วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 10 – Book of Divine Lightning Flame

Tale of the demon and god novel Chapter 10 – Book of Divine Lightning Flame

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 10 คัมภีร์อตสนีบาต


บทที่ 10 คัมภีร์อตสนีบาต

เมื่อเห็นว่าอาหารเช้าน่าอร่อยถูกเนี่ยหลีและพวกทั้งสามเก็บกวาดจนเกลี้ยง เด็กทั้งหลายก็รู้สึกเหมือนใจแหลกสลาย ร่ำร้องต่อฟ้าว่าเหตุใดพวกเขาจึงไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นบ้าง


เซียวหนิงเอ๋อเองก็รับประทานขนมไปพอประมาณ เพียงได้เห็นนางรับประทานอย่างสบายอารมณ์ก็ถือเป็นฉากที่ปลอบประโลมใจอย่างหนึ่ง            

เมื่อพูดคุยกับเนี่ยหลีระยะหนึ่ง เซียวหนิงเอ๋อก็กลับไปยังที่นั่งของตนลู่เปียวตบบ่าเด็กชาย กระพริบตาก่อนถามว่า “เจ้าไปสร้างสัมพันธ์กับนางตอนไหน? สารภาพมาเสียเจ้าโจรร้าย”

เนี่ยหลีส่ายหน้า กล่าวว่า “เราเป็นแค่เพื่อนกัน”
 “บัดซบ!!!  เชื่อก็โง่แล้ว”ตูเซอกับลู่เปียวต่างมองเนี่ยหลีด้วยสายตาเหยียดหยัน
“เพื่อนธรรมดาที่ไหนเขาทำอาหารเช้าให้เจ้ากัน?” ตูเซอถาม



ทั้งสองไม่เชื่อเนี่ยหลีไม่ว่าเด็กชายจะพยายามอธิบายอย่างไรก็ตาม เด็กจากสกุลสูงหลายคนมองไปยังเนี่ยหลี ใบหน้าของพวกเขาแสดงความประสงค์ร้ายอย่างเต็มเปี่ยม เนี่ยหลีฉกนางฟ้าไปครองได้หนึ่งนาง จะให้พวกเขานิ่งเฉยได้อย่างไร“นางเพียงต้องการให้ข้าช่วยเหลือ” เนี่ยหลีตอบ
‘เนี่ยหลี ไอ้ตัวเลวร้ายนี่ช่างปากแข็ง’ ตูเซอคิด




ไม่ว่าทั้งสองจะพยายามง้างปากเนี่ยหลีอย่างไร เด็กชายก็ไม่ยอมบอกอะไรออกมาสักอย่าง พวกเขาทั้งสองได้แต่ยอมแพ้ไปเอง หากแต่สัญญาว่าพวกเขาจะสืบเสาะความสัมพันธ์ของทั้งสองให้ได้

                เมื่อระฆังเริ่มชั้นเรียนดังขึ้น เสิ่นซิ่วก็สะบัดก้นเดินเข้ามาในห้องเรียน หากที่ต่างกับทุกครั้งคือรอยยิ้มบนใบหน้านางแย้มเสมือนดอกเบญจมาศ

“พวกนายสามคนกลับมานั่งที่!” เสิ่นซิ่วกล่าวพลางกวาดตามองไปยังพวกเนี่ยหลีทั้งสาม วันนี้มีบุคคลสำคัญมาชมชั้นเรียน นางย่อมไม่บังอาจกลั่นแกล้งเด็กทั้งสาม

“วันนี้ฉันจะสอนเรื่องรูปแบบของลายอาคม ไม่ว่าจะเป็นนักรบหรือผู้ใช้ภูติ ลายอาคมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เราสามารถแบ่งลายอาคมออกเป็นสองแบบ คือลายอาคมเสริมพลัง และลายอาคมศึก ลายอาคมเสริมพลังนั้นใช้วาดลงบนอาวุธยุทธภัณฑ์ซึ่งจะทำให้พลังในการรบของพวกเขาเพิ่มขึ้นมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อใช้โดยผู้ใช้ภูติ ลายอาคมนั้นจะสามารถเปล่งพลังออกมาได้มหาศาล ส่วนลายอาคมศึกนั้นใช้วาดลงในม้วนหนัง เมื่อใช้งานพวกมันก็จะสามารถเปล่งพลังออกมาได้!”

นี่นับเป็นเรื่องน่าตื่นตระหนกเมื่อเสิ่นซิ่วนั้นสามารถสอนอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้

“ลายอาคมนั้นลึกล้ำและลี้ลับสุดหยั่ง พวกเขาปรากฏตั้งแต่ยุคอาณาจักรลมหิมะและถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่องๆ เพียงแต่ในยุคมืดนั้น ทวีปหลักถูกจู่โจมโดยเหล่าสัตว์ภูติอย่างต่อเนื่อง นครเรืองโรจน์เรารับสืบทอดลายอาคมมาเพียงน้อยนิดจากสามประเภท นั่นคือลายอาคมลมหิมะ(เฟิงเซวะ) เพลิงวิเศษ(เสิ้งฮว่อ) คมประยุทธ์(จ้านเฟิง) ซึ่งเป็นธาตุลมหิมะ ไฟ และไร้ธาตุ

“วันนี้เราจะได้เรียนอาคมเสริมพลัง” เสิ่นซิ่วกล่าวอย่างนุ่มนวล น้ำเสียงของนางนั้นอ่อนช้อยเมื่อเทียบกับปกติ

นอกห้องเรียน ชายชราสามคนนั่งฟังการสอนด้วยกัน


“องค์ความรู้ของคนในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ช่างลึกล้ำ ให้นางสอนเด็กเหล่านี้นับว่าเกินพอ” ผู้เฒ่าท่านหนึ่งกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาคือเย่เสิ้ง รองเจ้าสำนักของสถานศึกษาเอง

“เด็กในชั้นหลายคนยังมีความสามารถ ทั้งเย่จื่อหวิน เสิ่นเยว่ หรือแม้แต่เซียวหนิงเอ๋อ” ชายชราอีกคนหนึ่งว่าด้วยความปลาบปลื้มใจ เขาคือปราชญ์ในสถานศึกษานามว่าลู่เหย่

ชายชราอีกคนนั่งอยู่ข้างเย่เสิ้ง เขาอยู่ในชุดคุมสีเทา แม้นั่งอยู่เฉยๆ ท่วงท่าของเขาก็เปล่งรัศมีที่สูงส่งออกมา ทำให้ลู่เหย่ระมัดระวังคำพูด เขาไม่กล้าทำอะไรผิดพลาดแม้แต่น้อย

“เป็นอย่างไรบ้างท่าน” เย่เสิ้งถามพลางมองไปยังผู้เฒ่าในชุดคลุมสีเทา
“อืม” ผู้เฒ่านั้นตอบผ่าน

                ลู่เหย่พูดในใจ ‘ชายชราชุดเทาผู้นี้คือผู้ใดกัน ถึงสามารถทำตัวเทียบเท่ารองเจ้าสำนักเย่ได้ ความเป็นมาคงไม่ต้อยต่ำ ข้าเกรงว่าศักดิ์ฐานะนั้นคงเหนือกว่าเจ้าสำนักด้วยซ้ำ’


คิดได้ดังนี้ ลู่เหย่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
                นักเรียนในชั้นเรียนไม่รู้เลยว่ามีผู้เฝ้ามองอยู่นอกห้องจึงเห็นว่าการที่เสิ่นซิ่วสอนเป็นเรื่องเป็นราวนั้นประหลาดยิ่ง ทุกคนตั้งใจเรียนในควัน

                เสิ่นซิ่วแอ่นอกขึ้นเล็กน้อย เชิดใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจกล่าวว่า “วันนี้ข้าจะกล่าวถึงลายอาคมเพลิงวิเศษ ในด้านการศึกษาลายอาคมประเภทนี้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เราเป็นที่หนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย”
             
“อาคมเพลิงวิเศษมีทั้งหมดหกสิบหกลวดลายพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่นลวดลายนี้....” เสิ่นซิ่วขีดวาดตราอันประกอบด้วยลายเส้นมากมายลงบนกระดานดำ “นี่คืออาคมระเบิดเพลิงสีชาด (ชี่เอี้ยนเหยียนเป้า) อาคมนี้สร้างขึ้นโดยรุ่นแรกของบ้านสกุลเสิ่น นี่คือลวดลายที่แกร่งที่สุดในระดับทองแดง ลวดลายนี้ประกอบด้วยสามสิบหกรูปแบบพื้นฐานรวมกัน นี่ยังเป็นอาคมระดับทองแดงที่ซับซ้อนที่สุด ดังนั้นต่อไปเราจะกล่าวถึงอาคมพื้นฐานทั้งสามสิบหก”

                เสิ่นซิ้วพูดไม่หยุดพัก นักเรียนส่วนใหญ่ในห้องล้วนให้ความสนใจอย่างยิ่ง แต่เนี่ยหลีกลับเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้สนใจรูปแบบพื้นฐานทั้งหลายแม้แต่น้อย นอกจากนี้รูปแบบพื้นฐานของอาคมเพลิงวิเศษนั้นมีปรากฏมากกว่าหกร้อยแบบ หาใช่มีเพียงหกสิบหกรูปไม่
                หากไม่ใช่เพื่อเย่จื่อหวินและสมบัติประจำสถานศึกษาแล้ว เนี่ยหลีไม่มีทางนั่งจมอยู่ในชั้นเรียนที่ไร้แก่นสารของเสิ่นซิ่วเป็นอันขาด ในความเห็นของเขา ความรู้ของนางนั้นเต็มไปด้วยช่องโหว่ คำสอนของนางเชื่อถือไม่ได้ แค่คำที่บอกว่าอาคมระเบิดเพลิงสีชาดนั้นเป็นอาคมระดับทองแดงที่แกร่งที่สุดก็เป็นเพียงการโอ้อวดไร้ความหมายแล้ว
                เสิ่นซิ่วกวาดตามองไปรอบชั้นเรียน ก่อนสะดุดอยู่ที่เนี่ยหลี ก่อนหน้านี้เนี่ยหลีทั้งต่อต้านทั้งหยามหยันนาง มันกล้าแม้แต่จะท้าพนันกับนาง นั่นทำให้นางเกลียดชังเนี่ยหลีเข้ากระดูกดำ เมื่อนางเห็นว่าเนี่ยหลีไม่สนใจเรียน หญิงสาวก็หัวเราะร่าในใจ ในที่สุดนางก็มีโอกาสแล้ว! เสิ่นซิ่วยังคงพล่ามสอนรูปแบบพื้นฐานทั้งสามสิบหก หากเนี่ยหลีไม่ใส่ใจฟังแม้แต่น้อย เด็กชายยังนอนฟุบบนโต๊ะต่อไป
                ขณะนั้นรองเจ้าสำนักเย่เซิงผู้นั่งสังเกตุการณ์อยู่เบื้องนอกก็ขัดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เย่เสิ้งมองผู้เฒ่าชุดเทาข้างกาย นี่เป็นบุคคลสำคัญที่สละเวลามาเยี่ยมชมชั้นเรียน กลับมีนักเรียนนอนหลับในชั้น มันกล้าทำให้สถานศึกษาเสียหน้า เย่เสิ้งไม่รู้จักเด็กคนนี้ หากรู้ล่ะก็ เขาคงไล่เด็กคนนี้ออกจากสถานศึกษาแล้วไม่ให้กลับมาเหยียบย่ำที่นี่อีก

เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าเสื้อเทาไม่ได้สนใจกับท่าทีของเนี่ยหลี นั่นทำให้เย่เสิ้งสบายใจขึ้นพอควร
                ลู่เหย่ผู้นั่งอยู่เบื้องหลังทั้งสองพูดอย่างจริงจังว่า “ในชั้นเรียนนักรบฝึกหัดย่อมมีทั้งนักเรียนที่ดีร้ายปะปนกันไป ข้าจะลงทัณฑ์เด็กคนนั้นในภายหลัง ทางบ้านจ่ายเงินมากมายให้เขามาเรียน ไม่ใช่ให้มาหลับ!”

เย่เสิ้งผงกศีรษะ ลู่เหย่รู้หน้าที่ดีเหลือเกิน
เนื่องจากเนี่ยหลีหลับในชั้นเรียน ทุกคนสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเสิ่นซิ่วเคร่งเครียด การที่มีนักเรียนนอนหลับในชั้นเรียนหมายความว่าการสอนของนางนั้นน่าเบื่อใช่หรือไม่?

“เนี่ยหลี!” เสิ่นซิ่วพูดเสียงเข้มพลางเดินเข้าไปหาเนี่ยหลี
เด็กชายนั้นนอนหลับฝันดีด้วยว่าเขาไม่ได้หลับอย่างสบายอารมณ์มาก่อนทั้งสัปดาห์ เด็กชายลืมตาปรือถามว่า “มีอะไรรึ?”
เห็นดังนั้น กลุ่มเด็กจากสกุลสูงหัวเราะคิกคัก พวกเขาอยากเห็นเนี่ยหลีอยู่ในสภาพย่ำแย่ยิ่ง ใครใช้ให้มันคว้าเทพธิดาของพวกเขาไปกันเล่า
“หมอนั่นตายแน่!”

ตูเซอกับลู่เปี่ยวยิ้มเจื่อนให้กัน ถึงอย่างไรการหลับในชั้นเรียนไม่ใช่สิ่งที่ทั้งสองกล้าทำ
ท่าทีของเนี่ยหลียิ่งทำให้เสิ่นซิ่วเกรี้ยวกราด นางพูดเสียงเข้มว่า
“เจ้ากล้าหลับในชั้นเรียนของข้า นั่นหมายความว่าเจ้าเรียนรู้เรื่องนี้แจ่มแจ้งแล้วใช่หรือไม่?”
“อืม” เนี่ยหลีตอบ
“เจ้า....” เสิ่นซิ่วไม่มีคำพูด ตั้งแต่เริ่มชั้นเรียน เนี่ยหลีก็หลับตลอด เขากลับกล้าบอกว่าเขารู้หมดแล้ว ผู้ใดจะยินยอมเชื่อกัน?

เสิ่นซิ่วแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ถ้าเจ้ารู้หมดแล้ว ทำไมไม่บอกพวกเรามาว่าลายอาคมบนกระดานนั้นคือสิ่งใด?”
เนี่ยหลีกวาดสายตามองบนกระดาน กล่าวว่า “นั่นคืออาคมเพลิงวิเศษระดับต่ำ อาจจะพอนับเป็นชั้นทองแดงได้ ด้วยลวดลายพื้นฐานทั้งสามสิบแปด พลังทำลายของมันนั้นอ่อนด้อย แค่พอใช้ต้มน้ำร้อนได้เท่านั้น”ฟังคำของเนี่ยหลี ทุกคนในชั้นเรียนก็ระเบิดเสียงหัวร่อดังลั่น



“ฮ่าๆๆ ขำจะตายแล้ว ไอ้เจ้านั่นมันไม่ได้ฟังที่อาจารย์หญิงสอนเลยแม้แต่น้อย มันกล้าบอกว่าอาคมระเบิดเพลิงสีชาดมีสามสิบแปดรูปแบบพื้นฐาน ทั้งๆที่อาจารย์หญิงพูดก่อนหน้านี้ว่ามีสามสิบหกรูปแบบ”


“ข้าหัวเราะจนน้ำตาจะไหลแล้ว มันกล้าบอกว่าอาคมนี้ใช้ต้มน้ำ ฮ่าๆๆ” เด็กชายอีกคนว่าขณะหัวเราะ

                เย่จื่อหวินเองก็ยิ้มขัน ส่วนเสิ่นเยว่ยิ่งโกรธา เนี่ยหลีบอกว่าลายอาคมที่สืบทอดมาในตระกูลนั้นใช้ได้แค่ต้มน้ำร้อน นั่นยากจะทนทานนัก ในหมู่นักเรียน มีเพียงเซียวหนิงเอ๋อเท่านั้นที่ยังสงบสติลงได้ เด็กหญิงรู้ดีว่าเนี่ยหลีไม่ได้พยายามทำให้คนอื่นๆรู้สึกไม่ดี พวกเขาเหล่านั้นเองที่ไม่รู้ว่าเนี่ยหลีมีพรสวรรค์สูงล้ำเพียงใด

                ขณะเดียวกันนอกห้องเรียน ลู่เหย่เองก็หัวเราะกล่าวว่า “เด็กคนนี้ตลกจริงๆ ไอ้เด็กอวดฉลาดกล้าพูดว่ามันประกอบจากสามสิบแปดรูปแบบพื้นฐานในโครงสร้างของระเบิดเพลิงสีชาด มันยังกล้าบอกว่าอาคมนี้ใช้ต้มน้ำ"

                แต่พร้อมกันนั้น ลู่เหย่สังเกตุเห็นว่าทั้งรองเจ้าสำนักและชายชุดเทาหาได้หัวร่อด้วยไม่ มันได้แต่กล้ำกลืนเสียงหัวเราะกลับลงท้องเท่านั้น

“มีสิ่งใดน่าขัน ระเบิดเพลิงสีชาดประกอบด้วยสามสิบแปดรูปแบบพื้นฐานจริงๆ” รองเจ้าสำนักเย่เสิ้งกล่าว ในระดับของมันกับชายชุดเทา เมื่อพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้วจะพบว่ามีรูปแบบพื้นฐานสองรูปแบบที่ไม่ได้มาจากสอง แต่เป็นสี่รูปแบบพื้นฐาน แต่ที่ทำให้ทั้งสองตะลึงคือคำพูดนี้มาจากเด็กนักเรียนเท่านั้น เด็กคนนี้เผลอเดาถูกหรือไม่ สำหรับผู้เชี่ยวชาญเช่นพวกเขา ระเบิดเพลิงสีชาดนั้นเป็นอาคมสวะที่ใช้แค่ต้มน้ำได้จริงๆ ผลของมันในการรบนั้นต่ำต้อยมาก ดวงตาของชายชราชุดเทาทอประกายวูบหาย เขากลับไม่พูดอะไร ยังคงนิ่งเงียบต่อไป

“บัดซบ!” เสิ่นซิ่วคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ใบหน้านางบิดเบี้ยว ในฐานะสมาชิกของตระกูล นางไม่อาจทนทานการเหยียดหยามอาคมระเบิดเพลิงสีชาดต่อหน้าเด็ดขาด

                เนี่ยหลีหาได้ใส่ใจเสียงหัวเราะเหล่านั้นไม่ เด็กชายกล่าวต่อว่า “อาคมนี้มีที่มาจากคัมภีร์อสนีบาต(เหลยฮว่อเซิ่งเตี่ยน)เล่มที่เจ็ด ชื่อเดิมของอาคมนี้เรียกว่าระเบิดเพลิงอสนีบาต (เหลยฮว่อเหยียนเป้า) ประกอบด้วยหกสิบรูปแบบพื้นฐานซึ่งนับว่าซับซ้อนอยู่เล็กน้อย แต่มีไอ้ตัวอวดฉลาดบางคนตัดทอนลายอาคม เปลี่ยนแปลงมัน แล้วก็บอกว่ามันเป็นอาคมระเบิดเพลิงสีชาดที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยเหตุที่มันไม่สามารถใช้ได้ในการรบ มันใช้แค่ให้ผู้ฝึกฝนอาคมสายเพลิงวิเศษฝึกฝนเท่านั้น”

 คัมภีร์อสนีบาตคืออะไร? เด็กในชั้นหันมามองหน้ากัน
 เนี่ยหลีบอกว่ารุ่นแรกของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นไอ้ตัวอวดฉลาด? เสิ่นซิ่วโกรธจนไม่รู้จะพูดอะไร นางไม่รู้จักคัมภีร์ไฟสายฟ้าหรือว่าอะไรที่บันทึกไว้ในเล่มที่เจ็ดแม้แต่น้อย

“สามหาว! หนังสือบัดซบเช่นนั้นไม่มีบนโลกนี้มาก่อน!” เสิ่นซิ่วคิดชั่วครู่ก่อนจะตวาดออกมา ‘คัมภีร์อสนีบาตเล่มที่เจ็ดอะไร? ไอ้เจ้าเด็กบัดซบเนี่ยหลีปั้นแต่งขึ้นเองชัดๆ!!’



http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/



#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: