วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 1 การเกิดใหม่

Tale of the demon and god novel chapter 1 Reborn

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 1 การเกิดใหม่


บทที่1 การเกิดใหม่

ท่ามกลางหุบเขาบรรพชนอันกว้างใหญ่ แสงอาทิตย์สาดส่องระหว่างหุบเขาและหุบเหว ท่ามกลางเนินเขาที่อันตราย ก็ยังมีหิมะปกคลุมไปทั่ว

และท่ามกลางหุบเหวนั้นก็ยังมีเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ อาณาเขตเทือกเขาส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยสัตว์ร้ายเกือบทั้งหมด ผู้ที่อาศัยในหุบเหวนั้นถูกปิดกั้นจากโลกภายนอกมาหลายร้อยปีแล้ว

ประชากรของเมืองนั้นไม่ได้รับรู้ถึงสถานการณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย มีบันทึกในเมืองกล่าวถึงยุคทองของมวลมนุษยชาติ มีนักรบและผู้ใช้ภูตระดับตำนานหลายพัน มนุษย์ก่อตั้งอาณาจักรหลายแห่งกระจัดกระจายทั่วท้องทวีป อาณาจักรทั่วทั้งหลายถูกทำลายล้างสิ้น หากแต่ว่าเมืองนี้ซุกซ่อนอยู่ในสถานที่ซับซ้อนจึงรอดพ้นจากยุคมืดมาได้ แต่ยังคงต้องเผชิญกับการรุกรานของเหล่าสัตว์ปิศาจภูติลมหิมะในเขตเทือกเขาอยู่เสมอ แต่แม้จะถูกทำลายหนักหนาเพียงไร นครแห่งนี้ยังคงก่อร่างสร้างขึ้นใหม่ได้ทุกครั้ง


กำแพงที่ถูกซ่อมสร้างด้วยอิฐต่างสีนี้คืออนุสาวรีย์อันยืนยง

นครแห่งนี้มีนามว่า เมืองกลอรี่(กวงฮุย) และเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของมนุษยชาติ!!!



สถานศึกษากล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ชั้นเรียนนักรบฝึกหัด



นักเรียนในชั้นจำนวนสามสิบคนนั่งลงและรอรับการสอนของอาจารย์หญิง นักเรียนเหล่านี้คือเหล่านักรบฝึกหัด นักเรียนของสถานศึกษากล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์


“ข้าได้ยินว่าอาจารย์ท่านใหม่แซ่เสิ่น เป็นผู้ใช้ภูตระดับสามดาวเงินของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์” นักเรียนจำนวนหนึ่งกระซิบกระซาบ


ความสนใจของนักเรียนต่างพุ่งเป้าไปที่อาจารย์หญิง นางมีรูปร่างสูงโปร่ง ใส่ชุดคลุมรัดรูปสีม่วงสด ชุดกระชับแน่นรัดหน้าอกอันงดงาม เรียวขาขาว และการแต่งหน้าที่ยอดเยี่ยมทำให้นางดูงดงามและสูงส่งยิ่ง ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองกลอรี่ ด้วยชาติกำเนิดและฝีมือระดับสามดาวเงิน นางมีระดับที่ค่อนสูงจึงเป็นคนค่อนข้างทะนงตัว

โดยปกติแล้วด้วยฝีมือระดับสามดาวเงินของนาง การมาสอนในชั้นเรียนไม่ใช่สิ่งจำเป็น นางตอบรับคำเชิญนี้เพียงเพราะว่าหลานชายของนางเรียนอยู่ในชั้นเรียนนี้เท่านั้น


“นักรบและผู้ใช้ภูติแบ่งออกได้เป็นห้าระดับ คือทองแดง เงิน ทองคำ ทองคำดำ** และตำนาน ในแต่ละระดับสามารถแบ่งชั้นกันได้อีกห้าชั้น นับตั้งแต่ 1 ดาว ถึง 5 ดาว”


“ผู้ใช้ภูตินั้นนับได้ว่าเหนือกว่านักรบธรรมดา พวกเขาคือชาติพันธุ์อันสูงส่ง พวกเขาสามารถเพาะสร้างเวิ้งวิญญาณ*** ในตันเถียน*** ซึ่งมีความสามารถในการกักขังภูติไว้ในเวิ้งวิญญาณเพื่อรวมร่างกับภูติในการต่อสู้ นี่ทำให้ผู้ใช้ภูติทรงพลังไร้เทียมทาน ยิ่งกว่าที่เหล่านักรบจะสามารถทำได้” เสิ่นซิ่วเชิดหน้าและกล่าวอย่างทะนง

[เวิ้งวิญญาณ ในเรื่องนี้หมายถึงทะเลแห่งจิต ต้นฉบับใช้คำว่า  หลิงหุนไห่ หรือทะเลวิญญาณ]
[ตันเถียนคืออวัยวะบนเส้นลมปราณ เชื่อว่าอยู่ใต้สะดือลงมาสามนิ้ว คือที่เก็บสะสมพลังภายใน]

“เหมือนเช่นภูติของหล่อน จิ้งจอกเพลิงชาด”
ใบหน้าและฝ่ามือของเสิ่นซิ่วเปลี่ยนไปในทันใด รูปหน้าเรียวแหลมขึ้น ฟันและเล็บคมขึ้น และหางสีแดงชาดผุดออกจากหลังของนาง

“หลังรวมร่างกับภูติ ข้าสามารถควบคุมพลังของมัน และได้รับทักษะธาตุไฟของมันเช่นกัน ในบรรดาภูติทั้งหลาย จิ้งจองเพลิงชาดเป็นภูติระดับทอง ซึ่งนั่นหมายความว่าข้าสามารถบรรลุถึงระดับทองได้เช่นกัน แน่นอนว่าหลังจากข้าเข้าสู่ระดับทอง ข้าสามารถเปลี่ยนเป็นภูติที่ทรงพลังกว่านี้ได้” เมื่อกล่าวถึงการบำเพ็ญเพียรของตน เสิ่นซิ่วยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนยิ่งขึ้น

คำพูดของเสิ่นซิ่วสร้างเสียงฮือฮาในกลุ่มนักเรียน การเป็นผู้ใช้ภูติระดับทองนั้นไกลเกินเอื้อมสำหรับพวกเขา


ในเวลาเดียวกันกับที่เสิ่นซิ่วสอนอยู่หน้าชั้นเรียน เนี่ยหลี(เพลิงแซ่เนี่ย)นั่งหลับนั่งเรียนอยู่ท้ายห้องในสภาพสะลึมสะลือเหมือนวิญญาณลอยออกจากร่างก็ตื่นขึ้น

ครู่หนึ่งเนี่ยหลีก็ลืมตาตื่น ภาพที่ปรากฏในคลองสายตาทำให้เด็กหนุ่มสับสนเต็มกำลัง
“ข้าอยู่ที่ไหน?” เนี่ยหลีกระซิบถามตัวเอง

เด็กหนุ่มตะลึงงันเมื่อพบว่าสองมือของเขาเล็กลง ผิวหนังก็นุ่มนิ่มกว่าเดิม
เสิ่นซิ่วยังคงสอนอยู่หน้าชั้นเรียน เนี่ยหลีจำได้ว่านี่คือปีที่เขาเข้าเรียนในสถานศึกษา ครูที่สอนอยู่เป็นผู้ใช้ภูติระดับสามดาวเงินผู้หยิ่งทะนง นางทำให้เนี่ยหลีไม่อยากเรียนอยู่พักใหญ่

“ข้ากลับมาเกิดใหม่หรือ?” เนี่ยหลีอึ้ง เขาจำได้ว่าตัวเขาถูกล้อมกรอบโดยปราชญ์จักรพรรดิ(เสิ้งตี้)และ 6 สัตว์อสูรเทวะก่อนจะเสียชีวิตในการต่อสู้ ดูเหมือนเขาจะกลับมาตอนที่เขายังอายุเพียง 13 ปี
เนี่ยหลีมองไปรอบตัว ก่อนพบใบหน้าคุ้นเคย ลู่เปียวและตู้เจ๋อ พี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของเขายังคงมีชีวิตอยู่ เพียงแต่รูปร่างยังไม่เติบใหญ่เท่านั้น

‘แล้วก็นาง...’ เนี่ยหลีมองไปทางซ้าย ห่างไปไม่กี่เมตร ใบหน้างดงามปรากฏในคลองสายตา ชื่อของนางคือเย่จื่อหวิน แม้รูปลักษณ์ยังอยู่ในวัยสิบสามสิบสี่ปี นางกลับดูบอบบางและสูงสง่าด้วยเรือนผมสีม่วงยาวถึงเอว คิ้วเรียวโค้ง และประกายแห่งปัญญาที่ซุกซ่อนในดวงตา ลักยิ้มบุ๋มสองแก้มปรากฏเมื่อนางเผยอยิ้ม

แม้นางยังคงเยาว์วัย เนี่ยหลีทราบดีว่าเมื่องนางเติบโตขึ้น นางจะกลายเป็นนางงามผู้น่าหลงใหล ภายใต้ชุดไหมสีขาวซึ่งทำให้นางสูงสง่ายิ่งขึ้น ในชาติก่อน เนี่ยหลีหลงรักนางหัวปักหัวปำตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น

‘นางยังไม่ตาย!’
เนี่ยหลีตื่นเต้นจบแทบหยุดหายใจ

‘ข้ากลับมาในเวลานั้นจริงๆ นี่คือความจริงไม่ใช่ความฝัน?’ เนี่ยหลีถามตัวเองพร้อมหยิกตัวเองอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นย้ำเตือนว่านี่ไม่ใช่ความฝันจริงๆ พลันเขาก็นึกถึงสิ่งหนึ่ง

‘ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ, เป็นฝีมือของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ แน่นอน’
เนี่ยหลีก้มหน้าลงแล้วเริ่มค้นหามันในทันใด แต่เขากลับไม่พบตำราภูติเล่มนั้น
เนี่ยหลีไม่เชื่อว่าการกลับชาติมาเกิดของเขา ปรากฏการณ์อันลี้ลับเช่นนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ


ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนสร้างตำราภูติเล่มนี้ มันเป็นตำราลี้ลับสุดยอดที่เนี่ยหลีเก็บไว้กับตัวเสมอ เขาจำได้แม่นยำว่าขณะต่อสู้กับปราชญ์จักรพรรดิและหกสัตว์อสูรเทวะ เลือดของเขาไหลอาบตำราเล่มนี้ ต้องเป็นมันแน่นอนที่นำเขาย้อนเวลามาเกิดใหม่ในตอนอายุสิบสามปี

เมื่อเห็นใบหน้าคุ้นเคยเหล่านี้ เนี่ยหลีพลันนึกย้อนความทรงจำอันแสนไกล
เขายังจำได้ถึงวันที่เหล่าสัตว์ภูติลมหิมะบุกเมืองกลอรี่อย่างบ้าคลั่ง เทพพิทักษ์นคร ท่านจ้าวเย่ม่อ ผู้ใช้ภูติระดับตำนานสละชีวิตในการรบกับสัตว์ภูติร่วมกับประชาชนนับล้าน มีเพียงไม่กี่พันที่รอดชีวิตและหลบหนีไปถึงทะเลทรายทางตะวันออกของเทือกเขาบรรพชน ระหว่างการลี้ภัย เหล่าผู้รอดชีวิตค่อยๆตายกันไปทีละคน วันหนึ่งในทะเลทรายท่ามกลางการตีวงล้อมของสัตว์ภูติ เนี่ยหลีกับเย่จื่อหวินเสาะแสวงหาความอบอุ่นในใจของแต่ละคน

คืนนั้น เนี่ยหลีได้โอบกอดนางในใจ ในที่สุดภายใต้ฟ้ายามค่ำคืน แสงจันทร์เงินถักทอเป็นม่านขมุกขมัว เรือนร่างสุดวิเศษของเย่จื่อหวิน ผิวกายเนียนใสประดุจแก้ว ประหนึ่งสรรค์สร้างจากรูปปั้นหยก ทั้งสองโอบกอดกันด้วยความหลงใหลอย่างบ้าคลั่ง

ถ้าเมืองกลอรี่ไม่ถูกทำลาย และการลี้ภัยอันยากลำบาก เขาไม่มีทางจะได้รับความเมตตาจากเย่จื่อหวิน เด็กหนุ่มจากตระกูลที่ร่วงโรยและมีความสามารถต้อยต่ำ

หลังจากคืนนั้น พวกเขาพบกับสัตว์ภูติอีกกลุ่ม เย่จื่อหวินสละชีวิตภายใต้กรงเล็บของสัตว์ภูติเพื่อช่วยเขา เนี่ยหลีไม่มีทางลืมเลือนช่วงเวลานั้นหลังการจู่โจมที่แทบเอาชีวิตไม่รอด เนี่ยหลียังคงเก็บกู้ชีวิตมาได้และออกจากทะเลทรายไร้ขอบเขตได้ในที่สุด


แม้ความสามารถของเขาจะต่ำต้อย สัญชาตญาณการเอาตัวรอดยังพาเนี่ยหลีออกท่องไปได้ทั่วทวีปวิญญาณศักดิ์สิทธิ์(เสิ้งหลิงต้าลวี่) ชายหนุ่มได้พบผู้คนมากมายต่อต้านภัยสัตว์ภูติ พบสิ่งประหลาดมากมาย แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ ถ้าไม่มีตำราเล่มนี้ เนี่ยหลีย่อมไม่มีทางกลับมาเกิดได้อีก

เป็นตำราภูติห้วงกาลลี้ลับนำเขาผ่านห้วงเวลากลับมา เขากลับมายังช่วงเวลาก่อนที่เมืองกลอรี่จะล่มสลาย กลับมาเบื้องหน้าพ่อแม่ ตระกูล และเหล่าพี่น้องก่อนจะตายในการรบ กลับมาก่อนความตายของเย่จื่อหวินระหว่างลี้ภัย

‘เมื่อข้ากลับมา ฟ้าเบื้องบนให้โอกาสที่สองแก่ข้า ข้าจะไม่ปล่อยให้เมืองกลอรี่ถูกทำลายอีกครั้ง’ เนี่ยหลีกัดฟันพูดกับตัวเอง นี่คือคำสัตย์สาบาน เขายังจำได้ว่าเขาเพิ่งจะสมัครเข้าสถานศึกษา และตอนนี้เขาเพิ่งจะสิบสามปี เนี่ยหลีหัวร่อในใจอย่างร่าเริง ‘ข้ากลับมาแล้ว ช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีอย่างยิ่ง’
‘ปราชญ์จักรพรรดิ ครั้งหน้าข้าจะฆ่าท่านสังเวยแก่อดีตชาติ’

ถ้าเมืองกลอรี่ไม่ล่มสลาย เขากับเย่จื่อหวินคงอยู่กันคนละโลก เป็นไปไม่ได้ที่จะได้อยู่ร่วมกัน เย่จื่อหวินเป็นลูกสาวของจ้าวเมืองกลอรี่ ปู่ของนางคือผู้ฝึกภูติระดับตำนานเย่โม่ เนี่ยหลีมาจากตระกูลที่ร่วงโรยและไร้อำนาจ เป็นเหตุเพราะระหว่างการลี้ภัยเท่านั้นเอง ทั้งสองจึงเพาะสร้างความรู้สึกลึกล้ำระหว่างกัน
ระหว่างจื่อหวินอยู่ในสถานศึกษา ไม่มีใครรู้สถานะของนาง แม้แต่เนี่ยหลีเองก็ได้รับรู้หลังจากนั้น
ในเมืองกลอรี่มีสามตระกูลหลัก ได้แก่ตระกูลปราชญ์วิเศษ(เสิ้งหมิง), ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ (เสิ่นเสิ้ง) ตระกูลวายุเหมันต์(เฟิงเซวะ) เหล่านี้ถือครองอำนาจในการควบคุมนคร เสาหลักของสกุลสูงศักดิ์ จ้าวนครจะถูกคัดเลือกจากสามตระกูลนี้ นอกจากสามตระกูลหลัก ยังมี 7 ตระกูลใหญ่ และ 20 ตระกูลยศฐา

เนี่ยหลีมาจากตระกูลบันทึกสวรรค์(เทียนเหิน) ซึ่งเป็นลำดับสุดท้ายในยี่สิบตระกูลยศฐา แม้จะมีตำแหน่งฐานะอยู่บ้าง แต่ยังคงแตกต่างจากสามสกุลหลักและเจ็ดสกุลใหญ่อย่างยิ่ง


ด้วยเบื้องหลังเช่นนี้ เรื่องราวระหว่างเนี่ยหลีกับเย่จือหวินย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เมื่อกลับมาเกิดใหม่ เรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่หรือ? ถึงพื้นฐานของเขาจะต่ำต้อย ด้วยความรู้มหาศาลจากชาติก่อน การเพิ่มพูนทักษะไม่ได้เป็นเรื่องยากเลย

“ยิ้มอะไรของนายน่ะเนี่ยหลี” ลู่เปียวถามพลางมองเนี่ยหลีอย่างสงสัย เขาสงสัยว่าเนี่ยหลีคงบ้าไปแล้วกระมัง ถึงได้หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวพลางจับจ้องไปยังเย่จื่อหวินอย่างหื่นกระหาย
“แค่อารมณ์ดีน่า ข้าดีใจที่ได้เจอนายนะพี่น้อง” เนี่ยหลีพูดพลางกอดลู่เปียว นี่เป็นนิสัยจากชาติก่อนของเขา

หลังถูกกอดแบบแปลกๆ ลู่เปียวคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว “ใครเป็นพี่น้องเอ็งวะไอ้เกย์เฒ่า ปล่อยข้าเร็ว!” ลู่เปียวร้อง พวกเขาเพิ่งจะเริ่มเรียนมาได้ไม่นาน เพิ่งรู้จักกันแค่ไม่กี่วัน ไม่ได้สนิทสนมอะไรขนาดนี้
เนี่ยหลีไม่ได้ปล่อยมือ เด็กหนุ่มมองลู่เปียวอย่างจริงจังพลางกล่าว “ไม่ว่านายจะคิดยังไง ในใจชั้น นายเป็นพี่น้องเสมอ”

แน่นอนว่าเนี่ยหลีบอกเรื่องลู่เปียวในชาติก่อนไม่ได้ แต่เมื่อเห็นสายตาของเนี่ยหลี ลู่เปียวได้แต่ตะลึงและร้องอย่างเสียไม่ได้ว่า “ไอ้ตัวประหลาด”

อย่างไรเสีย คำพูดของเนี่ยหลีก็ทำให้เขารู้สึกดีอยู่พอควร ลู่เปียวมองเนี่ยหลีพลางกล่าว “ชั้นรู้ว่านายมาจากสกุลยศฐา แต่ชั้นเตือนนาย อย่าหวังทำอะไรกับเด็กคนนั้น ตัวตนของหล่อนลึกลับมาก ข้าได้ยินว่าทันทีที่หล่อนเข้าเรียน ครูใหญ่ถึงกับจัดที่พักให้หล่อนด้วยตัวเองเลยทีเดียว
เนี่ยหลีกัดฟันกรอด ลู่เปียวยังไม่รู้ฐานะของจื่อหลินในขณะที่เขารู้ดี

“หล่อนต้องเป็นผู้หญิงของข้า” เนี่ยหลีประกาศกร้าว ดวงใจของเขายินดียิ่งพลางหวนคิดถึงเรื่องในคืนนั้นเพียงได้เห็นเรือนผมสีม่วงของจื่อหวิน เนี่ยหลีพลันจำได้ว่าพวกเขาเพิ่งจะอายุ 13 ปี

‘จื่อหวิน เมื่อเติบโตขึ้น นางจะกลายเป็นนางงามชวนหลงใหล ข้าจะปกป้องเจ้าและเติบโตไปด้วยกัน
และไม่ห่างออกไป เย่จื่อหวินรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง นางเหลียวหน้ากลับไปและพบกันเนี่ยหลี นางพลันขมวดคิ้ว นึกในใจว่าเนี่ยหลีคงเป็นคุณชายเจ้าสำราญ ตั้งแต่เริ่มชั้นเรียน เขามองนางอย่างไม่เกรงใจ แต่ถ้าเขากล้าแหย่นาง นางจะให้เขาเห็นดีแน่

เย่จื่อหวินไม่ได้ใช้ฐานะของนางหาเพื่อน แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะทนรับการหยามหยันได้!!

***ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับทองดำ หนังสือถงเจี้ยนจ้าน(ตำราว่าด้วยกระบี่ทองแดง) กล่าวว่า ชั้นของทอง บนเรียกเหลือง(หวง) กลางเรียกชี่(แดง) ล่างเรียกดำ(เฮย) ดำคือเหล็ก แดงคือทองแดง เหลืองคือทองคำ ส่วนตำราโส่วเวินเจียจื่อหมวดทองคำกล่าวว่า 'เหล็ก ทองดำก็ว่า' ตำราเปิ่นเฉ่ากังมู่(รวมสมุนไพร) หมวดหินแร่1-เหล็ก กล่าวว่า "เหล็ก แยกย่อย หรือสิ่งที่แข็งแกร่งคล้ายกัน ใช้โลหะทั้งห้า (ทองคำ เงิน ทองแดง เหล็ก ดีบุก) หลอมเข้ากัน เรียกว่าทองดำ

http://www.wuxiaworld.com/tdg-index/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)





  • 5 ความคิดเห็น:

    1. ขอBgสีขาวล้วนเถอะนะครับ อ่านในมือถือแล้วมันตาลาย

      ตอบลบ
    2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ตอบลบ