วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 26 – Soul Forming

Tale of the demon and god novel  Chapter 26 – Soul Forming

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  26 รูปลักษณ์แห่งจิต


บทที่ 26  รูปลักษณ์แห่งจิต

เสี่ยวยี่จ้องมองไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋ "นั่นมันไม่ใช่ข้ออ้างใช่หรือไม่?" เสี่ยวยี่ลุกขึ้นยืนและมองไปยังเสี่ยวหยุนเฟย.พ่อลูกคู่นี้คงซ่อนอะไรบางอย่างอยู่

คิ้วของเสียวหนิ๋งเอ๋อกระตุกเล็กน้อย และจ้องมองไปยังเสี่ยวยี่และกล่าวว่า "ท่านลุงสิ่งที่ข้าพูดไม่ถูกต้องอย่างไร?ข้า เสี่ยวหนิงเอ๋อ ขอสาบานต่อสรรค์ชั้นฟ้าว่าทุกคำที่ข้าพูดนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริง!"

หลังจากได้ยินคำพูดของเสี่ยวหนิงเอ๋อ,เสี่ยยี่ไม่ค่อยจะเชื่อถือและเข้าใจการกระทำของเสี่ยวหนิงเอ๋อ.และเสี่ยวยี่ยังพูดต่อเบาๆอีกว่า "ในเมื่อเขาเป็นเพื่อนของหลานหนิงเอ๋อ แล้วทำใมไม่ไปพูดและขอหญ้าหมอกม่วงคืนมาล่ะ?"

หลังจาก ได้ยินคำพูดของเสี่ยวยี่ ทำให้เสี่ยวหนิงเอ๋ออารมณ์เปลี่ยนทันที "ท่านลุงท่่านหมายความว่าอย่างไร?เขาเป็นคนที่ถามเพื่อที่จะซื้อหญ้าหมอกม่วงจากหลาน.และจะให้หลานไปถามซื้อคืนจากเขา ไม่ใช่หลานนั้นกลายเป็นคนสับปลับหรอกรึ?"

"เรื่องนี้มันเกี่ยวพันเกี่ยวกับความอยู่รอดของตระกูล!"เสี่ยวยี่พยายามโต้เถียง

"ผู้อาวุโสเสี่ยว,ขอให้หยุดพูดเรื่องนี้ก่อน ถึงแม้เราจะไปขอคืนจากเขา ก็ใช้ว่าเขาจะคืนให้เราง่ายๆ"เสี่ยวหยุนเฟยพูดและมองไปยังเสี่ยวยี่,เขาไม่อยากที่จะให้เสี่ยวยี่กับเสี่ยวหนิ๋งเอ๋อทะเลาะกันในเรื่องนี้

"ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องนั้น,ก่อนอื่นเราต้องสืบดูภูมิหลังก่อนว่าเขาเป็นมาเช่นไร"เสี่ยวยี่คำราม และยังพูดต่ออีกว่า"หากภูมิหลังของเขานั้นอยู่ในตระกูลที่มิได้มีอำนาจเหนือกว่าพวกเราหล่ะก็การจะแย่งชิงหญ้าหมอกม่วงคืนมาทั้งหมดก็มิใช่เรื่องยากนักหรอก"



ได้ยินสิ่งที่เสี่ยวยี่กล่าวออกมาทำให้ความโกรธของเสี่ยวหนิงเอ๋อเริ่มที่จะมากขึ้น.[เทคนิคมังกรเหินวายุอสนี] ภายในตัวเธอนั้นไม่สามารถหยุดมันได้อีกแล้ว มันเริ่มจะส่ายกระเพื่อมอย่างรุนแรงในเขตแดนวิญญาณของเธออย่างต่อเนื่อง เสี่ยงลมและสายฟ้าเริ่มที่จะระเบิดออกมาจากท้องฟ้า,รัศมีพลังวิญญาณพุ่งออกมาแพร่กระจายออกมาไปทั่วทิศทั้งสี่

เวลาเพียงชั่วครู่ ที่เกิดจากความรู้สึกทางอารมณ์ที่รุ่นแรง ก่อให้เกิดแรงกดดันพุ่งขึ้นมา.ดูเหมือนว่าเขตแดนวิญญาณของเธอเริ่มที่จะมีการเปลี่ยนรูปร่าง

"เกิดอะไรขึ้น?" เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวหนิงเอ๋อ" เสี่ยวหยุนเฟยตาเบิกกว้างมองไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋อด้วยความประหลาดใจ

นางเพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่ 1 ดาวทองแดงไม่นาน ทำใมถึงได้มีพลังวิญญาณที่ทรงพลังอย่างนี้?แม้แต่ข้าผู้ที่เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับโกลยังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลเลย

เสี่ยวยี่จ้องมองไปยังเสี่ยวหนิงเอ๋ด้วยความประหลาดใจ.นั้นมันเทคนิคบ่มเพาะวิญญาณอะไรกัน?ทำใมถึงช่างรุนแรงไม่เหมือนกับมีระดับแค่ระดับทองแดง 1 ดาวเลย


แสงต่างๆที่ไหลพรั่งพรูออกมาโดยมีเสี่ยวหนิงเอ๋อเป็นศูนย์กลาง แรงจิตวิญญาณเป็นริ้วราวกับริบบิ้นโบกรายล้อมเธอราวกับเธอเป็นแสงศักดิ์สิทธิ์.ทำให้เธอดูราวกับว่าเป็นนางฟ้ามาจุติเลยทีเดียว แรงดันวิญวิญาณต่างๆค่อยๆเข้มข้นขึ้นและรวมตัวกันที่ด้านหลังของเสี่ยวหนิงเอ๋อ รูปร่างคล้ายปีกคู่สวยใส

"รูปลักษณ์แห่งจิต"เห็นฉากนี้แล้ว ทั้งเสี่ยวยี่และอาวุโสทั้งหมดถึงกับลุกขึ้นยืนจากที่นั่งของพวกเขาซึ่งใบหน้าของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความตกใจอย่างมาก

แม้แต่ เสี่ยวหยุน เฟยนั้นถึงกับตกใจกับเหตุการร์นี้เลยทีเดียว เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าการบ่มเพาะพลังของลูกสาวนั้นจะเป็นไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ถึงกับสามารถทำให้พลังวิญญาณแสดงออกมาเป็นรูปลักษณ์ได้

รูปลักษณ์แห่งจิตนั้น เป็นการบังคับพลังวิญญาณให้บริสุทธิ์ที่สุด ร่างทรงอสูรนั้นในการสร้างรูปลักษณ์นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากและโดยปรกติจะสามารถทำได้แต่ร่างทรงอสูรอัจยริยะระดับทองขึ้นไปเท่านั้นที่จะสามารถจัดการกับเขตแดนวิญญาณและสามารถบังคับให้เกิดรูปลักษณ์ได้ แต่หากร่างทรงอสูรที่สามารถทำเช่นนั้นได้แล้วถือว่าเป็นสิ่งที่มีประสิทธิ์ภาพมากและ ความสำเร็จในอนาคตนั้นเป็นที่แน่นอนเลยทีเดียวอย่างน้อยสุดสามารถไปได้ถึงระดับทองคำดำเลยและอาจสามารถไปได้ถึงระดับตำนานได้เลยทีเดียว

เสี่ยวหนิงเอ๋อยกศีรษะของเธออย่างเมินเฉยและมองไปยังเสี่ยวยี่ด้วยความมั่นคงและกล่วว่า "สหายผู้นั้นเป็นผุ้มีพระคุณของข้า หากอาวุโส เสี่ยวยี่จะทำร้ายเขาหล่ะก็..แม้ต้องแลกด้วยชีวิตข้า ข้าก็จะหยุดผู้อาวุโสให้จงได้!."

การแสดงออกของเสียวหนิงเอ๋อ นั้นช่างเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก สิ่งที่เธอพูดช่างดูมีพลัง และทิ่มแทงเข้าไปในจิตใจของผู้คนยิ่งนัก

อันดับทองแดงสามารถสร้างรูปลักษณ์แห่งจิต มันเป็นการพิสูจน์แล้วว่าเธอนั้นเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างมากมาย.และยังมีอายุแค่เพียง 13 ปีเท่านั้น ในช่วงเวลาไม่กี่ปีการมีความเร็วในการบ่มเพาะพลังเป็นที่น่าตกใจ ในไม่อีกกี่ปีเธออาจจะไปถึงระดับเงิน หรือระดับทอง หรืออาจจะสูงกว่านั้นก็เป็นได้

เสี่ยวยี่สะดุ้ง ตามกฏของตระกูลนั้น,เสี่ยวหนิงเอ๋อได้แสดงให้เห็นในความสามารถในการสร้างรูปลักษณ์แห่งจิต ตั้งแต่นี้สถานะของเธอจะยิ่งสูงกว่าเดิม โดยพรสวรรค์ของเธอนั้นสูงยิ่งกว่าเสี่ยวหยุนเฟย พ่อของเธอซะอีก

ในคำสอนของบรรพบุรษครอบครัวปีกมังกรนั้น ไม่ว่าอยู่ในสถานะใด หากแสดงความอัจฉริยะในการต่อสู้ระดับสูงในครอบครับแล้ว ถ้ามีเขตแดนวิญญาณสีฟ้าหรือฟ้าเข้มแล้ว ครอบครัวจะต้องสนับสนุนพวกเขาทุกอย่างและให้ความสำคัญต่อพวกเขาอย่างดีที่สุด.เพราะว่าหากมีอัจฉริยะเกิดขึ้นแล้วซึ่่งจะเหมือนมีคนนำพาตระกูลขึ้นไปสู่ความรุ่งเรื่องและจุดสูงสุด

แม้ว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อจะมีเขตแดนวิญญาณเป็นสีเขียว แต่เธอนั้นสามารถสร้างรูปลักษณ์แห่งจิตวิญญาณได้ ซึ่งเป็นที่หายากยิ่งกว่าเขตแดนวิญญาณสีฟ้าซะอีก เพราะในประวัติศาสตร์จำนวนมากนั้นคนที่มีเขตแดนจิตวิญญาณสีฟ้าจะสามารถเป็นร่างทรงอสูรระดับทองเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับคนที่สามารถสร้างรูปลักษณ์แห่งจิตได้ ความสำเร็จของพวกเขานั้นไม่เคยมีระดับต่ำกว่าระดับทองเลยทีเดียว

เมื่อตระกูลได้รับการยืนยันว่า สมาชิกรุ่นใหม่นั้นเป็นอัจฉริยะ ทั้งตระกูลก็จำเป็นที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายต่างๆเพื่อปูทางไปยังอนาคต

กลุ่มของผู้อาวุโสมองหน้ากัน และแม้แต่ผู้อาวุโส 2 คนที่ไม่ค่อยจะลงลอยกับเสี่ยว หยุนเฟย ยังไม่ลังเลเลยที่จะเห็นด้วยกับเขา

"หนิงเอ๋อ เป็นเพียงอันดับทองแดงแล้วยังสามารถสร้างรูปลักษณ์แห่งจิตได้ อนาคตข้างหน้าเจ้าต้องประสบความสำเร็จที่ไม่ธรรมดาแน่นอน"

"ขอแสดงความยินดีกับท่านหัวหน้าตระกูลด้วย,ขอแสดงความยินดีกับหลานหนิงเอ๋อด้วย.ครอบครัวปีกมังกรของเราในที่สุดก็มีวันนี้ซักที"


แม้แต่ผู้อาวุโสบางคนที่อยากให้เสี่ยวหนิงเอ๋อมอบหญ้าหมอกม่วงมาให้ ก็ยังเผยรอยยิ้มบนใบหน้าและอดไม่ได้ที่จะแสดงความยินดีและยกย่องในตัวเธอ ความสามารถของเสี่ยวหนิงเอ๋อที่เผยออกมาให้เห็นนั้น เป็นที่ตกใจอย่างมาก ไม่มีใครสามารถจะจิตนาการได้เลยว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นในเมื่อเสี่ยวหนิงเอ๋อเติบโตขึ้น

ได้ยินคำสรรเสร็ยจากผู้อาวุโสหลายๆคน,เสี่ยวหยุนเฟยรู้สึกมีความสุขและหัวเราะออกมา

"แล้วจะเอายังไงกับข้อตกลงเรื่องแต่งงานกับครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์ดี?" เสี่ยวยี่พึมพัม ในฐานะที่เสี่ยวหยุนเฟยมีลูกสาวแค่คนเดียว ถ้าเสียวหนิงเอ๋อแต่งงานกับครอบครัวศักดิ์แล้ว,เสี่ยวยี่จะสามารถขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลคนต่อไปได้ แต่สถานการณ์ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคาดไว้อีกต่อไป

"เสี่ยวยี่ ,เรามอบลูกหลานอันอัจฉริยะให้แต่งงานกับตระกูลศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะทำให้ครอบครัวเรากลับมาเหมือนเดิมยังงั้นรึ?"ผู้อาวุโสอีกคนโต้แย้งไป ถ้าเสี่ยวหนิงเอ๋อต้องแต่งออกไปอยู่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์,เธอก็จะกลายเป็นคนของตระกูลศักดิ์สิทธิ์ซิ.แล้วก็จะไม่มีส่วนใดกับตระกูลปีกมังกรอีกต่อไป,ถ้าอย่างงั้นเราต้องไม่ให้เกิดเหตการณ์อย่างนั้นขึ้น"

เสี่ยวยี่รู้สึกหดหู่ยิ่งกว่าเดิมเมื่อความคิดเห็นของผู้อาวุโสหลายคนเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำตระกูลของเสี่ยวหยุนเฟย หลังจากที่เสี่ยวหนิงเอ๋อแสดงความสามารถของเขาให้เห็นทำให้บรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายเลือกที่จะยังสนับสนุนเสี่ยวหยุนเฟยเป็นผู้นำตระกูลต่อไป

"กับข่าวที่น่ายินดีเช่นนี้ของหนิงเอ๋อนั้น เกี่ยวกับหญ้าหมอกม่วงก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป"ผุ้อาวุโสอีกท่านหนึ่งพูดพลางหัวเราะ


เสี่ยวหนิงเอ๋อนั้น รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยทำใมความคิดเห็นของผู้อาวุโสทั้งหลายถึงได้เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ภายใต้ความรู้สึกที่ไม่สามารถอดทนได้,พลังจิตวิญญาณของเธอก็พุ่งถึงจุดเดือด,ทำให้พลังวิญญาณของเธอสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปในที่สุด,ถ้าเธอไม่ได้บ่มเพาะพลังด้วยเทคนิคมังกรเหินวายุอสนี,เสียวหนิงเอ๋อนั้นคงจะไม่สามารถแสดงพรสวรรค์เกี่ยวกับจิตวิญญาณได้.
ถึงแม้ว่าการบ่มเพาะพลังมังกรเหินวายุอสนี โอกาสที่จะขึ้นรูปลักษณ์ของพลังจิตนั้นก็ถือว่ายังต่ำอยู่ดี เสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นจริงๆแล้วสามารถนับได้ว่ามีพรสวรรค์ที่สูงเลยทีเดียว

เสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นยิ่งรู้สึกขอบคุณเนี่ยหลี่ ถ้าไม่ได้มีเขา ก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะออกมาในรูปแบบนี้อยู่รึป่าว


"เกี่ยวกับครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์นั้น พวกเรามิอาจจะต่อต้านกับพวกเขาได้ในตอนนี้.แต่ยังมีเวลาเหลืออีก 2 ปีจนถึงวันหมั้นหมาย พวกเราค่อยมาหารือกันอีกทีเถอะ"เสียวหยุนเฟย พูดพรางหัวเราะออกมา.ถึงแม้เขาจะเป็นผุ้นำตระกูลแต่เขานั้นยังจำเป็นที่จะต้องได้รับความเห็นจากผุ้อาวุโสคนอื่นๆก่อน,ถึงอย่างไร วันนี้เขาก็สามารถหายใจได้ทั่วปอดตั้งแต่เสียวหนิงเอ๋อแสดงความสามารถซึ่งก็ไม่ทำให้เขาผิดหวัง

"หนิงเอ๋อ พลังวิญญาณของเจ้าตอนนี้เป็นเท่าไหร่รึ?" เสี่ยวหยุนเฟย ถาม

"ครั้งล่าสุดที่ข้าทดสอบอยู่ที่ 105 ค่ะ" เสี่ยวหนิงเอ๋อตอบ แต่ดูเหมือนว่าหลังจากที่สามารถสร้างรูปลักษณ์แห่งจิตได้นั้นพลังวิญญาณของเธอดูจะเติบโตและแข็งแกร่งมาก"

"งั้นนำ ผลึกวิญญาณออกมาและทดสอบมันอีกครั้งซิ!" เสี่ยวหยุนเฟย ยิ้มเบาๆ

เสี่ยวหนิงเอ๋อได้นำผลึกวิญญาณออกมาและฉีดพลังวิญญาณของเธอเข้าไปในคลิสตัล ผลึกวิญญาณนั้นเริ่มที่จะส่องแสง แพรวพราวและสดใสมากขึ้น และยังได้ยินเสียงลมและฟ้าร้องอีกด้วย

แต่เสี่ยวหยุนเฟยและทุกคน เริ่มที่จะจ้องมองเพื่อที่จะดูความแข็งแกร่งของพลังวิญญาณ

"พลังวิญญาณแห่งจิต 362!?" ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวหยุนเฟย หรือแม้แต่ผู้อาวุโสอื่นๆ ทั้งหมดต่างอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

เพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา เสี่ยวหนิงเอ๋นั้นมีพลังวิญญาณแค่ 105 และแค่ไม่กี่วันมานี้สามารถไปได้ถึง 365? ไปถึงระดับ 3 ดาวทองแดงเรียบร้อยแล้ว?

"ความเป็นจริงนั้นคนทีเป็นอัจฉริยะย่อมที่จะสามารถเข้าใจได้ในรูปลักษณ์แห่งจิต"ผู้อาวุโสทั้งหมดรู้สึกประหลายใจและดีใจกันมาก มีเพียงแค่เสียวยี่ เท่านั้นที่สีหน้าค่อนข้างมืดมน


เสียวหนิงเอ๋อรุ้สึกประหลาดใจมากกับผลที่ออกมา เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าพลังวิญญาณของเธอจะเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีนี้นั้น ผู้อาวุโสในครอบครัวเธอจะไม่สามารถบังคับให้เธอแต่งงานกับครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป คิดไปอีกทีเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเนี่ยหลี่เป็นคนที่มอบให้กับเธอ,ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะห้ามความรู้สึกชุ่มชื่นฝันหวานในหัวใจของเธอ

เสี่ยวหนิงเอ๋อ กำหมัดของเธอแน่น เธอจะต้องฝึกอย่างหนักอีกต่อไป โดยเฉพาะความแข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถต้านทานกับตระกูลเทพศักดิสิทธิ์ได้และเธอจะต้องไม่ต้องแต่งกับเสิ่นเฟย

ในคืนที่เงียบสงัด

เนี่ยหลี่ตอนนี้นั่นกำลังนั่งบ่มเพาะพลังโดยการนั่งไขว่ห้างอยู่ เขาค่อยๆเปี่ยมด้วยสมาธิ และเขตแดนวิญญาณของเขานั้นเริ่มที่จะนิ่งและสงบ

การบ่มเพาะเทคนิคเทพวิถึฟ้านั้น  พลังวิญญาณรอบๆเริ่มที่จะมารวมตัวในร่างกายเนี่ยหลี่และยังคงเติบโตขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง

เสียงสายลมพัดผ่าน ช่างเป็นคืนที่เงียบสงบเป็นอย่างมาก

ภายใต้การบำเพ็รของเนี่ยหลี่นั้น แรงดันวิญญาณของเขาเริ่มที่จะหมุนรอบตัว กล้ามเนื้อทั่วร่างกายเริ่มที่จะสั่นสะเทือนเป็นจังหวะและความแข็งแกร่งก็เริ่มที่จะเติบโตขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเหมือนดังเส้นลวดที่เริ่มตึงแล้วจะแข็งแรง นี่เป็นผลจากเทคนิคการบ่มเพาะพลังเทพวิถีฟ้า เป็นเทคนิคที่เสริมสร้างทั้งร่างกายและพลังวิญญานไปพร้อมๆกัน

เนี่ยหลี่จะหยุดบ่มเพาะพลังหลังเที่ยวคืนเสมอเขาจะทำอย่างนี้จนเขตแดนวิญญาณของเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอ มิเช่นนั้นแล้วการฝึกในช่วงหลังเที่ยงคืน จะเกิดผลข้างเคียงกับเขา

เขาได้นำเอาผลึกคริสตัลทดสอบออกมา หลังจากทดสอบพลัง.พลังวิญญาณของเขานั้นตอนนี้อยู่ที่ 82.ดูเหมือนว่าการฝึกไม่กี่วันที่ผ่านมานั้นจะพัฒนาไปในทิศทางที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

เขามองออกไปข้างนอก,เขาก็เห็นเงาของคน 4 คนที่กำลังกลับมาจากการลาดตระเวณ

ทันใดนั่นเองเขาก็รู้สึกได้ถึงร่องรอยแปลกๆ ดูเหมือนเป็นชนิดของสัตว์ปิศาจบางหย่าง จากสันชาตญาณของเขาเข้าได้ลุกขึ้นยืนในทันที

มันคงเป็นสิ่งที่น่าหนักใจเป็นอย่างมากหากที่พักถูกการโจมตีของสัตว์ปิศาจ
เนี่ยหลี่เข้าใจในทันที และเดินเข้าไปในป่าลึก




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


2 ความคิดเห็น: