมายปรากฏบนใบหน้าของเสิ่นเหย่. เขายกหน้าไม้ในมือของเขาและเล็งไปที่เนี้ยหลี่ เขากำลังใกล้บ้าเต็มตัว, ด้วยความที่เขาสีบเชื้อสายมาจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เขามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากอยู่ภายใน ด้วยเหตุดังนั้น เขาจึงสูญสิ้นซึ่งการควบคุมตัวเองอย่างสิ้นเชิงมื่อได้ยินเนี้ยหลี่มาดูถูกเขาเช่นนี้

           

             *ปาป* เชินหลินเจียนแย่งหน้าไม้มาจากมือของเสิ่นเหย่และพูดเสียงดังว่า“ พอได้แล้ว !”

           

            เสิ่นเหย่เงยหน้าขึ้นและมองเห็นหน้าอันเย็นชาของเฉินหลินเจียน เมื่อได้เห็น จิตใจเขาเริ่มรู้สึกแย่ลงเขากวาดตาดูรอบ ๆตัวและเห็นสีหน้าเช่นเดียวกันนี้บนใบหน้าของคนอื่น ๆ ตอนนี้ ทุก ๆคนนั้นยืนอยู่ข้างเนี้ยหลี่ เขาหันหลังกลับและจำใจต้องเดินออกจากกลุ่มด้วยความไม่พอใจ

              การวิพากษ์วิจารณ์เริ่มเกิดขึ้น หลังจากมองดูเสิ่นเหย่เดินจากไป

       
       “ไม่เคยคิดเลยว่าเสิ่นเหย่ จะเป็นคนเช่นนี้”

       
          “นั้นไม่ใช่พฤติกรรมที่คนชั้นสูงจะทำแบบนี้”

           

              ดวงตาของเนี้ยหลี่เริ่มกลายเป็นดวงตาที่เย็นชาเมื่อเขาระลึกถึงความรู้สึกที่มีต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และทุก ๆ สิ่งที่คนของเสิ่นเหย่ได้ทำมัน. แม้ว่าคนอย่างเขาและตระกูลจะวินาศ เนี้ยหลี่จะไม่รู้สึกสงสารพวกมันแม้แต่น้อย

           

              เมื่อได้มองเห็นเสิ่นเหย่เดินจากไปคนเดียว เย่ จื้อหวิ๋นเดินไปข้าง ๆ เนี้ยหลี่และพดกับเนี้ยหลี่ว่า “ เนี้ยหลี่เสิ่นเหย่น่าสงสารมากนะ” เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ จื้อหวิ๋น คิ้วเนี่ยหลี่เริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ


         เขาไม่คิดว่าเย่ จื้อหวิ๋นจะมีความเห็นใจให้กับเสิ่นเหย่ เย่ จื้อหวิ๋นนั้นมีจิตใจอ่อนโยนเกินไป ในชีวิตที่แล้วของเขา เย่ จื้อหวิ๋นตกลงจะแต่งงานกับเสิ่นเหย่หลังจากที่เขาอ้อนวอนเธออย่างมาก แต่ในที่สุด


          ก่อนที่พวกเขาจะได้แต่งงานงานกัน เสิ่นเหย่ได้เผ่นหนีและละทิ้งเมืองกลอรี่ไปกับคนในตระกูลของเขา เขาเป็นคนแบบนั้น ไม่จำเป็นต้องไปสงสารคนแบบนี้หรอก

              ด้วยความรู้สึกชิงชังในหัวใจของเขา เนี้ยหลี่มองที่เย่ จื้อหวิ๋นและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “จะต้องไปสงสารมันด้วยเรื่องอะไรกัน” นับแต่จากนี้ไป อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก! ไม่อย่างนั้น เจ้าก็ไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก. คนเลวอย่างมันแม้จะต้องตาย มันก็สมควรแล้วล่ะ

           

            เมื่อได้ฟังเนี้ยหลี่พูดตำหนิด้วยท่าทีจริงจังแบบนั้น, เย่ จื้อหวิ๋นทำหน้าบุ้ยปากไม่พอใจ

              เธอกำลังคิดในใจว่า 'เขาไม่ใช่แฟนของฉัน ด้วยเรื่องอะไรกันที่เขาจะมาห้ามเธอไม่ให้ติดต่อกับคนอื่น' อย่างไรก็ตามเธอได้ตัดสินใจด้วยตัวของเธอเองที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเสิ่นเหย่ ไม่อย่างนั้นมีความเป็นไปได้ที่เธออาจจะไม่สามารถเป็นเพื่อนกับเนี้ยหลี่ได้อีก. ความรู้สึกกังวลของเธอเกี่ยวกับความคิดของเนี้ยหลี่เริ่มก่อตัวขึ้นช้า ๆ

           

              'ทำไมเนี้ยหลี่ถึงเกลียดเสิ่นเหย่มากถึงเพียงนั้น' มีบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับความแค้นระหว่างสองคนนี้อย่างนั้นหรือ ?

              เนี้ยหลี่ถอนหายใจ อารมณ์ของเขาพุ่งสุงขึ้นไปหน่อยเมื่อชั่วครู่นี้ ด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังมากไป อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องดีที่จะต้องเตือนเย่ จื้อหวิ๋นบ้างเล็กน้อย

           

           คนของเฉินหลินเจียนเริ่มที่จะจัดการกับกองกำลังวานรยักษ์ฟ้าด้วยหน้าไม้ อย่างไรก็ตามพวกเขาตระหนักว่าลูกธนูของเขานั้นไม่สามารถทำอะไรต่อพวกมันได้เลย มันเป็นเรื่องจริงที่พวกวานรยักษ์ฟ้านั้นมีร่างกายอันใหญ่โต แต่กระนั้นการเคลื่อนไหวของพวกมันก็รวดเร็วมากเช่นกัน เมื่อพวกเขายิงธนูออกไป เจ้าลิงนั่นสามารถที่จะหลบมันได้ในทันที ทำให้ธนูของพวกเขาพลาดเป้า

           

           จนกระทั่งบัดนี้ พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าทักษะการยิงธนูของเนี่ยหลี่เป็นเช่นไร

           
            หลังจากค้นพบความสามารถอีกอย่างของเนี้ยหลี่ ความหลงใหลที่มีต่อเนี้ยหลี่ปรากฏอยู่ในดวงตาของฮูหยาน หลานเร่อ เมื่อใดก็ตามที่เธอมองไปที่เนี้ยหลี่ เธอจะแสดงอาการยั่วยวนต่อ เนี้ยหลี่ โดยเธอพยายามอวดส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายและทรวงอกที่ใหญ่โตซึ่งมีร่องลึกให้เนี้ยหลี่มอง
           

          เนี้ยหลี่ไม่มีคำพูดใด ๆ บรรยายเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ได้เลย เธอพร้อมที่จะเร่าร้อนได้ทุกเมื่อ เมื่อเธอมองหน้าผู้อื่นเธอมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป แต่เมื่อเธอมองไปยังเนี้ยลี่ เธอรู้สึกเหมือนว่าจะเอ็นดูมากเป็นพิเศษ

           

         “น้องเนี้ยหลี่ พวกเราคงต้องมอบภาระนี้ให้แก่เจ้า “ เฉินหลินเจียน ถอนหายใจ ท่ามกลางกลุ่มคณะเดินทางนี้ เนี้ยหลี่เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถจัดการฝูงวานรยักษ์ฟ้าเหล่านี้ได้

           

          “ฮืม” เนี้ยหลี่ตอบพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย

           

          เนี้ยหลี่เริ่มจัดการวานรยักษ์ฟ้าตามเส้นทางที่พวกเขาผ่าน เขาเล็งได้แม่นมากและไม่เคยพลาดเป้าแม้สักครั้งเดียว ทักษะการยิงธนูของเขานั้นอยู่ในระดับที่สูงมากเมื่อชีวิตที่แล้วของเขา แม้ว่า วรยุทธ์ของเขาอยู่เพียงแค่ระดับ 1ดาวทองแดงก็เพียงพอสำหรับการจัดการการสัตว์อสูรธรรมดาที่อยู่ระดับเงิน

              ทุก ๆ คนต่างแปลกใจในทักษะการยิงธนูของเนี้ยหลี่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญระดับเงินจะพูดว่าการหลบลูกธนูของเนี้ยหลี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าพวกอสูรวานรยักษ์ฟ้าจะพยายามหลบเพียงใด ลูกธนูนั้นก็จะเหมือนเงาที่ไล่ตามหลังพวกมันและเข้าเป้าเสมอโดยที่มันไม่รู้ตัว เนี้ยหลี่ได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของทุกคนในสถานะ สมาชิกหลักของทีม

              เพียงแต่ว่าระหว่างที่เนี้ยหลี่และคณะได้เคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ สู่จุดหมายของพวกเขา จำนวนของอสูรวานรยักษ์ได้เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พวกมันมีประมาณ 20 ตัว ต่างจับตามองมาที่เนี้ยหลี่และคณะ

              “โรรวว!”

           
           เสียงคำรามอันกึกก้องดังขึ้น พื้นดินทั้งหมดเริ่มสั่นอย่างรุนแรง เสียงมันพุ่งพ่านไปทำให้แก้วหูแทบฉีกขาด ทุก ๆ คนต่างมองหน้ากัน

           
            มันเป็นสัตว์อสูรประเภทผสานวิญญาณ! เนี้ยหลี่พูดด้วยความพรั่นพรึง

           
            สัตว์อสูรทั่วไปนั้นก็เหมือนกับมนุษย์ พวกมันแยกได้เป็นระดับทองแดง ,เงิน , ทองคำ, ทองคำดำ (แบล็คโกลด์),และระดับตำนาน

       อย่างไรก็ตามท่ามกลางระดับเหล่านี้ ยังมีระดับธรรมดา ,ระดับผสานวิญญาณและระดับทรงภูมิปัญญาในสัตว์อสูรนี้ด้วย  ยกตัวอย่างเช่นเจ้าพวกวานรยักษ์ฟ้านี้ พวกที่เป็นระดับธรรมดาไม่สามารถควบคุมความนึกคิดจิตใจของมันได้โดยทำไปตามสัญชาติญาณ แต่เจ้าพวกสัตว์อสูรประเภทผสานวิญญาณสามารถควบคุมจิตวิญญาณของมันได้ มันเหมือนกับมีความคิดประมาณเด็กทั่วไปที่อายุได้ 10 ขวบ พละกำลังของมันนั้นมากกว่าระดับธรรมดา และสำหรับระดับทรงภูมิปัญญา จิตวิญญาณภายในความคิดของมันนั้นเปรียบเสมือนดั่งของเหลวที่มีความสามารถถึงขั้นแปรเปลี่ยนสภาพร่างกายภายนอกให้อยู่ในรูปร่างมนุษย์ได้ พละกำลังของมันมีปริมาณมากมหาศาลอย่างน่าตกใจ

              “มันมีพละกำลังเท่าไหร่” หน้าของเฉินหลินเจียนเปลี่ยนไป และเริ่มถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

              “ ระดับ 5 ดาวเงิน” เมื่อได้ยินคำนี้ ฉินหลินเจียนขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่าพวกเขาจะต้องมาเผชิญหน้ากับอสูรระดับผสานวิญญาณเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นมันมีเป็นถึงระดับ 5 ดาวเงิน เขากลัวว่ามันจะเป็นเรื่องยากที่จะเผชิญหน้ากับมัน และมันยังมีวานรยักษ์ฟ้าอีกหลายตนอยู่รอบ ๆ บริเวณนี้ ถ้าเกิดการต่อสู้ได้ปะทุขึ้นมา มันเป็นไปได้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะถูกกำจัด

              “โรรรว!”

              เจ้าวานรยักษ์ฟ้าระดับผสานวิญญาณได้ไต่ขึ้นไปบนยอดสุดของกำแพง สายตาของมันมุ่งร้ายและจ้องมาที่เนี้ยหลี่และคณะ

              “มานี่ ตามฉันมา!” เนี้ยหลี่ตะโกนและกระโดดมุ่งหน้าเข้าป่าด้านข้างตัวเขา

              ทุก ๆ คน ต่างมองกันชั่วขณะและตามเนี้ยหลี่ไปอย่างรวดเร็ว หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า เมื่อได้เห็นดังนั้น เจ้าวานรยักษ์ฟ้าผสานวิญญาณได้รัวทุบหน้าอกอย่างรุนแรงและกระทืบเท้าเสียงดัง เสียงคำรามอันกึกก้องได้ยินอีกครั้ง กลุ่มของวานรยักษ์ฟ้าเมื่อได้ยินคำสั่งของหัวหน้าพวกมัน ต่างมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เนี้ยหลี่และคณะวิ่งหนีไป

              การเข้าไปในป่าหนาทึบนั้นไม่ง่ายสำหรับพวกอสูรวานรยักษ์ฟ้าซึ่งมีร่างกายขนาดใหญ่โต

              “ตั้งแนวรบ” เฉินหลินเจียนพูดด้วยนำเสียงดุดัน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระดับเงินเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและไปแฝงตัวภายในต้นไม้รอบ ๆ ตามแนวรบแบบวงกลมและพวกเขาได้นำอาวุธออกมาเตรียมพร้อมรบ

              โซว โซว โซว !

              วานรยักษ์ฟ้าตนหนึ่ง พุ่งแหวกแนวแมกไม้ออกมาเข้าปะทะกับกลุ่ม


เนี้ยหลี่หยิบหน้าไม้ของเขาออกมาและธนูดอกนึงได้พุ่งออกไป


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: