วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 32 – Relic

Tale of the demon and god novel  Chapter 32 – Relic

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  32  ที่ตกทอดมา


บทที่ 32  ที่ตกทอดมา

เขาเป็นสัตว์ประหลาดรึอย่างไร?

ฮูหยาน หลานเร่อ นั้นเธอสำเร็จแล้วผู้เชี่ยวชาญระดับ 2 ดาวเงิน เขตแดนวิญญาณของเธอนั้นได้รวมเข้ากับจิตวิญญาณอสูร ซากุระหิมะ จิตวิญญาณอสูรชนิดนี้นั้นเป็นอสูรที่หายากมาก มักอาศัยอยุ่ในส่วนลึกของเทือกเขาบรรพบุรุษ แต่ด้วยความสามารถในการโปรยเสน่ห์ ที่ร้ายแรงชนิดหนึ่ง สิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดต้องตกอยุ่ในเสน่ห์เมื่อเข้าไปใกล้และหลังจากที่ฮูหยาน หลานเร่อ ได้รวมร่างกับจิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ พลังมนต์เสน่ห์ของจิตวิญญาณอสูรจะมีระดับตามผู้ครอบครองมันนั้นเอง

หากฮูหยานหลานเร่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้เทคนิคนี้,ผู้ชายจำนวนมากคงจะอยู่แทบเท้าเธอ.ด้วยเทคนิคมนต์เสน่ของเธอนั้นได้ล้มเหลวเป็นครั้งแรกและเธอเองก็ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะล้มเหลวในวันนี้เป็นครั้งแรก

ไม่เพียงแค่เทคนิคมนต์เสน่ห์เท่านั้น,แต่จิตวิญญาณอสูรของเธอนั้นเนี่ยหลี่นั้นยังสามารถรับรู้ได้เพียงแค่มองครั้งเดียว,เด็กน้อยคนนี้ช่างลึกลับนัก,จิตวิญญาณอสูรซากุระหิมะ เป็นจิตวิญญาณอสูรที่หายากมากและไม่สามารถที่จะจับได้ง่ายๆซึ่งเธอนั้นได้รับมาจากปู่ของเธอนั่นเอง,ผู้คนจึงไม่ค่อยจะรู้ถึงความสามารถและต้นกำเนิดของมันมากนัก

ฮูหยาน หลานเร่อ เหมือนกับโดนฟ้าเลยทีเดียว เธอถึงกับพูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะเลย



จุดเด่นของเทคนิคมนต์เสน่ห์นั้น มันจะมีผลเฉพาะกับเด็กชายที่ยังไม่ถึง 1 ดาวทองแดง

มีแค่ 2 เหตุผลที่เทคนิคมนต์เสน่ห์นี้ไม่มีผล อย่างแรกคือคนที่บริสุทธ์ไม่มีสิ่งเจือปน เช่น เด็กที่อายุไม่ถึง 5 ปี และอีกอย่างหนึงคือจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและรับรู้ถึงเทคนิคนี้ได้นั่นเอง

เนี่ยหลี่นั้น มีอายุ 13 ปีแล้ว มีความรู้สึกระหว่างหญิงและชายบ้างแล้ว ดังนั้นเขาไม่ควรจะสามารถมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องใสดังเช่นเด็กเป็นแน่ มีความเป็นไปได้เพียง ประการที่ 2

แต่...เป็นไปได้อย่างไร?

ฮูหยาน หลานเร่อ ไม่เคยคาดคิดเลยว่าแท้จริงแล้ว สิ่งที่เธอเห็นเป็นดังเช่นเปลือก ข้างในของเนี่ยหลี่นั้น เป็นยิ่งกว่าผู้เชี่ยวชาญ.เขาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่เหนือกว่าระดับตำนานเลยทีเดียว

เห็นการแสดงอาการตกใจอย่างมากของ ฮูหยาน หลานเร่อ เนี่ยหลี่ก็ยิ้มจางๆ และเดินผ่านเธอไป

"เนี่ยหลี่,ฮูหยาน หลานเร่อ เธอไม่มีเสนห์อย่างนั้นรึ?" เย่ จื้ออวิ๋น,กระพริบตาดูคล้ายเด็กเล็กที่อยากรู้อยากเห็น

ภายใต้ภาพลวงตานั้น,เนี่ยหลี่ก็ยังสับสนอยู่เหมือนกัน,แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะอธิบายเป็นคำพูดได้

เนี่ยหลี่ยิ้ม,แล้วมองไปยังเย่จื้อหวิ๋นและกล่าวว่า"ฮูหยาน หลานเร่อ นั้นเธอเป็นคนที่สวยเป็นอย่างมาก,แต่ถึงอย่างไรก็มิอาจเทียบเจ้าได้ดอก?"

หลังจากได้ยินเนี่ยหลี่จอมกะล่อน,เย่จื้อหวิ๋นถึงกับประทับเท้าของเธอกับพื้นเลยทีเดียวและกล่าวว่า"ข้าจะไปเทียบกับนางได้เยี่ยงไร. ฮูหยาน หลานเร่อนั้นมีคนชอบเธอจำนวนมากแทบจะนับไม่ได้เลยทีเดียว"

เนี่ยหลี่นั้นสิ่งที่เย่จื้อหวิ่นพูดนั้นเธอหมายถึงในส่วนเกี่ยวกับร่างกาย.นิสัยและความงามของเย่จื้ออวิ๋นนั้น ไม่ได้แพ้ ฮูหยาน หลานเร่อ แต่อย่างใดเพียงแต่รู้ร่างหน้าตาของเธอนั้นอาจจะยังด้อยกว่า ฮูหยาน หลานเร่อ อยู่,ทำให้เนี่ยหลี่นั้น อดที่จะขำไม่ได้.เขายิ้มและมองไปยังเย่จื้อหวิ๋น.ในเวลาอีกไม่กี่ปีนั้น ,ความงามของเย่จื้อหวิ๋นหาได้ด้อยกว่า ฮูหยาน หลานเร่อไม่.เนี่ยหลี่รู้เกี่ยวกับความงามนั้นดี.เย่จื้อหวิ๋นนั้นเมื่อถึงเวลา,ไม่นับเรื่องความเซ็กซี่ยั่วใจชายแต่เป็นความสวยและสง่างามที่ฮูหยานหลานเร่อนั้นไม่สามารถเทียบกับเธอได้เลย

เห็นสายตาแปลกและหยาบคายของเนี่ยหลี่,เย่จื้อหวิ๋นบุ้ยปากแสดงความไม่พอใจเลยทีเดียว,ถึงแม้การเป็นเพื่อนกับเนี่ยหลี่จะไม่ได้เลวร้ายอะไร,แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรต่อจากนั้น,เย่จื้อหวิ๋นนั้นเธอคิดแค่เรื่องบ่มเพาะพลังวิญญาณทางจิต.เธอต้องการที่จะไปให้ถึงร่างทรงอสูรระดับตำนานเหมือนดังเช่นปู่ของเธอ

เทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต ที่เนี่ยหลี่ให้เธอ,ช่วยให้เธอเข้าใกล้กับสิ่งที่เธอฝันอีกก้าวหนึ่งดังนั้นในหัวใจของเธอนั้น,เธอเพียงรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณเท่านั้น,ถ้าเขาเป็นเหมือนดังผู้ชายคนอื่นๆที่เข้ามาจีบเธอ,เธอจะไม่ใส่ใจ,เธอจะหลึกหนีและจากเขาไปในทันที

ฮูหยาน หลานเร่อ เธอส่ายหัวเล็กๆและมองไปยังเนี่ยหลี่.แล้วพูดด้วยความโกรธว่า"ข้าไม่เชื่อหรอก,ว่าข้าจะจัดการกับเด็กอย่างเธอไม่ได้!"

ฮูหยาน หลานเร่อ รู้สึกไม่พอใจเล็กๆในหัวใจของเธอ,มันอาจเป็นไปได้ว่าความสวยของเธอนั้นจะเทียบกับเย่จื้อหวิ๋นไม่ได้?


ฮูหยาน หลานเร่อ มองไปรอบๆ และชี้ไปที่เนี่ยหลี่ แล้วอุทานกลางฝูงชัน "หนี่หลี่ ซักวันหนึ่งข้าจะทำให้เจ้าต้องในเสนห์ของข้า! ข้าตั้งใจแล้วจะติดตามเด็กคนนี้ ในอนาคตเด็กคนนี้จะต้องเป็นของข้า! ถ้าใครต้องการแข่งต้องถามความเห็นของข้าก่อน ถ้าใครฉวยโอกาสฉกเขาไปข้าจะไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่!"

ได้ยินคำประกาศของ ฮูหยาน หลานเร่อ ทุกคนถึงกับตะลึงเลยทีเดียว

ฮูหยาน หลานเร่อ ต้องการจะติดตามเด็กคนนี้จริงรึ? ทุกคนต่างมองไปยังเนี่ยหลี่ จากนั้นก็มองมาที่ ฮูหยาน หลานเร่ออีกครั้ง.

ผู้หญิงที่งดงามเช่น ฮูหยาน หลานเร่อนี่นะ แค่เธอโบกมือครั้งเดียวผู้ชายเกือบทุกคนแทบมาอยุ่แทบเท้าเธออยู่แล้วแต่ถึงอย่างนั้น ฮูหยาน หลานเร่อ กลับเป็นฝ่ายยอมที่จะติดตามเนี่ยหลี่?นี่มันแปลกเกินไปแล้ว

เย่จื้อหวิ๋นมองไปยังเนี่ยแล้วยิ้มและคิดว่ามันเป็นเหมือนดังตอนที่ เหตุการรักๆใคร่ตอนแรกที่เสียวหนิงเอ๋อเริ่มที่จะเอาอาหารเช้ามาให้กับเขา,ตอนนี้ก็เป็นฮูหยาน หลานเร่อ.เธอไม่เคยเห็นเลยว่าเนี่ยหลี่นั้นจะเป็นคนที่เพริ้งเพรานัก

คำที่ฮูหยานหลานเร่อ ประกาศก้องนั้น ก่อให้เกิดคลื่นระลอกใหญ่เลยทีเดียวทุกคนต่างนำมาเป็นหัวข้อสนทนา แม้แต่เฉินหลินเจียนยังอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ

คณะเดินทางได้มุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ,ผ่านภูเขามาหลายลูกแล้ว

"เนี่ยหลี่, นี่แอปริคอทเค้ก,เจ้าจะลองชิมหน่อยใหม?"
"เนี่ยหลี่,เจ้าเหนื่อยรึป่าว?เจ้าอยากที่จะนอนบนเสื่อเพื่อพักผ่อนใหม?"

ฮูหยาน หลานเร่อจะผลุบๆโผล่ๆ ปรากฏอยู่ด้านข้างของเนี่ยหลี่อยู่เรื่อยไป และเธอชอบที่จะเอาปทุมถันสองข้างของเธอที่จะเบียดกับร่างกายของเขาพร้อมทั้งกลิ่นหอมของเธอที่อบอวนไปหมด ถ้าเป็นเด็กคนอื่นๆที่โดนกระตุ้นขนาดนี้แล้ว,แน่นอนว่าพวกเขาคงโดน ฮูหยาน หลานเร่อ ควบคุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"ข้าพูดว่า ท่านช่างน่ารำคาญยิ่งนัก ชิ่ว ชิ่ว ๆ ไปทำในสิ่งที่เจ้าต้องการเถอะ ช่วยไปให้ห่างเลย"เนี่ยหลี่โบกมือของเขาและกล่าวด้วยความไม่ค่อยจะสบอารมณ์

ตาของ ฮูหยาน หลานเร่อเริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง.ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยมีใครปฏิบัติอย่างนี้กับเธอมาก่อน.เนี่ยหลี่ตาบอดรึ?ที่มองไม่เห็นความงาม? เธอคิดไปแล้วก็รู้สึกไม่พอใจ เธอโยนเสื่อลงบนพื้นแล้วเดินจากไป


"ฟู..ในที่สุดก็สงบสุขซะที!"เนี่ยหลี่พูดพร้อมรู้สึกโล่งใจที่ผู้หญิงน่ารำคาญได้หายไปแล้ว

แต่หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว,ฮูหยาน หลานเร่อกับเดินกลับมา เธอยกศรีษะของเธอไปรอบๆและพูดว่า"เนี่ยหลี่.เจ้าต้องการจะดื่มอะไรใหม?ข้ามีไวน์แอปริคอทชั้นดีอยู่ด้วยนะ

ได้ยินคำพูดของฮูหยาน หลานเร่อ,เนี่ยหลี่แทบทรุด

ผู้หญิงคนนี้ผิดปรกติรึป่าว?เขาถามตัวเอง,ทำใมข้าถึงขจัดเธอไปไม่ได้?

"เจ้าไม่ได้แกล้งเซ่อใช่ใหม? หรือว่าเจ้าบื้อ?"เนี่ยหลี่พูด,พร้อมกลิ้งตาไปมา


ฮูหยาน หลานเร่อ กระพริบตาของเธอแล้วพูดอย่างอายๆว่า"ข้าพบแล้วว่าข้ากำลังตกหลุมรักเจ้า แม้ว่าเจ้าจะยังไม่ชอบในตัวข้าตอนนี้.ก็ไม่เป็นไรดอก,มิมีทางที่จะมีคนที่แข็งใจกับสตรีที่งดงามเช่นข้าได้!!"

"ข้าคงมืดบอดถ้าข้าชื่นชอบเจ้า!" เนี่ยหลี่พูดขึ้นอย่างรวดเร็วและเดินออกไป

สตรีนางนี้คงหวังอะไรมากกว่า!
แน่นอน,เนี่ยหลี่ไม่คิดว่า ฮูหยาน หลานเร่อจะตกหลุมรักเขาจริงๆ,เธอเพียงแค่อยากที่จะเล่นสนุก.เขาคาดการได้ว่าเมื่อเธอหมดความสนใจเธอก็ยอมแพ้และจากไปเอง

เนี่ยหลี่วิ่งมายังข้างๆเย่จื้อหวิ๋น.ไม่ว่าจะเป็นในชาติที่แล้วหรือชาตินี้,เย่จื้อหวินนั้นเป็นคนที่เขารักมากที่สุด.สาวๆที่อยู่ข้างเย่จื้อหวิ๋นยิ้มและมองมายังเนี่ยหลี่และเริ่มที่จะคุยเบาๆ

"นี่เป็นคนที่ ฮูหยานหลานเร่อ กำลังไล่ตาม?"
"เขาก็ดูค่อนข้างหน้าตาดีนะ"
"การจับคู่กับฮูหยานหลานเร่อช่างเหมาะสมนัก"

หลังจากได้ยินคำสนทนา,เนี่ยหลี่ถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว

ย่อจื้อหวิ๋นหันศรีษะของเธอ,และมองเนี่ยหลี่อย่างมีความสุข,พร้อมพูดเบาๆว่า"เจ้าไม่ไปกับฮูหยานหลานเร่อ รึ!""จื้อหวิ๋น,เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้มีอะไรกับ ฮูหยานหลานเร่อ"เนี่ยหลี่พูดอย่างขมขื่น ฮูหยานหลานเร่อช่าง..น่ารำคาญยิ่งนัก,ถ้าเย่จื้อหวิ๋นนั้นเข้าใจอะไรผิด,เข้าคงจะรู้สึกเสียใจ


"แล้วเจ้ามีสิ่งใดกับข้าด้วยงั้นรึ! ก็ไม่นิ?" เย่จื้อหวิ๋นส่ายหัวพรางเดินไป ที่มุมปากของเธอเผยอขึ้นมาเล็กน้อย,เผยให้เห็นถึงรอยยิ้ม.เธอค่อนข้างมีความสูขที่ได้เห็นความคับข้องใจที่อยู่บนหน้าของเนี่ยหลี่



เนี่ยหลี่เปิดปากที่จะพูด แต่ก็มิได้เอ่ยอะไรออกมา มองไปยังด้านหลังของเย่จื้อหวิ๋นแล้วเขารู้สึกหดหู่ใจยิ่งนัก.เมื่อไหร่เขาจะได้เป็นเหมือนดังชาติที่แล้ว,ที่ได้กอดกับสาวสวยด้วยมือของเขา? ความหวังของเขานั้นยังคงอีกยาวไกล


เขาต้องยกระดับความแข็งแกร่งของเขาก่อนเป็นอันดับแรก,อีกไม่นาน,เมืองกลอลี่จะโดนโจมตีโดยสัตว์อสูร.แม้ปู่ของเย่จื้อหวิ๋น,เขาเป็นถึงระดับร่างทรงอสูรในตำนานเขายังต้องสิ้นชีพในการสู้รบ ถ้าอย่างนั้น,เนี่ยหลี่จะต้องไปให้ถึงระดับตำนานก่อนการสู้รบจะมีขึ้น,นี่ช่างเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างสูงด้วยเวลาที่ไม่มาก

เขาจะต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเขา.ซึ่งรวมถึงเหตุที่เขาต้องเดินทางมายังเมืองกล้วยไม้โบราณแห่งนี้.เขาจะต้องนำตะเกียงภูติพรายกลับไปให้ได้

ไม่กี่วันหลังจากนั้น,เนี่ยหลี่พยายามที่จะรวมพลังวิญญาณแห่งจิตที่เขาได้รับมาจากการต่อสู้กับชูหยวน,ถึงอย่างไรก็ตาม ฮูหยานหลานเร่อนั้นช่างน่ารำคาญนัก.เมื่อเนี่ยหลี่เริ่มที่จะบ่มเพาะพัง เธอมักจะมายืนคุมอยู่ข้างๆเสมอ,เนี่ยหลี่นั้นแทบจะไปใหนไม่ได้.ด้วยเหตุนี้,เนี่ยหลี่นั้นไม่สามารถที่จะทำตัวไม่สนเธอได้สักเท่าใด

เดินผ่านแนวเทือกเขามา 2 วันและผ่านเข้ามาส่วนลึกของหุบเขา,และพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย,ในที่สุด,ก็มาถึงจุดหมาย

เศษเสี้ยวแห่งนี้นั้นเป็นของที่ตกทอดมาจากเมืองโบราณ,ที่มีขนาดโดยรอบ 100 ไมล์,เกือบจะทั้งหมดนั้นปกคลุมไปด้วยต้นไม้ และมีผนังสีดำที่ยื่นออกมา.เสียงคำรามของสัตวอสูรได้ยินเป็นระยะภายในสถานที่แห่งนี้ สัตว์อสูรเหล่าณ ที่นี้นั้นมีระดับระดับทองลงมา.ส่วนมากสัตว์ที่อาศัยอยู่ณ ที่แห่งนี้นั้นจะเป็นระดับทองแดงและระดับเงิน

ซากปรักหักพังเหล่านี้นั้นมาจากยุคมืด ซึ่งเรื่องรวมยังคุลมเครือเป็นเมืองในยุคที่รุ่งเรืองของมนุษย์ในยุคนั้น

ดูจากซากความเสียหายของกำแพงและมีโครงกระดูกระจัดกระจายโดยรอบ,ทุกๆคนนั้นอดที่จะคิดไม่ได้ว่าโดนโจมตีอย่างรุนแรงมาก.ถ้าเมืองกลอรี่โดนโจมตีด้วยสัตว์อสูรเหมือนกัน,คงจะมีสภาพไม่ต่างจะสถานที่แห่งนี้เป็นแน่.สิ่งที่หลงเหลือไว้คงมีแต่กระดูกและซากปรักหักพัง ทุกๆที่

การโจมตีอย่างรุ่นแรงของสัตว์อสุรในช่วงยุคมืดนั้นมนุษย์นั้นแทบสูญสิ้น.คนที่โชคดีเหลือรอดมาได้จากการโจมตีของสัตว์อสูรมีเพียงเล็กน้อย.แต่ถึงอย่างงั้นก็ตาม ความรู้และอารยธรรมทั้งหลายก็ได้หายไปพร้อมกับภัยพิบัติแทบทั้งหมด เช่น เทคนิคในการบ่มเพาะพลัง,ศิลปะการต่อสู้,และรูปแบบของคาถาอาคมทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ไม่สมบูรณ์ ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่ายังมีสิ่งที่เหลือและตกทอดมา รอให้พวกเขาไปเจออยู่ในซากปรักหักพังนั่นเอง


สิ่งที่เนี่ยหลี่ต้องการนั้นเป็นตะเกียงภูติพราย,เป็นไอเทมที่ทรงพลังมากเป็นจิตวิญญาณอสูรระดับตำนานที่ถูกกักไว้ตั้งแต่ยุคมืด!!







ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: