วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 27 – Leave it to me!

Tale of the demon and god novel  Chapter 27 – Leave it to me!

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  27 ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง



บทที่ 27  ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง

ในป่านั้นมีพื้นที่ที่มีรัศมี 10 เมตรมีกิ่งไม้จำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ พร้อมยังคงมีกลิ่นของปัจสาวะลอยคลุ้งอยุ่ด้วย

ด้วยความยาวของขนซึ่งมีขนาด 2 นิ้ว
เห็นสิ่งเหล่านี้เนี่ยหลี่สามารถระบุได้เลยว่าเป็นหมีจิ้งจอก

"นั่นใครนะ?"ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึนมา

เนี่ยหลี่มองไปยังทิศทางของเสียงและเริ่มปรากฏออกมาจากหลังต้นไม้ เห็นอีกฝ่านเนี่ยหลี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเขาคือ เฉินหลินเจียนพร้อมลูกน้องของเขานั่นเอง และอีกหนึ่งในพวกเขาก็คือเสิ่นเหย่

"ทำใมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?" เฉินหลินเจียนมองมาทางเนี่ยหลี่ และถาม

"ขณะที่ข้ากำลังฝึกพลังอยู่นั้น,ข้าได้กลิ่นและร่องรอยแปลกๆลอยมาทางอากาศ ข้าจึงได้ตามกลิ่นนั่นมา"เนี่ยหลี่พูดพลางกวาดสายตาของเขาไปทางเฉินหลินเจียนและเสิ่นเหย่ เฉินหลินเจียนกับเสิ่นเหย่นั้นเพียงแค่เป็นคนคุ้นเคยกันเท่านั้นแต่ไม่ใช่พวกเดียวกัน,เป็นเช่นนั้นแล้วเมื่อชาติก่อน เมื่อตระกูลเทพศักดิ์ทรยศเมืองกลอรี่เขาถึงกับลงมือฆ่าคนของตระกูลเทพศักดิ์ไปหลายคนเลยทีเดียว

เสิ่นเหย่มองมาที่เนี่ยหลี่ด้วยความเฉยเมยและความมืดมน

กลิ่นแปลกๆ? ทำใมพวกเขาถึงไม่ได้กลินอะไรก่อนหน้านี้?

"เมื่อลูกน้องของข้ากำลังลาดตระเวณอยู่,พวกเค้าพบสถานที่แห่งนี้ ดังนั้นข้ากับเสิ่นเหย่จึงได้ตามมาดู"เฉินหลินเจียนพูด ความสัมพันธ์ของเขากับเสิ่นเหย่นั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว ซึ่งทั้งสองนั้นเป็นทายาทของตระกูลหลักเหมือนกัน การกระชับสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องที่ดีในอนาคต

เสิ่นเหย่พูดอย่างเย็นชาว่า"เจ้าออกมาที่นีในช่วงกลางคืนคนเดียวกำลังแอบทำอะไรอยู่รึไม่?" เสิ่นเหย่ไม่รอช้าที่จะป้ายสีให้กับเนี่ยหลี่

เนี่ยหลี่ทำท่าล้อเลียนเขา.คำพูดที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนนั้น ถ้าเป็นเฉินหลินเจียนไม่มีทางที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ



เฉินหลินเจียน มองไปที่เสิ่นเหย่ แล้วมองไปที่เนี่ยหลี่อีกครั้ง เขาเคยได้ยินความขัดแย้งของทั้งสอง และสำหรับเนี่ยหลี่นั้น เป็นคนที่ไม่มีพื้นหลังอะไรเลยยังกล้าที่จะเผชิญกับครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์ เขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองหรือที่หยิ่งผยองกันแน่?

"เป็นแค่รังของปิศาจแล้วและได้ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานานแล้ว"เสิ่นเหย่ มองไปยังรอบๆพื้นที่ดังกล่าว หลังจากเนี่ยหลี่ได้เดินทางมาด้วย,เขาแทบจะอดรนทนไม่ได้ทีเดียว.ตั้งแต่การเดินทางเริ่มที่จะไปยังเมืองร้างโบราณกล้วยไม้เขาก็มีวิธีอีกมากมายที่จะใช้ในการจัดการเนี่ยหลี่.การพูดคุยกับเนี่ยหลี่ในที่นี้นั้นเขาจึงพูดเหมือนมันเป็นเรื่องไร้สาระ

"ดูเหมือนว่ารังปิศาจนี้จะเป็นรังที่ไม่ได้ถูกใช้เป็นเวลานานแล้วนะ" เฉินหลินเจียนกล่าว พร้อมกับพยักหน้าและมองไปยังรอบๆที่มีกิ่งไม้กระจัดกระจายอยู่.ทันใดนั่นเองเขาก็ดุเหมือนจะเห็นอะไรบางสิ่ง.เขาจึงหันมาถามเนี่ยหลี่ว่า"เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร? เขาดูเหมือนว่าเนี่ยหลี่นั้นจะมีความรู้ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

"ที่ด้านข้างของลำต้นของต้นไม้นั้นมีขนของสัตว์บางอย่างอยู่.นอกจากนี้รังดังกล่าวยังซ้อนกันอยู่,จากเหตุผลดังกล่าว ข้าลงความคิดเห็นว่ามันเป็นรังของหมีจิ้งจอกนั่นเอง,หมีจิ้งจอกนั้นเป็นสัตว์ที่ได้ตัวใหญ่มากนัก อย่างน้อยก็มีความสูงอยู่ที่ 1-2 เมตร และมีความแข็งแรงมาก ด้วยกองไม้ที่มีจำนวนมากถึงเพียงนี้ ที่นี้คงจะเคยมีหมีจิ้งจอกอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเป็นแน่"เนี่ยหลี่วิเคราะห์

ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ ทั้งเฉินหลินเจียนและลูกน้องที่อยู่ข้างๆเขาต่างตกตะลึง เขาทุกคนต่างมองมายังเนี่ยหลี่ แม้มีข้อมูลเพียงเล็กน้อย สามารถวิเคราะห์ได้เลยว่ามีอะไรเคยอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวเลยทีเดียว,สำหรับเทือกเขาบรรพบุรุษนั้นมีชนิดของสัตวปิศาจนับแสนชนิดทีเดียวทีอาศัยอยู่รอบๆนี้

ดูเหมือนตามความเห็นของเนี่ยหลี่นั้นจะเป็นเรื่องจริง เฉินหลินเจียนคิด

"ด้วยข้อมูลเล็กๆน้อย พวกนี้ เจ้าสรุปได้เลยเหรอว่ามันเป็นรังของหมีจิ้งจอก. ไม่คิดว่ามันจะเป็นการเดาสุ่มมาเกินไปรึ?" เสิ่นเหย่ออกความคิดเห็นบ้าง.มันว่าความคิดเห็นของเนี่ยหลี่จะถูกหรือผิด,เข้าก็จะค้านมัน

"พูดต่อซิ" เฉินหลินเจียนไม่ได้สนใจคำพูดของเสิ่นเหย่ เค้ายังมองไปที่เนี่ยหลี่

เสิ่นเหย่เค้าไม่พอใจพยามจะพูด แต่เขาก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แม้ว่าเขากับเฉินหลินเจียนนั้นจะเป็นทายาทจากตระกูลหลักเหมือนกัน,และเขาเป็นทายาทสายตรงในจำนวนเจ็ดคนของครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์ในรุ่นนี้แต่เขาก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะสนใจ.ถ้าเขาสามารถที่จะแต่งงานกับ เย่จื้ออวิ๋นเท่านั้นที่จะทำให้เขามีตำแหน่งที่สูงขึ้นในตระกูล ที่จะสามารถเป็นตัวเลือกของผู้นำตระกูลคนต่อไป.แต่เฉินหลินเจียนนั้นต่างออกไปเขาเป็นคนพิเศษและความมีความสามารถที่สูง ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะทำลายความสัมพันธ์กับเขา

เนี่ยหลี่ทำท่าล้อเลียนเสิ่นเหย่และพูดต่อไปว่า"หมีจิ้งจอกนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับเงิน มันจะใช้เวลาในการจำศีลเป็นเวลาสามในห้าอยู่ในถ้ำเพื่อจำศีล แต่เมือมาถึงต้นฤดูร้อน พวกมันจะออกมาจากถ้ำมุ่งหน้าไปยังป่าเพื่อที่จะออกล่า"

"งั้นมันคือช่วงเวลานั้นของปีใช่รึไม่?" เฉินหลินจิน ถามด้วยความประหลาดใจ
"ใช่แล้ว" เนี่ยหลี่พยักหน้า "หมีจิ้งจอกนั่นเป็นอสูรที่ค่อนข้างหวงอาณาเขตของตนเป็นอย่างยิ่ง มันจะใช้ฉี่เพื่อแสดงอาณาเขตของตน ก่อนหน้านี้ข้าได้กลิ่นของฉี่มัน อาจเป็นไปได้ว่าพวกมันจะฉี่ทิ้งเอาไว้หลังจากที่ออกมาจากถ้ำ ข้าคาดว่าอีกไม่นายพวกเราคงได้เผชิญหน้ากับพวกมันเป็นแน่"

เนี่ยหลี่นั้นเป็นคนที่รอบคอบและมีการสังเกตุทั้งอย่างอย่างถี่ถ้วยและมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทำให้เฉินหลินเจียนนั้้นรู้สึกชื่นชมในตัวเขา เขามองว่าเนี่ยหลี่นั้นเหมือนกับปิศาจข้อมูลที่เรื่องทุกอย่างเป็นอย่างดี

"แล้วพวกเราควรทำเช่นไรดี" เฉินหลินเจียนถามมุมมองของเนี่ยหลี่

"พวกเราควรที่จะรีบออกเดินทางโดยทันที หมีจิ้งจอกนั้นไวต่อกลิ่นยิ่งนัก หากพวกเราต้องเผชิญหน้ากับพวกมันนั้นคงเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจุดหมายของเรานั้นคือเมืองกล้วยไม้โบราณ พวกเราจึงควรที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู่"
เนี่ยหลี่จำได้ว่าชีวิตก่อนหน้านี้ของเขากับเย่จื้อหวิ๋นนั้นการเดินทางไปที่เมืองร้างโบราณกล้วยไม้นั้น ได้ถูกโจมตีโดยหมีจิ้งจอก มีหลายคนที่ต้องเสียชีวิต เนี่ยหลี่คิดว่าที่นี่จึงเป็นที่อันตรายยิ่งนัก

เฉินหลินเจียนคิดอยู่ครู่นึงและพูดออกมาว่า"เอาล่ะ,พวกเราจะออกเดินทางคืนนี้"

"นายน้อยเฉิน,ท่านอย่าพึ่งฟังเรื่องไร้สาระของเขานะ สถานที่แห่งนี้ยังไม่เห็นมีร่องรอยใดๆของหมีจิ้งจอกเลย มันจะเป็นอันตรายมากขึ้นนะถ้าเราต้องเดินทางในเวลากลางคืน เราควรที่จะรอจนถึงรุ่งสางก่อนค่อยออกเดินทางก็ได้"เสิ่นเหย่ รีบที่จะโต้แย้งในทันที

เนี่ยหลี่โบกมือไปมา.การตัดสินใจที่จะไปหรือไม่นั้นขึ้นอยุ่กับการตัดสินใจของเฉินหลินเจียน,อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่คุกคามเขาได้

"เดินทางได้" เฉินหลินเจียนยืนยันในคำพูด เขาเชื่อในสิ่งที่เนี่ยหลี่ออกความคิดเห็นมา

เฉินหลินเจียนนั้นเป็นคนที่ฉลาด เขารู้ว่าใครควรที่จะเชื่อหรือใครไม่ควรเชื่อ

หลังกลับมาที่แคมป์พัก.เฉินหลินเจียนได้รวบรวมทุกคนที่กำลังนอนหลับฝันอยู่
"นายน้อยเฉิน,เกิดสิ่งใดขึ้น?"
"ใช่.ทำใมเราต้องออกเดินทางในเวลากลางคืนด้วยล่ะ?"

ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัยไม่มีที่สิ้นสุด
"อย่าเพิ่งมากความ รีบตามข้ามาเร็วเข้า"เฉินหลินเจียนเขากล่าวอย่างมั่นคง โดยไม่ได้พูดถึงเหตุผลและนำคนอื่นๆออกมาจากป่า

เนี่ยหลี่เดินออกมาพร้อมกับเย่จื้ออวิ๋น และถึงแม้ว่าเย่จื้อหวิ๋นจะสับสนเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไร

หลังจากที่พวกเขาก้าวออกมาจากป่าแล้ว พวกเขาก็ได้ยินเหมือนแผ่นดินจะไหวและมีเสียงของหมีคำรามออกมาจากป่า ทันทีที่ได้ยิน ทุกคนก็เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

"นายน้อยเฉิน ช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก"
"โชคดีที่นายน้อยเฉินนำพวกเราออกมาก่อน มิเช่นนั้นคงหลี่กเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องต่อสู้กับหมีจิ้งจอกแน่เลย"

ทุกคนต่างยกย่องเฉินหลินเจียน อย่างไรก็ตามเฉินหลินเจียนนั้นรู้ดีทุกอย่างเป็นไปตามคำพูดของเนี่ยหลี่ ถ้าเข้าไม่ได้ฟังคำพูดของเนี่ยหลี่พวกเค้าคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะโดนโจมตีแน่นอนและคงต้องมีผู้ได้รับบาดเจ็บบ้างเป็นแน่

ในขณะนี้นั้นเฉินหลินเจียนเต็มไปด้วยความชื่นชมเนี่ยหลี่ ตั้งแต่ยังเด็กนั้นเขามักจะเป็นผู้นำของกลุ่มเสมอเพราะความสามารถ แต่นี้เป็นครั้งแรกเลยที่ต้องยอมรับว่าความรู้ของเนี่ยหลี่นั้นห่างจากเขามากเลยทีเดียว และทีต้องยอมรับอีกหนึ่งเลยคืออายุของเนี่ยหลี่น้้นน้อยกว่าเขาหลายปีทีเดียว

ในขณะนี้นั้นเสิ่นเหย่รู้สึกผิดหวังอย่างแรง เขาไม่เคยคาดคิดว่าคำพูดของเนี่ยหลี่นั้นจะเกิดขึ้นจริงๆหลังจากต้องเผชิญหน้ากับเนี่ยหลี่หลายครั้ง เขาก็พ่ายแพ้ตลอด ซึ่งสร้างความคับแค้นในใจเขาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

แต่ยังโชคดี,ที่ตระกูลของเขาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญระดับ3 ดาวเงิน ตามมาด้วยด้านหลัง เสิ่นเหย่แสดงสีหน้าที่น่ากลัว เมื่อเนี่ยหลี่แยกออกจากลุ่มเมื่อไหร่ เขาจะหาโอกาสที่จะฆ่าเนี่ยหลี่ซะ

เนี่ยหลี่นั้นเดินเงียบๆอยู่ข้างหลังพร้อมกับเย่จื้อหวิ๋น.เข้ามองไปยังด้านหลังพร้อมกับเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มแบบเยาะ.เขาตระหนักได้ได้มีคน 3 คนกำลังตามมาข้างหลัง และแอบมองดูข้างหลังเสิ่นเหย่,เนี่ยหลี่พอจะคาดเดาได้ทันทีว่าคนที่ตามหลังมาจะต้องมาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์

พวกเขาอาจกำลังที่จะหาโอกาสในการจัดการเนี่ยหลี่อยู่ก็ได้

เย่จื้ออวิ๋นและคนอื่นๆนั้นยังไม่รู้ว่าพวกเขากำลังถูกติดตามอยู่ ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถที่จะทำให้เนี่ยหลี่ไม่รู้ตัวถ้าพวกที่ติดตามนั้นเป็นถึงระดับเงิน ถ้าไม่บอกพวกเขาให้รู้ คงมีปัญหาเกิดขึ้นแน่

"หนึ่ง,สอง,สาม.. ระดับ 3 ดาวเงิน" เนี่ยหลี่เดินไปอย่างช้าๆ

เมื่อรุ่งอรุณค่อยๆมาถึง เฉินหลินเจียน นั้นเดินช้าๆเข้ามาข้างๆเนี่ยหลี่,เขามองไปที่เนี่ยหลี่และพูดว่า "ต้องของใจเจ้าแล้วสำหรับสายตาที่กว้างไกลของเจ้า น้องชาย มิเช่นนั้นเราคงโดนโจมตีเป็นแน่ และแน่นอนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีคนบาดเจ็บ ข้าเฉินหลินเจียนเป็นหนี้เจ้าแล้ว" หากมีการบาดเจ็บล้มตายกันตั้งแต่วันแรกแล้วจะทำให้ขวัญกำลังใจในการทำงานเป็นทีมมีผลกระทบอย่างมาก

ได้ยินคำพูดของเฉินหลินจียน เย่จื้ออวิ๋นมองเนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดเลยว่าคนที่สังเกตุเห็นหมีจิ้งจอกนั้นจะเป็นเนี่ยหลี่

"นายน้อยเฉินก็พูดเกินไป" เนี่ยหลี่อย่างใจเย็นและถ่อมตัว

เฉินหลินเจียนพยักหน้า.หลังจากได้พูดคุยกับเนี่ยหลี่แล้ว,เขาก็เห็นความสามารถของเนี่ยหลี่,ดูเนี่หลี่เป็นคนสงบเยือกเย็น,เขาชื่นชมเนี่ยหลี่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว

เนี่ยหลี่พูดด้วยเสียงเบาๆไปยังเขาว่า"นายน้อยเฉิน,เรากำลังถูกตาม"

หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่,เฉินหลินเจียนถึงกับตกใจ.เขาพยายามที่จะหันไปมองไปยังป่าข้างหลัง

"อย่าเพิ่งหันไปมอง มีผู้ฝึกยุทธระดับเงิน 3 คน กำลังสะกดรอยตามพวกเรามา ยังไม่รู้เหมือนกันว่าใครส่งพวกมันมา" เนี่ยหลี่บอกอย่ารวดเร็ว

เฉินหลินเจียนหันกลับอย่างรวดเร็ว และแกล้งทำเป็นว่ากำลังทำตัวสบายๆอยู่ "พวกมันต้องการอะไรรึ?" เฉินหลินเจียนขมวดคิ้ว,เขานั้นก็ไม่เคยมีปัญหากับใครๆซักคนที่เมืองกลอลี่

"พวกมันอาจมาจากสมาคมทมิฬ!" เนี่ยหลี่กล่าว แม้ว่าจะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าพวกมันทั้ง 3 มาจากตระกูลศักดิ์ ,เนี่ยหลี่ก็ยังบอกไปว่าพวกมันนั้นเป็นนักต่อสู้ระดับเงินจากสมาคมทมิฬ

หลังจากได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่แล้ว เฉินหลินเจียน กระพริบตาอย่างใจเย็น สำหรับสมาคมทมิฬนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเมืองกลอรี่ พวกมันเป็นองค์กรลับที่สร้างขึ้นโดยองกรอาชญากร โดยพวกมันมักจะไม่เปิดเผยตัวให้เห็นในที่แจ้งโดยพวกมันจะแอบทำเรื่องราวชั่วๆในที่มืดและเป็นศัตรูทุกคนในเมืองกลอรี่

"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า"เฉินหลินเจียน ตบไหล่ของเนี่ยหลี่และเดินไปข้างหน้า




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: