วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 23 – Murder!

Tale of the demon and god novel  Chapter 23 – Murder!

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  23 เจ้าพวกฆาตรกร



บทที่ 23 เจ้าพวกฆาตรกร

เย่จื้อหวิ๋นรู้สึกกังวลและไม่เข้าใจหลายอย่าง.หล่อนจึงได้นำเทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต ซึ่งเป็นเทคนิคที่เนี่ยหลี่ได้มอบให้ออกมาบำเพ็ญ เทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิตนั้น เป็นเทคนิคที่ทรงคุณค่ามาก ทำใมเนี่ยหรือถึงได้เต็มใจที่จะมอบให้กับหล่อนกันนะ

เมื่อคิดถึงอีกเหตุการณ์หล่อนก็รู้สึกโกรธเขาอยู่เหมือนกัน,อารมณ์ที่รู้สึกขอบคุณและโกรธนั้นผลักกันไปมายากที่จะทำให้หล่อนสงบใจลงได้


หลังจากเลิกคิดเรื่องอื่นใดได้แล้ว เย่จื้ออวิ๋นก็เริ่มที่จะบำเพ็ญด้วยเทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต ใจของหล่อนเริ่มที่จะสงบลงเรื่อยๆ  พลังเขตแดนวิญญาณของหล่อนเริ่มเปล่งประกายและทำให้บริเวณรอบๆนั้นค่อยๆมีน้ำเกร็ดน้ำแข็งปกคลุมไปทั่ว


ผิวของเย่จื้อหวิ๋นนั้นผ่องใสดูราวกับหยกเนื้อดีอันบริสุทธิ์ และรวมกับใบหน้าที่งดงาม เปรียบได้กับนางฟ้าลงมาจุติบนแดนดินก็มิปราณ

ด้วยการบำเพ็ญเพียรอย่างต่อเนื่องทำให้สิ่งสกปรกนั้นหลุดออกไปจากร่างกาย,เย่จื้อหวิ๋นร่างกายของหล่อนตอนนี้นั้นชโลมไปด้วยเหงือทั้นใดนั้นแสงสีฟ้าก็สว่างจ้า ราวกับดอกบัวกำลังแผ่กลีบขนาดใหญ่

เมื่อเย่จื้อหวิ๋น เปิดตาขึ้นมา หล่อนก็ได้พบว่าเทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต นั้นจะทรงพลังมากกว่าที่หล่อนคิดไว้ซะอีก ดูเหมือนว่าพลังของหล่อนในตอนนี้ใกล้จะเข้าใกล้ระดับทองแดง 1 ดาวเรียบร้อยแล้ว ด้วยเทคนิคดังกล่าวคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะไปถึงในเร็ววัน



หล่อนรู้สึกว่าตอนนี้หล่อนเหนียวตัวเหลือเกิน หล่อนจึงได้ให้แม่บ้านเตรียมน้ำให้หล่อนอาบ

กลิ่นหอมที่ปล่อยออกมาจากถังอาบน้ำ เย่จื้ออวิ๋นถอดชุดของหล่อนออกช้าๆ เผยให้เห็นผิวที่กระจ่างใสและงดงาม ปานรูปแกะสลักจากหยกก็ไม่ปาน หลังจากฝึกเทคนิค ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต แล้วนั้น ร่างกายของหล่อนยิ่งทรงเสนห์มากยิ่งขึ้น แม้จะยังไม่ถึงวัยสาวเต็มที่ แต่ก็เห็นความงดงามของหล่อนสวยงามน่ามอง

หล่อนก้าวเท้าที่สวยงามของหล่อนลงไปยังอ่างน้ำ รู้สึกได้ถึงน้ำที่อุ่นและมีกลิ่นหอม หลังจากลงมาแช่ในน้ำทำให้หล่อนรู้สึกเปี่ยมด้วยความสุข หล่อนค่อยๆใช้มือลูบไล้ไปยังผิวเนียนของหล่อน ผ่านไปยังปทุมถัดด้านซ้ายของหล่อนซึ่งมีปานรูปผีเสื้ออยู่ พลางทำให้หัวใจหล่อนสั่นไหว ปานรูปผีเสื้อนี้ของหล่อนมีมาตั้งแต่กำเนิด มันค่อยๆเลื่อนออกมาให้เห็นเมื่อหล่อนเริ่มที่จะเป็นสาว แต่ถึงยังงั้นเนี่ยหลี่เคยเห็นปานของหล่อนมาก่อนหรือไม่

หรือว่าเค้าจะเคยเข้ามาแอบดูหล่อนมาก่อนแล้วหรืออย่างไรถ้ายังงั้นเขาก็เห็นทุกอย่างแล้วสิ
ทันใดนั้นหล่อนก็ได้ยินเสียงแปลกๆอยู่ภายนอก

"ใครนะ?" ใครแอบอยู่ตรงนั้น?" หล่อนรีบใช้มือปกปิดปทุมถัดของหล่อนในทันที หรือจะเป็นเจ้าบ้า เนี่ยหลี่รึไง

"คุณหนูข้าเอง" สาวใช้ก็เดินออกมา หล่อนเริ่มถอนหายใจรู้สึกโล่งอก ขึ้นมาทันที เนี่ยหลี่นั้นยังไม่แม้จะถึงระดับทองแดง 1 ดาว เพียงระดับทองแดงเขาจะบุกเข้ามาโดยผ่านผู้คุ้มกันของหล่อนเข้ามาได้อย่างงั้นรึ? หล่อนรู้สึกว่าหล่อนจะระแวงเกินไปรึป่าว คงเป็นไม่ได้หรอกที่เขาจะเคยเห็นปานของหล่อนได้ แล้วเขารู้ได้อย่างไรกัน?



ค่ำคืนแห่งความเงียบก็ผ่านไป

วันที่ 2  หลังจากนั้น ณ ร้านค้าสมบัติระดับสูง

ที่นี่นับเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีสินค้าระดับสูง มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชุดเกาะ อาวุธ และม้วนอาคม สถานที่ร้านนั้นตั้งอยู่ห่างจากสถาบันการศึกษากล้วยไม้ศักดิสิทธิ์ไม่กี่ร้อยเมตร

"เถ้าแก่, ข้าต้องการชุดป้องกันระดับทองแดง 1 ชุด และดาบของความเดือดดาลนั่น"เนี่ยหลี่พูดพลางชี้ไปยังชุดเกาะและอาวุธ

"ชุดเกาะนี้ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ เสื้อ,ถุงมือ,กางเกง,และร้องเท้า ราคาก็ประมาณ 500,000 เหรียญจิตมาร ของเหล่านี้ทำมาจากสัตว์ปิศาจระดับทองแดงระดับสูง ความแข็งแรงของมันนั้นแม้แต่สัตว์ปิศาจระดับเงินธรรมดายังไม่สามารถทำลายมันได้เลยนะ หนุ่มน้อยเจ้าต้องการซื้อมันจริงๆนะรึ?"

"แน่นอน ท่านคิดว่าข้าล้อท่านเล่นอยู่รึไง" เนี่ยหลี่กวาดเมือเอาเงินออกมาช่องว่างมิติจากแหวน
"นี่ เงินจำนวน 700,000 เหรียญจิตมาร อยู่ในการ์ดนี้แล้ว

"โอเค เลยนายน้อย ข้าจะให้ท่านเดียวนี้ล่ะ" เถ้าแก่ตาเป็นประกาย

"ข้ายังต้องการ เสื้อเกาะ และม้วนอาคม อืม.. ข้าต้องการทั้งหมดนั้นล่ะ ช่วยห่อให้ด้วย" หลังจากที่เนี่ยหลี่ขายหญ้าหมอกม่วงไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับเงินมามากมาย การซื้อของเหล่านี้จึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

เนี่ยหลี่นั้นซื้อของจำนวนมากในร้านทำให้เถ้าแก่ในร้านยิ้มไม่หยุด การขายของวันนี้ได้กำไรมากกว่าขายทั้งเดือนเลย

และเนี่ยหลี่ยังซื้อแหวนมิติพื้นที่ 5-6 ลูกบาศก์เมตร และม้วนอาคมอีกหลายม้วน
สำหรับชุดเกาะนั้นเขาได้ทดลองใส่เลยทันทีซึ่งมันมีน้ำหนักเบากว่าที่คิดอีก

"วันนี้ข้าคงต้องเข้าเรียนซักหน่อยเพื่อคืนเงินให้กับเสี่ยวหนิงเอ๋อ" เนี่ยหลี่คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็เดินไปยังทิศทางของสถานศึกษา


จู่ๆก็มีคนจำนวนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากมุมของสถานศึกษา

"สารเลววันนี้ล่ะ ข้าต้องจัดการแกให้ได้"เสิ่นเยว่คำรามพร้อมมองไปยังเนียหลี่ ชายฉกรรจ์  6คน เดินออกมาจากข้างหลังเสิ่นเยว่ และเข้ามาล้อมกรอบเนี่ยหลี่ไว้ เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อย,พร้อมกับมองไปยังกลุ่มคนข้างหน้า

"พวกเจ้าต้องการอะไรรึ?" เนี่ยหลี่พูดออกไปด้วยแสร้งแสดงว่ากำลังกลัวอยู่

"ขยะชั้นต่ำอย่างเจ้ากลัวเป็นด้วยงั้นเรอะ? เจ้ามิทำตัวจองหองดังที่เจ้าชอบทำ วันนี้แกต้องโดนลงโทษให้สาสม"เสิ่นเยว่ตวาด

ลูกน้องหกคนของเสิ่นเยว่ก็พุ่งเข้าไปหาเนี่ยหลี่ดั่งเสือจะเข้าตระครุบเหยื่อ

"จัดการมัน อย่าได้ปราณีจนกว่ามันจะลุกขึ้นมาไม่ได้"เสิ่นเยว่แสดงถึงความสำราญใจและความดุร้ายออกมา

"อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นข้าคงต้องสู้" เนี่ยหลี่กระโดดหลบและถอยออกมาพร้อมกับรวบรวมพลังวิญญาณและ ตะโกนออกไปว่า "ไอ้พวกฆาตกรตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์กำลังจะฆ่าข้าแล้ว" เสียงดังไปทั่ว นี่นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะเปิดเผยโฉมหน้าของพวกมัน

เนี่ยหลี่ใช้เทคนิคลับในการตะโกนทำให้มีเสียงดังเหมือนดังฟ้าผ่า ทำให้ได้ยินกันไปทั่ว

"ไอ้บ้าเอ๋ย รีบปิดปากมันเร็วซิ" ได้ยินเสียงของเนี่ยหลี่ทำให้สีหน้าของเสิ่นเยว่กระตุก เสียงที่เนี่ยหลี่ตะโกนนั้นดังไปทั่วสถานศึกษากล้วยไม้ศักดิ์เลยทีเดียว เสียงดังปานหมูกำลังถูกเชือด

ปัง ปัง ปัง

ลูกน้องของเสิ่นเหย่นั้น โจมตีไปยังเนี่ยหลี่ไม่หยุด 3 คนเป็นระดับทองแดงหนึ่งดาว และอีกหนึ่งคน และสองคนเป็นระดับ 3 ดาวและ 2 ดาวตามลำดับ แต่ทั้ง 6 คนก็ยังไม่สามารถทำอันตรายใดๆแก่เนี่ยหลี่ได้ ซึ่งเนี่ยหลี่นั้นก็ตะโกนร้องไปเรื่อยๆดังก้องไปทั่วสถานศึกษา

"เจ้าฆาตกร ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะฆ่าข้าแล้ว"

หลังจากทุกคนได้ยินเสียงของเนี่ยหลี่ ทุกคนทั้งสถานศึกษาต่างก็ออกมายืนดูที่หน้าต่างเพื่อที่ทุกคนจะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

ซึ่งในเวลาต่อมาพวกเขาก็เห็นคน 6 ล้อมรอบเนี่ยหลี่อยู่ ซึ่งมีเสิ่นเยว่ยืนอยู่ข้างหลัง

"นั่นมันเจ้า เนี่ยหลี่นี่?
"
"ได้ยินว่ามันกำลังโดนตระกูลเทพศักดิ์เล่นงาน"

"ได้ยินว่าที่มันออกมาเปิดเผยความลับเรื่องอาคมแดงเพลิงมีคนอยู่เบื้องหลังนี่ ก็เลยถูกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เล่นงานนะซิ"

"ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ช่างชั่วร้ายจริงๆ ที่จะฆ่านักเรียนที่ไม่มีทางสู้"

"รีบไปรายงานอาจารย์ใหญ่เร็ว"

นักเรียนเริ่มจะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขารู้สึกเห็นใจเนี่ยหลี่ รวมถึงพูดถึงวิธีต่างๆที่เสิ่นเหย่กำลังทำอยู่ตอนนี้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ช่างกล้านักที่จะฆ่าคนในสถานศึกษากล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ช่างไม่เกรงกลัวกฏหมายเอาซะเลย

เนี่ยหลี่มองไปยังเสิ่นเหย่ ที่อยู่ต่อหน้าเขา พร้อมยิ้มที่มุมปาก เสิ่นเหย่ยังเด็กเกินไปที่จะมาต่อกรกับเขา

ลูกน้องของเสิ่นเหย่นั้น ไม่สามารถที่จะโจมตีเขาโดนแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของเนี่ยหลี่ และจังหวะที่โดนก็โจมตีโดนไปยังชุดเกราะของเนี่ยหลี่ซึ่งมีความแข็งมาก ทำให้นิ้วหรือกระดูกแตกได้เลย

ขณะหลบการโจมตี ก็ใช้กำปั้นชกไปยังลูกน้องของเสิ่นเหย่อย่างรวดเร็วทำให้พวกเขาได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก แม้จะเป็นระดับทองแดง 1 ถึง 2 ดาว แต่เมื่อถูกหมัดความเร็วแสงของเนี่ยหลี่เข้าไป ก็เจ็บปวดเหมือนกับถูกตีด้วยไม้เลยทีเดียว

"เห้ย นี่พวกแกเล่นบ้าอะไรอยู่เนี่ย เมื่อเช้าไม่ได้กินข้าวมารึไงกัน พวกนี้เลี้่ยงเสียข้าวสุกจริงๆ"เสิ่นเยว่คำราม และเสียงของเนี่ยหลี่นั้นก็ยิ่งดังขึ้นไปเรื่อยๆ

เนี่ยหลี่นั้นไม่ได้ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ตะโกนบอกว่าตระกูลเทพศักดิ์เป็นฆาตกรกำลังจะฆ่าเขา ซึ่งเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เสิ่นเยว่นั้นเริ่มโมโหแทบเป็นบ้า แต่ตอนนี้เขาก็ไม่สามารถหนีได้

"จัดการมันเร็วๆ ซิ! ไอ้พวกโง่!" เสิ่นเหว่คำราม

ฝั่งลูกน้องของเสิ่นเยว่นั้นเต็มไปด้วยความคับข้องใจ แม้พวกเขาจะโจมตีอย่างหนัก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสร้างการบาดเจ็บให้กับเนี่ยหลี่ได้เลย แต่เป็นพวกเขาเองที่บาดเจ็บ นิ้วและกระดูกของพวกเขาแตกและหักแทบจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และหมัดของเนี่ยหลี่ที่โจมตีพวกเขานั้น ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รุนแรงอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่มันกลับทำให้เกิดรอยช้ำไปทั่วตัวพวกเขาแล้ว


"พวกเจ้ากำลังอะไรกัน....." เสียงน่ารักน่าฟัง พร้อมกับรูปร่างผอมสวยของเสี่ยวหนิงเอ๋อนั่นเอง เขาเข้ามายืนขวางเนี่ยหลี่อยู่ และจ้องมองไปยังเสี่ยวเหย่ ตอนนี้หล่อนได้ไปถึงระดับ 1 ดาวทองแดงแล้ว และถือกริซพระจันทร์สีน้ำเงิน เตรียมที่จะสู้ทุกเมื่อ

"เสิ่นเยว่ เจ้าจะมากไปแล้วนะ" อีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นพร้อมกับเสี่ยวหนิงเอ๋อ รูปร่างที่สะสวยผอมบางไม่แพ้กัน เย่จื้ออวิ๋นนั่นเอง.หล่อนโกรธและพูดไปยังเสิ่นเยว่ "เสิ่นเยว่ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนเยี่ยงนี้"

"เนี่ยหลี่เจ้าไม่เป็นไรนะ?" เย่จื้ออวิ๋นและเสี่ยวหนิงเอ๋อพูดขึ้นมาพร้อมกัน

ซึ่งทั้งสองแสดงสีหน้าเป็นกังวลเกี่ยวกับอาการของเนี่ยหลี่จนทำให้เย่จื้ออวิ๋นรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยเหมือนกัน

"จื้ออวิ๋น เจ้ากำลังเข้าใจผิด เรื่องมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น!!" เสิ่นเยว่พยายามอธิบาย ซึ่งเขามองไปยังเนี่ยหลี่ที่ทำหน้าเยาะเขา ทำให้เขาเข้าใจว่ากำลังเลยโดยเนี่ยหลี่หลอกอยู่ เขาจึงชี้ไปยังเนี่ยหลี่และพูดว่า

"เจ้าบ้านั่นมันล่อลวงข้ามาที่นี่ ทุกอย่างล้วนเป็นแผนของมัน"

"ห๊า! เสิ่นเยว่เจ้าไม่คิดว่ามันเป็นข้ออ้างที่ปัญญาอ่อนเกินไปรึ?" เสี่ยวหนิงเอ๋อรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก

ในขณะใบหน้าของเนี่ยหลี่ตอนนี้เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา และพูดกับเสิ่นเยว่ว่า

"ข้ายอมรับว่าข้าได้กระทำการล่วงละเมิดตระกูลเทพศักดิสิทธิ นับว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่หลวงนัก แต่ถึงกับต้องทำถึงเพียงนี้เชียวรึ ถึงกับจะสังหารข้าภายในสถานศึกษานี้เลยรึอย่างไร? นี่เจ้าคิดว่าสถานศึกษากล้วยไม้ศักดิ์สิทธิแห่งนี้เป็นสถานที่ใดกัน แม้ว่าตระกูลข้าจะไม่สูงส่งเท่ากับตระกูลของเจ้า การกระทำที่ไร้ปราณีเช่่นนี้ดูมันจะเกินไปหน่อย แม้ว่าตระกูลของเจ้าจะมีอำนาจวาสนามากมายเพียงใด ด้วยเกียรติของข้าจนกว่าว่าชีวิตนี้จะหาไม่,ข้าจะไม่ยอมอันธพาลเช่นเจ้าเป็นอันขาด"

คำพูดของเนี่ยหลี่ที่ถามหาความเป็นธรรม ทำให้เสิ่นเยว่นั้นเจ็บปวดเจียนตาย

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เสี่ยวหนิงเอ๋อและเย่จืออวิ๋นแอบที่จะชื่นชมในตัวเนี่ยหลี่ไม่ได้ โดยเฉพาะเสี่ยวหนิงเอ๋อนั้นหัวใจของหล่อนเต็มไปด้วยความชื่นชมเนี่ยหลี่เป็นอย่างมาก

"ข้าก็จะไม่ยอมความไม่ชอบธรรมของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน"เสี่ยวหนิงเอ๋อคิดอยู่ในใจ หล่อนเต็มไปด้วยความเกลียดชังตระกูลเทพศักดิสิทธิ์ ในความเห็นของหล่อนตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นตระกูลที่ชั่วร้ายยิ่งนัก หล่อนรู้สึกเศร้าใจอย่างมากที่ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับเสิ่น เฟยของตระกูลเทพศักดิสิทธิ์




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

4 ความคิดเห็น:

  1. เลยทีเดียว เลยทีเดียว เลยทีเดียว เลยทีเดียว
    คนแปลใช้ประโยคนี้ฟุ่มเฟือยมาก อ่านแล้วมันสะดุด ไม่ลื่นไหล

    ตอบลบ
  2. เจอ"คามเป็นทำ"เข้าไปหมดอารมณ์จะอ่านต่อเลย

    ตอบลบ