วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 90_Into the City Lord’s Mansion

Tale of the demon and god novel Chapter 90_Into the City Lord’s Mansion

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 90 - เข้าสู่ตำหนักเจ้าเมือง


บทที่ 90 - เข้าสู่ตำหนักเจ้าเมือง


"เนี่ยหลี่ เจ้ามีเหตุผลอะไรที่นำมันมาให้กับข้าหรือเปล่า?" เย่ จื้อ หวิ๋นเงยหน้าของเธอดวงตาที่สดใสคู่นั้นกระพริบพร้อมมองไปยังเนี่ยหลี่

"เพราะว่าข้ารักเจ้า" เนี่ยหลี่มองที่เย่ จื้อ หวิ๋นพร้อมรอยยิ้มและพูดมัน

       "แต่ข้าไม่สามารถรับมันได้" หลังจากที่ได้ยินคำสารภาพของเนี่ยหลี่ มันทำให้ เย่ จื้อ หวิ๋นออกอาการเขินอาย เธอได้รับหลายสิ่งจากเนี่ยหลี่มามากมายแล้ว ถ้าเธอรับบางสิ่งเพิ่มเติมจากเนี่ยหลี่อีก เธอไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณเขาในภายภาคหน้าได้อย่างไร

      เกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้คิดซะว่าเจ้าติดหนี้ข้าอยู่หนึ่งหน แน่นอนในอนาคตว่าตัวข้านั้นต้องมีสิ่งบางให้เจ้าช่วยเหลือ" เนี่ยหลี่คิดสักครู่และกล่าวไป การให้สาวสวยผู้มีความดื้อรั้นยอมรับของสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

   "มีสิ่งใดที่ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ด้วยรึ?" เย่ จื้อ หวิ๋นก้มหน้าของเธอลง แก้มของเธอหายจากการเป็นสีแดงแล้ว

   
แน่นอนเจ้ามีบางสิ่งที่สามารถช่วยข้าได้ เจ้าคือลูกสาวของท่านเจ้าเมือง มีผู้คนมากมายต้องการที่จะให้เจ้าช่วยเช่นเดียวกับข้า ข้าได้รวมร่างกับอสูรวิญญาณอื่นแล้ว นอกจากนี้คุณสมบัติของราชินีหิมะไม่เหมาะสำหรับข้า ไม่มีความจำเป็นที่ข้าจะต้องเก็บมันไว้" เนี้ยหลี่มองเย่ จื้อ หวิ๋น ขณะที่เธอก้มหน้าลง เขาคิดกับตัวเองว่า เธอผู้นี้ช่างมีความงดงามเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ



   หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เย่ จื้อ หวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ได้ข้าตกลง แต่สิ่งที่เจ้าจะให้ข้าทำมันจะต้องไม่ใช่สิ่งที่ชั่วร้ายนะ"

     "แน่นอน เจ้าเคยเห็นผู้ชายคนไหนซื่อสัตย์มากกว่าข้าไหม?" เนี่ยหลี่ทำหน้าจริงจังและกล่าวมัน

   หลังจากที่ได้ยิน เย่ จื้อ หวิ๋นก็หัวเราะ ตอนที่หัวเราะเธอช่างเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน คำพูดที่จริงจังของเนี่ยหลี่กลับดูตลกมาก เมื่อไม่นานมานี้ใครกันเป็นผู้ก่อเรื่องให้แก่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ด้วยความรอบรู้ของเขา

      "เนี่ยหลี่ ข้าตกลงยอมรับราชินีหิมะตนนี้ ข้าอยากจะเห็นนักว่าอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าที่เจ้าพูดถึงมันเป็นเช่นไร แม้ว่าข้าจะเป็นหนี้เจ้าหนึ่งอย่าง เจ้าสามารถขอให้ข้าช่วยเจ้าทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ แต่มันจะต้องไม่เป็นอะไรที่ชั่วร้าย มิฉะนั้นข้าจะบอกกับพ่อข้าให้จ่ายเงินให้แก่เจ้าสำหรับจิตวิญญาณอสูรตนนี้" เย่ จื้อ หวิ๋นยกมือของเธอเบาๆ เหมือนกับผีเสื้อและวิ่งหนีไป

       เย่ จื้อ หวิ๋นไม่ทราบว่าที่เธอยอมรับของจากเนี่ยหลี่เป็นเพราะความใกล้ชิดกับเขา  ถ้ามันเป็นคนอื่นเช่นเสิ่น เหย่และพรรคพวกของเขา เธอจะไม่มีทางที่จะยอมรับอย่างแน่นอน


เขาหันมองไปที่แผ่นหลังของเย่ จื้อหวิ๋นหลังจากที่เธอออกมาจนกระทั่งเธอหายไป เนี่ยหลี่ก็ยิ้มและพูดกับตัวเองเบาๆ "อีกไม่นานหรอก เราจะได้พบกันอีกครั้ง ทั้งในชีวิตก่อนหน้านี้และชีวิตในตอนนี้ โชคชะตาฟ้ากำหนดมาให้เราคู่กัน แม้ว่าเจ้าจะไม่ต้องการมันก็ไม่สามารถอะไรทำได้หรอก" หลังจากที่พูดเนี่ยหลี่เขาได้หันกลับมาและเดินจากไป

         ข่าวของเนี่ยหลี่ที่เอาชนะคนในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับ 1 ดาวทอง เสิ่นหนิง ได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทั้งเมืองกลอรี่สั่นสะเทือนด้วยข่าวนี้ เพราะในรอบหลายปีที่ผ่านมาเมืองกลอรี่ไม่ได้มีอัจฉริยะที่เปล่งประกายอย่างน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้มาก่อน

เป็นอีกครั้งที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ได้รับความสนใจจากทุกคน ในแต่ละวันนั้น มีผู้คนจำนวนมากก็ต้องการที่จะเข้าไปเยี่ยมชมตระกูลบันทึกสวรรค์

   เนี่ยหลี่ได้เงียบหายไปไม่ได้ออกมาพบปะกับผู้คนแต่อย่างใด ผู้ใดที่ต้องการจะพบเนี่ยหลี่ก็จะถูกกีดกันโดยคนในตระกูลบันทึกสวรรค์

     ขณะที่ข่าวได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองนั้น ผู้คุ้มกันของเมืองกลอรี่ได้พบร่องรอยการเคลื่อนไหวของสมาคมทมิฬ พวกเขาเข้าโจมตีและจับกุมพวกสมาคมทมิฬได้หลายสิบคน

    เพื่อที่จะมั่นใจในความปลอดภัยของเนี่ยหลี่ ท่านเจ้าเมือง เย่ ซอง ตัดสินใจที่จะนำตัว เนี่ยหลี่เข้าไปอยู่ในตำหนักของเขาเพื่อที่จะได้ง่ายต่อการคุ้มครอง

     หลังจากที่ได้ยินการถูกจับกลุ่มของ สมาคมทมิฬ หากเขายังคงอยุ่ในตระกูลบันทึกสวรรค์ สมาคมทมิฬคงจะไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่ อย่างไรก็ตามหากเขาเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ เจ้าเมืองจะไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้  เพราะที่นั้นยังมีเจ้าเมืองและผู้เชี่ยวชาญระดับร่างทรงปิศาจระดับทองคำดำและนักรบจำวนมาก

    นอกจากนี้ เนี่ยหลี่ยังพาเนี่ย หยู๋ เข้าไปในตำหนักของท่านเจ้าเมืองด้วย เพราะเขาต้องการที่จะสอนแนวทางการบ่มเพาะพลังให้กับเนี่ย หยู่ในฐานะที่เป็นคนของตระกูลบันทึกสวรรค์ สำหรับช่วงเวลานี้ไม่มีใครกล้าที่จะไปแตะต้องพวกเขา และในระยะยาวที่เขาจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ แน่นอนสมาคมทมิฬจะไม่ทำอะไรกับตระกูลของเขา เพราะมันไม่มีค่าและความสำคัญมากพอที่จะทำเช่นนั้น

   ทั้งหมดอยู่ในการคาดการณ์ของเนี่ยหลี่ เขาได้เตรียมแผนการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงเปิดเผยความแข็งแกร่งของเขาในการประลองยุทธ

    มีเรื่องเล่าว่าเมื่อเสิ่น เหย่แห่งตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ล่วงรู้ว่าความแข็งแกร่งของเนี่ยหลี่อยู่ที่ระดับทองและเนี่ยหลี่ได้เข้าสู่ตำหนักของท่านเจ้าเมือง เขาแทบกระอักเลือดด้วยความเศร้าโศกและความไม่พอใจ แต่เดิมเค้ายังมีความหวังกับเย่ จื้อ หวิ๋นเล็กน้อย แต่เขารู้ว่าบัดนี้ไม่มีความหวังใดๆเหลือให้เค้าอีกต่อไป

    เมื่อหยางซินได้ยินข่าวนี้สมาคมนักปรุงยาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเนี่ยหลี่ถึงมีความมั่นใจ เนี่ยหลี่คาดไว้แล้วว่าเขา จะถูกเชิญเข้าไปยังตำหนักของท่านเจ้าเมือง ในอนาคตเมื่อเธอต้องการที่จะเจอกับเนี่ยหลี่ เธอจะต้องไปยังตำหนักของท่านเจ้าเมือง

ภายในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์

   ผู้นำตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นฮอง ได้กลับมาจากการออกไปฝึกผู้เดียว เขาได้เพิ่มระดับพลังของเขาครั้งยิ่งใหญ่ แต่เขาก็ยังไม่สามารถเข้าไปสู่การเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานได้ การจะบรรลุเป็นร่างทรงอสูรระดับตำนานนั้นไม่ง่ายเลย หลังจากที่เขาเพิ่มระดับพลังของเขาขึ้นมา เขาเข้าใจในจุดนี้ชัดเจน

    เขาสงสัยในวิธีที่ เย่ โม่ สามารถผ่านเข้าสู่ระดับตำนานได้ ทุกวันนี้เขาได้คิดเกี่ยวกับการที่อายุของเขาได้มากขึ้นและการฝึกของเขานั้นมีสัญญาณของการฝึกพลังที่ช้าลง ทำให้เสิ่นฮอง มีความวิตกกังวลมากอยู่ภายใน

     เมื่อเขาได้ยินเกี่ยวกับการเดิมพันนั้นเขาโมโหราวกับฟ้าคำรามทันที เสิ่นหมิงยังได้รับความปลอดภัยจากสิ่งที่เกิดขึ้น อะไรที่จะทำให้เขารอดจากสิ่งที่เขาทำ ซึ่งเขากังวลเรื่องนี้มาตลอด แต่เขาไม่คิดว่าเสิ่นหมิงจะกระทำจริง การกระทำดังเรื่องดังกล่าวกล่าวเป็นความผิดพลาดอย่างมาก ในการสูญเสียเงินจำนวน 450 ล้านเหรียญจิตมารในการแพ้พนัน เงิน จำนวนมากขนาดนั้น สามารถนำไปซื้อยำบำรุงวิญญาณและยาผสานวิญญาณให้กับพวกเด็กรุ่นใหม่ได้ตั้งเท่าใดกัน?

     "เสิ่นหมิง เจ้ารู้ความผิดของเจ้าหรือไม่" เสิ่นฮองที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้นำ เขาจ้องมองอย่างเย็นชาไปยังเสิ่นหมิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง

     เมื่อรู้สึกถึงสายตาอันน่ากลัวของเสิ่นฮอง ร่างกายของเสิ่นหมิงก็สั่นด้วยความกลัว เขารีบกล่าวว่า "ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยท่านผู้นำ ข้าไม่เคยคิดว่า เนี่ยหลี่ของตระกูลบันทึกสวรรค์จะสามารถฝึกพลังไปถึงระดับทองได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ข้าถูกเจ้าเด็กนั่นหลอก โปรดดูในส่วนที่ข้าเคยทำประโยชน์ให้แก่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์......."

     "หุบปาก!!" เสิ่นฮองตวาดแล้วจ้องมองไปยังเสิ่นหมิง

เสิ่นหมิงเงียบในทันทีและไม่กล้าที่จะพูดอะไรอีกต่อไป

      เสิ่นฮองตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ การที่สูญเสียเงินจำนวน 450ล้าน เหรียญจิตมารในเวลานี้ ยังไม่มีผลกระทบต่อการวางรากฐานของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เท่าใดนัก  แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกดดันก็คือในระหว่างที่เขาแยกตัวออกไปฝึก ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และตระกูลบันทึกสวรรค์มาถึงยังจุดแตกหักเหมือน น้ำกับไฟ แต่เดิมนั้นตระกูลเล็กๆอย่างตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นไม่มีอะไรที่จะทำให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต้องสนใจแม้แต่น้อย แต่เจ้าหนูเนี่ยหลี่ทำให้เขาไม่สามารถที่จะไม่สนใจได้อีกต่อไป

     อายุ 13 ปีแต่สามารถแข็งแกร่งได้ถึงระดับทอง ความสามารถของเขาแม้แต่เสิ่นฮองก็อิจฉา

    ใครจะบอกได้ว่าเด็กคนนี้จะก้าวหน้าไปได้ไกลเพียงใด? เมื่อเด็กคนนี้เติบโตขึ้น เขาอาจจะเป็นภัยคุมคามทั้งต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์หรือแม้กระทั่งสมาคมทมิฬ

    การมุ่งร้ายนี้อาจจะเลือนลางเหมือนมันไม่เคยมีอยู่ ถ้าในกรณีที่เนี่ยหลี่ไม่ได้มีความแค้นเคืองกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นฮองสามารถที่จะเก็บเขาไว้ก่อนได้ แต่เนี่ยหลี่นั้นมีเรื่องกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ต้น เขามีแต่จะต้องกำจัดทิ้งเท่านั้น

   ตอนนี้เนี้ยหลี่ได้รับการคุ้มครองจากตำหนักท่านเจ้าเมือง การที่จะสังหารเนี้ยหลี่ในตอนนี้นั้นเป็นเรื่องยาก

     "ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะอยู่ที่ตำหนักท่านเจ้าเมืองตลอดเวลาโดยที่จะไม่ออกมาข้างนอก"เสิ่นฮองคิดอย่างเย็นชา เขามองไปยังเสิ่นหมิงที่นั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นและกล่าวว่า

     "เสิ่นหมิงเจ้ารู้กฎของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ตามกฎของตระกูล ใครที่นำความผิดพลาดมาสู่ตระกูลนั้นจะถูกประหารโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่พิจารณาจากที่เจ้าได้รับใช้ตระกูลมายาวนานและได้ทำประโยชน์ให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไว้มาก ข้าจะให้เจ้าได้โอกาสที่จะกระทำการลบล้างความผิดในครั้งนี้"

    หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเสิ่นฮอง ตาของเสิ่นหมิงก็เปล่งประกายด้วยความความหวัง เขาเงยหน้าขึ้นและถามว่า"ท่านสั่งมาได้เลยท่านผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นปีนภูเขาแหลมสูงหรือจะลงทะเลเพลิงข้าก็จะทำมันทุกอย่าง"

    "เยี่ยมมาก เจ้าจงนำคนไปสังหารเนี่ยหลี่ซะ เมื่อเจ้าสามารถสังหารเนี่ยหลี่ได้ ข้าจะส่งคนออกจากเมืองและไปยังสมาคมทมิฬเพื่อที่จะจัดการให้เจ้าได้อยู่ในตำแหน่งหลักของกิจการในสมาคมทมิฬ" เสิ่นฮองพูด

    "แต่เนี่ยหลี่อยู่ในตำหนักของท่านเจ้าเมือง......" เสิ่นหมิงรู้เรื่องราวระหว่างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และสมาคมทมิฬ เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างการสังหารเนี่ยหลี่หรือเขาต้องถูกตระกูลประหาร เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว...

    "มันจะต้องมีสักวันที่เขาออกมาจากตำหนักของเจ้าเมือง" เสิ่นฮองพูดเบาๆ

     "ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจักไปทำตามคำสั่งของท่าน" ตาของเสิ่นหมิงปรากฏแสงชั่วขณะแห่งความแค้นเคืองขึ้นมา เขารู้ว่านี้เป็นโอกาสเดียวของชีวิตที่เขามี มิฉะนั้นเสิ่นฮองจะทำให้แน่ใจว่าตัวเขานั้นจะไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก


    "เสิ่นหมิง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะรักษาคำพูดของเจ้าเป็นอย่างดี อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ" เสิ่นฮองได้ใช้มือขวาของเขาหมุนแหวนของเขาที่มือซ้ายไปมาขณะพูดเรื่องนี้

   หลังจากที่ได้ยินเสียงที่ทรงอำนาจของเสิ่นฮอง เสิ่นหมิงไม่สามารถหยุดตัวสั่นได้ นอกเหนือจากตัวเขาแล้ว ยังมีชีวิตของครอบครัวของเขาทั้งหมดที่อยู่ในมือของเสิ่นฮอง เขามีแต่จะต้องรับการเดิมพันนี้เท่านั้น...


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น