วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 24 – Set Off

Tale of the demon and god novel  Chapter 24 – Set Off

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  24 ออกเดินทาง



บทที่ 24 ออกเดินทาง
ในขณะเดียวกัน ตูเซอและ ลูเปียวและคนอื่น ที่เร่งรีบก็มาถึง

"เสิ่น เยว่ เจ้ามันน่ารังเกียจเกินไปแล้ว เจ้าใช้คนตั้ง 6 คน รุมเนียหลี่คนเดียว ช่างไม่มีความยุติธรรมเอาซะเลย" ตูเซอรู้สึกว่าไม่มีความยุติธรรมเอาซะเลย แต่เห็นเนี่ยหลีไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเขาจึงหยุดพูด แม้ว่าเนี่ยหลี่จะแกล้งทำตัวให้อยู่ในสภาพอนาจ แต่ความเป็นจริงเนี่ยหลี่นั้นไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆเลย

เหล่าเด็กนักเรียนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเสิ่นเยว่

"ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! " เสิ่นเยว่ รู้สึกสับสนและคับแค้นใจมาก ไม่สามารถจะอธิบายเป็นคำพูดได้เลย

เมื่อลูเปียวและพวกเห็นเนี่ยหลี่แล้วก็พลันเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างโดยไม่ต้องบอก

"ถึงขนาดนี้แล้วแกยังกล้าปฏิสธอีกงั้นรึ? ดูสิเนี่ยหลี่มีบาดแผลเต็มตัวไปหมดแล้ว นี่ไม่ใช้เพราะพวกเจ้ารุมกระทืบเขายังงั้นรึ?เจ้ากล้าสาบานมัยหล่ะว่า เหตการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ มิใช่เจ้าหรอกรึที่สั่งให้คนของเจ้าเข้าไปทำร้ายเนี่ยหลี่ ทุกคนในที่นี้ต่างได้ยินและเห็นสิ่งที่เจ้าทำ"ลูเปี่ยวคำราม

"ข้าไม่ได้บอกไปอย่างนั้น,แต่จริงๆแล้ว.." เสิ่นเยว่กำลังที่จะหาข้อแก้ตัว
เสียวหนิงเอ๋อและเย๋จื้ออวิ๋นนั้น มองเสิ่นเยว่ด้วยท่าทางรังเกียจ อันที่จริงแล้วเขาพยายาจะทำลายเนี่ยหลี่ในโรงเรียนอย่างนั้นรึ? มันเป็นเรื่องที่อุกอาจเกินไปแล้ว ยิ่งเมื่อเห็นภาพจริงๆทั้งสองก็เชื่อในสิ่งที่เห็นเลยแล้ว



สิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงแล้วยังไงล่ะ เขาจะแก้ตัวได้ยังไง ที่เขาสั่งให้พรรคพวกรุมเนี่ยหลี่จนตายเป็นเพียงคำพูดลวกๆก็เท่านั้น การฆ่าคนในสถานศึกษารึ? ถ้ามันเป็นเรื่องจริงแม้แต่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็มิอาจช่วยอะไรได้

แต่สำหรับคนอื่นที่ได้ยินคำพูดนั้นแล้ว คงจะเข้าใจในความหมายที่ต่างกัน

"เย่ เซิ่ง รองอาจารย์ใหญ่มาแล้ว"

"ชิ เนี่ยหลี่ วันนี้ข้าพ่ายแก่เจ้า แต่แกล้างคอไว้ได้เลยข้าจะให้แกได้ชดใช้อย่างสาสม" เสิ่นเยว่ปัดมือไปมา และเดินไปพร้อมกับพวกของเขา

"เนี่ยหลี่ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ใหม"เสียว หนิงเอ๋อ แสดงใบหน้าเป็นกังวลและกำมือไปที่แขนของเนี่ยหลี่

"ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เจ็บเล็กน้อยไม่มีอะไรรุนแรง ดีที่พวกเจ้ามาก่อน" เนี่ยหลี่ยิ้มและมองไปที่เสี่ยวหนิงเอ๋อ และ เย่จื้ออวิ๋น

หลังจากที่เสี่ยวหนิงเอ๋อได้ฝึกเทคนิคเพาะพลังแบบใหม่ ทำให้ผิวพรรณของหล่อนเป็นที่น่ามองยิ่งนัก เมื่อเปรียบกับที่ผ่านมาช่างมีเสน่ห์ช่างจะพรรณา ส่วนเย่จื้ออวิ๋น ก็เช่นกันช่างสวยงามไม่แพ้กันช่างน่าดึงดูดใจอย่างยิ่ง

สองความงามที่อยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ช่างน่าอิจฉาซะเหลือเกิน

เห็นความกังวลของเสี่ยวหนิงเอ๋อที่มีต่อเนี่ยหลี่แล้ว เย่จื้ออวิ๋นก็รู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน

"เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว"เย่จื้ออวิ๋นยิ้มเบาๆ

หลังจากเห็นฉากที่เนี่ยหลี่อยู่ใกล้ๆกับเทพธิดาทั้งสอง ทำให้เด็กชายรอบๆสงบใจไม่ได้เลย ทุกคนต่างไม่เข้าใจว่าเนี่ยหลี่ใช้วิธีเช่นไร ส่วนสาวๆที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มเห็นว่าเนี่ยหลี่เอง,หน้าตาก็ดูค่อนข้างหล่อเหลาอยู่เหมือนกัน ทำให้ทุกคนต่างจ้องมายังเขา

เด็กชายบางคนเริ่มที่จะไม่ชอบเนี่ยหลี่ ที่บังอาจมาแย่งเทพธิดาของพวกเขา แถมยังเอาไปทั้งสองคนอีกด้วย นั่นล่ะคือสิ่งที่พวกเขาทนไม่ได้ แม้ก่อนหน้านี้พวกเขาจะรู้สึกสงสารเนี่ยหลี่ที่โดนเสิ่นเยว่รังแกอยู่ก็ตาม เมื่อมาเห็นฉากดังกล่าวทำให้ความรู้สึกก่อนหน้านี้เปลี่ยนเป็นเกลียดชังแทนนั่นเอง

เมื่อเห็นความงามของ เย่จื้ออวิ๋นที่ยืนอยู่ใกล้ๆเนี่ยหลี่แล้ว เสียวหนิงเอ๋อ หล่อนก็รู้สึกะวนกระวายใจยังไงไม่รู้ หล่อนเองรู้ดีว่าเนี่ยหลี่นั้นมีใจให้เย่จื้ออวิ๋น แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อเนี่ยหลี่ตอนนี้ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในใจของหล่อนเรียบร้อยแล้ว หล่อนคิดแค่ว่าจะคอยอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่รอจนกว่าเขาจะหันกลับมามองหล่อนบ้างก็เท่านั้นเอง แต่หล่อนไม่รู้เลยว่าเนี่ยหลี่กับ เย่จื้ออวิ๋นนั้นมีความสัมพันธ์ต่อกันไม่ธรรมดาตั้งแต่ชาติก่อนนี้

"เนี่ยหลี่ข้าจะพาเจ้าไปยังห้องเรียนเองนะ ข้าได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เจ้าด้วยล่ะ" เสี่ยวหนิงเอ๋อ พูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนพร้อมนำมือไปประคองแขนของเนี่ยหลี่ ซึ่งทำให้ปทุมถันของหล่อนนั้นไปสัมผัสกับแขนของเนี่ยหลี่เบาๆ

ความรู้สึกนุ่มนวล และเสน่ห์ของเสียวหนิงเอ๋อทำให้เนี่ยหลี่ขวยเขิน และมองไปยังเย่จื้ออวิ๋น "จื้ออวิ๋น, ข้า.."

"ในเมื่อปัญหาต่างๆได้รับการแก้ไขแล้ว ข้าคงต้องไปแล้ว" เย่จื้ออวิ๋น แกล้งทำทีว่าหล่อนไม่ได้สนใจอะไรเลย พร้อมหมุนตัว และเดินจากมา นอกจากนี้หล่อนก็ไม่สามารถบอกได้ว่าทำใมหล่อนถึงรู้สึกแปลกๆ หล่อนไม่ได้มีความรู้สึกใดๆกับเนี่ยหลี่นี่นา แต่ทำใมหล่อนถึงรู้สึกอึดอัดใจเมื่อเห็นเขากับเสี่ยวหนิงเอ๋ออยู่ด้วยกัน ด้วยล่ะ

"มันไม่ใช่ธุระกงการของข้านิ" เย่จื้ออวิ๋นพึมพำในใจ เนี่ยหลี่และเสี่ยวหนิงเอ๋อทำสิ่งที่ต้องการได้เลย

ตูเซอ และลูเปียว ยิ้มอย่างมีเลิศนัยพร้อมกับยกนิ้วให้กับเนี่ยหลี่  เจ้านีช่างมีความสามารถจริงๆ สามารถสนิทสนมกับเทพธิดาทั้งสองได้ แม้ว่าเย่จื้ออวิ๋นจะไม่ได้มีปฏิกิริยามากมายเท่าไหร่ แต่เมื่อเนี่ยหลี่กำลังพ่ายแพ้ให้กับลูกน้องของเสิ่นเยว่ ดูเหมือนว่าหล่อนเองก็รู้สึกห่วงเนี่ยหลี่อยู่เป็นพิเศษเหมือนกัน

และห่างออกมาจากฝูงชนใบหน้าของ เสิ่น เฟย ช่างดูมืดมนน่ากลัวยิ่งนัก เมื่อเขานั้นเห็นเสียวหนิงเอ๋อช่วยพยุงเนี่ยหลี่ออกไปช้าๆ

"แกกล้าที่จะต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์สิทธิและยังบังอาจมายุ่งกับผู้หญิงของข้าอีก เจ้าต้องมีชีวิตที่ไม่ดีแน่ "เขากำมัดหมัดแน่น จนได้ยินเสียงหมัด เขาเป็นพี่ชายคนโตของ เสิ่นเยว่ และบรรลุถึงระดับเงินแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเขาเป็นนักเรียนในห้องเรียนอัจริยะอีกด้วย แม้อย่างนั้นเขาก็มองไปยังเนี่ยหลี่ไม่วางตาเลยทีเดียว

จากเหตการณ์หลายอย่างที่ผ่านมานั้น,เนี่ยหลี่นั้นนับว่าเป็นศัตรูของตระกูลเทพศักดิ์เรียบร้อยแล้ว

หลังจากกลับมายังห้องเรียน เนี่ยหลี่พยายามคืนเงินให้แก่เสียวหนิงเอ๋อ จำนวน  1,000,000 เหรียญจิตมาร แม้เสียวหนิงเอ๋อจะไม่ต้องการก็ตาม สำหรับตอนนี้นั้นเขานั้นมีกำไรมากมายจากการขายหญ้าหมอกม่วง และยังมีเก็บอีกหลายร้อยหลายพันจินเลย แม้ราคาจะลดลงมาบ้างเหลือแค่ จินล่ะ 200 เหรียญจิตมารก็ตาม แต่ภายใน 3 ปีนี้ ความต้องการหญ้าหมอกม่วงยังมีไม่ขาดอยู่ดี

เนี่ยหลี่ตอนนี้นั้นเป็นที่สนใจในหัวข้อการพูดคุยกันที่สถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์ หรือความสัมพันธ์อันคลุมเคลือกับเทพธิดาทั้งสอง ทำให้ทุกคนต่างมุ่งที่จะหาคำตอบดังกล่าว แม้แต่ในหมู่นักเรียนหญิงก็เริ่มมีคนเขียนจดหมายรักส่งมายังเขาด้วย ถึงแม้จะเป็นเรื่องไม่งามที่จะส่งจดหมายให้ผู้ชายก่อนก็ตาม

เนี่ยหลี่ในชีวิตก่อนของเขานั้นไม่มีใครให้ความสนใจใดๆกับเขาเลย เขามีสภาพไม่มีตัวตนในโรงเรียนเลย เขาไม่คิดเลยว่าชาตินี้ของเขาจะมีคนสนใจเขามากอย่างนี้

เขาได้จัดการทำลายจดหมายรักทั้งหมดที่ส่งมากหาเขา,ตั้งแต่เขาได้เกิดใหม่นี้ หัวใจของเขาก็เป็นของเย่จื้อหวิ๋นคนเดียว หญิงคนอื่นๆนั้นสามารถเทียบได้กับเย่จื้อหวิ๋นได้รึ? หลังจากผ่่านประสบการณ์ที่ลำบากและเฉียดตายมาหลายอย่างในชาติที่แล้วเขายังยึดมั่นอยู่เช่นเดิม สำหรับเสียวหนิงเอ๋อนั้น สำหรับเขาหล่อนเป็นเพื่อนที่ดีของเขาเท่านั้น

ด้วยการบำเพ็รอย่างต่อเนื้อด้วย[เทคนิคเทพวิถีฟ้า] เขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เชื่อว่าเวลา 2 เดือนนั้นเป็นเวลาที่มากเกินพอ

ทุกคืนนั้นเนี่ยหลี่จะใช้ยารวมวิญญาณ และยาบำรุงวิญญาณ พร้อมทั้งลงไปแช่ในในน้ำยาหมอกม่วง ซึ่งทำให้การบำเพ็รของเขารวดและพัฒนาจนน่ากลัว

นอกจากจะบำเพ็ญเพียรแล้วเขายังฝึกความแข็งแกร่งทางกายภาพด้วย เพื่อเสริมแข็งแกร่งทางร่างกาย แม้ว่าการฝึกเสริมพลังวิญญาณจะเป็นการเสริมร่างกายอยู่แล้วก็ตาม แต่การฝึกร่างกายก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นอยู่นั่นเอง เมื่อไปถึงระดับเงินได้ จะสามารถรวมร่างทรงกับจิตวิญณาญสัตว์ปิศาจได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายจึงมีส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพของจิตวิญญาณ สัตว์ปิศาจ เนื่องจากเมื่อรวมร่างกับ จิตวิญญาณปิศาจจะช่วยเพิ่มขอบเขตของจิตวิญญาณได้ หากร่างกายอ่อนแออาจทำให้พลังที่มีมากเกินไประเบิดออกมาก็ได้

แม้ว่าจิตวิญญาณ สัตว์ปิศาจ จะมีมากมายหลากหลาย ที่จะเลือกในการรวมร่าง เมื่อถึงระดับเงินนั้นแล้วร่างกายไม่พร้อม อาจทำให้ไม่สามารถรวมร่างกับ จิตวิญญาณ สัตว์ปิศาจก็เป็นได้

เนี่ยหลี่ จึงต้องการที่จะวางรากฐานของเขาให้แข็งแกร่งในขณะนี้ การฝึกพลังโดยการวิ่ง,ปีนเขาและยกน้ำหนัก จึงเป็นสิ่งที่ดีในการฝึกร่างกาย

ในพริบตาก็ผ่านมาแล้ว 2 วัน พลังวิญญาณของเนี่ยหลี่ในตอนนี้ก็เพิ่มมาถึง 76 แล้ว คาดว่าไม่อีกกี่วันเขาจะสามารถก้าวไปถึง 1 ดาวทองแดงได้

เช้าวันที่ 3

เฉิน หลินเจียน และพวกกำลังรวบรวมทุกคนในการเดินทางอยู่หน้าห้องสมุด

นอกจากเฉินหลินเจียนแล้ว ยังมี เย่จื้ออวิ๋น และเสิ่นเยว่อีกด้วย พวกเขานั้นรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่จะร่วมกับคณะสำรวจซากโบราณเมืองกล้วยไม้

"เจ้าก็จะไปด้วยรึ?" เย่จื้ออวิ๋น มองมายังเนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ การผจญภัยนี้ถูกจัดขึ้นโดยเฉิน หลินเจียน เขารู้จักกับเฉิน หลินเจียนตั้งแต่เมื่อไหร่? เนี่ยหลี่ช่างเป็นคนที่เกินความคาดหมายยิ่งนัก

"ใช่" เนี่ยหลี่พยักหน้าและยิ้ม

"แกรนหาที่ตายเองนะ,คงจะโทษคุณอื่นไม่ได้แล้วล่ะ!" เสิ่นเยว่พูดเบาๆด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยมพร้อมกับกระซิบบางอย่างกับลูกน้องของเขาคนหนึ่ง  และลูกน้องคนนั้นก็ออกไปทันที  ในเมื่อลูกน้องระดับทองแดงไม่สามารถจัดการเนี่ยหลี่ได้ เห็นที่ต้องส่งคนที่มีฝึมือดีกว่านี้มา จากตระกูลของเขา

เนี่ยหลี่เหลือบมองมายังเสิ่นเยว่ทุกการกระทำของเขาอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด

เฉินหลินเจียน มองไปยังทุกคนพร้อมมองมาทางเนี่ยหลี่ และพูดขึ้นว่า"เอาล่ะ ! ดูเหมือนพวกเราจะมาพร้อมกันทุกคนแล้ว มันคงถึงเวลาที่พวกเราจะเดินทางแล้ว"

เฉินหลินเจียนได้รวบรวมคนมาจำนวน 28 คน เพื่อที่จะไปสำราจที่เมืองโบราณกล้วยไม้ ซึ่งไม่รวมเสิ่นเยว่,ลูกน้องอีก 7 คน เนี่ยหลี่และเย่จื้อหวิ๋น เรื่องที่มายังนครกล้วยไม้โบราณนี้เนี่ยหลี่ไม่ได้บอกต่อตูเซอและลูเปียว และพวกของเขา ซึ่งพวกเขากำลังบำเพ๊รเพียรอย่างหนักที่ห้องสมุดอยู่นั่นเอง และนครกล้วยไม้โบราณยังเป็นสถานที่อันตรายสำหรับพวกเขาอีกด้วย

ทั้งหมด 35 คนนั้นได้จัดเตรียมอาหาร หน้าไม้สำหรับล่าสัตว์ และอุปกรณ์ตั้งแคมป์มาด้วยนั้นเอง

การผจญภัยของพวกเขาในครั้งนี้ เป็นการแอบมากันเอง โดยได้แจ้งแค่ว่าพวกเขาออกมาฝึกวิชากันที่หุบเขาธรรมดาๆ









ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


2 ความคิดเห็น: