วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 19 – Childrens of Influential Family

Tale of the demon and god novel  Chapter 19 – Childrens of Influential Family

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 19 ลูกหลานตระกูลใหญ่



บทที่ 19 ลูกหลานตระกูลใหญ่
             
ใต้แสงจันทร์เจิดจ้า ทั้งผืนป่าเต็มไปด้วยเงาแมกไม้ เป็นบรรยากาศชวนวาบหวามนัก!
หลังทำการนวดคลึงรักษาให้กับเซียวหนิงเอ๋อ เนี่ยหลียืนมองนางกลัดกระดุมทีละเม็ด ทั้งสองหาได้เอ่ยวาจาใดต่อกันไม่

เซียวหนิงเอ๋อเงยหน้ามองเนี่ยหลี ใบหน้าจริงจังเคร่งขรึมร่วมกับไออุ่นที่ยังหลงเหลือจากรอยจ้ำเลือดยิ่งทำให้ใจนางขอบคุณในตัวเนี่ยหลียิ่ง หากมิใช่ความช่วยเหลือของเขา นางไม่ทราบว่านางต้องอดทนกับความเจ็บปวดเช่นนี้อีกนานเท่าใด เป็นเนี่ยหลีเองที่ยื่นมือฉุดนางขึ้นจากปลักตมไร้ก้นบึ้งนี้ เนี่ยหลีรู้สึกตะขิดตะขวงกับสายตาที่จ้องมองมาของนาง อย่างไรเสียที่ไม่ควรต้องควรแตะก็ได้แตะต้องไปแล้ว ทั้งให้ความรู้สึกดียิ่ง

“เนี่ยหลี ท่านคุกคามตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว ควรระมัดระวังตัวไว้ให้ดี” เซียวหนิงเอ๋อรู้ดีว่าสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นต่ำช้าไร้ยางอาย ปีก่อนโน้นที่ตระกูลปีกมังกรตกต่ำลงก็ด้วยหลงในหลุมพรางของสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์เอง ทรัพย์สินกว่าแปดส่วนตกเป็นของสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์ ทำให้พวกเขาต้องเข้าร่วมกับสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างเสียมิได้


จนบัดนี้ ตระกูลปีกมังกรยังไม่อาจฟื้นคืนความรุ่งเรืองในอดีต ตกต่ำกลายเป็นเพียงตระกูลลำดับท้ายสุดในบรรดาสกุลใหญ่ รอวันกลายเป็นเพียงสกุลยศฐา
“ข้ารู้ดีว่าสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นตระกูลที่รักหน้าตา พวกเขาคงไม่ไล่ล่าข้าในเร็ววันนี้ดอก พวกเขาอาจรอคอยให้เรื่องราวสงบลมพัดผ่านก่อนจะไล่ล่าตัวข้าอีก” เนี่ยหลีกล่าว หัวเราะน้อยๆ อีกไม่กี่เดือน เขาจะมีเบี้ยในมือพอกับการต่อกรแล้ว



เห็นแววตาของเนี่ยหลีที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น  เซียวหนิงเอ๋อเห็นว่าด้วยความเชื่อมั่นเช่นนี้ แม้ฟ้าถล่มลงต่อหน้า คนแซ่เนี่ยผู้นี้ยังคงเห็นว่าเรื่องราวง่ายดายอยู่เช่นนั้นเอง นางยอมรับนับถือความกล้าเช่นนี้ยิ่ง

“ครั้งหน้าให้เจ้านำหินวิญญาณก้อนใหม่มาด้วย ข้าจะช่วยทดสอบพรสวรรค์ของเจ้า” เนี่ยหลีกล่าว ยิ่งทั้งสองรู้จักกันมากขึ้น เนี่ยหลียิ่งเห็นว่าเซียวหนิงเอ๋อผู้นี้เป็นสตรีดีงามคนหนึ่ง ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจกลายเป็นผู้ช่วยอันเข้มแข็ง เนี่ยหลีตัดสินใจมอบวิธีสั่งสมพลังอันแข็งกล้าแก่นาง

“หินวิญญาณก้อนใหม่? เพื่อเหตุใด?” เซียวหนิงเอ๋อถามพลางล้วงหยิบหินวิญญาณในวงแหวนมิติออกมา “ข้ามีอยู่สามก้อน”

“เจ้ามีติดตัวหรือ? ดียิ่ง” เนี่ยหลีหัวเราะ หยิบออกมาก้อนหนึ่งส่งให้นาง กล่าวว่า “ประจุพลังเข้าไปแล้วส่งให้ข้า”
“ได้” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้าพลางประจุพลังลงไปในหินวิญญาณ หินนั้นเปล่งแสงประกายออกมา ในหินวิญญาณปรากฏเป็นลักษณะของมังกรมีปีกตนหนึ่งกางปีกเหินฟ้า

เนี่ยหลีมองเซียวหนิงเอ๋อด้วยสีหน้าตื่นตะลึง “พลังวิญญาณแปดสิบสามจุด ธาตุลมสายฟ้า ลักษณะมังกรเหิร”
ไม่แปลกใจที่เซียวหนิงเอ๋อฝึกฝนสั่งสมพลังได้อย่างรวดเร็วในชาติก่อน แม้นางจะป่วยเจียนตายอยู่สองปี การสั่งสมพลังของนางยังคงรวดเร็วยิ่ง นางถือครองเขตแดนวิญญานลักษณะมังกรเหินนี่เอง พรสวรรค์อันทรงพลังที่มีเพียงหนึ่งในหมื่นเท่านั้น ด้วยลักษณะเขตแดนวิญญานเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีสั่งสมพลังใดล้วนสั่งสมพลังได้รวดเร็วยิ่ง หากนางได้ฝึกฝนวิธีสั่งสมพลังธาตุลมสายฟ้า การสั่งสมพลังจะยิ่งตื่นตะลึงยิ่งกว่านี้”

“ธาตุลมสายฟ้า ลักษณะมังกรเหิน? คือสิ่งใด?” เซียวหนิงเอ๋อไม่เข้าใจสิ่งที่เนี่ยหลีพูดแม้แต่น้อย ดวงตางามคู่นั้นแสดงความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
“หมายความว่าท่านเหมาะสมกับการฝึกวิธีสังสมพลังในธาตุลมสายฟ้าอย่างยิ่ง” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึง กล่าวว่า “ข้ามีวิธีสั่งสมพลังอยู่ ข้าจะมอบให้แก่ท่าน”
วิชาสั่งสมพลังนี้เป็นเนี่ยหลีค้นพบจากนครโบราณที่สาบสูญ เหมาะสมแก่การให้ผู้มีเขตแดนวิญญานลักษณะมังกรเหินเป็นที่สุด เมื่อได้ฝึกฝน พลังวิญญาณจะพุ่งทะยานไม่หยุดยั้ง ก้าวล้ำ เนี่ยหลีและเพื่อนร่วมรุ่น

เขตแดนวิญญานมังกรเหิน! เป็นพรสวรรค์ที่แม้แต่เนี่ยหลียังอิจฉา!
“วิธีสั่งสมพลังนี้เหนือกว่าที่ท่านฝึกฝนอยู่แน่นอน” เนี่ยหลีกล่าวพลางถ่ายทอดบทสวดสั่งสมพลังแก่เซียวหนิงเอ๋อ

เซียวหนิงเอ๋อพยายามจดจำวิธีสั่งสมพลังนี้ นางรู้สึกได้ทันทีว่าวิชาสั่งสมพลังธาตุลมสายฟ้านี้แกร่งกร้าวไร้เทียมทาน วิธีสั่งสมพลังทั้งหลายทั้งมวลที่นางเคยพบเห็นล้วนเป็นเพียงวิชาของเศษสวะเมื่อเทียบกับวิชานี้

“วิชานี้มีชื่อว่า [มังกรเหินวายุอสนี] (เฟิงเหลยอี้หลงเชวี่ย)” เนี่ยหลีหัวร่อ “นี่เป็นวิชาที่เหมาะกับเจ้าเป็นที่สุด!”
“ขอบคุณเจ้ามาก” เซียวหนิงเอ๋อเงยหน้า แววตานางสำนึกในบุญคุณยิ่ง นางไม่ทราบว่าชั่วชีวิตนี้นางจะชดใช้ได้อย่างไร แรกเริ่มคือปลดปล่อยนางจากคามเจ็บปวดอันทุกข์ทรมาน จากนั้นยังมอบวิธีสั่งสมพลังอันล้ำค่า เซียวหนิงเอ๋อขบริมฝีปากแน่นด้วยความขัดแย้งในใจ กล่าวว่า “ข้าไม่ทราบจริงๆว่าจะทดแทนบุญคุณท่านได้อย่างไร หากท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใด ข้าจะจัดการให้”

ฟังคำของนางแล้ว เนี่ยหลีถึงกับใจสั่นสะท้านเมื่อมองใบหน้าอันงามงด เด็กชายยิ้มข่มพลางกล่าวว่า “เราล้วนเป็นสหาย เช่นนั้นความช่วยเหลือเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา หากข้ามีปัญหาต่อไปในภายหน้า แน่นอนว่าท่านจะช่วยเหลือข้าเช่นกันใช่หรือไม่?”

“อืม” เซียวหนิงเอ๋อพยักหน้า ดวงตาทอแววแห่งความเศร้าเสียใจวูบหนึ่ง หากเนี่ยหลีร้องขอให้นางคบหากับเขา นางจะตอบตกลงโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ทั้งสองฝึกวิชากันอยู่หลายชั่วยาม เซียวหนิงเอ๋อนั้นฝึกฝนวิชามังกรเหินวายุอสนี(เฟิงเหลยอี้หลง) พลังการฝึกฝนของนางนั้นพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ถือครองเขตแดนวิญญานมังกรเหินเป็นผู้มีพรสวรรค์เหนือผู้คนนับหมื่น ร่วมกับการฝึกฝนวิชาสั่งสมพลังขั้นสูงสุดยอดที่เหมาะสมกับผู้ฝึกฝนเช่นนี้ พลังการฝึกปรือย่อมก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
แม้พลังเทพวิถีฟ้า(เทียนเต้าเสินเชวี่ย) ของเนี่ยหลีจะแข็งแกร่งกว่าวิชามังกรเหินวายุอสนีในบั้นปลาย แต่ในช่วงต้นของการฝึกฝน ความเร็วในการสั่งสมพลังของวิชามังกรเหินวายุอสนีเหนือกว่าอย่างเทียบกันไม่ติด

เมื่อตกเย็น ร่างของเซียวหนิงเอ๋อก็เปล่งประกายสีครามจางๆ
“พลังของวิชามังกรเหินวายุอสนีน่าเกรงขามเกินไปแล้ว เพียงครู่เดียวนางก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของชั้นทองแดงหนึ่งดาว” เนี่ยหลีถอนหายใจ ทั้งเขา ตูเซอ ลู่เปียว และก๊วนสามสหายนั้น กลายเป็นเพียงคนธรรมดาเมื่อเทียบกับนาง

เมื่อเซียวหนิงเอ๋อลืมตาขึ้น เนี่ยหลีก็จากไปแล้ว ประกายตาของเซียวหนิงเอ๋อนั้นคือความผิดหวัง ตั้งแต่เยาว์ นางไม่ได้สุงสิงกับเด็กชายร่วมรุ่น เนี่ยหลีเป็นเด็กชายเพียงคนเดียวที่ทำให้นางมองเขาด้วยมุมมองใหม่ เพียงคิดถึงเขา ในใจของนางก็รู้สึกถึงความอบอุ่น
หากไม่ได้พบกับเนี่ยหลี ชีวิตนางจะยิ่งมืดมนถึงเพียงไหน? หากไม่มีเขา ชีวิตนางจะเปี่ยมไปด้วยความหวังเช่นนี้หรือไม่?

นางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าเนี่ยหลีจะชมชอบนางหรือไม่ นางจะยืนหยัดอยุ่ข้างเขา จนกว่าเนี่ยหลีจะรับรู้ถึงความรู้สึกของนางหากเหล่า(เด็กชายผู้ชมชอบเซียวหนิงเอ๋อรับรู้เช่นนี้ พวกเขาจะใจสลายถึงเพียงไหนกัน?)
“พลังวิญญาณเก้าสิบสองจุด ข้าใกล้จะบรรลุชั้นทองแดงหนึ่งดาวแล้ว” เซียวหนิงเอ๋อชุ่มโชกด้วยเหงื่อ ความเหนอะเหนียวนั้นทำให้นางไม่สบายตัว แต่ผิวของนางกลับยิ่งเนียนนุ่มและใสกระจ่างยิ่งกว่าเดิม

เหม่อมองในทิศทางอันเนี่ยหลีจากไป เซียวหนิงเอ๋อเก็บข้าวของก่อนเดินออกจากสนามฝึกฝนไป

เช้าตรู่
ร้านสมุนไพรทุกร้านในนครเรืองโรจน์ปรากฏกลุ่มคนลึกลับแต่งกายในชุดของบ่าวทาสสกุลใหญ่ ออกกว้านซื้อหญ้าหมอกม่วงอย่างบ้าคลั่ง ปริมาณที่พวกเขาซื้อไปนั้นมหาศาลจนสินค้าที่คงค้างมานานหลายปีล้วนขายออกไปหมดสิ้น
“เจ้าพวกนั้นจะซื้อหญ้าหมอกม่วงไปมากขนาดนั้นทำไม?”
“ข้ารู้จักพวกนั้น พวกเขาคือบ่าวของคุณหนูเซียวแห่งตระกูลปีกมังกรนั่นเอง”

“คุณหนูเซียวจะเอาหญ้าหมอกม่วงไปมากมายปานนั้นเพื่อเหตุใด? ข้าพิศวงนัก”
หญ้าหมอกม่วงไม่มีประโยชน์อื่นใดนอกจากเผาแล้วใช้ควันเป็นยาขับไล่แมลง ด้วยขนาดของเคหาสน์มังกรเหิน เพียงสิบชั่งก็นับว่าเพียงพอแล้ว แต่บ่าวทาสกลุ่มนี้กลับกว้านซื้อไปหลายล้านชั่ง ผู้พบเห็นล้วนตื่นตะลึง
หญ้าหมอกม่วงทุกต้นในนครล้วนถูกกว้านซื้อไป บางร้านถึงกับถอนหญ้าในสวนของตนออกขาย อาจบางทีนครเรืองโรจน์คงพบกับการขาดแคลนหญ้าหมอกม่วงไปอีกสามปี แต่มีผู้ใดสนใจกัน?
เมื่อเนี่ยหลีได้รับวงแหวนมิติอันบรรจุด้วยหญ้าหมอกม่วงหลายล้านชั่งนั้น แม้แต่เขาก็ยังตกตะลึง หญ้าหลายล้านชั่งคิดเป็นเงินหลายล้านเหรียญจิตมาร เงินจำนวนนี้ไม่นับว่าน้อยเลย
แต่เซียวหนิงเอ๋อหาได้สนใจไม่ ขอเพียงเนี่ยหลีพอใจ นางยินดีกระทำทุกสิ่ง อย่างไรก็เป็นเงินเพียงไม่กี่ล้านเหรียญ ไม่อาจเปรียนกับมูลค่าของวิชามังกรเหินวายุอสนีได้แม้แต่ส่วนเสี้ยว

เมื่อตระกูลปีกมังกรทราบว่าการสั่งสมพลังของเซียวหนิงเอ๋อก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว บรรลุผ่านระดับเก้าสิบจุดในเวลาไม่กี่วัน เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตของชั้นทองแดงหนึ่งดาว ทั้งตระกูลล้วนตื่นตะลึงและมอบเงินให้เซียวหนิงเอ๋อหลายล้านเหรียญ รวมไปถึงของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพลังการฝึกปรืออีกหลายชิ้น เซียวหนิงเอ๋อไม่ได้ขาดแคลนเงินทองเลยแม้แต่น้อย

แม้กำลังตกต่ำ แต่อูฐผอมยังใหญ่กว่าม้า สินทรัพย์ของตระกูลปีกมังกรยังนับว่ามหาศาล ทั้งพวกเขาไม่หวงแหนทรัพย์สินในการฝึกฝนลูกหลานแม้แต่น้อย
หญ้าหมอกม่วงปริมาณมหาศาลเพียงนี้เป็นที่พอใจของเนี่ยหลียิ่งนัก แม้เขาจะไม่สามารถคืนเงินทองให้กับเซียวหนิงเอ๋อในทันที แต่เวลานั้นห่างออกไปไม่ไกล
ตูเซอ ลู่เปียว และพวกทั้งสามล้วนประหลาดใจ พวกเขาไม่เข้าใจว่าเนี่ยหลีต้องการทำอะไรกับหญ้าหมอกม่วงปริมาณมหาศาลเพียงนี้ เด็กชายไม่สนใจ หาที่นั่งในหอสมุดก่อนเริ่มขีดเขียนอะไรบางอย่าง

บ่ายวันนั้น ผู้คนจำนวนมากเดินเข้าออกจากหอสมุด ตูเซอกับลู่เปียวศึกษาตำราว่าด้วยวิชายุทธ์และลายอาคมอย่างขมักเขม้นภายใต้การชี้แนะของเนี่ยหลี คนผู้หนึ่งต้องสั่งสมความรู้ไว้ก่อนเพื่อบรรลุการบำเพ๊ญพลังชั้นสูง

หลังการฝึกฝนวิธีสั่งสมพลังอันแข็งกล้า แม้แต่สมองของพวกเขาก็ได้รับการพัฒนาไปด้วย พวกเขาไม่ลืมเลือนเรื่องทั่วไปอีกแล้ว ทั้งพลังการเรียนรู้ก็รวดเร็วยิ่ง
ห่างไปไม่ไกลจากกลุ่มเนี่ยหลี เด็กกลุ่มหนึ่งชุมนุมกันอยู่ด้วยความคึกครื้น

“เกราะชิ้นนี้มีนามว่าเกราะรบเพลิงทมิฬ(เหยียนหมิงจ้านเจี่ย) ชุดรบระดับทองแดง หากมีมีเงินหลายล้านเหรียญ ไม่อาจซื้อหาได้” เด็กนักเรียนคนหนึ่งโอ้อวดชุดเกราะสีแดงของเขา ด้วยร่างสูงใหญ่ของเขา ทำให้เขาดูมีมาดของผู้เยี่ยมยุทธ์อยู่
ชื่อของเขาคือเฉินหลินเจี้ยนจากตระกูลปราชญ์ลึกล้ำ ทายาทสายตรงของตระกูลเอง อายุสิบห้า บรรลุชั้นทองแดงห้าดาว ใกล้เหยียบย่างสู่ชั้นเงินขาวเต็มที ในบรรดาตระกูลใหญ่ ตระกูลปราชญ์วิเศษนับว่าร่ำรวยที่สุด เฉินหลินเจี้ยนเองนับว่ามีชื่อเสียงในหมู่นักเรียน มีลูกน้องอยู่พอสมควร
เมื่อสวมใส่เกราะรบเพลิงทมิฬนี้ ก่อนถึงชั้นเงินนับว่าไร้เทียมทาน”

“เป็นชุดรบที่งดงามนัก”
เด็กหญิงหลายนางแสดงสายตาอิจฉาเมื่อเห็นชุดรบนี้ บางคนถึงกับพยายามโปรยหว่านเสน่ห์ ชะม้ายชายตามองเฉินหลินเจี้ยนเป็นระยะๆ
“ข้าให้เจ้า” เฉินหลินเจี้ยนโบกมือ ถอดเกราะรบเพลิงทมิฬออกแล้วโยนไปให้ลูกน้องคนหนึ่ง
ชุดรบราคาหลักล้าน มอบให้กันง่ายๆเช่นนี้? ผู้เห็นเหตุการณ์ล้วนตื่นตะลึงอยู่บ้าง

เงินเพียงไม่กี่ล้านนับว่าน้อยนิดนักสำหรับคนแซ่เฉิน เขาหัวเราะเบาๆกล่าวว่า “ยังมีหญ้าปราชญ์ลึกล้ำอายุห้าปีอยู่หกต้น ข้าเพิ่งนำมาจากบ้าน หากติดตามทำงานให้ข้าอย่างขยันขันแข็ง ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าเสียเปรียบ!”



http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/



#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: