วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 33 – Archery Skills

Tale of the demon and god novel  Chapter 33 – Archery Skills

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  33 ทักษะการยิงธนู


บทที่ 33  ทักษะการยิงธนู
ก่อนที่คณะสำรวจของหลินเจียงและ เนี้ยลี่จะมานั้น เกือบทุกตระกูลได้ส่งคนในตระกูลเพื่อมาสำรวจสถานที่ศักดิ์สิทธ์แห่งนี้แล้วทั้งสิ้น    

      แต่น่าเสียดายที่การมาสำรวจนั้นไม่ได้พบอะไรมากมาย และ มีคนที่กลับจากการสำรวจไม่มากที่จะกลับมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น

     
         เฉินหลินเจียนได้พิจารณาแผนที่ของนครกล้วยไม้โบราณ ทำไมเขาต้องตัดสินใจเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งจะไปสำรวจนี้ด้วยล่ะ
                 


         “ในที่สุด พวกเราก็ได้มาถึงนครกล้วยไม้โบราณ ! บัดนี้ พวกเรามีสองทางเลือกเมื่อพิจารณาจากสถานที่พวกเราอยู่ในขณะนี้” เฉินหลินเจียนพูด พร้อมกับกางแผนที่ออกและชี้จุดเส้นทางเดินบนแผนที่ ทุก ๆ คน เริ่มรวมตัวกันรอบแผนที่และเริ่มพิจารณาเส้นทางที่จะมุ่งหน้าไป ลูกน้องคนหนึ่งของเฉินหลินเจียนได้พูดขึ้นว่า



        “เส้นทางแรกนำไปสู่ประตูใหญ่ทางด้านตะวันตก โดยสามารถเดินไปได้ตามแนวกำแพง เส้นทางนั้นพวกเราจะสามารถไปถึงกลางเมืองได้อย่างรวดเร็วพวกเราสามารถหาสิ่งของได้ตามเส้นทางนี้ แน่นอนว่าพวกเราต้องการเข้าไปในบ้านร้างที่กลางเมือง ซึ่งในบ้านเหล่านั้นพวกเราต้องได้อะไรติดมือกลับมาบ้าง”
                 

“ข้าเห็นด้วยกับความคิดของเขา”
                 

“ใช่ พวกเราควรสำรวจรอบ ๆ พื้นที่บริเวณบ้านเหล่านี้”
             

       ทุก ๆ คนต่างเห็นด้วย
                 




          เฉินหลินเจียนนิ่งเงียบอยู่เขายังรอความคิดเห็นของใครบางคนอยู่, เขาเงยหน้าขึ้นและมองตรงไปที่เนี้ยหลี่และถามว่า ท่านคิดว่าอย่างไรบ้าง
                 

         ทุก ๆ คนต่างแปลกใจ พวกเขาไม่คิดว่า เฉินหลินเจียนจะถามความคิดเห็นของเนี้ยหลี่ในตอนที่จะต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญเช่นนี้
                 

          เย่จื้อหวิ๋นองด้วยตาเป็นประกายไปที่เนี้ยหลี่ และฮูหยาน หลานเร่อก็ไม่สามารถละสายตาไปจากเนี้ยลี่ได้เช่นกันในขณะนี้ทุก ๆ คน ต่างเป็นกังวลกับความเห็นของเนี้ยลี่เนี้ยหลี่เลื่อนมือของเขาออกและพูดว่า



        “ ถ้าพวกท่านมาที่นี่เพียงเพื่อที่จะเข้าสำรวจบ้านสามัญชน นั่นจะเป็นการคิดที่ผิดอย่างมาก พวกคนก่อนหน้านั้นได้เข้ามาสำรวจบ้านของสามัญชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าพวกเรายังไปสำรวจที่เดิมอีกครั้ง พวกเราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย !


         และโดยหลักทั่วไป ท่านคิดว่าผู้ใดมั่งคั่งและรวยที่สุดในสถานที่แห่งนี้? ใช่พวกชาวบ้านหรือไม่ ? ไม่ใช่อย่างแน่นอน 90 % ของความมั่งคั่งของเมืองนี้อยู่ในมือของตระกูลใหญ่
                 

           “พื้นที่นี้มีรัศมีเป็นร้อยไมล์ มีบ้านของสามัญชนอยู่มากและสถานที่ส่วนใหญ่ที่นี่ถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว พวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ไหนเป็นสถานที่ซึ่งบ้านของตระกูลใหญ่ ตั้งอยู่” เสิ่นเหย่พูดสวน ในขณะที่เนี้ยหลี่กำลังพูดอยู่
                 

              “พูดต่อสิ” เฉินหลินเจียนพูด เขากำลังมองตรงไปที่เนี้ยหลี่ด้วยท่าทีสนใจ ในขณะนั้นเขาเริ่มเห็นคล้อยตามกับความคิดของเนี้ยหลี่
               

               “มันเป็นเรื่องง่ายที่จะหาสถานที่ตั้งของตระกูลหลัก สถานที่ไหนในแผนที่นี้ที่มีพื้นที่กว้างมากที่สุด? นั่นแหละจะเป็นสถานที่ตั้งนั้น ! เพราะโดยทั่วไปแล้ว ตระกูลใหญ่ มักจะมีสวนเป็นของตนเอง” เนี้ยหลี่ยังคงพูดต่อไปตอนนี้ทุก ๆ สายตามองไปที่แผนที่เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่
                 


       “ที่นี่” ฮูหยาน หลานเร่อพูดด้วยความตื่นเต้นอย่างมีความสุขที่ได้สนับสนุนเนี้ยหลี่
                 

        “ถูกต้อง” ที่นี่ควรจะเป็นสถานที่ตระกูลหลักตั้งอยู่ สิ่งปลูกสร้างส่วนมากของที่นี่มีขนาดใหญ่มาก
                 

         เฉินหลินเจียน มองไปและพูดขึ้นว่า “สถานที่แห่งนี้ได้ถูกค้นหาเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะพบสมบัติบ้าง แต่นั่นก็ไม่มากเท่าไหร่ บางพวกได้ขุดลึกลงไป 3 ฟุตใต้สถานที่แห่งนี้แต่ไม่สามารถหาห้องใต้ดินในบริเวณนี้ได้เลย
                 


            “ข้าพูดแล้ว เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เป็นไปไม่ได้เหรอที่คนอื่นจะมีความคิดแบบนั้น? เจ้าคิดว่าทุกคนตระกลูหลักในเมืองกลอรี่เป็นพวกกินผักหมดแล้วรึ ?


          เสิ่นเหย่ดูถูก     เนี้ยหลี่เหลือบตาไปและมองตรงไปที่เสิ่นเหย่แล้วพูดว่า “ เมื่อข้ากำลังพูด เจ้าควรจะหุบปาก ?


         ถ้าเกิดว่าเจ้าเก่งจริง ทำไมเจ้าไม่ลองเสนอเส้นทางขึ้นมาเองล่ะ ?และในขณะที่เสิ่นเหย่กำลังจะพูดสวน เฉินหลินเจียน จ้องไปที่เสิ่นเหย่และพูดว่า


         “หุบปากซะ!”เสิ่นเหย่ที่กำลังจะพูดนั้น ปิดปากสนิททันที เขารู้สึกหดหู่มาก เขานั้นเป็นถึงผู้สืบเชื้อสายมากจาก แต่สถานะของเขานั้นยังไม่สามาถเทียบได้กับเฉินหลินเจียน แม้เขารู้สึกว่าต้องทนอดกลั้นมากกว่าปกติเป็นสิบเท่า แต่เขาก็ไม่กล้าจะขัดคำสั่งของเฉินหลินเจียน
                 

            “มันเป็นเรื่องปกติที่สถานที่แห่งนี้ได้ถูกค้นหาเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มดูแผนที่นี้กันต่อ นี่คือบ้านของตระกูลใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางสำคัญของเมือง เพราะว่าสถานที่นี้มีบริเวณที่ป้องกันแน่นหนาเพื่อความปลอดภัย”
เนี่ยหลี่เริ่มชี้ไปที่บริเวณซึ่งอยู่ข้างหลังบ้านหลังนึงและพูดว่า


“นี่ควรจะเป็นสถานที่ตั้งของคฤหาสน์จ้าวเมือง”
                 

            เฉินหลินเจียน ผงกศรีษะตาม จนกระทั่งบัดนี้ ตรรกะความคิดของเนี้ยหลี่ยังคงถูกต้องอย่างไรก็ตาม สถานที่คฤหาสน์จ้าวเมืองนี้นั้นก็ได้ถูกสำรวจไปก่อนแล้วโดยคนที่มากลุ่มแรก รวมถึงพื้นใต้ดิน แต่ไม่มีผู้ใดพบเจออะไรมากมายนัก
                 

           “ดูแผนที่ต่อเลย ไม่กี่ร้อยไมล์จากคฤหาสน์ มีสถานที่ 3 แห่ง ท่านรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับสถานที่ 3 แห่งนี้”เนี่ยหลี่ถามเฉินหลินเจียน
                 

             “ภายในที่บริเวณ 3 แห่งเหล่านี้ หนึ่งในนั้นเป็นพื้นที่ทางการทหาร ซึ่งใช้เป็นที่ให้ทหารของจ้าวเมืองฝึกซ้อม  อีกแห่งหนึ่งเป็นที่ตั้งของป้อมหิน ภายในนั้นว่างเปล่าและทำมาจากหินมาเบิลดำ แม้ที่สกัดหินก็ไม่สามารถทำอะไรได้ และที่เหลือแห่งสุดท้าย ข้าไม่รู้ว่าไว้สำหรับใช้เพื่อการใด มันตั้งอยู่ทางขวามือของป้อมหินและมันมีป่าที่มีต้นไม้และวัชพืชขึ้นอยู่มาก”เฉินหลินเจียนตอบ ก่อนที่จะมาที่แห่งนี้ เขานั้นได้จำบริเวณนครกล้วยไม้โบราณมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อได้ยินที่เฉินหลินเจียนพูด เนี่ยหลี่ยิ้มและกล่าวว่า
                   

“ไม่เหนือจากการคาดการณ์ของข้ามากนัก”
               


        ดวงตาของเฉินหลินเจียนเบิกกว้างขึ้นและกล่าวว่า

         
        “อะไรทำให้ท่านคิดว่าในสถานที่ 3 แห่งนี้มีบางอย่างที่น่าสงสัยอยู่หรือ?หรือมันจะเป็นบริเวณป้อมหิน แต่ … ที่แห่งนั้นได้ถูกค้นหาไปเรียบร้อยแล้วนะ !”
             


          “ที่ป้อมหินนั้นน่าจะเป็นที่หลบภัย เมื่อหายนะเกิดขึ้น พวกเขาอาจจะซ่อนอยู่ภายในป้อมหินเหล่านี้ ที่นั่นควรจะมีบางอย่างที่เป็นห้องลับสำหรับซ่อนสมบัติ และส่วนของพื้นที่ที่ใกล้กับป้อมหินนี้ชัดเจนว่าเป็นบริเวณของกับดัก ซึ่งใช้สำหรับขับไล่พวกเหล่าสัตว์อสูรถ้าพวกมันเข้าใกล้ พวกมันจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพวกมันได้ตายไปตอนไหน ยิ่งไปกว่านั้นข้าพบว่าสถานที่ที่น่าสงสัยที่สุดคือบริเวณพื้นที่ทหาร” เนี้ยหลี่พูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
                 


“ทำไมพื้นที่ฝึกทหารทหารจะเป็นสถานที่น่าสงสัยมากที่สุดไปได้เล่า?”
                 


 “พื้นที่ทางทหารเป็นเพียงพื้นดินโคลน ซึ่งใช้ฝึกซ้อมรบทางพื้นดิน ทำไมมันถึงได้น่าสงสัยกัน”
                 

           “เพราะบริเวณผู้อื่นคิดว่าไม่น่าสงสัยที่สุดนั้นจะเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด! ยิ่งไปกว่านั้น จ้าวเมืองได้จัดให้พื้นที่นี้ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางของเมือง ด้วยสิ่งนี้เพียงอย่างเดียวบอกได้เลยว่านั่นไม่ใช่เรื่องปกติ มีบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญซ่อนอยู่ใต้พื้นดินแห่งนี้ !” เนี้ยหลี่ชี้ไปที่แผนที่และบอกว่า “พวกเราจะสำรวจรอบพื้นที่แห่งนี้”
             

           “ตกลง ! เส้นทางได้ถูกเลือกแล้ว” เฉินหลินเจียนม้วนเก็บแผนที่และหัวเราะดีใจ หึหึ เมื่อเส้นทางที่น่าจะเป็นไปได้ถูกเลือกขึ้นมาเป็นอย่างดีแล้วพวกเขาสามารถประหยัดเวลาจากการเดินทางที่สูญเปล่าได้เป็นอย่างมากทีเดียวฮูหยาน หลานเร่อเงยหน้าขึ้นเมื่อ เฉินหลินเจียนเก็บแผนที่ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชม เนี้ยหลี่นำเสนออย่างเป็นเหตุเป็นผลทำให้เธอรู้สึกชื่นชอบเขาด้วยความเคารพ เธอรู้สึกว่าเนี้ยหลี่นั้นไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตามเป็นไปได้หรือไม่ ที่ระดับพลังวิญญาณทางจิต 1 ดาวทองแดงสามารถหยุดเทคนิคยั่วยวนของเธอได้
                 


                “ผู้ชายที่ฉันเลือกนั้นเป็นคนไม่ธรรมดาจริง ๆ !” ฮูหยาน หลานเร่อคิดด้วยความภาคภูมิใจ แม้ว่าเนี้ยหลี่มีท่าทีไม่สนใจในเธอซะเลย แต่เธอก็จะคอยตามดูเขาไม่ให้คลาดสายตาถ้าเนี้ยหลี่รู้ว่าฮูหยาน หลานเร่อคิดอย่างไรอยู่ ณ ตอนนี้ เขาคงจะรู้สึกอยากร้องไห้ ทำไมเขาถึงได้เข้าไปอยู่ในหัวใจเธออย่างไม่มีเหตุผล หลังจากที่เธอติดแจอยู่กับเขาเหมือนกับลูกอมเหนียว ๆ เขารู้สึกกลัวว่าเขาจะไม่สามารถขจัดเธอออกไปให้ห่างจากตัวเขาได้กำลังเม้มปากหัวเราะอยู่ ความมีเสน่ห์ของเธอนั้นทำให้เนี้ยหลี่ต้องหยุดมอง มันเป็นความรู้สึกที่เนี้ยหลี่คุ้นเคยเป็นอย่างดีเมื่อได้อยู่กับเย่จื้อหวิ๋น ครั้งชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา  เมื่อมองดูที่ใบหน้าที่เคลิบเคลิ้มของเนี่ยหลี่ ฮูหยาน หลานเร่อ รู้สึกโมโหมาก ทั้งที่มีผู้หญิงทั้งสวยและมีเสน่ห์อย่างเธอมายืนอยู่ต่อหน้าเนี่ยหลี่แล้ว เนี้ยหลี่ยังมองไม่เห็น เขาเพียงแต่มองที่ เย่จื้อหวิ๋น
                 


'นี่เป็นเรื่องที่อุกอาจเกินไปแล้วกล้ามองข้ามเธอ' ฮูหยาน หลานเร่อคิด 'เนี้ยหลี่ฉันเกลียดนาย'
                 

          เนี่ยหลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญเกี่ยวกับเรื่องที่ฮูหยาน หลานเร่อคิดอยู่  เขาได้นำลูกธนูออกจากกระเป๋าและนำหญ้าทะเลหมอกม่วงมาถูที่ลูกธนูของเขา''เนี้ยหลี่ นายกำลังทำอะไรอยู่” ฮูหยาน หลานเร่อพูด ทั้งเธอและเย่จื้อหวิ๋นต่างมองที่เนี่ยหลี่ด้วยความสงสัยเนี่ยหลี่ส่ายหัวและพูดว่ามันไม่มีอะไรมากหรอก
           

           “ ตกลง พวกเราไปกันได้” เฉินหลินเจียนตะโกนสั่ง คณะเดินทางได้มุ่งหน้าไปอย่างช้าๆ เข้าสู่เมืองกล้วยไม้โบราณพวกเขาเดินไปตามขอบของกำแพงโดยเลือกเส้นทางที่เร็วและปลอดภัยพอสมควร ถ้าพวกเขาเคลื่อนที่ไปตามทางปกตินั้น พวกเขากลัวว่ามันจะเป็นการยาก ตั้งแต่มีสัตว์อสูรกายอยู่เป็นจำนวนมากหลบซ่อนอยู่ในบริเวณที่มีภูมิประเทศซับซ้อนนี้
               

            เสียงคำรามของเหล่าอสูรกายได้ยินมาจากด้านในลึกเข้าไปในนครกล้วยไม้โบราณ นอกจากเหล่าอสูรกายพวกนี้แล้ว ในบางครั้งยังมี กลุ่มผู้คนบางกลุ่ม พวกเขาก็มาจากเมืองกลอรี่ด้วยเช่น กันมาเพื่อที่จะสำรวจซากของสถานที่แห่งนี้เมื่อเฉินหลินเจียน,เนี้ยหลี่ และคณะ ได้เข้าลึกเข้าไปยังนครกล้วยไม้โบราณ , กลุ่มลึกลับได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าทางเข้า สู่นครโบราณแห่งนี้
                 

คนพวกนี้สวมชุดคลุมดำยาว มีจำนวนทั้งหมด 15 คน
           


             “เจ้าแน่ใจหรือ ว่าเด็กพวกนั้นมาจากตระกูลชั้นสูง?” ผู้นำกลุ่มมองไปยังกลุ่มคนข้างตัวเขาและถามขึ้น เขาเป็นคนรูปร่างสูง เขานั้นตัวสูงกว่าคนเหล่านี้ทั้งหมด“ใช่ครับท่านหยุนหัว ดีคอน” หนึ่งในผู้ชายในชุดคลุมดำตอบกลับ“ดีมาก” หน้าของหยุนหัว ดีคอนประกฏรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้นและกล่าวว่า“ไปจับตัวเด็กสามคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในกลุ่มมา”ใช้พวกมันเพื่อแลกเปลี่ยนค่าไถ่กับพวกตระกูลใหญ่ และฆ่าที่เหลือทิ้งให้หมด สมาคมทมิฬเป็นกลุ่มคนที่น่ากลัวแอบอาศัยอยู่อยู่ในเมืองกลอรี่ พวกมันมักจะลักพาตัวเด็กของตระกูลชั้นสูงเพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าไถ่ พวกมันคล้ายกับพวกกลุ่มปลิงที่คอยดูดเลือด อาศัยอยู่ในเงามืดของเมืองกลอรี่ พวกมันจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อหาเงิน และนำไปจัดหาทรัพยากรสำหรับการฝึกสมาชิกในกลุ่ม แม้ว่าหลายตระกูลในเมืองกลอรี่ได้รวมตัวกันหลายครั้งเพื่อที่จะกำจัดสมาคมทมิฬ แต่สมาคมทมิฬก็ยังไม่สูญสิ้นไป
                 



            มีข้อมูลมาว่าสำนักงานใหญ่สมาคมทมิฬนั้นตั้งอยู่อย่างเป็นความลับมากที่ เทือกเขาบรรพบุรุษพวกมันมีกองกำลังที่มีพลังมากอย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่ง ลอร์ด เย่ โม (YeMoอยู่ระดับสูงสุดเป็นพ่อของจ้าวเมือง Ye zong )ยังไม่สามารถกำจัดกลุ่มนี้ได้
                 

*ชู่วซู่วซู่ว * กลุ่มคนชุดดำมุ่งหน้าตรงไปยังนครกล้วยไม้โบราณ



ภายในนครกล้วยไม้โบราณ
                 


            คณะเดินทางมักจะมีปัญหาในการเดินทางมุ่งไปข้างหน้า เป็นครั้งคราว จะมีพวกฝูงวานรยักษ์ฟ้าปรากฏขึ้น พวกอสูรกายเหล่านี้มีความสูงสองเมตร แขนหนา ๆ ของพวกมันคล้ายเสาสีดำ แต่พวกมันยังคงปราดเปรียวและส่วนมากของพวกมัน อยู่ที่ระดับเงิน
                 

            ลิงยักษ์ฟ้าหกตนกำลังห้อยโหนข้ามผ่านซากของกำแพงเมืองตามติดเนี้ยหลี่และคณะ  พวกฝูงลิงยักษ์ฟ้านี้ค่อนข้างฉลาด พวกมันรู้ได้ว่าพวกเขามีคนมากเกินกว่า 30 คน พวกมันยังไม่เข้ามาปะทะ พวกมัน เพียงแค่ตามพวกเขาและ รอคอยโอกาส
                 

             “พวกฝูงลิงยักษ์ฟ้านี้ช่างน่ารำคาญเสียจริง” เฉินหลินเจียนกล่าวขึ้น แม้ว่าพวกลิงยักษ์ฟ้านี้ยังไม่ได้ เข้าปะทะกับพวกเขา พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกมันเหล่านี้ได้ และยิ่งเวลาผ่านไป พวกฝูงลิงยักษ์ฟ้านี้ก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันจะรวมกลุ่มกันเมื่อพร้อมมันจะเข้ามาโจมตีพร้อมกัน
                 

            ทันใดนั้น * ฟิ้ว* เสียงนี้ได้ยินขึ้น ลำแสงเย็นเฉียบได้พุ่งผ่านเงามืดที่ตรงหัวมุมนั้น เฉินหลินเจียนและพรรคพวก ได้มองเห็นชัดเจน ว่ามันคือลูกธนู ลูกธนูพุ่งตัดผ่านช่องว่างของแมกไม้ และเลี้ยวโค้งด้วยมุมที่ไม่น่าเชื่อพุ่งเข้าไปสู่ลิงยักษ์ฟ้าตัวหนึ่งในกลุ่ม
พิ้ว... !
                 

              ลูกธนูนั้นหยุดการเคลื่อนไหวของลิงยักษ์ฟ้าตัวนั้น ลิงยักษ์ฟ้าตัวนั้นเจ็บปวดและร่วงลงมาจากกำแพงสูง กระแทกล้มลงสู่พื้นอย่างหนักทำให้ฝุ่นคละคลุ้งบริเวณรอบพื้นที่นั้น เจ้าลิงยักษ์ฟ้านั้นดิ้นรนอยู่บนพื้น แต่ยังไม่สามารถขยับถอยหนีได้
                 


              เมื่อเห็นดังนั้น, เฉินหลินเจียนรีบพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว  เงื้อดาบของเขาและฟันลงไป * ฟล่อบ * เลือดของลิงยักษ์ฟ้านั้นได้กระจายออก พร้อมกับร่างของอสูรที่นอนตายอยู่บนพื้น







ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: