วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 17 – Thrown Out

Tale of the demon and god novel Chapter 17 – Thrown Out


นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 17 โยนออกไป

บทที่ 17 โยนออกไป


บรรดาลิ่วล้อของเสิ่นเยว่ได้แต่งงงวยเมื่อเห็นวิธีที่เนี่ยหลีใช้คลี่คลายหมัดของเสิ่นเยว่และสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของเสิ่นเยว่

“เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยเสิ่น?” พวกเขายืนมองด้วยความตะลึงงัน ในความคิดของพวกเขา เสิ่นเยว่ควรจะรับมือกับเนี่ยหลีได้อย่างง่ายดาย แต่แล้วเหตุใดใบหน้าของเสิ่นเยว่จึงได้บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดถึงเพียงนั้น เกิดวิปริตอะไรขึ้นกันแน่?

            ตูเซอ ลู่เปียว และสามสหายกลับไม่แปลกใจนัก พวกเขายืนมองเหตุการณ์อย่างสงบ ตั้งแต่พวกเขาได้รับเคล็ดวิชาจากเนี่ยหลี พลังการบำเพ็ญก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้พลังวิญญาณพวกเขายังไม่ถึงหนึ่งร้อยจุด ความแข็งแกร่งของพวกเขากลับได้รับการเพาะสร้างขึ้นใหญ่หลวง

เคล็ดวิชาที่เนี่ยหลีฝึกปรือย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าพวกเขา พวกเขาไม่รับรู้ว่าขณะนี้เนี่ยหลีบำเพ็ญพลังได้ถึงขั้นใด แต่แน่นอนว่าเหลือเฟือที่จะกำราบเสิ่นเยว่!
ที่พวกเขาไม่รู้คือความเร็วในการเพาะสร้างพลังของเนี่ยหลีนั้นเชื่องช้ากว่าพวกเขา แม้ความแข็งแกร่งของเนี่ยหลีขณะนี้ยังด้อย แต่ด้วยความรู้อันลึกล้ำสุดหยั่ง จากอดีตชาติ แม้เนี่ยหลีจะกลายเป็นคนธรรมดา ก็ยังกำราบเสิ่นเยว่ลงได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

เด็กชายพูดเสียงเย็นว่า “ชื่อของจื่อหวินหาใช่สิ่งที่เจ้าจะเอ่ยออกมาได้ ถ้าข้าพบว่าเจ้าติดตามรังควาญจื่อหวินอีก พบที่ไหนข้าจะทุบตีเจ้าที่นั่น!” หลังกำเนิดใหม่ เนี่ยหลีไม่ยินยอมให้มีผู้ประสงค์ร้ายต่อเย่จื่อหวินอีก ความรู้สึกที่ตายแทนกันได้เช่นที่เนี่ยหลีมีต่อเย่จื่อหวินหาใช่สิ่งที่สวะเช่นเสิ่นเยว่จะเข้าใจ

“เป็นไปไม่ได้ ข้าพ่ายแพ้ได้อย่างไร?” เสิ่นเยว่ไม่อาจยอมรับความจริงที่เกิดตรงหน้า เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนแม้แต่น้อยว่าเขาจะพ่ายแก่เนี่ยหลี สีหน้าของเขาแสดงความประสงค์ร้ายอย่างชัดเจน “เจ้าบังคับข้าเอง!”



 เขตแดนวิญญานของเสิ่นเยว่เริ่มสั่นกระเพื่อน พลังวิญญาณหมุนเกลียว พุ่งออกจากร่างของเสิ่นเยว่ตรงไปยังเนี่ยหลี แม้ว่าเสิ่นเยว่ยังไม่สามารถรับจิตภูตได้ แต่เสิ่นเยว่สามารถดึงพลังวิญญาณของเขาเพื่อจู่โจมเขตแดนวิญญานของเนี่ยหลีได้โดยตรง พลังวิญญาณของเสิ่นเยว่บรรลุถึงเจ็ดสิบแปดจุดแล้ว ในขณะที่ฝ่ายเนี่ยหลีเพิ่งจะบรรลุถึงสามสิบจุด เทียบกับสองวันก่อนซึ่งมีเพียงห้าจุดเท่านั้น

พลังวิญญาณของเนี่ยหลีเป็นเพียงกึ่งหนึ่งของเสิ่นเยว่!  “ไม่ดีแล้ว เนี่ยหลีเพิ่งจะบำเพ็ญพลังเพียงสองวัน พลังวิญญาณของเขารับมือเสิ่นเยว่ไม่ได้แน่” สีหน้าของตูเซอเปลี่ยนไปโดยพลัน แต่ตูเซออยู่ห่างกับเนี่ยหลีเกินไป ทั้งลิ่วล้อของเสิ่นเยว่นั้นขวางทางของตูเซออยู่ด้วย ลิ่วล้อทั้งหกบรรลุชั้นทองแดงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตูเซอกับพวกไม่มีทางเข้าใกล้เนี่ยหลีได้แน่นอน

เสิ่วเยว่เคลื่อนเขตแดนวิญญานอีกครั้ง พลังวิญญาณของเขาพุ่งไปยังเนี่ยหลี!

“ฮ่าๆ เขตแดนวิญญานแคระเกร็นไร้เรี่ยวแรงเช่นนั้นกลับบังอาจเหิมเกริมต่อหน้าข้า!” เสิ่นเยว่รับรู้ได้ว่าเขตแดนวิญญานของเนี่ยหลีนั้นทั้งเล็กทั้งไร้เรี่ยวแรง พลังวิญญาณของเขาในตอนนี้บดขยี้เนี่ยหลีลงได้อย่างง่ายดาย!

“น่าขัน!” เนี่ยหลีตวาด เขาผ่านการประมือกับจอมภูติชั้นสูงผู้ครอบครองจิตภูติทรงพลังไร้ผู้ต้านมานักต่อนักในชาติก่อน นอกจากพลังวิญญาณและจิตภูติที่สูงส่งสะท้านฟ้าดินแล้ว สิ่งที่แทบทุกคนมีคือทักษะในการควบคุมพลังวิญญาณที่น่าตื่นตระหนก

            แม้ในชาตินี้เนี่ยหลียังอ่อนแอนัก แต่ประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในการต่อสู้เอาชีวิตจากชาติก่อนยังคงอยู่ ทักษะการควบคุมพลังวิญญาณของเขายังไม่ถูกลืมเลือนไป แม้เนี่ยหลีจะมีพลังวิญญาณเพียงสามสิบจุด แต่จอมภูติชั้นทองแดงธรรมดาสามัญกลับไม่สามารถเอาเปรียบเนี่ยหลีได้แม้แต่น้อย

            วิธีใช้พลังของเสิ่นเยว่นั้นทั้งหยาบกระด้างไร้ลูกไม้พลิกแพลง รู้เพียงแต่จะจู่โจมเขตแดนวิญญานของศัตรูได้อย่างไรเท่านั้น ในสายตาของเนี่ยหลี นี่หาต่างกับวิธีของอนารยชนไม่ พลังวิญญาณไม่ได้ใช้แบบนี้!

 ในมุมมองของเนี่ยหลี เสิ่นเยว่มีจุดอ่อนอยู่ทั่วร่าง หากเนี่ยหลีต้องการจริงๆ เสิ่นเยว่คงทอดร่างเป็นศพในชั่วอึดใจ เนี่ยหลีหาได้สนใจจะสังหารเสิ่นเยว่ไม่ ในมุมมองของเขา เสิ่นเยว่ไม่ถือเป็นภัยคุกคามแม้แต่น้อยยังมีพยัคฆ์ตนใดหวาดกลัวลูกสุนัข?

น่าขันที่คนบางคนหาได้รู้ตัวไม่ เสิ่นเยว่เห็นว่าพลังวิญญาณของตนนั้นไม่อาจต้านทานได้ ความสะใจปรากฎเด่นบนใบหน้าของเสิ่นเยว่ วาดหวังถึงสีหน้าอันเจ็บปวดของเนี่ยหลี

แต่ขณะที่พลังวิญญาณของเสิ่นเยว่กำลังจะกระแทกกับเนี่ยหลีนั้นเอง พลังวิญญาณของเนี่ยหลีพลันควบรวมเป็นเข็มเรียวแหลมกลุ่มหนึ่ง แทงเข้าไปยังพลังของเสิ่นเยว่

รวมศูนย์ทลาย!!


พลังวิญญาณของเสิ่นเยว่นั้นแผ่กระจายออก ขณะที่เนี่ยหลีควบรวมพลังเป็นเข็มเรียวแหลม แม้เนี่ยหลีจะใช้พลังเพียงน้อยนิด แต่ก็เพียงพอจะทะลวงพลังของเสิ่นเยว่
“อ๊ากก” เสิ่นเยว่โหยหวนประหนึ่งสุกรบนเขียง จุดที่เข็มของเนี่ยหลีแทงเข้าไป พลังวิญญาณของเสิ่นเยว่ล้วนเปราะบาง ไม่อาจต้านการพุ่งของเข็มได้แม้แต่น้อย แม้จะใช้พลังเพียงน้อยนิด เข็มวิญญาณยังคงพุ่งทะลวงพลังของเสิ่นเยว่

รอยฉีกของเขตแดนวิญญานสัมพันธ์กับร่างกาย เสิ่นเยว่เหงื่อหลั่งโซมกาย หอบหายใจประหนึ่งพบกับเรื่องสยองขวัญเรื่องหนึ่ง

เขตแดนวิญญานฉีกขาด สมองไร้การรับรู้ชั่วขณะ สองตาของเสิ่นเยว่พร่ามัว เนี่ยหลีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพลันขยายออก ร่างสูงใหญ่เทียมภูผา! เสิ่นเยว่รู้สึกเป็นครั้งแรกว่าเขาไม่อาจต่อกรกับเนี่ยหลี! แววตาเย็นเยียบทำให้เขาหนาวเหน็บลึกถึงกระดูก


แววตาของเนี่ยหลีคมกล้าประหนึ่งกระบี่ออกพ้นฝัก หลังการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วนในชาติก่อน จอมภูติที่เก่งกาจหลายต่อหลายคนต้องตายในมือของเนี่ยหลี วิญญาณของเขายังคงรักษารังสีอำมหิตที่เย็นเสียดกระดูกไว้ได้ ด้วยรังสีอำมหิตเช่นนี้ เด็กเช่นเสิ่นเยว่ไม่อาจต้านทานนับเป็นเรื่องธรรมดา

น่ากลัวเกินไปแล้ว เสิ่นเยว่รู้สึกได้ถึงไออุ่นจากเป้ากางเกง เขากลัวจนฉี่ราดกางเกง! “เกิดอะไรขึ้น? เกิดบัดซบอะไรขึ้น?” ลิ่วล้อของเสิ่นเยว่ต่างสงสัยในใจ พวกเขาเห็นว่าพลังของเสิ่นเยว่นั้นเหนือกว่าเนี่ยหลีในทุกด้าน เสิ่นเยว่ได้เปรียบแน่นอน เช่นนั้นไยเขตแดนวิญญานของเสิ่นเยว่จึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น?

ปฏิกิริยาของเนี่ยหลีเร็วเกินไป เร็วจนเสิ่นเยว่ไม่ทันได้ตอบโต้!

“กลัวจนฉี่ราด? หึ ไอ้ตัวเหม็น สวะเช่นเจ้าบังอาจข่มขู่ข้า? ขี้เกียจเสียเวลากับสวะอย่างเจ้าแล้ว ไสหัวไปซะ เลิกมายุ่งกับข้าสักที” เนี่ยหลียกเสิ่นเยว่ขึ้นด้วยมือข้างเดียว โยนเสิ่นเยว่ออกไปยังนอกหน้าต่าง


ตูม!
 เสิ่นเยว่โดนจับโยนออกจากหน้าต่าง ร่างของเขากระแทกพื้นจนฝุ่นคลุ้งกระจาย

“นายน้อย!”
เหล่าลิ่วล้อพุ่งตัวตามออกไปโดนพลัน ช่วยเหลือเสิ่นเยว่ให้ลุกขึ้นนั่ง พวกเขาเห็นเต็มสองตาว่ากางเกงของเสิ่นเยว่เปียกชื้น

“พาข้าออกไป!” คิ้วของเสิ่นเยว่ขมวดมุ่น เขากลัวจนแทบบ้า ไออุ่นจากปัสสาวะยังอวลอยู่ที่เป้ากางเกง
ลิ่วล้อของเสิ่นเยว่รีบพาเขาจากไป
คนที่รู้จักเสิ่นเยว่กับเนี่ยหลีล้วนตะลึงงัน เนี่ยหลีจับเสิ่นเยว่ขึ้นด้วยมือเดียวก่อนจับโยนออกนอกหน้าต่าง นี่เป็นความฝันหรืออย่างไร?

            ในชั้นเรียนนักสู้ฝึกหัด พรสวรรค์ของเนี่ยหลีนั้นไม่อาจเปรียบกับเสิ่นเยว่ได้แม้แต่น้อย ผู้คนต่างเห็นว่าเนี่ยหลีคงถูกสั่งสอนในครั้งนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าฝ่ายที่ถูกสั่งสอนหาใช่เนี่ยหลีไม่ เป็นเสิ่นเยว่!!

แม้คนส่วนใหญ่จะไม่เห็นว่าการต่อสู้นั้นดำเนินไปอย่างไร แต่ความจริงที่เสิ่นเยว่เป็นฝ่ายพ่ายนั้นไม่อาจปฏิเสธได้
“ฮ่าๆ เสิ่นเยว่กลัวจนฉี่รดกางเกง ดูเหมือนเขตแดนวิญญานของเขาจะถูกทะลวงเข้าจริงๆ นี่หมายความว่าอย่างไร พลังวิญญาณของเนี่ยหลีแข็งแกร่งกว่าเช่นนั้นหรือ?”
“ฟังว่าเนี่ยหลีพนันไว้กับอาจารย์หญิงเสิ่นว่าหากเขาบรรลุชั้นทองแดงหนึ่งดาราได้ภายในสองเดือน เสิ่นซิ่วต้องลาออกจากสำนักไป เนี่ยหลีผู้นี้มีไพ่ตายซ่อนไว้อยู่จริงๆ”

“เนี่ยหลีมีเพียงเขตแดนวิญญานสีชาด เหตุใดจึงได้แข็งแกร่งขึ้นเร็วนัก?”

ทุกคนในหอสมุดล้วนเอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เนี่ยหลี ตูเซอ ลู่เปียวและสามสหายมองหน้ากัน พวกตูเซอนั้นหน้าแดงด้วยความตื่นเต้น เสิ่นเยว่ได้รับบทเรียนแล้วในวันนี้ พวกเขาทุกคนล้วนพึงพอใจยิ่ง เสิ่นเยว่ถือดีเกินไป พวกเขาล้วนต้องการเห็นการล่มสลายของเสิ่นเยว่

สิ่งที่เกิดขึ้นในหอสมุดกลายเป็นเรื่องเล่าลือในหมู่นักเรียน แต่สำหรับสถานศึกษาเช่นสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์นั้น  สิ่งที่เกิดขึ้นหาได้มีผลกระทบใหญ่หลวงไม่ เรื่องราวคงจางหายไปเองในไม่กี่วัน ส่วนเนี่ยหลีกับพวกล้วนเก็บตัวบำเพ็ญพลังต่อไป

ในห้องทำงานของเสิ่นเยว่
“ว่ากระไร? เจ้าโดนเนี่ยหลีจับโยนออกนอกหอสมุดงั้นรึ?” เสิ่นซิ่วพูดอย่างสงบ “ความแข็งแกร่งของเจ้าบรรลุถึงเจ็ดสิบสามจุด พลังวิญญาณแค่สามสิบจุดของเนี่ยหลียังแกร่งกว่าเจ้างั้นหรือ?”

            ความหวาดกลัวแผ่ซ่านเมื่อเสิ่นเยว่นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนนี้ รังสีอำมหิตเย็นเยียบประทับรอยในใจของเขาอย่างลึกล้ำ เพียงนึกถึงก็หวาดหวั่นแทบบ้า รอยฉีกขาดในเขตแดนวิญญานนั้นต้องใช้เวลาเยียวยาเกือบเดือน ในขณะที่ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงยิ่งฉุดรั้งการบำเพ็ญพลังใช้เนิ่นช้าไปอีก

“ท่านป้า เด็กเนี่ยหลีนั่นรู้วิชาลับต้องห้าม ความแข็งแกร่งของเขาด้อยกว่าข้าอย่างชัดเจน แต่เมือเขาคว้าจับข้อมือข้าไว้ พลังของข้าก็มลายหายไปสิ้น พลังวิญญาณของข้าเองก็แกร่งกว่าเขา แต่ข้าไม่รู้ว่าด้วยเหตุผีสางอันใด เมื่อพลังของเขาสัมผัสเขตแดนวิญญานของข้า เขตแดนวิญญานข้าก็พ่ายในทันที” เสิ่นเยว่นึกย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กชายยังสงสัยใจ ทั้งไม่อาจหาเหตุที่เขาพ่ายต่อเนี่ยหลี

ใบหน้าของเสิ่นซิ่วคล้ำลง ริมฝีปากกระตุกด้วยความเคืองแค้น เสิ่นเยว่หวาดหวั่นจนปัสสาวะรดเป้ากางเกง นี่น่าอับอายเกินไปแล้ว!
เนี่ยหลีต้องชดใช้สิ่งที่เกิดขึ้น! เสิ่นเยว่กำหมัดแน่น เสียงข้อลั่นเปรียะดังกราว ความคับแค้นเช่นนี้ไม่อาจระบายออก

“เขามีพลังเพียงไหน?” เสิ่นซิ่วขมวดคิ้ว นางไม่ลืมเบี้ยพนันระหว่างนางกับเนี่ยหลี หากเนี่ยหลีบรรลุชั้นทองแดงหนึ่งดาวในสองเดือน นางต้องระเห็จออกจากสถานศึกษา
“ความแข็งแกร่งสามสิบจุด พลังวิญญาณไม่เกินสิบจุด” เสิ่นเยว่กล่าวสิ่งที่ตนคิด
“บัดซบ เจ้ายังแพ้สวะพรรค์นี้?” เสิ่นซิ่วตวาด

            เสิ่นเยว่อ้าปากค้าง เขากำลังจะแก้ตัว หากได้แต่หุบปากลงด้วยความเสียใจ เขาไม่คิดมาก่อนว่าเขาต้องพ่ายแพ้ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีอ่อนด้อยแต่กลับเอาชัยเขาได้อย่างง่ายดาย ทั้งทำลายเขตแดนวิญญานของเขาได้ด้วย!

“เด็กบัดซบนี้คงมีดีที่การควบคุมพลัง” เสิ่นซิ่วมีความรู้อยู่บ้าง นางคาดเดาได้อยู่ “คนบางจำพวกแม้มีพลังวิญญาณอ่อนด้อย แต่กลับสามารถควบคุมพลังอย่างยอดเยี่ยม ใช้อ่อนสู้แข็งได้อย่างทัดเทียม แต่หากหวังจะบรรลุระดับทองแดงหนึ่งดาว นั่นย่อมไม่ง่ายดายนัก!” เสิ่นซิ่วพูดเบาๆ
“ใช่” เสิ่นเยว่พยักหน้า ความสัมพันธ์ของเนี่ยหลีกับเย่จื่อหวินทำให้เขารู้สึกถูกคุกคาม เด็กชายต้องการให้เนี่ยหลีถูกขับออกจากสำนักโดยไว!



http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/



#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: