วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 16 – Demonic Magic?

Tale of the demon and god novel Chapter 16 – Demonic Magic? 

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 16 ทักษะต้องห้าม


บทที่ 16 ทักษะต้องห้าม


เย่จื่อหวินดึงม้วนอาคมสองม้วนออกจากแหวนมิติ   เหล่าผู้เข้มแข็งมักบันทึกทักษะยุทธ์ของตนไว้ในลวดลายอาคม จารึกลงในม้วนอาคม เมื่อเข้าสู่การต่อสู้ พวกเขาสามารถประจุพลังลงในม้วนอาคมเพื่อปลดปล่อยทักษะยุทธ์อันร้ายกาจได้รวดเร็วกว่าการใช้ทักษะด้วยตนเอง แต่ปัญหาคือม้วนอาคมนั้นมีราคาสูงยิ่ง ม้วนอาคมเปล่าธรรมดาก็มีราคาหลายร้อยเหรียญจิตมารแล้ว ม้วนอาคมระดับทองแดงมีราคาหลายพันเหรียญ ขณะที่ม้วนอาคมเงินอาจมีราคาหลักหมื่น มิพักต้องเอ่ยถึงระดับทองคำที่ราคายากจะประเมินประมาณได้

                ม้วนอาคมเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่คนธรรมดามิกล้าวาดหวังถึง“ม้วนอาคมสองม้วนนี้จารึกลายอาคมสายลมหิมะไว้” นิ้วมือขาวซีดของเย่จื่อหวินเปิดม้วนคาถาระดับทองแดงช้าๆ “ข้าคิดว่าม้วนคาถาทั้งสองนี้มีที่ผิดพลาดขณะจารึกคาถา เมื่อข้าพยายามประจุพลังลงในลายอาคมจึงไม่อาจสำแดงพลังได้ แต่ข้ายังไม่รู้ว่าต้นตอของปัญหาอยู่ที่ไหน?”

 เนี่ยหลีกวาดสายตามองม้วนคาถาทั้งสอง แน่นอนว่าเขาพบปัญหาแล้ว
 เนี่ยหลีใช้เวลาในชาติก่อนอยู่ในห้วงมิติของหนังสือภูติห้วงกาลลี้ลับ ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับลายอาคมคาถาของเนี่ยหลีนั้นบรรลุถึงจุดสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นม้วนคาถาธาตุใด สำหรับเขาแล้วล้วนง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ การชี้จุดผิดพลาดของม้วนคาถาระดับทองแดงนั้นไม่ได้สร้างความยากลำบากแก่เขาแม้แต่น้อย



“แม้คณาจารย์ไม่อาจบ่งชี้ต้นตอของปัญหาในม้วนคาถาทั้งสองได้ ท่านไม่ได้ถามบิดาของท่านหรือ?” เนี่ยหลีถามพลางมองหน้าเย่จื่อหวิน
ในดวงตาสีม่วงนั้นทอประกายแห่งความเสียใจออกวูบหนึ่งเนี่ยหลีนึกรู้โดยพลัน เย่จื่อหวินเองไม่มีมารดาตั้งแต่แรกคลอด ส่วนบิดาของนางคือจ้าวนครคนปัจจุบันผู้ยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุน ปู่ของนางคือจอมภูติในตำนานผู้จำต้องนำเหล่าบริวารบุกเบิกเทือกเขาบรรพชน ชิงกำจัดสิ่งคุกคามต่อนคร ดังนั้นเย่จื่อหวินจึงไม่เหลือใครให้ถามไถ่อีก

คิดได้ดังนั้น เนี่ยหลีสงสารเย่จื่อหวินยิ่ง กล่าวว่า “ต่อไปหากมีปัญหาใด ท่านก็มาพบข้าที่นี่เวลานี้เถอะ!”กล่าวจบ เนี่ยหลีก็หันมองม้วนอาคมทั้งสองก่อนชี้ไปยังม้วนอาคมใบแรก กล่าวว่า “ม้วนอาคมนี้คืออาคมสายลมหิมะ <<ลมหิมะดังมีดดาบ>> (เฟิงเสวียหรูเตา) ลายอาคมไม่มีอันใดผิดพลาด ปัญหาคือตัวม้วนคาถา”
“ม้วนคาถา?”เย่จื่อหวินตื่นตะลึง
“ถูกต้อง นี่เป็นม้วนคาถาปลอมที่จัดทำโดยยอดฝีมือด้านนี้ หากผู้ซื้อไม่มีสายตาคมกล้าพอ ม้วนคาถานี้นับว่าแนบเนียนยิ่ง” เนี่ยหลีกล่าวพร้อมกลั้นหัวเราะ “ลมหิมะดั่งมีดดาบ อาคมนี้เดิมต้องใช้โลหิตของหนอนวิญญาณลมหิมะ(ฟงเสวียหลิงฉง) เลือดของเขามีสีเทาเงิน หาใช่สีแดงเงินประกายเช่นนี้ไม่ ข้าคิดว่าม้วนคาถานี้ใช้โลหิตของตัวอ่อนหนอนวิญญาณลมหิมะเสียมากกว่า เลือดของตัวอ่อนนั้นไม่มีพลังมากพอ นั่นทำให้ << ลมหิมะดังมีดดาบ>> ม้วนนี้ไม่อาจใช้งานได้”

หนอนวิญญาณลมหิมะมีโลหิตสีเทาเงินเมื่อเป็นตัวเต็มวัย ขณะที่ตัวอ่อนมีเลือดสีแดงเจือเงินประกาย เย่จื่อหวินไม่คิดมาก่อนว่าปัญหาเกิดจากสิ่งนี้เอง นางนำม้วนอาคมนี้สอบถามคณาจารย์ทั้งสำนัก แม้แต่รองเจ้าสำนักเอง แต่ไม่มีผู้ใดเลยทราบว่าคำตอบของปัญหานี้อยู่ที่ใด เนื่องจากลายเส้นอาคมนี้ถูกต้องทุกประการ

ความสงสัยนี้ซ่อนอยู่ในใจของนางมาเป็นเวลานาน จวบกระทั่งวันนี้เองที่ความลี้ลับนี้ถูกไขออก นั่นหมายความว่านางผิดพลาดแล้ว ลายอาคมไม่มีปัญหา นางจะหาตำหนิจากสิ่งดีพร้อมได้อย่างไร?

                ปัญหาเช่นนี้ เนี่ยหลีกลับบอกได้ด้วยการมองเพียงแวบเดียว คนผู้หนึ่งต้องกอปรด้วยความรู้ลึกล้ำเพียงใดจึงบรรลุถึงระดับนี้? นี่หมายความว่าองค์ความรู้ของคณาจารย์และรองเจ้าสำนักด้อยกว่าคนแซ่เนี่ยผู้นี้หรือ?

 เย่จื่อหวินยอมรับเนี่ยหลีจากก้นบึ้งของหัวใจ นางลดทีท่าระแวดระวังลง “เมื่อมีความรู้ในระดับนี้ นิสัยของเขาคงไม่ย่ำแย่นักหรอกกระมัง?”              “เช่นนั้นม้วนนี้เล่า?” เย่จื่อหวินชี้นิ้วไปยังม้วนคาถาม้วนที่สอง ขณะชี้ นางเหลือบมองเนี่ยหลีอีกครั้ง เด็กชายสูงกว่านางเล็กน้อย ใบหน้าคมสัน คิ้วเรียว ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า เขาพอจะมีดีที่หน้าตาอยู่บ้าง

ก่อนนี้ เนี่ยหลีแทบไร้ตัวตนในชั้นเรียน กระทั่งวันนี้เองที่เย่จื่อหวินพอจะมองเห็นตัวตนของเขาอยู่บ้าง ในใจนางเห็นว่าเด็กผู้นี้ควรค่าแก่การคบหาอยู่
“ลายอาคมนี้คืออาคม <<ลมหนาวหิมะพลัน>> (หลิ่นเฟิงโจ่วเสวีย) ลมหนาวหิมะพลันแต่เดิมเป็นอาคมชั้นเงินแต่เมื่อผ่านพ้นยุคมืดมา อาคมนี้ไม่ได้รับการสืบทอดอย่างครบถ้วน ดังนั้นผู้คนพยายามทำการแก้ไข และทำให้อาคมนี้ลดระดับเหลือเพียงชั้นทองแดง” เนี่ยหลีกล่าว

เย่จื่อหวินงงงวย นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามีเรื่องราวเช่นนี้ เป็นตำราเล่มไหนที่บันทึกไว้? ใยนางไม่เคยพบเห็นมาก่อน?

                เนี่ยหลีกล่าวต่อว่า “นอกจากจะลดระดับของอาคมเหลือเพียงทองแดงแล้ว การแก้ไขลมหนาวหิมะพลันนี้ยังทำให้เกิดปัญหาในเชิงโครงสร้าง นั่นทำให้อาคมนี้เกิดอาการด้านอยู่บ่อยครั้ง แก้ไขเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถใช้งานได้ดังเดิม”

“แก้ไขโครงสร้าง? ทำได้ด้วยรึ?” ดวงตาของเย่จื่อหวินเต็มไปด้วยความสงสัยใจ แม้แต่ท่านปู่ของนางเองยังไม่บังอาจยุ่งวุ่นวายกับโครงสร้างของคาถา อาคมบทหนึ่งเมื่อผ่านการสืบทอดจากโบราณกาล ย่อมต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แล้ว แม้ว่าท่านปู่ของนางจะเป็นจอมภูติชั้นตำนานผู้สามารถรังสรรค์อาคมของตนได้ การแก้ไขอาคมที่มีมายังคงเป็นสิ่งยากลำบากยิ่ง”


“มีพู่กันหรือไม่?” เนี่ยหลีถามเย่จื่อหวิน

เย่จื่อหวินขยับมือขวา เสกพู่กันเขาเงินออกจากแหวนมิติ พู่กันนี้ทำจากเขาของแพะมีเขาเอง ขณะเนี่ยหลีเอื้อมไปรับพู่กันจากมือของนาง ปลายนิ้วของเด็กชายกระทบถูกฝ่ามือของนางโดยบังเอิญ การสัมผัสแผ่วเบานี้ทำให้หัวใจนางเต้นระรัว

เย่จื่อหวินดึงมือกลับโดยพลัน เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ตื่นตระหนกจ้องมองเนี่ยหลี นางเห็นว่าเนี่ยหลีฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้ แต่ที่นางพบคือเนี่ยหลีนั้นถือพู่กันด้วยท่าที่จริงจัง

นางอาจคิดมากไปเอง แต่การสัมผัสเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกประหลาด

เนี่ยหลีตวัดวาดลายเส้นบนกระดาษ ลวดลายอาคมที่ดูสมบูรณ์ยิ่งกว่าลมหนาวหิมะพลันฉบับเดิมก็ปรากฏขึ้น ลายเส้นนั้นลงน้ำหนักอย่างสมบูรณ์แบบ ประหนึ่งภาพพิมพ์

เนี่ยหลีจัดการวาดอาคมที่ซับซ้อนด้วยลายเส้นที่ดูสับสนไม่กี่ลาย ความสามารถที่ตื่นตะลึงเช่นนี้สะท้อนใจนางยิ่ง ลมหนาวหิมะพลันฉบับแก้ไขดูซับซ้อนและเข้าใจยากยิ่งกว่าเดิม เย่จื่อหวินมองไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

“นี่คืออาคมลมหนาวหิมะพลันฉบับสมบูรณ์” เนี่ยหลีกล่าวพลางมองไปยังเย่จื่อหวิน “นี่เป็นคาถาระดับเงิน”
                เย่จื่อหวินเพ่งมองม้วนอาคมลมหนาวหิมะพลัน สองคิ้วขมวดมุ่น ลมหนาวหิมะพลันฉบับดัดแปลงโดยเนี่ยหลีดูซับซ้อนขึ้นเป็นเท่าตัว ตัวนางขณะนี้บอกไม่ได้ว่าลายอาคมนี้ทรงอำนาจเพียงไหน หากไม่มีผู้สร้างเขาออกมาเป็นม้วนอาคม  นางไม่เคยเห็นลายอาคมเช่นนี้มาก่อน

“ลายอาคมนี้ประกอบด้วยสามสิบหกรูปแบบพื้นฐาน” เนี่ยหลีอธิบาย “นี่คือลักษณะที่เสถียรที่สุด ก่อนหน้านี้ยังขาดความเสถียรอยู่บ้าง”

เย่จื่อหวินอุทานดังอา นางไม่ป้อนคำถามต่อ เพียงซุกเก็บม้วนคาถาทีถูกแก้ไขโดยเนี่ยหลีไว้ เตรียมมอบให้ผู้คนจัดสร้างขึ้นเป็นม้วนคาถาเพื่อทดสอบว่าเป็นเช่นที่เนี่ยหลีกล่าวจริงหรือไม่

เย่จื่อหวินสอบถามเพิ่มเติมในปัญหาเกี่ยวกับลายอาคมสายลมหิมะ รวมไปถึงวิธีการสั่งสมพลัง คำตอบของเนี่ยหลีนั้นสงบและลื่นไหล ภายใต้การชี้แนะของเขา เย่จื่อหวินคลายความสงสัยในตัวของเนี่ยหลี ยอมรับเขายิ่งกว่าเดิม ต้องใช้เวลาทุ่มเทลงไปเพียงไหนจึงจะมีความรู้ลึกล้ำเช่นนี้?

“ขอบคุณที่สหายร่วมชั้นแซ่เนี่ยที่ช่วยเหลือ อย่าลืมสัญญาวันพรุ่งนี้ ด้วยแล้วกัน” เย่จื่อหวินยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มประหนึ่งมุกกลมเม็ดงาม

รอยยิ้มสดใสเช่นนี้เองกระชากขวัญของเนี่ยหลีชั่วครู่ เย่จื่อหวินโบกมืออำลา ภาพนางจากเบื้องหลังนั้นช่างเย้ายวนและสง่างาม เนี่ยหลีอารมณ์ดีขึ้นกะทันหัน เขาพึงพอใจที่ได้สนทนากับเย่จื่อหวินยิ่ง ขณะที่เนี่ยหลีกำลังจะเดินออกไปนั้นเอง มือเล็กๆข้างหนึ่งพลันกระชากคอเสื้อของเขา

“เจ้า” เนี่ยหลีกวาดสายตามอง ท่าทีเคร่งเครียดลง เจ้าของมือนั้นคือเสิ่นเยว่เอง  มือขวาของเสิ่นเยว่จับคอเสื้อของเนี่ยหลีไว้ เขาถลึงตามองเนี่ยหลีอย่างดุดัน “เย่จื่อหวินพูดอะไรกับเจ้า?”

“ปล่อยมือ หาไม่เราจะได้เห็นดีกัน” เนี่ยหลีตอบเสียงเย็น
“เฮอะๆ เห็นดี? ข้า? เนี่ยหลี เจ้าประเมินตัวเองสูงไปแล้ว เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? คิดว่าตัวเจ้าสูงส่งเพียงเพราะรู้อาคมเพียงนิดหน่อยหรือ? เจ้าไอ้คนต่ำต้อย! ไอ้ลูกหมาบัดซบ! ถอยห่างจากเย่จื่อหวินเสีย หาไม่เจ้าจะพบว่าคำมีชีวิตอยู่มิสู้ตายเป็นอย่างไร!” เสิ่นเยว่ข่มขู่


ตูเซอ ลู่เปียวและพวกทั้งสามเห็นดังนั้นก็พุ่งเข้ามา ขณะเดียวกันสมุนหกเจ็ดคนของเสิ่นเยว่ก็ตั้งท่า สายตาจ้องมองพวกตูเซออย่างดุดัน จิตคุกคามเปล่งออกไม่ปิดบัง
นักเรียนในหอสมุดคนอื่นๆเห็นเช่นนี้ก็เริ่มถอยห่าง เกรงจะโดนลูกหลงไปด้วย
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ฟังว่าเสิ่นเยว่กับเนี่ยหลีทะเลาะกันเรื่องเทพธิดาแซ่เหย่ พวกเขากำลังจะตีกันแล้ว”
“เนี่ยหลีเป็นใครถึงกล้าท้าทายเสิ่นเยว่จากสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์!”
“เนี่ยหลีเสียสติแล้ว ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เสิ่นเยว่กำลังจะบรรลุทองแดงหนึ่งดาว เนี่ยหลีจะทำอะไรเขาได้?”

ในสายตาของเสิ่นเยว่ ด้วยความแข็งแกร่งของเขา รับมือกับเนี่ยหลีเป็นเรื่องง่ายราวพลิกฝ่ามือ ด้วยกำลังเพียงหนึ่งในสิบส่วนก็เพียงพอจะสะกดเนี่ยหลีลงแล้ว

 เนี่ยหลีมองเสิ่นเยว่ผู้ผยองด้วยสายตาเหยียดหยัน ในสายตาของเขา เสิ่นเยว่เป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่ง เขาไม่เห็นว่าเสิ่นเยว่เป็นสิ่งคุกคามแม้แต่น้อย “แม้แต่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเจ้ายังได้แต่เล่นสนุกกับข้า เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร?”

แม้ว่าในเชิงของความแข็งแกร่งทางร่างกายและพลังวิญญาณนั้น เนี่ยหลีด้อยกว่าเสิ่นเยว่ช่วงใหญ่ อย่างไรเสียเสิ่นเยว่เพิ่งจะได้ฝึกฝนพลังเทพวิถีฟ้าเพียงสองวันเท่านั้นเอง หากแต่ในสายตาของเนี่ยหลี วิธีใช้พลังของเสิ่นเยว่นั้นไร้ความแยบคายโดยสิ้นเชิง ประหนึ่งมนุษย์ถ้ำตนหนึ่ง”

“แม้ข้าจะมีความแข็งแกร่งแค่สามสิบแปดจุด พลังวิญญาณเพียงสามสิบสอง แต่ให้จัดการเจ้าจนหมอบนั้นเหลือเฟือนัก”
“เจ้าคิดว่ามีสกุลเทพศักดิ์สิทธิ์หนุนหลังแล้วสามารถกระทำตามอำเภอใจได้อย่างนั้นหรือ? ถือครองเขตแดนวิญญาณเขียวแล้วนับเป็นอัจฉริยะหรือ? เจ้ายังอ่อนเชิงนัก!”
เนี่ยหลีคว้าข้อมือของเสิ่นเยว่ กดนิ้วกลางลงไปบนข้อมือ ส่งแรงออกจากนิ้วกลางไปยังข้อมือเพื่อคลายการจับของเสิ่นเยว่ช้าๆ

เสิ่นเยว่ตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเนี่ยหลีคว้าข้อมือของเขาไว้ แขนทั้งข้างพลันรู้สึกชาด้าน ทั้งไร้เรี่ยวแรง ไม่ว่าจะพยายามใช้พลังเพียงใด มือของเขายังมิอาจต้านแรงของเนี่ยหลีได้
 มือของเนี่ยหลีทรงพลังประหนึ่งคีมเหล็ก บีบรัดลงไปบนมือของเสิ่นเยว่ ความเจ็บปวดสุดทนทานที่เกิดขึ้นทำให้ใบหน้าของเสิ่นเยว่บิดเบี้ยว
“เขาทำได้อย่างไร? ความแข็งแกร่งของข้าเหนือกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด ไยข้ามิอาจต่อต้าน?”


ในความเห็นของเสิ่นเยว่ เนี่ยหลีเป็นเพียงมดปลวกชนชั้นต่ำตัวหนึ่ง ไร้เขตแดนวิญญาณระดับสูง ทั้งอ่อนแอไร้เรี่ยวแรงถือมีดฆ่าไก่ ในขณะที่เขาเป็นถึงอัจฉริยะผู้ถือครองเขตแดนวิญญาณเขียว ทั้งได้รับการบำเพ็ญเพียรควบคู่กับยาวิเศษแต่วัยเยาว์ พลังของเขาควรจะเหนือกว่าเพื่อนร่วมรุ่นในทุกด้าน

 แต่ในการประมือเพียงชั่วครู่ เขากลับไม่อาจล้มเนี่ยหลีลงได้ตัวบัดซบผู้นี้ใช้ทักษะภูตผีอันใดกัน?!

                เนี่ยหลีแค่นเสียงเบาๆ แม้พลังของเขาไม่อาจเพิ่มขึ้นกว่านี้ได้อีก ทักษะควบคุมพลังของเนี่ยหลีย่อมเหนือกว่าเสิ่นเยว่อย่างชัดแจ้ง เด็กชายใช้ปลายนิ้วส่งพลังลงบนจุดชีพจรที่ข้อมือของเสิ่นเยว่ ทำให้แขนของเด็กชายนั้นไร้เรี่ยวแรงลงโดนพลัน



http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/



#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


1 ความคิดเห็น: