วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 21 – Usage of Purple Haze Grass


Tale of the demon and god novel  Chapter 21 – Usage of Purple Haze Grass

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่  21 สรรพคุณของหญ้าหมอกม่วง



บทที่ 21 สรรพคุณของหญ้าหมอกม่วง

หลังใช้เวลาไปสองชั่วโมงในการหลอมโอสถ ผลที่ได้ทำให้หยางซินตกตะลึงยิ่งแล้ว เติมหญ้าหมอกม่วงไปในการหลอมปรุงโอสถหลอมวิญญาณและยาเม็ดบำรุงจิตเพิ่มผลการบำรุงอีกสามส่วน โอกาสสำเร็จยังเพิ่มอีกห้าในสิบส่วน  ผลการทดลองนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ความสามารถของนักปรุงยาก้าวกระโดดไปไกล ปกติแล้วยาเม็ดทั้งสองชนิดนี้ไม่อาจผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากได้อันเนื่องมาจากอัตราความสำเร็จต่ำ ผลลัพธ์ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับต้นทุน แต่เมื่อทั้งผลสรรพคุณยาและโอกาสสำเร็จในการหลอมสร้างเพิ่มขึ้นเช่นนี้ โอสถหลอมวิญญาณและยาเม็ดบำรุงจิตก็สามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้แล้ว

                แม้หญ้าหมอกม่วงในนครเรืองโรจน์จะขาดแคลน แต่หญ้าชนิดนี้กลับโตไวมากด้วยเวลาเพียงสามปีก็ถึงระยะเก็บเกี่ยว ดังนั้นอีกสามปีต่อไป หญ้าชนิดนี้จะเป็นพืชเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่งของนคร

นครเรืองโรจน์นั้นตกอยู่ภายใต้การคุกคามของภัยสัตว์อสูรมาเป็นเวลายาวนาน แต่เมื่อมีโอสถสองชนิดนี้ นครจะมีโอกาสสร้างผู้มีฝีมือขึ้นอีกมาก
“ถึงเจ้าจะได้โชคลาภจากครั้งนี้ แต่เห็นแก่ความรู้ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อนครและสมาคม ข้าจะให้เจ้าได้เปรียบสักครั้ง”หยางซินแสดงสีหน้ายินดีอย่างยิ่ง นางรู้ว่าจดหมายฉบับนี้ส่งมาจากผู้กว้านซื้อหญ้าหมอกม่วงนั้นเอง

ผลลัพธ์ที่สองของหญ้าหมอกม่วงคือการนำไปผสมกับสมุนไพรอีกห้าชนิดแล้วใช้อาบบำรุงพลังวิญญาณ?



หยางซินครุ่นคิดอยู่ครู่ ก่อนปิดประตูเข้าไปในห้องส่วนตัว นางผสมสมุนไพรหลากชนิดเข้าด้วยกันตามคำแนะนำในจดหมาย เทน้ำร้อนลงในถังไม้ ปลดเปลื้องเสื้อคลุมออกช้าๆ เผยให้เห็นเรือนร่างอ่อนเยาว์ รูปร่างสมส่วน ปทุมถันทั้งสองชูตั้งเด่นท้าสายตา นางกอปรด้วยสเน่ห์ของหญิงสาวเต็มวัยที่ไม่อาจต้านทาน ร่างงามนั้นหย่อนลงในถังไม้ช้าๆ
             
ตัวยาสำคัญในสมุนไพรค่อยๆละลายออกช้าๆ ก่อนถูกร่างกายนั้นดูดกินเข้าไป ผิวของนางค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เนียนนุ่มยิ่งกว่าเดิม เปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม พลังวิญญาณของนางยิ่งได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่

“สรรพคุณเด่นชัดนัก!” หยางซินตกตะลึง  นางไม่คิดว่าหญ้าหมอกม่วงธรรมดาสามัญจะมีสรรพคุณสุดวิเศษเช่นนี้ ในอดีตมีกี่บ้านกี่เรือนที่เผาหญ้านี้ทิ้งไป ความคิดนี้ยิ่งทำให้นางปวดใจเมื่อคิดไปถึงหญ้าที่ถูกเผา


หลังอาบน้ำยาสมุนไพรครบชั่วโมง ตัวยาสำคัญทั้งหลายถูกดูดซึม นางลุกขึ้นยืนเช็ดตัวจนแห้ง สวมชุดก่อนเดินกลับออกจากห้อง

“ท่านประธาน เกิดอะไรขึ้น? ท่านประธานดูเด็กลงไปพอควร” บรรดาบุรุษในสมาคมล้วนจับจ้องเรือนร่างของหยางซินไม่วางตา การละสายตาจากนางนั้นทำได้ยากยิ่ง
ผิวของหยางซินสีแดงเรื่อ ทั้งนุ่มชุ่มชื้น นี่คือความงามของผิวพรรณที่เป็นที่สุดแล้ว  ยาสมุนไพรผสมด้วยหญ้าหมอกม่วง นอกจากบำรุงพลังวิญญาณ ยังบำรุงผิวพรรณ เป็นผลที่เสริมความงามได้ดี!

                หยางซินนั้นอารมณ์ดียิ่ง ไม่มีสตรีคนใดไม่ยินดีกับความงามของตัวเอง แต่น่าเสียดายนักที่หญ้าหมอกม่วงสามจินนั้นหมดลงอย่างรวดเร็ว หยางซินประมวลผลลัพธ์ที่บันทึกไว้ในจดหมายลงในหนังสือก่อนแจกจ่ายให้นักปรุงยาทุกคน แจ้งว่าข้อแรกและข้อที่สองนั้นนางได้ทดสอบด้วยตัวเองทั้งได้ผลดียิ่ง สำหรับผลลัพธ์อื่นๆนั้น ด้วยขาดแคลนหญ้าหมอกม่วงจึงมิอาจชี้ชัดลงไปได้

สำหรับหญ้าหมอกม่วง มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้มากมายหลากหลาย ภายภาคหน้าคงเป็นที่ต้องการ แก่นักปรุงยาและชาวบ้านทั่วไปจำนวนมากเป็นแน่ และนักปรุงยาที่มียาหมอกม่วงก็ได้เริ่มที่จะทดสอบวิธีใช้งานของหญ้าหมอกม่วงอย่างเร่งรีบ



วิธีใช้งานทั้งหมดหกสิบกว่าวิธีการและได้รับการตรวจสอบแล้วว่าสามารถใช้งานได้ทั้งหมด

ข่าวนี้ทำให้ช๊อกวงการปรุงยาเป็นอย่างมากนัก

ในระยะเวลาสั้น ๆราคาของหญ้าก็ได้พุ่งสูงขึ้นในตลาด และขณะนี้ในตลาดไม่มีหญ้าหมอกม่วงอยู่ในตลาดด้วยแล้ว ราคาจึงได้ขึ้นอย่างไม่มีหยุด


ราคาของหญ้าหมอกม่วงนั้นเดิมที 1เหรียญจิตมาร ก็สามารถซื้อได้ปริมาณหลายจินแล้ว ตอนนี้ 10 เหรียญจิตมาณสามารถซื้อได้ไม่ถึง จินเลยด้วยซื้อ และยังมีข่าวว่าชนชั้นสูงบางกลุ่มรับซื้อในราคาร้อยเหรียญจิตมารสำหรับ หญ้าหมอกม่วงเพียง 1 จินด้วยซื้อแม้จะซื้อในจำนวนจำกัดก็ตาม ยิ่งหญ้าหมอกม่างมีสรรพคุณช่วยเพิ่มความสวยความงามด้วยแล้ว จึงเป็นที่ต้องการของตลาดยิ่งนัก

หลังจากหยางซิน ผู้อำนวยการสำนักปรุงยาได้ทดสอบผลดังกล่าวแล้ว สำหรับหญิงสาวที่มีสามีแล้วก็ต้องการเป็นอย่างยิ่งเพื่อป้องกันให้สามีแอบไปมีคนอื่น

เนื่องจากสรรพคุณและวิธีใช้หลากหลายวิธีจึงมีหลายๆคนเริ่มที่จะมีการเพาะปูล และหญ้าหมอกม่วงนั้นต้องใช้เวลา 3 ปีถึงจะเก็บเกี่ยวได้ จึงเกิดการขาดแคลนหญ้าหมอกม่วงในเมืองกลอรี่ขึ้น

ณ ตระกูลปีกมังกร
ขณะที่เซียวหนิงเอ๋อกำลังตั้งสมาธิในการบำเพ็ญของตัวเองอยู่นั้น คนรับใช้ก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

แย่แล้ว! แย่แล้ว! แม่นาง มีข่าวใหญ่แล้ว

"มีเรื่องอะไรอย่างงั้นรี" เซียงหนิงเอ๋อถามด้วยความสงสัย

แม่บ้านกล่าวด้วยความกระหอบกระหืดว่า "แม่นางรู้หรือไม่ มีคนต้องการหญ้าหมอกม่วงเป็นจำนวนมาก?" ราคาเพิ่มขึ้นเป็นสิบหรือหลายร้อยเหรียญจิตมารต่อ 1 จินแล้วแล้ว และยังมีข่าวว่าตระกูลเทพศักดิ์นั้นต้องการซื้อหญ้าหมอกม่วงจำนวน 100 จิน โดยให้ราคาจินล่ะสามร้อยจิตมารเลยทีเดียว

เซียวหนิงเอ๋อรู้สึกประหลาดใจเกี่ยวกับข่าวที่ได้ยินเป็นอย่างมาก เธอคิดว่าราคาที่มีการเปลี่ยนแปลงนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลี่แน่นอน เนี่ยหลี่ช่างมีความสมารถที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ในความคิดของเธอนั้นไม่สามารถที่จะหักห้ามใจได้ที่จะให้เขาเข้ามาอยู่ในหัวใจ

ณ ห้องสมุด สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

ราคาของหญ้าหมอกม่วงนั้นพุ่งสูงขึ้น ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ตูเซอและลูเปียว ต้องตกตลึกมากเพราะในมือของเนี่ยหลี่นั้นมีเก็บไว้ในมือเขาเป็นร้อยหรือหลายพันจินเลยทีเดียว

หากขายได้หญ้าหมอกม่วงที่อยู่ในมือพวกเขาทั้งหมดอาจจะทำให้ได้รับมากกว่า 10 ล้านเหรียญจิตรมารเลยทีเดียว ไม่ต้องพูดถึงเลยหากขายให้กับพวกตระกูลขุนนาง
ที่ให้ราคาที่สูงกว่าปรกติแล้วจะเป็นเงินเท่าใดกัน

การจัดการของของเนี่ยหลี่ยไม่กี่วันสามารถหารายได้เท่ากับตระกูลขุนนางยศฐา หาได้เกือบ 10 ปีเลยทีเดียว

สำหรับเงินที่จะได้รับนั้นพวกเขาสามารถซื้อสิ่งของที่ต้องการในการเพาะปลูกได้อย่างไม่จำกัดเลยที่เดียว

เนี่ยหลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย นี่เป็นขั้นตอนแรกของแผน เนี่ยหลี่รู้ว่าสำราจร้านค้าหลายร้านซึ่งเขาจะขายเฉพาะบางร้านค้ารอบล่ะ 1 พันจินสำหรับร้านค้าที่รับซื้อในราคา 300 จิตมาร ลูกค้าส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนชั้นสูงที่เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามเป็นซะส่วนใหญ่

ในระยะเวลาอันสั้นเนี่ยหลี่สามารถหาเงินได้เกือบ 3 ล้านเหรียญจิตรมารเลยทีเดียว ซึ่งเขาจำเป็นที่จะต้องค่อยๆขายสินค้าไปทีละน้อยเพื่อไม่ให้สินค้าในตลาดมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ราคาสินค้าลดลงได้

ในห้องสมุด

"ของพวกนี้เป็นของพวกเจ้า" เนี่ยหลี่ ยื่นให้แก่ ลูเปียว ตูเซอ และพวกทั้งสาม ซึ่งมียารวมวิญญาน และยาหล่อเลี้ยงวิญญาน

ยารวมวิญญาน และยาหล่อเลี้ยงวิญญาน มีราคาถึง 6 พันเหรียญจิตรมารเลยทีเดียว

หกคน ทุกคนได้รับคนล่ะ 10 ขวด ทั้งหมดนี้เป็นเงินมากกว่า 3 แสนเหรียญจิตรมารเลยทีเดียว

ขนาดชนชั้นสูงบางกลุ่มยังไม่กล้าที่จะใช้ฟุ่มเฟือยขนาดนี้มาก่อนเลย

หลังจากรู้ราคาของยาเหล่านี้มีราคาสูงกว่า 6 พันเหรียญจิตรมารทำให้พวกเขาทั้ง คนอดที่จะมือสั่นไม่ได้ เมื่อถือยาเหล่านี้

"เร็วเข้ารีบไปฝึกฝนซะ หลังจากพวกเจ้าใช้ยาพวกนี้แล้วอย่าลืมลงไปแช่หญ้าหมอกม่วงช่วงกลางคืนเพื่อหล่อเลี้ยงวิญญานให้แข็งแกร่งด้วย" เนี่ยหลี่พูดไป พรางหัวเราะ หลังจากได้รับเงินมาจำนวนมาก พวกเขาก็ยังสามารถที่จะซื้อเสือเกระรบราคาแพง หรืออาวุธที่ใช้โจมตีระยะประชิต ได้สบายๆเลยทีเดียว

เนี่ยหลี่นั่งขัดสมาธิ และเริ่มบำเพ็ญบ้าง หลังจากเขาได้กินยารวมวิญญานเข้าไป เขาก็เริ่มรุ้สึกร่างกายสามารถรับรู้พลังได้อย่างรวดเร็ว และค่อยๆเคลื่อนพลังงานผ่านไปยังเขตแดนจิตวิญญานของเขา ก่อให้เกิดของเขตของพลังวิญญานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พลังงานเริ่มเพิ่มขึ้นช้าๆในเขตแดนวิญญานทำให้เขามองเห็นจุดสีฟ้าเล็กๆ

เนื่องจากประสิทธิภาพของยารวมวิญญานนั้นมีผลแรงมาก ปกติคนธรรมดานั้นสามารถใช้งานของมันได้ประมาณ 1 ใน 10 แต่เนี่ยหลี่นั้น บ่มเพาะด้วยวิธีเคล็ดวิชาเทพวิถีฟ้าทำให้ ร่างกายของเขาสามารถซึมซับพลังวิญานได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้พลังของเขตแดนวิญญานของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

และหลังจากดูดซับพลังงานวิญญานพลังของเขาก็เพิ่มขึ้นจาก 32 เพิ่มไปเป็นถึง 51 ซึ่งเป็นผลลัพท์ที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งถึงแม้จะยังมียาคงเหลืออีก 5 เม็ดเขาก็ยังไม่อยากใช้ในตอนนี้

ขณะกำลังฝึกพลังอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียง บูม! เข้ามาในหัว ซึ่งข้างๆเข้า ตูเซอนั่นเอง ตอนนี้ก็มีแสงสีฟ้าเรืองแสงที่ร่างของตูเซอ นั้นหมายความว่า ตูเซอนั้นได้ก้าวไปสู่ระดับ 1 ดาวทองแดงแล้วนั้นเอง

และ 3 ชั่วโมงต่อมา ลูเปียว ก็ได้ไปถึงระดับ 1 ดาวทองแดงด้วยเช่นกัน

ด้วยเทคนิคฝึกพลังนั้น เทคนิคของตูเซอและลูเปียวนั้น มีความเร็วมากกว่าเทคนิคของเนี่ยหลี่ แม้จะช้าแต่ในอนาคตข้างหน้านั้นจะทรงพลังอย่างยิ่งเมื่อฝึกสำเร็จ

"ระดับ 1 ดาวทองแดงรึ" มันเป็นอะไรที่ยอดมาก เขาเอากำปั้นตบประสานกับมือของเขา ความแข็งแกร่งที่ได้จากการเพาะปลูกนั้น ทำให้อนาคตของหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสามารถหวังได้กับอนาคตที่ดี เขาเหลือบมองไปยังเนี่ยหลี่ที่มอบให้กับเขา

ลูเปียวรู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก เขามาถึงระดับทองแดง 1 ดาวแล้ว เมื่อเขากลับบ้านไป พ่อเขาจะไม่สามารถดุด่าและตีเขาได้อีกแล้ว

พวกเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังว่า 2 เดือนนี้พวกเขาจะไปได้แค่ใหน อีก 2 เดือนที่จะถึงพวกเขาจะไปถึงระดับใดกัน? แม้ว่าเนี่ยหลี่จะไปยังไปไม่ถึงระดับ 1 ดาวทองแดง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก ใครจะรู้ล่ะเมื่อถึงเวลานั้นอาจจะถึงระดับที่สูงกว่านั้นก็ได้

พวกเขาจินตนาการถึงหน้าของเสิ่นซิว ที่มองพวกเขาเป็นดังเช่นขยะ ว่าหล่อนจะรู้สึกอย่างไร ถ้าพวกเขารู้ว่า ตูเซอ และ หลูเปียวไปถึงระดับ 1 ดาวทองแดง ในเวลาไม่กี่วัน

ในเวลาเย็น

ชั้นแรกของห้องสมุด เนี่ยหลี่มาพบกับ เย่จื่อหวิ๋นอีกครั้ง,เธอมานั่งอยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วในขณะนี้และกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ ซึ่งเธอมาในชุดสีขาวใบหน้าที่สะสวยระเอียดอ่อนเหมือนกับนางฟ้าเลยทีเดียว

เนี่ยหลี่ได้เดินเข้าไปหาเย่จื่อหวิ๋น

เสิ่นเหย่และพวกของเขาก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่มุมของห้องสมุดซึ่งแอบมองด้วยสายตาที่เยือกเย็น

"นายท่านเสิ่นเหย่, เหมือนว่าธิดาเย่จือหวิ่นจะมีนัดกับคนพิเศษอยู่นะ" ลูกน้องที่ใส่เสื้อสีฟ้าอายูราว 16-17 ออกความเห็น
แม้ว่าอายุของเขาจะมากกว่าเสิ่นเหย่ แต่พวกเขาก็เชื่อฟังคำสั่งของเสิ่นเหย่
อย่างดีเลยที่เดียว,เพราะเสิ่นเหย่นั้นเป็นลูกหลานของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ และครอบครับของพวกเขาก็ได้เงินสนับสนุนเล็กน้อยจากตระกูลเทพศักดิ์ทุกเดือน  และเมื่อพวกเขาเติบโตพวกเขาก็พร้อมที่จะเข้ามาเป็นองค์รักษ์ของเสิ่นเหย่อีกด้วย

นักสู้1-ดาวทองแดง,นักสู้ 2-ดาวทองแดงและนักสู้ธรรมดา 3 คนนี้คิดว่าเป็นทางเลือที่ดีที่สุดเลยทีเดียว

เสิ่นเหย่นั้นสบถอยู่ในใจ,เขาแทบที่จะทนไม่ได้ ทั้งที่เขามาจากครอบครัวชั้นสูง เหนือกว่าเนี่ยหลี่ทุกอย่าง?ทำใมเย่จื้ออวิ๋นถึงได้เฉยเมยต่อเขานักเสิ่นเหย่รู้สึกโกรธและหึงหวงเป็นอย่างมาก

นี้ถ้าเป็นผู้หญิงจากครอบครัวอื่น เสิ่นเหย่นั้นสามารถใช้วิธีการบางอย่างให้เชื่อฟังเขาได้ แต่ เย่จื่ออวิ๋นนั้นมาจากครบครัวที่สูงศํกดิ์มาก เขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้เลย

"นายน้อย จัดการไอ้เด็กนั้นเลยใหม่" ลูกน้องบางคนในกลุ่มพูดออกมา

"เดี๋ยวก่อน" เสิ่นเหย่พยักหน้า และคิดถึงเรื่องที่เขาแพ้เนี่ยหลี่ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าเขานั้นแพ้ได้อย่างไร เนี่ยหลี่นั้นใช้วิธี่อะไร เขาต้องหาโอกาสจัดการเนี่ยหลี่ให้ได้ และเขาก็ไม่อยากให้เย่จืออวิ๋นรู้ถึงเรื่องนี้อีกด้วย

สายตาของเสิ่นเหย่บ่งบอกถึงความเหี้ยม "จะต้องจัดการมันโดยไม่ให้คนอื่นรู้ว่าครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิเป็นคนทำ"









ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: