วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 22 – Ice Phoenix

Tale of the demon and god novel  Chapter 22 – Ice Phoenix

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  22 ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง



บทที่ 22 ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง

เนี่ยหลี่เดินมาและนั่งลงข้างหน้าของเย่จื้อหวิ๋น

"เย๋จื้ออวิ๋น เพื่อนร่วมห้องเราพบกันอีกแล้วนะ" เนี่ยหลี่พูดพร้อมกับยิ้มอย่างแผ่วเบา

เนี่ยหลี่นั้นเป็นคนที่สงบนิ่งดูมั่นคงต่างจากผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวกันค่อนข้างมากเลยทีเดียว เย๋จื้อหวิ๋นนั้นไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ใดๆเป็นพิเศษต่อเนี่ยหลี่ในตอนนี้ เพียงแค่ยังคงสงสัยอยากรู้อะไรหลายๆอย่างในตัวเนี่ยหลี่ เช่นเดียวกับที่ค่อนข้างชื่นชมในตัวเนี่ยหลี่เล็กๆ

ความรู้ของเนี่ยหลี่นั้นขนาดท่านป้ายังบอกว่าเป็นระดับปรมาจารย์ลายอาคม
หลังจากที่เนี่ยหลี่ได้แก้ไขลายอาคมจากระดับทองแดงไปเป็นระดับเงินนั้นทำให้ส่งผลต่อความอยากรู้ของนางยิ่งนัก

"เนี่ยหลี่ ข้าได้ทดสอบม้วนอาคมเรียบร้อยแล้ว (ม้วนอาคม ลมหิมะพลัน) ซึ่งเป็นม้วนอาคมที่สมบูรณ์เลย"เย๋จื้อหวิ๋นพูดและมองมายังเนี่ยหลี่

แต่เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆในสิ่งที่นางชื่นชมซักเท่าไหร่ เพียงพูดว่า "อืม" สำหรับเนี่ยหลี่นั้นไม่ได้มีคุณค่าให้ชื่นชมซักเท่าไหร่

สำหรับตระกูลวายุเหมันต์(เฟิงเซวะ) อย่างนางแล้ว ค่อนข้างรู้สึกมั่นใจในความรู้ของนางอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดย้อนกับไป ก่อนนี้นางเห็นเนี่ยหลี่ไม่ได้มีพรสวรรค์ใดๆเลย จนกระทั่งเกิดโต้เถียงกับอาจารย์เสิ่นซิ่ว ถึงแม้นางจะรู้สึกไม่ดีต่ออาจารย์แต่ก็ไม่คิดจะพูดอะไร เมื่อเปรียบเทียบกับเนี่ยหลี่แล้วนางก็รู้สึกละอายเล็กๆอยู่เหมือนกัน ว่าอย่างนางล่ะมีอะไรให้อวดบ้าง

ในตอนนี้นั้น เย่จื่อหวิ่น เริ่มที่จะชื่นชมเนี่ยหลี่บ้างแล้วเล็กน้อย แต่คงยังไม่ถึงขนาดชื่นชอบ สำหรับเนี่ยหลี่แล้วเป็นผู้ชายที่น่าสนใจอยู่เลยทีเดียว ถ้านางจะติดต่อพูดคุยกับเขา

สำหรับตัวเนี่ยหลี่เองก็คิดว่าถือว่าเป็นการพัฒนาที่ดีเลยทีเดียวที่ได้คุยกับนาง

"เนี่ยหลี่ นี่เป็นผลึกวิญญานที่เจ้าให้ข้านำมา" เย่ จื้อหวิ๋น นำผลึกออกมาวาง



"ค่อยๆฉีดพลังวิญญานของเจ้าลงไปในผลึกวิญญาณสิ" เนี่ยหลี่พูดพลางมองไปที่ เย่จื้อหวิ่น. สำหรับชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เย่จื้อหวิ่นเป็นผู้หญิงคนเดียวของเขาเสมอ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้กับนางเลย

หลังจากค่อยๆมองไปยังผลึกวิญญาณของเย่จื้อหวิ่นในผลึก เนี่ยหลี่ถึงกับอ้าปากค้างเลยทีเดียว พรสวรรค์ของนางจะเหนือยิ่งกว่าเซียวหนิงเอ๋อซะอีก มีพลังวิญญาณของนางเป็นมวลน้ำแข็งอยู่ภายในเป็นลักษณะภูติฟินิกซ์กำลังนอนอยู่

นี่เป็นรูปแบบในตำนาน ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง

เป็นรูปแบบพลังที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก

ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็งนั้นมีระดับการเพาะปลูกพลังที่รวดเร็วเหมือนกับมังกรเหิรเลยทีเดียว,ซึ่งเมื่อบ่มพลังไปถึงระดับทองคำดำแล้ว พลังวิญญาณภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็งจะพุ่งทยานออกมาเลยทีเดียว,น่าเสียดายที่ชาติที่แล้ว เย่จื้ออวิ๋นไม่มีโอกาสไปถึงระดับทองดำและนางได้จากไปก่อนในการต่อสู้,ถึงถึงยังไง เย่จื้ออวิ๋นก็นับว่าเป็นคนที่พรสวรรค์ในเมืองกลอรี่คนหนึ่งเลยทีเดียว

"พลังวิญญาณลมหิมะ,รูปแบบภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง"เนี่ยหลี่พูดพร้อมมองไปยังเย่จื้อหวิ๋น โดยสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีมากเลยทีเดียว "ข้าจะสอบเทคนิคการเพาะปูลกพลังวิญญาณกับนางเอง"

"สอนเทคนิคการปลูกพลังวิญญาณเหรอ?" เย่จื้อหวิ๋นมองมายังเนี่ยหลี่ด้วยความประหลาดใจ สำหรับเทคนิคที่นางใช้อยู่นั้นนับว่าเป็นเทคนิคที่ทรงพลังของตระกูลของนางอยู่แล้ว เนี่ยหลี่มีเทคนิคในการเพาะปลูกพลังที่เหนือกว่าอย่างนั้นรึ?

สำหรับตระกูลวายุเหมันต์นั้นนับว่าเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในเมืองกลอรี่นั้นเอง เป็นหนึ่งใน 3 ตระกูลใหญ่ที่มีตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และ ตระกูลปราชญ์วิเศษ ซึ่งไม่สามารถมีใครเทียบได้เลยที่เดียว และยังมีผู้ใช้ภูมิระดับตำนานอย่างท่าน เย่ โม่ อยู่ด้วยแล้วซึ่งหาใครจะเปรียบได้ สำหรับเจ้าเย่ โม่นั้นได้ออกไปสำรวจทวิปศักดิ์ และสถานโบราณต่างๆในรอบๆเทือกเขาบรรพบุรุษ ทำให้เขาค้นพบและมีเทคนิคในการเพาะปลูกชั้นสูงมากมาย

"เทคนิคบ่มเพาะ ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต!"มันเป็นบทสวดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่เหมาะกับเย่จื้อหวิ๋นเลยทีเดียว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นเทคนิคที่มีความแข็งแกร่งที่สุดกว่าเทคนิคอื่น แต่ก็เป็นเทคนิคที่ลึกลับมาก เมื่อสำเร็จในการบ่มเพาะจะสามารถ มีชีวิตถึง 9 ครั้งเลยทีเดียว ตราบเท่าที่พลังวิญญาณยังไม่หมดจะไม่มีใครสามารถทำอะไรนางได้ เพราะสามารถฟื้นคืนชีวิตมาได้นั่นเอง

ในชีวิตนี้นั้น,เนี่ยหลี่จะไม่ยอมให้นางจากเขาไปเด็ดขาด

เย่จื้อหวิ๋นได้ลองท่องบนสวดเบาๆ.นางถึงกลับตกใจเลยทีเดียวว่าเทคนิคนี้นั้นมีพลังมากยิ่งนัก.เทคนิคที่ตระกูลของนางมีทั้งหมดนั้นไม่สามารถเปรียบเทียบได้เลยทีเดียว

"ขอบใจเจ้ามาก เนี่ยหลี่" เย่จื้ออวิ๋นรู้สึกของคุณเนี่ยเหลี่เป็นอย่างมาก.นางคาดไม่ถึงเลยว่าเนี่ยหลี่จะมีเทคนิคที่ทรงพลังนี้และมอบมันให้กับนาง.เขากับนางนั้นเพิ่งเจอกันมาไม่นานนี้เอง

ในมุมมองของเย๋จื้อหวิ๋นนั้นนางเพิ่งรู้จักเนี่ยหลี่มาไม่นานนี้เอง แต่ในมุมของเนี่ยหลี่นั้น เขารู้จักนางมานานมากและอยู่ในใจของเขาตลอดเวลา สำหรับเทคนิคการบ่มเพาะพลัง ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต เป็นแค่สิ่งเล็กๆเท่านั้นที่เขามอบให้กับนาง

เย่จื้ออวิ๋นเริ่มบำเพ็ญพลังเทคนิคภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต ชั่วขณะพลังในเขตแดนวิญญาณของนางก็เริ่มกระเพื่อนสั่นไหวอย่างรุนแรง.เทคนิคการบ่มเพาะนี้ช่างเป็นเทคนิคทีทรงพลังยิ่งนัก

ขณะที่เนี่ยหลี่กับเย่จื้อหวิ๋นกันลังสนทนากันอยู่นั้นก็มีคุณเดินเข้ามาหาเขาทั้งสอบ คนๆนั้นก็คือเสิ่นเหย่นั่นเอง

เขาเห็นเนี่ยหลี่และเย่จื้อหวิ๋นคุยกันอย่างสนิทสนมทำให้เขารู้สึกหึงหวงอย่างรุนแรง จนทำให้ต้องเดินเข้ามานั่นเอง

"จื้อหวิ๋น" เสิ่นเหย่ยิ้มและมองมาทาง เย่จื้อหวิ๋น

"อืม" เย๋จื้อหวิ๋นตอบรับเบาๆ ซึ่งนางก็ไม่ได้สนใจอะไรเสิ่นเหย่อมากมายนัก

เสิ่นเหย่ นั่งลงข้างๆและมองมายังเนี่ยหลี่ พร้อมส่งสายตาไล่ให้เนี่ยหลี่ไปให้พ้น

ทำให้บรรยากาศชวนน่าอึดอัดอย่างยิ่ง

"เนี่ยหลี่ เราเจอกันอีกแล้ว" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบเนี่ยหลี่เป็นอย่างมาก

"อะไรรึ บทเรียนที่ข้ามอบให้เจ้าเมื่อไม่นานมานี้ยังไม่พอรึ?" เนี่ยหลี่พูดด้วยท่าที่ที่สบายๆ เหมือนเขาไม่เห็นเสิ่นเหย่อยู่ในสายตาเลย


"เจ้า...."เสิ่นเหย่กำหมัดของเขาแน่น ถ้าไม่ได้อยู่ต่อหน้าเย่จื้อหวิ๋น เขาคงสั่งลูกน้องของเขาจัดการเนียหลี่เลยทีเดียว



เย่จื้ออวิ๋นค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจของบทสนทนาของทั้งสอง.รู้สึกเหมือนว่าเสิ่นเหย่จะไม่พอใจเนี่ยหลี่เป็นอย่างมาก.นางก็อยากรู้เรื่องที่ทั้งสองพูดคุยกัน เล็กๆอยู่เหมือนกัน. เสิ่นเหย่นั้น เป็นทายาทหลักของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์.ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้า คายไม่ออกเมื่อได้ยินสิ่งที่เนี่ยหลี่พูดอย่างนั้นหรือ?

เสิ่นเหย่รู้สึกเหมือนคับข้องใจเป็นอย่างมาก.เขามองไปยังเย่จื้อหวิ๋นและพูดว่า "ตระกูลข้ากับจื้ออวิ๋นนั้นสนิทชิดเชื้อกันพวกเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่ผู้อาวุโสทั้งหลายยังสนับสนุนเราให้เกี่ยวดองกัน"

คำพูดเสิ่นเหย่บอกเป็นนัยว่าเขากับเย่จื้อหวิ๋นนั้นเหมาะสมกันยิ่งนักและครอบครัวยังสนับสนุนอีกด้วย เนี่ยหลี่ควรจะมองตัวเองบ้าง? ซึ่งจริงๆแล้วเขาไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับเย่จื้อหวิ๋น?

หลังจากได้ยินคำพูดของเสิ่นเหย่ เนี่ยหลี่อดที่จะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ในเรื่องของความคุ้นเคยสนิทสนมเสิ่นเย่จะรู้ใจเย่จื้อหวิ๋นมากกว่าเขาอย่างนั้นรึ?

เสิ่นเหย๋ มองไปยัง เย่จื้ออวิ่น พร้อมพูดว่า "พวกเราสองคนนั้นรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีนั้นล่ะ มิว่าจะเป็นนิสัยใจคอ สิ่งที่ชอบหรือวิถีการดำเนินชีวิต"

หลังจากได้ยินคำพูดของเสิ่นเหย่ ,เย่จื้ออวิ๋น แสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เสิ่นเหย๋พูดเลย เขากับนางไปสนิทชิดเชื้อกันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เย่จื้ออวิ๋นรู้สึกเสิ่นเหย่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง,ตระกูลเทพศักดิ์นั้นดูเหมือนมีแต่เปลือกเท่านั้น

เย่จื้ออวิ๋นไม่สามารถอธิบายอะไรได้,ซึ่งนางเองก็ไม่อยากให้เนี่ยหลี่เข้าใจผิดด้วย

"งั้นรึ ข้าก็อยากรู้เช่นกนว่าเจ้าจะรู้จักนางถึงเพียงใด?"เนี่ยหลี่พูดพร้อมตบโต๊ะเบาๆ

"จื้ออวิ้น นางชอบกินเอื้องเจ็ดปอย นางชอบอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังชอบที่จะเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง..."เสิ่นเหย่มองไปยังเย่จื้ออวิ๋นพร้อมสายตาที่หวานเยิ้ม

เนี่ยหลี่ พรางหัวเราะและพูดว่า "จริงๆแล้วนางไม่ชอบที่จะกินเอื้องเจ็ดปอยหรอก มันเป็นเพราะเจ้าเย่ โม ที่หลอก นางบอกว่าการกินเอื้องเจ็ดปอยนั้นสามารถเสริมกำลังของจิตวิญญาณให้สูงส่งมากขึ้น นางรักการอ่านหนังสืองั้นรึ?ผู้ใดกันที่จะมาอ่านตำนาที่ตนเองยังไม่สามรถเข้าใจมันได้กัน และที่นางมองออกมานอกหน้าต่างนั้น จริงๆนางรักการผจญภัยและหวังว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ออกไปผจญโลกภายนอกยังไงล่ะ "

ได้ยินสิ่งที่เนี่ยหลี่พูด เย๋จื้อหวิ๋นถึงกับนิ่งเหมือนโดนฟ้าฝ่าเลยทีเดียว ทำใมเขาถึงได้รู้และเข้าใจนางกัน

เนี่ยหลี่คิดถึงสมัยก่อนที่เขากับนางเดินทางกันไปค่อนทวีป แต่แล้วเขาก็ไม่สามารถที่จะเติมเติมความปรารถนาของนางได้

"พูดอะไร้สาระ"เสิ่นเหย่ พยายามที่จะถกเถียงเรื่องดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดโอกาสให้เย่จื้ออวิ๋นพูดเลย

"ถ้าเจ้าบอกว่าเจ้ารู้เรื่องเย่จื้อหวิ๋นเป็นอย่างดี งั้นเจ้ารู้รึป่าว ว่านางมีปานรูปผีเสื้อด้วยนะ.เจ้ารู้รึป่าวว่ามันอยู่ตำแหน่งใหน? เนี่ยหลี่ยิ้มและมองไปยังเสิ่นเหย่

"ทำใมข้าจะไม่รู้ล่ะ!" เสิ่นเหย่พูดออกมาด้วยความโกรธ

ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่แล้ว เย่จื้อหวิ๋น ใบหน้าแดงก่ำ,ไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่รู้ได้อย่างไรว่านางมีปานรูปผีเสื้อในร่างกายนาง? ความรู้สึกแปลกๆถาโถมเข้ามาข้างใน นางลุกขึ้นอย่างเร็วพร้อมพูดว่า "เนี่ยหลี่เจ้าคนบ้า" พร้อมกระทืบเท้าลงบนพื้นและวิ่งหนี่ออกมากด้วยความโกรธ


มองเห็นแต่หลังไวๆ รูปร่างที่สมส่วน ขายาวเล็กเข้ารูปช่างชวนน่าหลงไหลยิ่งนัก


หลังจากเห็นอาการแปลกๆของเย่จื้อหวิ๋น เสิ่นเหย่ก็หน้าบูดบึ้ง,บางทีความสำพันธ์ของเนี่ยหลี่กับเย่จื้อหวิ๋นอาจจะไม่ธรรมดาก็ได้ หรือเขาอาจมีใจให้กันอยู่เมื่อคิดได้อย่างนั้นเสิ่นเหย่ยิ่งทำหน้าหน้ากลัวยิ่งขึ้นพร้อมพูดว่า" เนี่ยหลี่จำไว้เลย ข้าจะไม่ให้แกตายดีแน่ๆ"

เนี่ยหลี่มองมาที่เสิ่นเหย่ด้วยสายตาที่รังเกียจ พร้อมพูดอกมาว่า "เจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าหรอก,รึบไปให้พ้นจากสายตาข้าดีกว่า,ข้าไม่อยากจะให้บทเรียนกับนายอีกหรอกนะ" หลังจากนั้นเนี่ยหลี่ก็เดินจากไป



ณ ตำหนักเจ้าเมือง


เย่จื้อหวิ๋นใบหน้าของนางนั้นยังไม่ได้หายแดง

"เนี่ยหลี่เจ้าคนบ้า" เย๋จื้อหวิ๋นโกรธและย่ำเท้าของนางบนพื้น นางไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่รู้ได้อย่างไรว่ามีปานผีเสื้อที่หน้าอกของนาง คิดไปแล้วก็ไม่เข้าใจ รึว่าเนี่ยหลี่จะแอบมองขณะนางอาบน้ำกัน?

หากเขารู้ว่ามีปานรูปผีเสื้อที่หน้าอกนาง มิใช่เขาเคยเห็นทุกส่วนของข้าแล้วรึ

ไม่มีทางเป็นไปได้อันขาด ตำหนักของข้าล้วนแล้วแต่มีผู้คุ้มกันแน่นหนา

ไม่มีทางที่คนนอกจะสามารถรุกล้ำเข้ามาได้เป็นแน่

แล้วเทคนิคการบ่มเพาะพลัง
ภูติฟินิกซ์หิมะน้ำแข็ง 9 ชีวิต เหตุใดเขาจึงถ่ายทอดเทคนิคที่ทรงพลังให้แก่ข้ากันนะ?
มีแต่คำถามมากมายที่นางนั้นไม่เข้าใจ










ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: